สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส. ม.อ.)

ประชาสัมพันธ์ สถาบันนโยบายสาธารณะ

2.3psd.jpg

การดำเนินกิจกรรมโครงการ

  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 10

    อบรมนักสื่อสารสุขภาวะ : ผลผลิตหลักจากการเรียนรู้ (Outputs) การอบรมได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะสำคัญที่สามารถนำไปผลิตเป็นชิ้นงานสื่อสารชุมชนได้จริง ดังนี้: 1. การเป็นนักข่าวพลเมือง (Citizen Journalism) • บทบาทสะพานเชื่อม: นักสื่อสารทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างชาวบ้าน งานวิจัย นวัตกรรม และระดับนโยบาย เพื่อสะท้อนบริบทพื้นที่ (โดยเฉพาะภาคอีสาน) ไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต • การสื่อสารแบบสมัครใจ: การใช้เครื่องมือใกล้ตัว เช่น หอกระจายข่าว, Facebook และ LINE เพื่อปกป้องและพัฒนาพื้นที่ตนเอง • การใช้งานแอปพลิเคชัน C-site: เพื่อเป็นช่องทางในการรายงานข่าวและสื่อสารสาธารณะ 2. การประยุกต์ใช้ AI ในงานสื่อสาร • ด้านเนื้อหา: ใช้ AI เป็น "ผู้ช่วย" (Co-pilot) ในการจับประเด็น สรุปข้อมูลดิบ และวางโครงสร้างเรื่องเล่า (Story Outline) ให้กระชับและน่าสนใจ • ด้านการออกแบบ: ใช้ AI ช่วยสร้างรูปภาพจำลอง (Draft Ideas) กำหนดโทนสี และจัดสรรพื้นที่การวางโลโก้หน่วยงานในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อความรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ 3. ทักษะเทคนิคการผลิตสื่อด้วยมือถือ • การวางโครงเรื่อง (Story Design): การตอบคำถามพื้นฐาน 5W1H (What, Where, When, Why, How) และการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ที่ชัดเจน • เทคนิคภาพและเสียง: การจัดองค์ประกอบภาพด้วยกฎจุดตัด 9 ช่อง (Rule of Thirds), การรักษาความนิ่งของภาพ (Stability), และความสำคัญของเสียงที่ต้องชัดเจนกว่าภาพ ผลลัพธ์เชิงทักษะและแนวปฏิบัติ (Outcomes) ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับแนวทางปฏิบัติที่สามารถยกระดับการทำงานสื่อสารในพื้นที่ให้มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล : 1. ขนาดภาพและมุมกล้องเพื่อการสื่อสารอารมณ์ ขนาดภาพ / มุมกล้อง วัตถุประสงค์ในการสื่อสาร ภาพกว้าง (Wide Shot) เล่าบริบทสถานที่และสภาพแวดล้อมโดยรวม ภาพกลาง (Medium Shot) เน้นตัวบุคคลและบริบท นิยมใช้ในการสัมภาษณ์ ภาพแคบ (Close-up) เน้นอารมณ์ความรู้สึกหรือรายละเอียดสำคัญ มุมต่ำ (Low Angle) ทำให้ตัวแบบดูยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม เบิร์ดอายวิว (Bird’s Eye View) ให้เห็นภาพรวมพื้นที่ทั้งหมด (เช่น การใช้โดรน) 2. การออกแบบเรื่องเล่าให้มีมิติ (Storytelling Strategy) 1. ประเด็นเดียว (Single Core Message): เลือกเรื่องที่จะเล่าให้ชัดเจนเพียงประเด็นเดียว เช่น นวัตกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ หรือการจัดการขยะ 2. คุณค่าของข่าว (Value): ต้องหาให้เจอว่าข่าวนั้นสร้างแรงบันดาลใจ แก้ปัญหา หรือเป็นกระบอกเสียงให้ใคร 3. ความหลากหลายของตัวละคร (Stakeholders): การดึงมุมมองจากทั้งชาวบ้าน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ 3. การรู้เท่าทันสื่อในยุค AI (AI Literacy & Fact-checking) ผลลัพธ์สำคัญคือการสร้างทักษะการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) เพื่อป้องกันปัญหาข่าวลวง (Deep Fake) โดยตระหนักว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมทักษะ แต่ "คน" ยังคงเป็นผู้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลท้องถิ่น@19 ส.ค. 69 17:40
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 8

    กิจกรรมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการฯ ของกองทุนสมัครใจ กองทุนสุขภาพตำบล 4 กองทุน และการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชนครั้งที่ 2 : ผลงานที่เกิดขึ้นจริงจากกิจกรรม 1) พี่เลี้ยง ได้ทำงานตามบทบาทหน้าที่ ดำเนินงานตามกิจกรรม ผลลัพธ์ ผลกระทบ ต่อกลุ่มนี้ ในเรื่องติดตามการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน/โครงการที่แต่ละพื้นทีได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน สปสช.ผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 2) พี่เลี้ยง/ คณะทำงานระดับตำบล อสม. เจ้าหน้าที่กองทนุฯ  ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ ผู้อำนวยการ รพ.สต.  ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน/โครงการที่แต่ละพื้นทีได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน สปสช.ผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  โครงการส่วนมากได้ดำเนินการแล้วเสร็จ บางส่วนอยู่ในระหว่างดำเนินการ  รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนเตรียมการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน  ครั้งที่ 2-Post test ( ชุมชน ครัวเรือนและบุคคล)  และ ให้คำแนะนำในการใชัแบบสอบถามฉบับปรับปรุงใหม่ในการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน  ทบทวนจำนวนการเก็บแบบสอบถามในครั้งที่ผ่านมาของแต่ละกองทุน ผลงานที่เกิดขึ้นจริงตามตัวชี้วัด 1) คณะทำงานพี่เลี้ยงระดับเขต  3 คน  2) )  พื้นที่ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ ผู้อำนวยการ รพ.สต.  คณะทำงานระดับตำบล/คณะกรรมการกองทุนฯ เจ้าหน้าที่กองทุน และ อสม.แต่ละกองทุน  รวมกองทุนละ 15-20  คน  เข้าร่วมประชุมและพูดคุยแลกเปลี่ยนการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน/โครงการที่แต่ละพื้นทีได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน สปสช.ผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  โครงการส่วนมากได้ดำเนินการแล้วเสร็จ บางส่วนอยู่ในระหว่างดำเนินการ  รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนเตรียมการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน  ครั้งที่ 2-Post test ( ชุมชน ครัวเรือนและบุคคล)  และ ให้คำแนะนำในการใชัแบบสอบถามฉบับปรับปรุงใหม่ในการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน   จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม กองทุนตำบลพังขว้าง รวม 20 คน กองทุนตำบลเหล่าปอแดง รวม 12 คน กองทุนขมิ้น รวม 22 คน  (มีรองนายกเทศมนตรีตำบลขมิ้นเข้าร่วมการประชุม) กองทุนเชียงเครือ รวม 13  คน ผลงานที่เกิดขึ้นจริงเชิงคุณภาพ 1) กลุ่มเป้าหมาย, พี่เลี้ยง, ผู้ประสานงานพื้นที่,  และผู้ปฏิบัติงานพื้นที่ (อสม.) มีความเข้าใจและมีความรู้เพิ่มมากขึ้น  เห็นความสำคัญของการเก็บข้อมูล ทั้งข้อมูลสถานการณ์ชุมชน  ครัวเรือน และรายบุคคล  ซักถามและทำความเข้าใจข้อคำถามในแบบสอบถามที่ปรับปรุงใหม่  และพึงพอใจในคำอธิบายที่เพิ่มเติมมา 2) ผู้ปฏิบัติงานพื้นที่  ทั้ง 4 กองทุนจัดประชุมชี้แจงการเตรียมการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน  ครั้งที่ 2-Post test@17 ส.ค. 69 13:04
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 8

    กิจกรรมอบรมนักสื่อสารสุขภาวะ ภายใต้โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน : ผลงานที่เกิดขึ้นจริงจากกิจกรรม 1) กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมในส่วนของพี่เลี้ยงเขต เข้ารับการอบรมครบทุกคน ( 4 คน) 2) กลุ่มเป้าหมายในส่วนของพี่เลี้ยงกองทุน มาเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมเพียง  2 กองทุน คือ กองทุนสุขภาพตำบลขมิ้นและเหล่าปอแดง  ส่วนกองทุนตำบลพังขว้างและเชียงเครือไม่ได้เข้าร่วมการอบรมเนื่องจากติดภารกิจในพื้นที่ 3) มีกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ  ในพื้นที่  ได้แก่  นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ / อสม.เครื่อข่ายในพื้นที่/นักเรียนรู้โรงเรียนพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า  สนใจมาเข้าร่วมการอบรม ผลงานที่เกิดขึ้นจริงตามตัวชี้วัด 1) กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสาร ได้รับความรู้โดยทีมวิทยากรจากThai PBS Locals  ในหัวข้อ  - “ทำความเข้าใจนักข่าวพลเมืองและการสื่อสารสาธารณะ”  แลกเปลี่ยนผลสำรวจความคาดหวงั/กังวลใจ  ทบทวนเครื่องมือ APP C-sit  - “การถ่ายภาพเล่าเรื่อง”  แลกเปลี่ยนประเด็นเรื่องราวที่สนใจ (เตรียมข้อมูลล่วงหน้า) เปิดกองบรรณาธิการ    การวางแผนโครงเรื่อง  -ออกแบบเรื่องเล่า หรือ เก็บภาพบรรยากาศเพิ่มเติม  เรียนรู้การตดัต่อ/เล่าเรื่องด้วยมือถือ  และแบ่งกลุ่มฝึกปฎิบัติ 2) เครือข่ายกองทุนสามารถสื่อสารเพื่อการขับเคลื่อนภายในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย และสื่อสารสาธารณะเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เอง ผู้เข้ารับการอบรม  รวมจำนวน  45 คน  ประกอบด้วย -พี่เลี้ยงเขต/จังหวัดสกลนคร  จำนวน   4    คน -พี่เลี้ยงผู้ประสานงานพื้นที่ (กองทุนสุขภาพตำบลขมิ้นและเหล่าปอแดง) จำนวนรวม    4  คน -นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ / อสม.เครื่อข่ายในพื้นที่/นักเรียนรู้โรงเรียนพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า  จำนวนรวม  37 คน ผลงานที่เกิดขึ้นจริงเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายได้แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการจัดทำคลิป  วีดีโอ และสามารถจัดทำชื้นงานคลิปเพื่อสื่อสาร  ตามที่ได้รับการอบรมมา@13 ส.ค. 69 19:55
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    NCD Ecosystem Forum 2026 “Healthy Public Space for All: พื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาวะสำหรับทุกคน” : สสส. สนส.ม.อ. สช. ผนึกภาคีขับเคลื่อน “NCDs Ecosystem” ดัน 6 ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ สร้าง “ทางเลือกสุขภาพ เพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนือนนิ่ง” ให้คนไทยทุกคน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จัดงาน NCD Ecosystem Forum 2026 : Healthy Public Space for All ระหว่างวันที่ 16–17 กรกฎาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี เพื่อประกาศทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยยกระดับจากการมุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนเพียงอย่างเดียว สู่การสร้าง “ระบบนิเวศสุขภาพ (NCD Ecosystem)” ที่ทำให้ “ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด” สำหรับคนไทยทุกคน วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 : Inspiration • Learning • Innovation การประชุมวันแรกมุ่งสร้างแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และถอดบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบทั่วประเทศ เพื่อสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นำเสนอ “ทิศทางการขับเคลื่อน NCDs Ecosystem ประเทศไทย” โดยชี้ว่า การแก้ปัญหา NCDs จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการรักษาโรคและการปรับพฤติกรรมรายบุคคล ไปสู่การจัดการปัจจัยกำหนดสุขภาพและการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน จากนั้น นายสมเกียรติ พิทักษกมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) บรรยายพิเศษหัวข้อ “ประเทศไทยจะสร้าง Healthy Choice ได้อย่างไร” โดยเสนอแนวคิดการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ทำให้การเลือกใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และผลักดันแนวคิด Healthy Public Space และ Health in All Policies ให้เป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอ กลไกการบูรณาการความร่วมมือในการสร้างและผลักดันนโยบายสาธารณะด้าน NCDs Ecosystem โดยเน้นการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันข้อเสนอจากพื้นที่สู่การกำหนดนโยบายระดับประเทศ อีกหนึ่งไฮไลต์ของวันแรก คือการนำเสนอ “9 จังหวัด 9 เรื่องเล่า” ถ่ายทอดนวัตกรรมจากพื้นที่ต้นแบบ ได้แก่ กาญจนบุรี น่าน สตูล ยะลา ตราด สุราษฎร์ธานี มหาสารคาม และหนองบัวลำภู ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปรับสภาพแวดล้อมในระดับพื้นที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของประชาชนได้จริง และมีศักยภาพในการขยายผลสู่ระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังมี Learning Café จำนวน 6 โต๊ะเรียนรู้ เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางขยายผลต้นแบบสู่การพัฒนานโยบายสาธารณะด้าน NCDs Ecosystem วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 : Policy • Design • Future วันที่สองของการประชุมมุ่งสู่การกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย การออกแบบกลไกขับเคลื่อน และการสร้างความร่วมมือในอนาคต นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า การลดปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs ให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนเชิงระบบควบคู่กับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดย สสส. มุ่งสนับสนุนการสร้าง “ทางเลือกสุขภาพ” ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียม พร้อมผลักดันบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ นางสาวนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สำนัก 5) สสส. กล่าวว่า โรค NCDs ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ สสส. จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และภาคีเครือข่าย พัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านกิจกรรมทางกาย อาหาร และพื้นที่สุขภาวะ เพื่อนำผลลัพธ์มาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและขยายผลสู่ระดับประเทศ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า ประเทศไทยต้องยกระดับการดำเนินงานจากโครงการต้นแบบสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ภายใต้แนวคิด NCD Ecosystem ที่ครอบคลุมระบบอาหาร เมือง โรงเรียน สถานที่ทำงาน และชุมชน เพื่อให้การมีสุขภาพดีเป็นทางเลือกที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นำเสนอแนวทางการใช้กลไกนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ร่วมกันออกแบบและผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อสุขภาวะของคนไทย ภายในงานมีเวที Policy Dialogue หัวข้อ “พลิกโฉมสภาพแวดล้อมอย่างไร ให้คนไทยมีทางเลือกสุขภาพที่ดีกว่าเดิม” ดำเนินรายการโดย นายรุ่งโรจน์ สมบุญเก่า ผู้ประกาศข่าว Thai PBS ร่วมเสวนาโดย นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด, ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ, รศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา, นายยศพล บุญสม และ นางเอมอร บุตรแสงดี ซึ่งต่างเห็นพ้องว่า การลดโรค NCDs ต้องอาศัยการปรับทั้งนโยบาย สภาพแวดล้อม และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ช่วงบ่ายมีการนำเสนอผลการประเมินข้อเสนอเชิงนโยบายโดย รศ.ดร.พัชนา ใจดี มหาวิทยาลัยบูรพา, ดร.อัญชลี พงษ์เกษตร วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา และ อาจารย์โปรดปราน คำอ่อน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก่อนต่อยอดสู่เวที Policy Response / Policy Commitment โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส., นพ.ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย, นพ.กฤช ลี่ทองอิน ผู้ทรงคุณวุฒิ สปสช., นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และ นายอัชรัฐ ยงทวี ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ ปิดท้ายการประชุม ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สรุปผลการประชุมและประกาศ ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ 6 ด้าน ได้แก่ (1) ยกระดับ NCDs Ecosystem เป็นวาระแห่งชาติภายใต้แนวคิด Health in All Policies (2) พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติและ National Digital Health Platform (3) กำหนดมาตรฐาน Healthy City, Healthy Workplace, Healthy School, Healthy Market และ Healthy Public Space (4) สนับสนุนการลงทุนและระบบแรงจูงใจด้านสุขภาพ รวมถึง Social Credit (5) ส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขยายผลต้นแบบสู่ระดับประเทศ และ (6) สร้างกลไกความร่วมมือ พร้อมระบบติดตามและประเมินผล เพื่อขับเคลื่อน NCDs Ecosystem ของประเทศไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน@03 ส.ค. 69 10:10
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมหารือการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ประเด็น “การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัย มีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น : สรุปผลการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 พ.ศ. 2560 มติ 10.1 เรื่อง "การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น" จากการทบทวนผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาการขับเคลื่อนมติ พบว่าได้เกิดการขับเคลื่อนในทุกภาคส่วนตามข้อเสนอของมติ ทั้งด้านนโยบาย ระบบบริการ พื้นที่ สถานศึกษา สถานประกอบการ งานวิจัย และการสื่อสารสาธารณะ ส่งผลให้ประเด็น "กิจกรรมทางกาย" ได้รับการยกระดับจากการรณรงค์ด้านสุขภาพ ไปสู่การพัฒนาระบบและนโยบายที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการมีสุขภาพดี และเชื่อมโยงสู่การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น 1. เกิดกลไกการขับเคลื่อนเชิงนโยบายระดับพื้นที่ • จังหวัดและสมัชชาสุขภาพจังหวัดหลายแห่งนำประเด็นกิจกรรมทางกายเข้าสู่วาระจังหวัด • เกิดการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ ท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาชน • พัฒนาต้นแบบ NCD Ecosystem ใน 8 จังหวัด พร้อมเครือข่ายความร่วมมือกว่า 115 องค์กร 2. ระบบสุขภาพให้ความสำคัญกับการป้องกันมากขึ้น • กระทรวงสาธารณสุขจัดทำแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561–2573 • พัฒนาโครงการ "ก้าวท้าใจ" • พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังสถานการณ์กิจกรรมทางกายผ่านเว็บไซต์ TPAK 3. เกิดการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ (Healthy Public Space) ทั่วประเทศ • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมออกแบบพื้นที่สาธารณะผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม • เกิดพื้นที่ต้นแบบในหลายจังหวัด เช่น น่าน ลำพูน อุบลราชธานี ตรัง ภูเก็ต สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส • เชื่อมโยงสู่แนวคิด Healthy City และการพัฒนาพื้นที่ภายใต้ NCD Ecosystem 4. ครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัย • เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบางได้รับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านกลไกของกระทรวง พม. • ส่งเสริมบทบาทครอบครัวและชุมชนในการสร้างสุขภาพ 5. เกิดการขับเคลื่อนในระบบการศึกษา • สนับสนุนการจัดกิจกรรมทางกายในสถานศึกษา • พัฒนาแนวคิด Active School และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชน 6. ขยายสู่ภาคแรงงานและสถานประกอบการ • ส่งเสริม Healthy Workplace • ลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในวัยทำงาน • สนับสนุนให้องค์กรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ 7. เกิดกลไกการลงทุนด้านสุขภาพระดับพื้นที่ • พัฒนาแนวทางการใช้กองทุนสุขภาพตำบล (กปท.) • เกิดแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกายกว่า 4,500 แผน • สนับสนุนโครงการกว่า 12,000 โครงการ ครอบคลุมทั้ง 13 เขตสุขภาพ 8. พัฒนางานวิจัยและระบบข้อมูล • สนับสนุนงานวิจัย การประเมินผล และการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ • พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based Policy) 9. การสื่อสารสาธารณะมีความเข้มแข็งมากขึ้น • เกิดการรณรงค์สร้างกระแสสังคมผ่านสื่อและภาคีเครือข่าย • ส่งเสริมการสร้างค่านิยมการมีกิจกรรมทางกายและ Healthy Choices@03 ส.ค. 69 09:37
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    ผลิตสื่อ อบรมนักสื่สารสุขภวะชุมชน R2 ส : -กองทุนสมัครใจอำเภอศรีบรรพต มีผู้ร่วมพัฒนาเป็นนักสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 14 คน จาก 3 ตำบล - เรื่องที่กำหนแล้ว 8 เรื่อง ดังนี้           ตำบลเขาย่า                 1..ประเด็นส่งเสริมสุขภาพนักเรียนด้วยกิจกรรมทางกาย(ยังไม่ตั้งชื่อ)                 2. สุขภาพดีไม่ได้เริ่มที่โรงบาล (รร.บ้านโหล้ะเร็ด)           ตำบลเขาปู่                 1.พยาบาลชุมหัวใจการดูแลเชิงรุก                 2.พญา 32 เมีย                 3. ปากดีด้วยมือเรา (รพสต.เขาปู่)           ตำบลตะแพน                 1.ชีวิตพลิกผันของ ผอ.สาว                 2.การนำหลักโหราศาสตร์มาประยุกต์ใช้ดูแลสุขภาพจิต “ฉันเป็นมากกว่าหมอดู”                 3. แรงบันดาลใจของผู้พิการ “ตุ่นปูนปั้น”@30 ก.ค. 69 11:52
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    ผลิตสื่อ อบรมนักสื่สารสุขภวะชุมชน R2 ศ : -กองทุนศูนย์เรียนรู้อำเภอศรีนครินทร์ มีผู้ร่วมพัฒนาเป็นนักสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 18คน จาก 4 ตำบล - เรื่องที่กำหนดแล้ว  7 เรื่อง ดังนี้ ตำบลลำสินธุ์     1. พ่อหมอ ตักศิลาบำบัดยาเสพติด     2. ชะลอสมองเสื่อมสร้างสุขวัยเก๋า ตำบลอ่างทอง     1.จากสวนหลังบ้านสู่การดูแลสุขภาพ ตำบลชุมพล   1.ปิดจอเปิดใจไปออกกำลังกาย   2. ขยะเปลี่ยนสุข ตำบลบ้านนา   1. ส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียนบ้านนา 2. เลือกสุขภาพ เลือกอนาคต@30 ก.ค. 69 11:49
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    ผลิตสื่อพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ ในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ R1 ศ : -กองทุนศูนย์เรียนรู้อำเภอศรีนครินทร์ มีผู้ร่วมพัฒนาเป็นนักสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 18คน จาก 4 ตำบล - เรื่องที่กำหนแล้ว  ตำบลลำสินธุ์                                 1. ผู้สูงอายุห่างไกลสมองเสื่อม                                 2. แสงในเงามืด (จากกระบวนการ CBTX.                       ตำบลอ่างทอง 1. เปลี่ยนร่างใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม                       ตำบลชุมพล 1. ปิดจอเปิดใจไปออกกำลังกาย                       ตำบลบ้านนา 1. ส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียนบ้านนา 2. เลือกสุขภาพ เลือกอนาคต@30 ก.ค. 69 10:24
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    ผลิตสื่อพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ ในพื้นที่กองทุนสมัตรใจ R1 ส : เจ้าหน้าที่กองทุน 1 คน  คณะทำงานสื่อ 14 คน -กองทุนสมัครใจอำเภอศรีบรรพต มีผู้ร่วมพัฒนาเป็นนักสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 14 คน จาก 3 ตำบล - เรื่องที่กำหนแล้ว           ตำบลเขาย่า                 1.กินถูกหลักห่างไกลโรค                 2.ประเด็นส่งเสริมสุขภาพนักเรียนด้วยกิจกรรมทางกาย(ยังไม่ตั้งชื่อ)           ตำบลเขาปู่                 1.พยาบาลชุมหัวใจการดูแลเชิงรุก                 2.พญา 32 เมีย           ตำบลตะแพน                 1.ชีวิตพลิกผันของ ผอ.สาว                 2.การนำหลักโหราศาสตร์มาประยุกต์ใช้ดูแลสุขภาพจิต                 3. แรงบันดาลใจของผู้พิการ “ตุ่นปูนปั้น”@30 ก.ค. 69 10:19
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 1

    ประชุมทีมพี่เลี้ยง แกนนำและ เชิงปฏิบัติการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำสื่อการดำเนินงานกองทุนตำบลสมัครใจ ในอำเภอสอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ : สรุปกิจกรรม • กองทุนสมัครใจจากเทศบาลตำบลสอง นำเสนอโครงการเด่น 1 โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน • ปฏิบัติการปรับปรุง จัดทำสื่อ การตัดต่อวิดีโอ: ฝึกใช้แอปพลิเคชัน เช่น KineMaster, CapCut (สำหรับ iOS/Android) ในการลำดับภาพ ใส่เสียง และกราฟิก • การเผยแพร่และการนำเสนอ:  นวัตกรรมรักษ์โลกจากชุมชน...สู่ความยั่งยืน" แนวคิดหลักและโครงสร้างการเล่าเรื่อง   "เมื่อคนพร้อม ใจพร้อม นำไปสู่การปฏิบัติจริงโดยกลุ่ม อถล. เทศบาลตำบลสอง และเครือข่ายฝ่ายปกครอง  แกนนำ รวมถึงครัวเรือนร่วมใจในชุมชนจัดการสิ่งแวดล้อม หมู่ 6 บ้านลองลือบุญ ที่พร้อมใจกันร่วมขยายผลและถ่ายทอด 'นวัตกรรมการบริหารจัดการชุมชนท้องถิ่นบ้านลองลือบุญ' นวัตกรรมท้องถิ่นทำง่ายสู่ความยั่งยืน ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้พื้นที่อื่น ๆ นำไปทำตามได้ทันที"  ความยาว: ประมาณ 4–5 นาที  สรุปกรอบคลิปนำไปปรับปรุงและเตรียมส่ง ภายใน เดือนกรกฎาคม2569@22 ก.ค. 69 20:36
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 1

    ประชุมทีมพี่เลี้ยง แกนนำ และการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำสื่อการดำเนินงานกองทุนตำบลสมัครใจ ในอำเภอสอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ : • กลุ่มเป้าหมายเข้าใจวัตถุประสงค์การดำเนินงานพัฒนากลไกสร้างเสริมสุขภาวะในกองทุนตำบลสมัครใจ • ฝึกทักษะการจัดทำสื่อ โครงการเด่น 1 โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน แก่ทีมผู้รับผิดชอบงานกองทุนสุขภาพเทศบาลสอง โดยทีมพี่เลี้ยงเขต1 มีข้อสรุปในการทำสื่อดังนี้  กำหนดความยาวคลิปประมาณ 3 นาที (อาจแบ่งเป็นหลายตอน)  กำหนดการ Workshop: นัดหมายทีมผลิตสื่อ (3-4 คน/ทีม) จัด Workshop ในวันที่ 24 มิ.ย. 2569 โดยให้เตรียมฟุตเทจกิจกรรม ภาพถ่าย และบทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องมาด้วย  หมายเหตุ: สำหรับสคริปต์ที่นำเสนอไป ให้นำข้อเสนอแนะและคอมเมนต์จากการประชุมในวันนี้ กลับไปปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้เนื้อหาคมชัดและตรงโจทย์มากยิ่งขึ้นก่อนเข้า Workshop ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569@22 ก.ค. 69 20:04
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 1

    ประชุมคณะทำงาน ทีมพี่เลี้ยง และประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำสื่อการดำเนินงานกองทุนตำบลในเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา : 22-25 มิถุนายน 2569  ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำสื่อ ในพื้นที่ 5 กองทุนตำบล • หน่วยงานที่เข้าร่วม คือผู้แทนจากกองทุนจำป่าหวาย/ท่าวังทอง/สันป่าม่วง/บ้านต๋อม/ท่าจำปี  กองทุนละ 20  คน จำนวนผู้เข้าร่วม 100 คน • มีสื่อเป็นคลิป และร่างสคริปต์ กองทุนละ1-2 คลิป กำหนดความยาวคลิปประมาณ 3 นาที (อาจแบ่งเป็นหลายตอน) โดยทุกแห่งเตรียมฟุตเทจกิจกรรม ภาพถ่าย และบทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องมาเข้าร่วมประชุมในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 30 มิถุนายน 2569  ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำสื่อ หน่วยงานที่เข้าร่วม คือ ทีมพี่เลี้ยงเขต1 ทีมพี่เลี้ยงจังหวัดพะเยา  ทีมพี่เลี้ยงอำเภอเมืองพะเยา 7  คน และผู้รับผิดชอบงานกองทุนสุขภาพตำบลศูนย์เรียนรู้ กองทุนละ 2-3 คน รวม 15 คน ทีมไทยพีบีเอส  2  คน รวม 22 คน • กลุ่มเป้าหมายเข้าใจวัตถุประสงค์การดำเนินงานพัฒนากลไกสร้างเสริมสุขภาวะในกองทุนตำบลศูนย์เรียนรู้ • แกนนำพื้นที่กองทุนเป้าหมาย 5 กองทุนนำเสนอร่างคลิป และร่วมกันปฏิบัติการในการจัดทำแก้ไขปรับปรุงสื่อในพื้นที่กองทุนเป้าหมาย 5 กองทุนดังนี้ • อบต.จำป่าหวาย: นำเสนอประเด็น “ลดเหล้าจำป่าหวาย” โดยใช้กระบวนการชุมชนเข้มแข็ง เริ่มจากการรณรงค์ "จัดงานศพไว้ที่วัด"และสร้างมาตรการร่วมกันในชุมชน • เทศบาลตำบลท่าวังทอง: นำเสนอเรื่องการรวมกลุ่มทำกิจกรรมในโรงเรียนผู้สูงอายุ  “ดนตรีสร้างสุขสร้างรอยยิ้มคนสูงวัยท่าวังทอง” กลุ่มสูงอายุคนศิลป์อังกะลุง ฝึกสมอง สายตา สร้างสมาธิ ลดสมองเสื่อม สร้างรอยยิ้ม พบปะเพื่อน และ“หนึ่งซองหนึ่งหมวก หนึ่งรอยยิ้ม แม่อุ้ย” กิจกรรมรวมกลุ่มการแปรรูปขยะประดิษฐ์หมวกจากซองกาแฟ • เทศบาลตำบลบ้านต๋อม: นำเสนอประเด็นโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงวัย ผ่านการทำ “เหรียญโปรยทานของโรงเรียนผู้สูงอายุ”ช่วยบำบัดทางใจ ฝึกสมาธิ ภาคภูมิใจในตนเอง บำบัดทางกาย ฝึกกล้ามเนื้อ ได้บุญ เพิ่มรายได้ และพบปะเพื่อน • เทศบาลตำบลท่าจำปี : นำเสนอการปลูกผักในศูนย์เด็กเล็ก “เมล็ดเล็กสู่การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่” กล่าวถึงส่งเสริมการการปลูก การทานผัก ปลูกฝังการทำงานร่วมกัน ความรับผิดชอบ ส่งเสริมพัฒนาการในเด็กปฐมวัย พัฒนาด้านร่างกาย สติปัญญา ภาษา และด้านจิตใจสังคม อารมณ์ • เทศบาลตำบล สันป่าม่วง: นำเสนอเรื่องการรวมกลุ่มทำกิจกรรมเพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียนผู้สูงอายุ  “รวมพลคนวัยเก๋า ขยับเท้าเต้นบาสโลบ สลัดโรค สร้างสุขสามัคคี” มีการรวมกลุ่มทุกกลุ่มวัยออกกำลังในลานเอนกประสงค์ของชุมชนโดยมีแกนนำสูงอายุสลับเป็นผู้นำออกกำลังกายโดยการเต้นบาสโลบ สัปดาห์ละ 3-5 วัน ต่อเนื่อง • ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการ และแนวทางการจัดเก็บข้อมูลสถานการณ์สร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่กองทุนเป้าหมาย 5 กองทุน • สรุปการประชุมและแลกเปลี่ยน นัดหมายการส่งคลิป@22 ก.ค. 69 17:20
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 1

    ประชุม ทีมพี่เลี้ยง แกนนำ และ เชิงปฏิบัติการจัดทำสื่อการดำเนินงานกองทุนตำบลในเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา : • หน่วยงานที่เข้าร่วม คือผู้แทนจากกองทุนจำป่าหวาย/ท่าวังทอง/สันป่าม่วง/บ้านต๋อม/ท่าจำปี  จำนวนผู้เข้าร่วม 15 คน • กลุ่มเป้าหมายเข้าใจวัตถุประสงค์การดำเนินงานพัฒนากลไกสร้างเสริมสุขภาวะในกองทุนตำบลศูนย์เรียนรู้ • ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการในการจัดทำสื่อในพื้นที่กองทุนเป้าหมาย 5 กองทุน • แกนนำพื้นที่กองทุนเป้าหมาย 5 กองทุนนำเสนอร่างคลิปดังนี้  อบต.จำป่าหวาย: นำเสนอประเด็นการรณรงค์ "จัดงานศพไว้ที่วัด"  เทศบาลตำบลท่าวังทอง: นำเสนอเรื่องการรวมกลุ่มทำกิจกรรมในโรงเรียนผู้สูงอายุ (เริ่มเก็บภาพกิจกรรมบางส่วนแล้ว)  เทศบาลตำบลบ้านต๋อม: นำเสนอประเด็นเหรียญโปรยทานกับสุขภาพจิต ของโรงเรียนผู้สูงอายุ (เริ่มถ่ายทำไปบ้างแล้ว)  เทศบาลตำบลท่าจำปี และ สันป่าม่วง: ยังไม่มีการนำเสนอความคืบหน้าในวันนี้ • ที่ประชุมมีข้อสรุปรูปแบบคลิป ดังนี้  กำหนดความยาวคลิปประมาณ 3 นาที (อาจแบ่งเป็นหลายตอน)  กำหนดการ Workshop: นัดหมายทีมผลิตสื่อ (3-4 คน/ทีม) จัด Workshop ในวันที่ 30 มิ.ย. 2569 โดยให้ทุกแห่งเตรียมฟุตเทจกิจกรรม ภาพถ่าย และบทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องมาด้วย  หมายเหตุ: สำหรับสคริปต์ที่นำเสนอไป รบกวนแต่ละพื้นที่นำข้อเสนอแนะและคอมเมนต์จากการประชุมในวันนี้ กลับไปปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้เนื้อหาคมชัดและตรงโจทย์มากยิ่งขึ้นก่อนเข้า Workshop • ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการในการจัดทำสื่อ และแนวทางการจัดเก็บข้อมูลสถานการณ์สร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่กองทุนเป้าหมาย 5 กองทุน@22 ก.ค. 69 15:27
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    พัฒนาศักยภาพ 3กลไกกองทุนตำบล ส. : กองทุนสมัครใจ ได้เรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ  28 คน ได้เรียนรุ้การทำแผนกองทุน  35 คน สอนงานได้ 3 คน ได้เรียนรู้การเขียนโครงการ  47 คน สอนงานการเขียนโครงการได้ 6 คน มีแผนตามประเด็นยุทธศาสตร์ 10 แผน/กองทุน มีโครงการจากแผนยุทธศาสตร์ ที่ได้รับงบประมาณ  11 โครงการ มีโครงการจากแผนงานอื่นๆที่ได้รับงบประมาณ  43 โครงการ มีโครงการตามแผน พชอ. 16 โครงการ@10 ก.ค. 69 21:05
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    พัฒนาศักยภาพ 3กลไกกองทุนตำบล ศ. : กองทุนศูนย์เรียนรู้ ได้เรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ 56 คน ได้เรียนรุ้การทำแผนกองทุน 56 คน สอนงานได้ 4 คน ได้เรียนรู้การเขียนโครงการ 47 คน สอนงานการเขียนโครงการได้ 16 คน มีแผนตามประเด็นยุทธศาสตร์ 10 แผน/กองทุน มีโครงการจากแผนยุทธศาสตร์ ที่ได้รับงบประมาณ 45 โครงการ มีโครงการจากแผนงานอื่นๆที่ได้รับงบประมาณ  44 โครงการ มีโครงการตามแผน พชอ. 13 โครงการ@10 ก.ค. 69 20:54
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    การบันทึกรายงานกิจกรรม และประเมินโครงการ /ครั้งที่ 1 ส. : -กองทุนสมัครใจอำเภอศรีบรรพต      จำนวน  3 กองทุน   ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และทดลองการเขียนรายงานกิจกรรม รายงานการเงิน ภาพถ่าย และการประเมินคุณค่า@10 ก.ค. 69 20:34
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    การบันทึกรายงานกิจกรรม และประเมินโครงการ /ครั้งที่ 1 ศ. : -กองทุนศูนย์เรียนรู้อำเภอศรีนครินทร์ จำนวน  4 กองทุน   ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และทดลองการเขียนรายงานกิจกรรม รายงานการเงิน ภาพถ่าย และการประเมินคุณค่า@10 ก.ค. 69 20:27
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมเตรียมการจัดงาน NCD Ecosystem Forum 2026 : สรุปการประชุมเตรียมการจัดงาน NCD Ecosystem Forum 2026 วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 วาระการประชุม หารือร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เพื่อเตรียมการจัดประชุม NCD Ecosystem Forum 2026 ระหว่างวันที่ 16–17 กรกฎาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี สรุปสาระสำคัญ 1. กำหนดแนวคิดและเป้าหมายการจัดประชุม o กำหนดแนวคิดการประชุม "Designing Healthy Choices: จากพื้นที่ต้นแบบ สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ" o เน้นการเรียนรู้จากพื้นที่จริง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD Ecosystem) 2. เห็นชอบโครงสร้างการประชุม 2 วัน o วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากจังหวัดต้นแบบ (Inspiration • Learning • Innovation) o วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 มุ่งเน้นการหารือเชิงนโยบาย การออกแบบแนวทางขับเคลื่อน และกำหนดทิศทางในอนาคต (Policy • Design • Future) 3. ปรับรูปแบบการนำเสนอ o เปลี่ยนจากการรายงานผลแบบวิชาการ เป็นการเล่าเรื่อง (Storytelling) o กำหนดหัวข้อ "9 จังหวัด 9 เรื่องเล่า" โดยให้แต่ละจังหวัดนำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงภายในเวลา 8 นาที พร้อมสะท้อนผลลัพธ์ นวัตกรรม และบทเรียนสำคัญ 4. เพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วม o จัดกิจกรรม Learning Café จำนวน 6 ประเด็น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเลือกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามความสนใจ o จัดเวที Big Conversation เพื่อร่วมกันสังเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จของการขับเคลื่อน NCD Ecosystem 5. กำหนดเวทีเชิงนโยบายในวันที่สอง o จัดเวที Policy Dialogue เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานนโยบาย ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจังหวัดต้นแบบ o ร่วมกำหนด Roadmap และข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับพื้นที่ เพื่อใช้เป็นกรอบการขับเคลื่อนในระยะต่อไป 6. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง o ได้องค์ความรู้และบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบ o ได้เครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อน NCD Ecosystem o ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายและ Action Agenda สำหรับนำเสนอต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศ o สร้างคำมั่นร่วม (Commitment) ของภาคีเครือข่ายในการขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่ มติที่ประชุม 1. เห็นชอบกรอบแนวคิด รูปแบบ และกำหนดการประชุมทั้ง 2 วัน 2. มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการปรับปรุงกำหนดการและประสานวิทยากร หน่วยงาน และจังหวัดต้นแบบให้สอดคล้องกับรูปแบบ Storytelling และ Policy Dialogue 3. ให้จัดทำรายละเอียดเวที Learning Café ผู้ดำเนินรายการ และเวทีหารือเชิงนโยบาย พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการประชุมก่อนวันจัดงาน@05 ก.ค. 69 15:15
  • การดูแลรถออฟฟิศ สนส.

    ต่อทะเบียน ประกันรถอีซูซู ปี 2569 : ต่อทะเบียน ประกันรถอีซูซู ปี 2569 จำนวน 12,000 บาท@03 ก.ค. 69 11:43
  • การดูแลรถออฟฟิศ สนส.

    ซ่อมบำรุงรถวีโก้มอเตอร์สตาร์ท : สรุปค่าใช้จ่าย 1 ค่ามอเตอร์สตาร์ท 10,216.36 บาท 2 ค่าน้ำมัน 500 บาท ทางศูนย์เติมให้เพราะน้ำมันหมด 3 ค่ายกรถ 1,500 บาท รวม 12,216.36 บาท@03 ก.ค. 69 11:27
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ระชุมระดมสมองภาคีเครือข่าย โครงการ การประเมินผลการดำเนินงานของ “แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย” ปี 2564 -2567 : ข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน จากสถาบันนโยบายสาธารณะ 1. มุ่งสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน จากการประเมินพบว่าระบบและเครือข่ายมีความก้าวหน้าแล้ว แต่ผลลัพธ์ระดับประชากรยังเปลี่ยนไม่มา ดังนั้นระยะต่อไปควรมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนให้เกิดกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) 2. เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ยังมีกิจกรรมทางกายน้อย พัฒนามาตรการสำหรับกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึง 3. ขยาย Active Environment ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จากพื้นที่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ ควรขยายสู่ระดับจังหวัดและประเทศ 4. ผลักดันนโยบายสู่ระดับจังหวัดและท้องถิ่น สร้างกลไกให้เรื่องกิจกรรมทางกายถูกบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด  แผนท้องถิ่น งบประมาณประจำปี กองทุนสุขภาพตำบล นโยบายของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน 5. พัฒนาระบบข้อมูลและ Digital Monitoring พัฒนาระบบติดตามผลแบบ Real-time 6. สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนมากขึ้น ขยายบทบาทของ บริษัทเอกชน ผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า Developers Startup สื่อมวลชน ให้ร่วมลงทุนและร่วมสร้าง Active Society 7. พัฒนางานวิจัยและเศรษฐศาสตร์กิจกรรมทางกาย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์เพิ่มเติม เช่น SROI Cost-effectiveness Economic Evaluation Return on Investment Policy Brief เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย 8. สื่อสารสาธารณะอย่างต่อเนื่องเปลี่ยนจากการรณรงค์เป็น Social Movement Community Campaign Digital Campaign เพื่อทำให้ “การขยับ” เป็นค่านิยมของสังคมไทย@30 มิ.ย. 69 14:53
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    การประเมินผลลัพธ์ผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ของแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย : ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายประเด็นการส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น 1) การพัฒนานโยบาย องค์ความรู้ และการสื่อสารสาธารณะ ควรผลักดันการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น โดยบูรณาการประเด็นการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาท้องถิ่น และแผนงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งพัฒนาฐานข้อมูล งานวิจัย และระบบสารสนเทศด้านกิจกรรมทางกาย เพื่อใช้สนับสนุนการกำหนดนโยบาย การติดตามประเมินผล และการตัดสินใจเชิงนโยบายบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการสื่อสารสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการทางภาษี มาตรการทางการเงิน และแรงจูงใจเชิงนโยบายอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการมีกิจกรรมทางกายของประชาชน โดยเสนอต่อกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด 2) การพัฒนาคนและพฤติกรรมสุขภาพ ควรส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอตามคำแนะนำ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านการดำเนินงานในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ควรสนับสนุนงบประมาณและพัฒนาแผนงานหรือโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกิจกรรมทางกายกับทุนทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เช่น การเดิน–วิ่ง การปั่นจักรยาน การรำพื้นบ้าน กิจกรรมในงานบุญ และกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นควบคู่กับการสร้างเสริมสุขภาพ 3) การสร้างสภาพแวดล้อมและพื้นที่ที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย ควรพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพให้เอื้อต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน โดยเพิ่มพื้นที่สาธารณะ สวนสาธารณะ ลานกีฬา ทางเดินเท้า ทางจักรยาน และพื้นที่นันทนาการที่มีความปลอดภัย เข้าถึงได้ และเหมาะสมสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย รวมทั้งส่งเสริมการออกแบบเมืองและชุมชนที่สนับสนุนการเดิน การปั่นจักรยาน และกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงกลาโหม องค์กรวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรร่วมกันกำหนดหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์ ระเบียบ และมาตรฐานด้านการออกแบบพื้นที่สาธารณะและเส้นทางสัญจรให้เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย พร้อมทั้งกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะ ตลอดจนพื้นที่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นพื้นที่สุขภาวะที่ประชาชนทุกกลุ่มวัยสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง 4) การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในองค์กรและสถาบัน ควรพัฒนาและขยายผลการดำเนินงานโรงเรียนสุขภาวะ (Healthy School) และองค์กรสุขภาวะ (Healthy Workplace) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายในสถานศึกษาและสถานประกอบการ รวมถึงส่งเสริมการกำหนดนโยบาย มาตรการ และกิจกรรมที่ช่วยสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีของนักเรียน นักศึกษา บุคลากร และแรงงานอย่างต่อเนื่อง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานครและหน่วยงานอื่นที่มีการจัดการศึกษา มีนโยบายและสนับสนุนงบประมาณให้สถานศึกษาทุกระดับ ทั้งที่เป็นสถานศึกษาของรัฐและเอกชน จัดให้มีหลักสูตร กิจกรรมและสร้างเสริมสภาพแวดล้อมและการดูแลความปลอดภัยที่เอื้อให้เกิดการมีกิจกรรมทางกายของบุคลากร นักเรียน นักศึกษาและชุมชน กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรกำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมให้สถานประกอบการจัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย เช่น การออกกำลังกายระหว่างเวลาทำงาน พื้นที่ออกกำลังกายในองค์กร การรณรงค์ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในระยะยาว@30 มิ.ย. 69 14:04
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ถอดบทเรียน NCD Ecosystem ร่วมกับ สช.และ IHPP : วันที่ 22 มิย.69 ถอดบทเรียน NCD Ecosystem ร่วมกับ สช.และ IHPP ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน NCD Ecosystem ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน NCD Ecosystem ของจังหวัดตามแผน Roadmap โดยร่วมทบทวนผลการดำเนินงานในแต่ละประเด็น แลกเปลี่ยนความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค และปัจจัยความสำเร็จของพื้นที่ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการดำเนินงานและกำหนดแนวทางการสนับสนุน เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปตามเป้าหมายและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หารือกรอบการติดตามและประเมินผล NCD Ecosystem จังหวัดร่วมกับ IHPP ประชุมหารือร่วมกับ IHPP และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกรอบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน NCD Ecosystem ระดับจังหวัด โดยร่วมพัฒนาตัวชี้วัด วิธีการประเมิน แหล่งข้อมูล และแนวทางการเก็บรวบรวมข้อมูลให้สอดคล้องกับ Roadmap รวมทั้งกำหนดบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การประเมินผลเป็นมาตรฐานเดียวกันและสามารถนำผลไปใช้ในการพัฒนานโยบายและการขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ@30 มิ.ย. 69 11:22
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    สื่อสัมภาษณ์ถอดบทเรียนพื้นที่สุขภาวะระดับท้องถิ่น : สรุปการสัมภาษณ์ถอดบทเรียนพื้นที่สุขภาวะระดับท้องถิ่น การสัมภาษณ์ถอดบทเรียนมุ่งศึกษากระบวนการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ อุปสรรค และแนวทางการขยายผลของพื้นที่ต้นแบบ เพื่อสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้สำหรับการพัฒนาพื้นที่อื่นต่อไป โดยมีพื้นที่ที่เข้าร่วม ได้แก่ 1. เทศบาลเมืองคลองหรัง o พัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของทุกช่วงวัย o เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีเครือข่ายในการออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่ o เชื่อมโยงการพัฒนาพื้นที่กับคุณภาพชีวิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมของชุมชน 2. เทศบาลเมืองคอหงส์ o ขับเคลื่อนพื้นที่สุขภาวะผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาล ชุมชน และภาคีในพื้นที่ o ส่งเสริมการใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย การพักผ่อน และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชน o พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน 3. เทศบาลตำบลทุ่งลาน o พัฒนาพื้นที่สุขภาวะโดยยึดบริบทและความต้องการของชุมชนเป็นสำคัญ o ส่งเสริมกิจกรรมทางกายควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน o ใช้พื้นที่เป็นศูนย์กลางในการสร้างกิจกรรมเพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่ ประเด็นสำคัญที่ได้จากการถอดบทเรียน • ความสำเร็จเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ดำเนินงาน และดูแลรักษาพื้นที่ • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกหลักในการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย • การออกแบบพื้นที่ควรสอดคล้องกับวิถีชีวิต ความต้องการ และบริบทของแต่ละชุมชน • พื้นที่สุขภาวะที่ดีช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกาย สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน • บทเรียนที่ได้สามารถนำไปพัฒนาเป็นแนวทางและต้นแบบสำหรับการขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป@29 มิ.ย. 69 10:13
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)จ้างติดตามและประเมินผลการดำเนินงานพื้นที่สุขภาวะ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะจังหวัดภูเก็ต : ...@18 มิ.ย. 69 15:17
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)จ้างติดตามประเมินผล วิเคราะห์ข้อมูล และสังเคราะห์องค์ความรู้การขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมกิจกรรมทางกายของภาคเอกชน จังหวัดภูเก็ต : ...@18 มิ.ย. 69 15:16
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    จ้างออกแบบพื้นที่สุขภาวะและประเมินผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อกิจกรรมทางกาย จังหวัดภูเก็ต : ...@18 มิ.ย. 69 14:01
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    การประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อการออกแบบพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายในพื้นที่จังหวัดสงขลา ยะลา และนราธิวาส : กำหนดการ การประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการออกแบบพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ยะลา และนราธิวาส วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 – 12.00 น. ประชุมแบบออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Link zoom) https://psu-th.zoom.us/j/3628126911?pwd=br31atahuXMB30or023jzy6egx3VOe.1 เวลา กิจกรรม 09.00 – 09.15 น. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุม 09.15 – 09.45 น. นำเสนอแนวคิดการออกแบบพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย และแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ โดย ผศ.อัศนัย เล่งอี้ อาจารย์ประจำหลักสูตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง 09.45 – 10.30 น. นำเสนอข้อมูลพื้นที่เป้าหมายและผลการสำรวจเบื้องต้น ประกอบด้วย • พื้นที่สวนสาธารณะบึงบาโด จังหวัดยะลา • พื้นที่โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ จังหวัดนราธิวาส • พื้นที่หมู่บ้านจัดการตนเอง บ้านทุ่งแม่บัว จังหวัดสงขลา โดย ผศ.อัศนัย เล่งอี้ 10.30 – 11.40 น. รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประเด็นการหารือ • ความต้องการและรูปแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ • ปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ • แนวทางส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ • องค์ประกอบด้านกายภาพที่ควรได้รับการพัฒนา • แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการอภิปรายโดย ผศ.อัศนัย เล่งอี้ 11.40 – 11.55 น. สรุปข้อเสนอแนะและแนวทางการนำข้อมูลไปประกอบการออกแบบพื้นที่ต้นแบบ โดย ผศ.อัศนัย เล่งอี้ 11.55 – 12.00 น. สรุปผลการประชุมและปิดการประชุม@18 มิ.ย. 69 13:49
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน (ส่วนกลาง)

    การอบรมพัฒนาศักยภาพการทำสื่อ : ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทการทำงานของนักข่าวพลเมือง วิธีการจับประเด็นจากสิ่งที่สนใจในพื้นที่ เชื่อมโยงมุมมองการสื่อสารจากนักข่าวพลเมืองเข้ากับประเด็นสุขภาวะและประเด็นอื่นๆ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตสื่อเพื่อขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนมากขึ้น@17 มิ.ย. 69 12:19
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 9

    อบรมเสริมศักยภาพพื้นที่ในการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพชุมชนและการทำแผน (เป้าหมาย10แผน/กองทุน) พัฒนาโครงการและติดตามประเมินผลโครงการ รอบที่ 2 ในระดับกองทุนท้องถิ่นอำเภอคง : • จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม 26 คน 4 กองทุน • ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพชุมชนและการจัดทำแผนงานด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานของกองทุนสุขภาพตำบลได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ • ผู้เข้าร่วมอบรมมีความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลสถานการณ์สุขภาพชุมชนจากการเก็บแบบสอบถาม สามารถแปลผลและเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง • ผู้เข้าร่วมสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพชุมชน จัดลำดับความสำคัญของปัญหา และกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านสุขภาพโดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์และกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ในการวางแผน พัฒนาแผนงาน และจัดทำโครงการด้านสุขภาพของกองทุนสุขภาพตำบล เพื่อให้การดำเนินงานด้านสุขภาพในพื้นที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามปัญหา และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนต่อไป@16 มิ.ย. 69 14:54
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมคณะทำงานปรับปรุงแบบสอบถามเพื่อการติดตามและประเมินผลโครงการ : วันที่ 13 มิถุนายน 2569 คณะทำงานได้ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาและปรับปรุงแบบสอบถามสำหรับใช้ในการติดตามและประเมินผลโครงการในพื้นที่นำร่อง ได้แก่ จังหวัดสงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และภูเก็ต โดยมุ่งเน้นให้เครื่องมือมีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และสามารถสะท้อนผลลัพธ์การดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นสำคัญที่ใช้ในการเก็บข้อมูลและนำไปสู่การวางแผนพัฒนาในอนาคต ประกอบด้วย • พฤติกรรมและระดับกิจกรรมทางกายของประชาชน • พฤติกรรมการบริโภคอาหารและโภชนาการ • ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) • ปัจจัยแวดล้อมและกลไกสนับสนุนการมีสุขภาวะในพื้นที่ ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะถูกนำไปใช้ในการ 1. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ 2. วิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพในพื้นที่ 3. จัดทำแผนและมาตรการส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัด 4. สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs ในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผลการประชุม ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแบบสอบถาม และเตรียมนำเครื่องมือไปทดลองใช้และเก็บข้อมูลในพื้นที่นำร่องทั้ง 5 จังหวัด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการวางแผนและพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพต่อไป@14 มิ.ย. 69 08:08
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมติดตามความก้าวหน้า PA พหุวัฒนธรรม : ได้แแผนงาน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. การผลิตสื่อคลิปเพื่อสื่อสารและเผยแพร่ต้นแบบกิจกรรมทางกายในพื้นที่พหุวัฒนธรรม 2. การสังเคราะห์บทเรียนและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายในพื้นที่พหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน@11 มิ.ย. 69 11:20
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมติดตามความก้าวหน้าการประเมิน SROI PA : แนวทางการประเมิน SROI มี 4 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ 1) การติดตาม ประเมินผลการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น และนำผลการประเมินมาใช้ในการยกระดับขยายผลเชิงระบบและนโยบาย 2) บูรณาการความร่วมมือพัฒนานโยบายสาธารณะระดับจังหวัด (NCDs Ecosystem 4 จังหวัด: น่าน กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี ยะลา) ประเด็นการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง และสร้างกลไกนโยบายระดับจังหวัด 3) ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายและพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ ประเด็นการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่เอื้อต่อกิจกรรมทางกาย และผลักดันนโยบายสู่ระดับท้องถิ่นและระดับชาติ 4) พัฒนารูปแบบกิจกรรมทางกายในบริบทพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ ประเด็นการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่และสามารถขยายผลได้@11 มิ.ย. 69 11:18
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง” ครั้งที่ 1 : ...@10 มิ.ย. 69 14:38
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    การประชุม "ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" ครั้งที่ 2 : รายงานการประชุม การประชุม "ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" ครั้งที่ 2 วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้ลานมังกร ชั้น 2 สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร) อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต วาระที่ 1 ที่มาและความสำคัญของการจัดทำโครงการ วัตถุประสงค์ของโครงการ ย่าง – ย่าน – สุข เมืองเก่า Physical Activity โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการ สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ดำเนินโครงการลดภาวะเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) เพื่อแก้ปัญหาอัตราความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ในจังหวัดภูเก็ต ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ส่งผลให้ค่าครองชีพและการเดินทางมีอัตราค่าบริการค่อนข้างแพง ทำให้ประชาชนเปลี่ยนจากการเดินทางโดยใช้ขนส่งสาธารณะมาพึ่งพารถยนต์เป็นหลักและขาดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางร่างกาย โครงการนี้จึงมุ่งขับเคลื่อนแนวคิด “เมืองเดินได้” (Walkable City) การเดินเชื่อมย่าน และการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ (Active Transportation) โดยผสานพลังร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชนสถานศึกษา และภาคประชาชน อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต กรมโยธาธิการและผังเมือง นักออกแบบสร้างสรรค์เมือง ภาคเศรษฐกิจ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และภาคประชาชนชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อลดการใช้รถยนต์และออกแบบพื้นที่สาธารณะรวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์ส่งเสริมอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน การบูรณาการความร่วมมือแต่ละหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อสุขภาพและการลดโรค NCDs ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น แต่ยังสร้าง ผลกระทบเชิงบวกแบบทวีคูณ (Multiplier Effect) ด้วยการปลุกวิถีชีวิตย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้กลับมาคึกคัก กระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจท้องถิ่นจากการเดินเท้าท่องเที่ยว ทั้งยังช่วยพลิกโฉมภูมิทัศน์เมืองสู่เมืองน่าอยู่สุขภาวะดี ซึ่งจะช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และยกระดับภาพลักษณ์ของภูเก็ตสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะอย่างยั่งยืน” (Sustainable Health & Wellness City) ในระดับสากล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายโดยภาครัฐต่อไป วาระที่ 2 นำเสนอผลการประชุมระดมความคิดความต้องการพัฒนาพื้นที่เมืองเก่า ภายใต้ หัวข้อ “ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะในย่านเมืองเก่าภูเก็ต” เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ ณ โรงแรมเพิร์ล เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เพื่อร่วมกันผลักดันข้อเสนอนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่นำร่องย่านเมืองเก่า โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายและชุมชนผ่านการประชุมและกิจกรรมเวิร์กช็อป ได้ข้อสรุปแนวทางการพัฒนาใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1) Urban Connectivity – ระบบป้ายสื่อสารและการเชื่อมโยงย่าน ที่ประชุมเสนอให้มีการพัฒนาระบบป้ายสื่อสารและป้ายบอกเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างย่าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรและสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ชุมชน โดยออกแบบสัญลักษณ์ให้เป็นสากล เข้าใจง่าย เช่น ห้องน้ำ จุดจอดรถ และแหล่งเรียนรู้ ควบคู่กับการสะท้อนเอกลักษณ์พื้นที่ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากนี้ มีข้อเสนอให้จัดทำแผนที่แสดงจุดสำคัญของเมืองอย่างละเอียด เช่น จุดจอดรถ ห้องน้ำสาธารณะ ตลาด ศาลเจ้า และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ย่านเมืองเก่าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของการจัดทำ Guidebook มีข้อเสนอให้นำเสนอในรูปแบบ Storytelling เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ บรรยากาศ และคุณค่าของเมืองเก่า ผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์ เช่น การเล่าเรื่องในลักษณะ Diary หรือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง รวมถึงแนวคิดการพัฒนา Writer Residency เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเขียนเข้ามาพำนักและถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองในมิติที่หลากหลาย พร้อมทั้งผนวกกิจกรรมหรือเกมภายในเล่ม เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมในการเดินสำรวจเมือง ทั้งนี้ ยังมีข้อเสนอในการพัฒนาป้ายสื่อสาร Onsite บริเวณพื้นฟุตบาท ผนังอาคาร และพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลของย่านมีความกลมกลืนกับบรรยากาศและวิถีชีวิตของชุมชน พื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน  ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน: ชุมชนบ้านซ้าน – จุ้ยตุ่ย (เน้นวิถีตลาดสดและวัฒนธรรมศาลเจ้า) • ย่านเมืองเก่า: ชุมชนเมืองเก่า, ชุมชนเมืองเก่าชาร์เตอร์ดแบงก์ และชุมชนซินหล่อ (เน้นสถาปัตยกรรมและย่านเศรษฐกิจโบราณ) 2) Walkability & Comfort – การปรับปรุงทางเท้าและสภาพแวดล้อม ที่ประชุมเสนอแนวทางการพลิกโฉมทางเท้าให้เป็น “เส้นทางเดินได้ เดินดี” เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยดึงดูดคนให้เข้าชมร้านค้าและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยจะเริ่มจากการจัดระเบียบและขอคืนพื้นที่ทางเท้าสาธารณะ ด้วยการทำความเข้าใจกับร้านค้าในพื้นที่ พร้อมประสานเทศบาลช่วยย้ายสิ่งกีดขวาง เช่น ป้าย เสา ถังขยะ หรือต้นไม้ที่บดบังทางเดิน ควบคู่ไปกับการซ่อมแซมพื้นผิวทางเท้าเดิมให้เรียบเนียน เดินง่าย ไม่สะดุด นอกจากนี้ จะเติมความร่มรื่นและน่าเดินด้วยการเพิ่มร่มเงา (Shading) จัดระบบแสงสว่างให้ปลอดภัยในยามค่ำคืน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยยังคงรักษาต้นไม้เดิมที่มีคุณค่าไว้ พร้อมทั้งนำวัสดุเก่าในท้องถิ่นมาดีไซน์ใหม่เป็นจุดนั่งพักผ่อน (Street Furniture) ที่กลมกลืนกับวิถีชุมชน ในส่วนของการจัดสรรพื้นที่ จะใช้การขีดสีตีเส้นแบ่งโซนกิจกรรมตามช่วงเวลา (เช่น เปิดพื้นที่ค้าขายหรือกิจกรรมพิเศษวันเสาร์-อาทิตย์) มีการป้ายบอกระยะทางและไฮไลท์จุดท่องเที่ยวถัดไปเพื่อดึงดูดใจ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงรุก (Active Program) อย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกเมืองให้มีชีวิตชีวาและใช้งานพื้นที่สาธารณะได้อย่างคุ้มค่าที่สุด พื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน-จุ้ยตุ่ย (จุดเริ่มต้นวิถีวัฒนธรรมและปากท้อง): ปักหมุดตั้งแต่บริเวณหน้าวัดขจรรังสรรค์ ลากยาวเชื่อมต่อไปตามถนนกระบี่ และถนนระนอง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของย่านตลาดสดและศาลเจ้า • ย่านซินหล่อ (เส้นทางสถาปัตยกรรมและชุมชนดั้งเดิม): เชื่อมต่อตั้งแต่บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์ (อาคารโบราณที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ) ไปจนถึงสี่แยกถนนดีบุกตัดกับถนนเยาวราช • ย่านชาร์เตอร์ดแบงก์ (ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์): เริ่มจากสี่แยกมิวเซียมภูเก็ต (พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตนครา) ทอดยาวไปจนถึงสามแยกอาคาร Vela Phuket Old Town เพื่อเชื่อมร้อยพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ 3) Community Pocket Green – พื้นที่สีเขียวขนาดย่อมเพื่อชุมชน ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวขนาดย่อม (Pocket Green) ในระดับชุมชน โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพและปรับปรุงภูมิทัศน์ของพื้นที่ขนาดเล็กให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและสันทนาการ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างพื้นที่พบปะเชิงสังคมในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ (Healing for Elderly) รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ “ทางใจ” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แนวทางการพัฒนาประกอบด้วยการจัดองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ระบบแสงสว่าง (Lighting), เฟอร์นิเจอร์สาธารณะ (Street Furniture), ระบบความปลอดภัย (CCTV) และป้ายสื่อสารข้อมูลที่เชื่อมโยงกับแนวคิด Urban Connectivity เพื่อให้พื้นที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีความต่อเนื่องทางข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ควบคู่กัน เพื่อส่งเสริมความสุขและการเรียนรู้ในชุมชน เช่น กิจกรรมอ่านหนังสือ การเล่าเรื่องเก่า–ใหม่ เวิร์กช็อปงานฝีมือท้องถิ่น และกิจกรรมแลกเปลี่ยนภูมิปัญญา เพื่อถ่ายทอดรากเหง้าและอัตลักษณ์ของพื้นที่สู่คนรุ่นใหม่ พื้นที่นำร่องที่เสนอสำหรับการพัฒนา ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน–จุ้ยตุ่ย (ศูนย์กลางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณชุมชน): ปักหมุดการพัฒนาที่ วัดขจรรังสรรค์ (วัดเหนือ) เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้รองรับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและเชื่อมโยงกับย่านตลาดดั้งเดิม • ย่านเมืองเก่า (หัวใจประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์เมือง): มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่รอบ วัดมงคลนิมิต พระอารามหลวง (วัดกลาง) ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจกลางเมืองเก่า เพื่อยกระดับให้เป็นจุดหมายตาและพื้นที่สาธารณะที่สง่างาม • ย่านซินหล่อ (เสน่ห์วิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมระดับตํานาน): ครอบคลุมโครงข่ายตรอกซอกซอยและอาคารอนุรักษ์ ตั้งแต่พื้นที่หลังพิพิธภัณฑ์ไทยหัว ต่อเนื่องไปยังตรอกสุ่นอุทิศ และบริเวณหน้าบ้านอังม่อหลาวหลวงอำนาจนรารักษ์ เพื่อปลุกชีวิตให้ย่านดั้งเดิมน่าเดินและเปี่ยมด้วยเรื่องราว • ย่านชาร์เตอร์ดแบงก์ (ประตูสู่เมืองเก่าและพื้นที่สร้างสรรค์): พลิกโฉม สวนหย่อมตรงข้ามอาคารหอนาฬิกา (มิวเซียมภูเก็ต) ให้เป็นพื้นที่ต้อนรับ (Welcome Zone) และจุดพักผ่อนหย่อนใจที่มีชีวิตชีวา เชื่อมต่อผู้คนเข้าสู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจท่องเที่ยวหลัก 4) Active Program – กิจกรรมเดินดูบ้านและเมือง กรอบแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการเดินเท้า (Active Program) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด “ศูนย์กลางแห่งวิถีชีวิตและการสัญจรอย่างมีพลัง” (Active Hub) ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการพัฒนา “กิจกรรมสร้างสรรค์เชิงรุก” (Active Program) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านการเดินเท้า (Walking Experience) มุ่งเปลี่ยนการเดินสัญจรในแต่ละย่านให้เป็นกิจกรรมที่เพลิดเพลิน น่าสนใจ และสามารถเชื่อมโยงรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม 1. การออกแบบเส้นทางและโครงสร้างเนื้อหารูปแบบการเล่าเรื่อง (Route & Storytelling Design) กลไกสำคัญในการปลุกชีวิตย่านประวัติศาสตร์ คือการออกแบบเส้นทางเดินเท้าท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน (Day & Night Trip) ในแต่ละชุมชน โดยนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นมาเป็นแกนหลักในการร้อยเรียงเรื่องราว (Storytelling) สะท้อนให้เห็นมิติทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และคุณค่าทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันใน 4 ชุมชนนำร่อง ดังนี้ • ชุมชนบ้านซ้าน–จุ้ยตุ่ย (วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมชั้นสูง):                                  ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านความคึกคักของตลาดเช้า ขรสชาติของขนมพื้นถิ่น ความเลื่อมใสศรัทธาในวัดและอ๊าม (ศาลเจ้า) ตลอดจนความสง่างามของคฤหาสน์โบราณอย่างอังม่อหลาว และบ้านชินประชา • ชุมชนชาร์เตอร์ดแบงก์ (ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และศิลปะสร้างสรรค์):                                เชื่อมโยงความเชื่อและการเรียนรู้ผ่านศาลเจ้าแสงธรรม พิพิธภัณฑ์ภูเก็ต งานศิลปะร่วมสมัย และเรื่องราวของคลองบางใหญ่ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในอดีต • ชุมชนซินหล่อ (สายสัมพันธ์และมรดกแห่งตะวันออก):                                                มุ่งเน้นการสะท้อนความกลมกลืนของวัฒนธรรมเพอรานากัน ศาสตร์แห่งอาหารท้องถิ่น และมนตร์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม • ชุมชนเมืองเก่า (หัวใจแห่งการอนุรักษ์และย่านการค้าโบราณ):                                            ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ผ่านพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว บรรยากาศการค้าขายของตลาดใหญ่ (ถนนถลาง) และสีสันของซอยรมณีย์ 2. การบริหารจัดการพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก (Spatial Management & Facilities) เพื่อให้การเดินเมืองเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง โครงการได้ผสาน “กิจกรรมนับก้าว” (Accountable Walk Count) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้พื้นที่หันมาเดินเท้ามากขึ้น ควบคู่ไปกับการจัดทำป้ายข้อควรปฏิบัติและข้อห้าม (Do & Don’t) เพื่อสร้างสุขลักษณะและความเข้าใจในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน (Facilities) รองรับไว้อย่างครบครัน อาทิ จุดบริการห้องน้ำ จุดคัดแยกขยะ จุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) พื้นที่จอดรถ และจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร (Dropping Area) ที่สะดวกและปลอดภัย 3. ภาคีเครือข่ายความร่วมมือและการขับเคลื่อน (Partnership & Collaboration) การแปรนโยบายสู่การปฏิบัติต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ เทศบาลในพื้นที่ ประกอบด้วย กรมการท่องเที่ยว กองช่างโยธาธิการ และกองการสิ่งแวดล้อม, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (TCDC Phuket), พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว, สมาคมการท่องเที่ยวภูเก็ต ตลอดจนกลุ่มนักสร้างสรรค์ และเครือข่ายภาคประชาชนในชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ รายละเอียดดังนี้ เพื่อให้การพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด "Active Hub" ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ที่ประชุมจึงมีข้อเสนอแนะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้: การจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการเฉพาะกิจ: ควรจัดตั้งและจัดจ้างคณะทำงานขับเคลื่อนการสร้างสรรค์เมือง “Active Hub” โดยตรง เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบ บริหารจัดการ และประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมเดินสำรวจเมืองเพื่อการออกแบบ (City Walk Workshop): ควรจัดกิจกรรมเดินสำรวจเส้นทางโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เช่น นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง และผู้แทนหน่วยงานรัฐ เพื่อร่วมกันค้นหาเรื่องราว อัตลักษณ์ และวิเคราะห์จุดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนส่งเสริมการเดินเท้าและการพัฒนาเมืองในอนาคตได้อย่างแม่นยำ วาระที่ 3 รับฟังคำถาม ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากที่ประชุม สรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาเมืองเก่าภูเก็ต โดยได้ทำการจำแนกเนื้อหาออกเป็นประเด็นหลัก ดับลำดับความสำคัญ และแบ่งระยะเวลาการดำเนินงานออกเป็น "มาตรการที่สามารถทำได้ทันที (Quick Win)" และ "แผนงานระยะยาวที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ (Long-term Plan)" เพื่อให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องนำไปขับเคลื่อนต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม มีรายละเอียดดังนี้ มิติด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสัญจร และการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Infrastructure & Universal Design) • ข้อจำกัดและการพัฒนาทางเท้า: ยอมรับข้อจำกัดเรื่องความกว้างของทางเท้าในบางจุด แต่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาบางเส้นทาง เช่น ถนนดีบุก ควรมุ่งเน้นการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเดินจากถนนถลางและพังงา ไปยังย่านบ้านซ้านและซินหล่อ เพื่อความต่อเนื่อง • การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design): เน้นย้ำให้การปรับปรุงทางเท้าต้องเอื้อต่อผู้ใช้วีลแชร์ (Wheelchair) และรถเข็นเด็ก โดยผิวสัมผัสต้องเรียบเสมอ ต่อเนื่อง และปลอดภัย • การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค: มีแผนนำสายไฟฟ้าลงดินที่ถนนระนอง (ร่วมทุนระหว่างเทศบาลและการไฟฟ้าภูมิภาค) ปรับปรุงคูเมือง และผิวถนน (Asphalt) รวมถึงการจัดทำระบบแสงสว่าง (Lighting) บริเวณวัดขจรรังสรรค์ มิติด้านอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และการจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยว (Identity & Spatial Management) • การรักษาอัตลักษณ์ที่แท้จริง: เน้นย้ำการพัฒนาเมืองตามบริบทจริงของแต่ละชุมชน ไม่เลียนแบบพื้นที่อื่น เนื่องจากวิถีชีวิตเปลี่ยนไป และต้องระวังการพัฒนาท่องเที่ยวที่กระทบต่อการอยู่อาศัยของคนดั้งเดิม (เช่น ถนนถลางที่วิถีชีวิตดั้งเดิมลดลงไปมากแล้ว) • การมองภาพรวมเชิงพื้นที่ (Area-based Approach): สะท้อนว่าที่ผ่านมายังขาดการมองภาพรวมที่เชื่อมโยงระหว่าง ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิต และกิจกรรมของเมืองอย่างเป็นระบบ • การจัดระเบียบและการใช้พื้นที่ร่วมกัน: o ย่านเมืองเก่า: เสนอให้ปิดซอยรมณีย์ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป (แต่มีข้อท้วงติงว่าไม่เห็นด้วยเนื่องจากเป็นเส้นทางระบายการจราจร) o ถนนถลาง: เสนอให้ใช้การขีดสีตีเส้น/ดีไซน์บนพื้นถนนเพื่อจัดระเบียบวันคู่-วันคี่ แทนการตั้งป้ายเพิ่ม o ย่านบ้านซ้าน-ถนนระนอง: มีศักยภาพทำตลาดโต้รุ่ง (Night Market) โดยจัดระเบียบตั้งแผงค้าฝั่งเดียว เวลา 17.00 - 22.00 น. ตั้งแต่หน้าตลาดสดถึงวงเวียน เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร o มิติด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์และการส่งเสริมการท่องเที่ยว (Smart Tourism & Creative Programs) • ระบบข้อมูลหลายภาษา (QR Code): เสนอให้ทำระบบ QR Code เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาคารและจุดสำคัญในรูปแบบหลายภาษา (โดยปัจจุบันชุมชนซินหล่อได้ทำนำร่องไปแล้วด้วยงบประมาณชุมชน รวมถึงทำระบบแสงสีกลางวัน-กลางคืนด้วย) • การสร้างการจดจำ (Mascot): เสนอให้มีมาสคอตประจำเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดใจและสร้างการมีส่วนร่วม • การท่องเที่ยวเชิงศึกษาดูงาน: เสนอจัดทำเส้นทางเดินชมเมือง (Walking Route Trip) สำหรับคณะศึกษาดูงาน แผนการดำเนินงานที่สอดรับกับระยะเวลาการดำเนินงาน (Action Plan) กลุ่มที่ 1: สิ่งที่สามารถดำเนินการได้ทันที (Quick Win / งบประมาณปี 2569) เป็นโครงการที่มีความพร้อม มีแผนงานรองรับแล้ว หรือสามารถใช้งบรายจ่ายประจำ/งบกองงานดำเนินการได้ทันที 1. การปรับปรุงภูมิทัศน์และพื้นที่สีเขียว: o จัดทำสวนหย่อมขนาดเล็ก (Pocket Garden) ในพื้นที่ส่วนกลางเมือง (ใช้งบรายจ่ายประจำปี 2569) o ปรับปรุงภูมิทัศน์สวนหย่อมบริเวณข้างธนาคารชาร์เตอร์ดให้สวยงามและเหมาะสม 2. การเพิ่มแสงสว่างและการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เมือง: o พัฒนาระบบแสงสว่าง (Lighting) บริเวณวัดขจรรังสรรค์ (ดำเนินการได้ทันที) o จัดวางเฟอร์นิเจอร์เมือง (Street Furniture) ในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ 3. ระบบนำทางและข้อมูลท่องเที่ยว: o จัดทำป้ายบอกทางเชื่อมย่าน (ใช้งบประมาณกองการท่องเที่ยว หรือสำนักช่าง) o ขยายผลการจัดทำ QR Code เล่าเรื่องหลายภาษา และระบบแสงสีตามรอยต้นแบบของชุมชนซินหล่อ o ออกแบบเส้นทางเดินชมเมือง (Walking Route Trip) เพื่อรองรับกลุ่มศึกษาดูงาน 4. การทดลองจัดระเบียบพื้นที่ (Sandbox): o การตีเส้น/ออกแบบสัญลักษณ์บนพื้นถนนถลางเพื่อจัดระเบียบที่จอดรถวันคู่-วันคี่ (แทนการเพิ่มป้าย) o ทดลองจัดระเบียบตลาดโต้รุ่ง (Night Market) ย่านบ้านซ้าน-ถนนระนอง (ตั้งแผงฝั่งเดียว 17.00 - 22.00 น.) 5. กลไกการบริหารจัดการเมืองอย่างมีส่วนร่วม: o จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเมือง โดยเลี่ยงข้อจำกัดการจ้างตรงด้วยการดำเนินงานผ่านการสนับสนุนของมูลนิธิย่านเมืองเก่าภูเก็ต และขอรับงบอุดหนุนจากเทศบาลแทน o การวางแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ร่วมกัน (Area-based Approach) ระหว่างนักออกแบบ ชุมชน และเทศบาล เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นความขัดแย้ง เช่น กรณีข้อเสนอการปิดซอยรมณีย์ ที่ต้องพิจารณาระหว่างผลกระทบด้านการจราจรกับประโยชน์ทางการท่องเที่ยวอย่างรอบคอบ กลุ่มที่ 2: สิ่งที่ต้องดำเนินการในแผนระยะยาว (Long-term Plan / งบประมาณปี 2570) เป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใชังบประมาณสูง ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาเทศบาล หรือต้องทำประชาพิจารณ์ลดผลกระทบชุมชน 1. โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเท้า (Universal Design): o บูรณาการปรับปรุงทางเท้า (เน้นอารยสถาปัตยกรรม/วีลแชร์), คูเมือง และผิวถนน (Asphalt) ร่วมกับแผนงานเดินท่องเที่ยว โดยจัดทำประมาณการบรรจุในแผนงบประมาณปี 2570 หรือใช้เงินสะสมผ่านสภาเทศบาล o ขยายโครงข่ายทางเดินเท้าต่อเนื่องจากถนนถลาง-พังงา ไปยังถนนดีบุก ย่านบ้านซ้าน และย่านซินหล่อ อย่างเป็นระบบ 2. การนำสายไฟฟ้าลงดินและการปรับปรุงสถาปัตยกรรม: o ดำเนินโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินที่ถนนระนอง (ร่วมทุนกับการไฟฟ้า) o โครงการปรับปรุงหน้ากากอาคาร/หน้ากากตลาด (อนุมัติโครงการแล้ว อยู่ในขั้นตอนแผนงานต่อเนื่อง) วาระที่ 4 ดร.เพ็ญ สุขมาก ได้กล่าวสรุปแนวทางการดำเนินโครงการต่าง ๆ แนวทางการจัดกิจกรรมเดินเมืองและการขับเคลื่อนอัตลักษณ์พื้นที่เมืองเก่าภูเก็ต กรอบแนวคิดและกลไกการพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านกระบวนการส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย (Area-based Development through Co-creation) ดังนี้ กระบวนการสำรวจและถอดรหัสบริบทพื้นที่ (Spatial Survey & Contextual Analysis) • การสำรวจย่านแยกรายชุมชน (Targeted City Walk): ใช้กระบวนการเดินเมือง (City Walk) เป็นเครื่องมือเชิงระเบียบวิธีวิจัยในการลงพื้นที่สำรวจจริง โดยจำแนกการศึกษาแยกเป็นรายชุมชน เพื่อทำความเข้าใจวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ที่มีความเฉพาะตัวและหลากหลายในแต่ละพิกัด • การสกัดชุดข้อมูลเชิงลึก (Micro Narrative): มุ่งเน้นการจัดทำฐานข้อมูลเรื่องเล่าขนาดเล็กหรือเรื่องเล่าในระดับชุมชน (Micro Narrative) เพื่อนำมาใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจ (Criteria) ในการออกแบบและการพัฒนาพื้นที่เชิงรูปธรรม (Physical Space) • กระบวนการร่วมสร้างสรรค์และการกำหนดอัตลักษณ์ (Co-creation & Identity Definition): จัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อหลอมรวมความต้องการของภาคประชาชน เข้ากับมุมมองเชิงวิชาชีพของนักสร้างสรรค์ นักออกแบบ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และปลัดเทศบาล เพื่อร่วมกันกำหนด "อัตลักษณ์ร่วมของพื้นที่" ที่สอดคล้องกับบริบทจริง การแปรผลลัพธ์สู่การปรับปรุงกายภาพเมือง (Physical & Visual Implementation) • นำชุดข้อมูลอัตลักษณ์และโครงเรื่อง (Narrative) ที่ได้จากชุมชน ไปถ่ายทอดลงบนพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย: o การจัดระเบียบเชิงกายภาพ: การขีดสีตีเส้นเพื่อแบ่งโซนกิจกรรม การสัญจร และพื้นที่เศรษฐกิจให้มีความชัดเจน o การสื่อสารทางสายตา (Visual Communication): การจัดทำระบบป้ายสื่อสารและป้ายบอกทางที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เพื่อสร้างสุนทรียภาพและการรับรู้แก่ผู้มาเยือน โครงสร้างการบริหารจัดการและกลไกความร่วมมือ (Governance & Partnership Structure) เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างมีเอกภาพและมีกฎหมายรองรับ ที่ประชุมจึงกำหนดบทบาทหน้าที่และโครงสร้างการบริหารจัดการไว้ดังนี้: • คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ (Steering Committee): จัดตั้งกลไกเชิงนโยบายเพื่อกำกับดูแล โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ: o นายกเทศมนตรี เป็น ประธานกรรมการ o กองช่างเทศบาล เป็น กรรมการฝ่ายปฏิบัติการและโยธา o มหาวิทยาลัย เป็น กรรมการและฝ่ายเลขานุการร่วม o ผู้แทนชุมชนที่เกี่ยวข้อง เป็น กรรมการภาคประชาชน • บทบาทหน้าที่ของภาคีเครือข่าย (Stakeholder Roles): o เทศบาลนครภูเก็ต: ทำหน้าที่เป็น "เจ้าภาพหลัก" ในการบริหารจัดการพื้นที่ ขับเคลื่อนแผนงาน และบังคับใช้ข้อบัญญัติท้องถิ่น o มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์: ทำหน้าที่เป็น "แกนกลางการประสานงาน" สนับสนุนกระบวนการวิจัยเชิงพื้นที่ และอำนวยความสะดวกในกระบวนการส่วนร่วม o TCDC (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์): ทำหน้าที่สนับสนุนกระบวนการจัดกิจกรรม (Facilitation) เชื่อมโยงเครือข่ายนักออกแบบ นักเขียน และทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง o ผู้แทนชุมชนที่และภาคประชาชน: ผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมวิถีชีวิตย่านเมืองเก่าภูเก็ต และพัฒนาดูแลบำรุงพื้นที่ ตลอดถึงการดูแลต้อนรับแขกผู้มาเยือนในฐานะเจ้าบ้านที่ดี • การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรบุคคล: o มอบหมายให้จัดทำแผนงานและกรอบเวลา (Timeline) ที่ชัดเจน เพื่อใช้ในการอนุมัติและจัดทำคำขอรับงบประมาณสนับสนุนตามระเบียบราชการ o พิจารณาจัดสรรค่าตอบแทนสำหรับกระบวนกร (Facilitator) ผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์ และสถาปนิกผู้คุมกระบวนการออกแบบ เพื่อจูงใจและยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์@08 มิ.ย. 69 15:21
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมหารือและพิจารณาแผนกิจกรรมองค์กรนำร่องส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Healthy Workplace) : องค์กรสุขภาพทำแผนสุขภาพส่งเสริม PA ลดเนือยนิ่ง กินอาหารที่ดี เพื่อลด NCDs ได้ข้อมูลสถานการณ์สุขภาพองค์กร เกิดกลไกคณะทำงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพองค์กร เกิดแผน นโยบาย มาตรการองค์กร ส่งเสริม PA ลดเนือยนิ่ง กินอาหารที่ดี เพื่อลด NCDs การคืนข้อมูลสุขขภาพให้กับพนักงานเกิดความตระหนักนำไปสู่การมี PA ที่เพียงพอ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง มีการใส่ใจในการกินอาหารที่ดี เพื่อสุขภาพของพนักงานลด ncds ต่อไป@06 มิ.ย. 69 07:57
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมเตรียมธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา-ไม่เบิกจ่าย : เมนูสุขภาพธรรมนูญสถานศึกษา https://www.nationalhealth.or.th/ebook/181@06 มิ.ย. 69 07:16
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 8

    ประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกองทุนสุขภาพตำบล โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจ้ดการระบบสุขภาพชุมชน : ผลงานที่เกิดขึ้นจริงจากกิจกรรม 1. พี่เลี้ยงเขต/จังหวัดสกลนคร จำนวน 4 คน ได้เข้าร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกองทุนสุขภาพตำบลร่วมกับกองทุน และสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2. กองทุนตำบลทั้ง 4 กองทุน จำนวน 22 คน (กองทุนตำบลพังขว้าง 6 คน, กองทุนตำบลเหล่าปอแดง 6 คน, กองทุนตำบลขมิ้น 3 คน และกองทุนตำบลเชียงเครือ 7 คน) ได้เข้าร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกองทุนสุขภาพตำบลตามกำหนดการ  นำเสนอผลการดำเนินงานการจัดทำแผนงาน กิจกรรม โครงการฯ ของแต่ละกองทุน 3. เครือข่ายอื่น ๆ ได้แก่ สมัชชาสุขภาพจังหวัดสกลนคร จำนวน 5 คน สนใจเข้าร่วมการประชุม 4. ทีมสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น ระหว่างทีมงานติดตามและทีมงานปฏิบัติการในพื้นที่ ผลงานที่เกิดขึ้นจริงตามตัวชี้วัด - พื้นที่ทั้งสี่กองทุน ได้การจัดทำแผนงานกองทุนทั้ง 10 ประเด็น (ประเด็นกิจกรรมทางกาย, ขยะ, มลพิษจากสิ่งแวดล้อม (PM2.5), ยาสูบ, สุรา, สิ่งเสพติด, อาหารและโภชนาการ, สุขภาพจิต, ปัญหาสุขภาพอุบัติใหม่ และความปลอดภัยทางถนน) และได้นำเสนอแผนงาน โครงการ กิจกรรมที่ได้ดำเนินการแล้วในแพลตฟอร์มของโครงการ 1 โครงการ ที่ใช้แนวทางและวิธีการที่สำคัญ ตามแพลตฟอร์มของโครงการ และเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ ในปี 2569 ดังนี้ 1. กองทุนสุขภาพตำบลเหล่าปอแดง  โครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตำบลเหล่าปอแดง ประจำปี งบประมาณ 2569 2. กองทุนสุขภาพตำบลเชียงเครือ  โครงการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้นิสิต มก.ฉกส.ห่างไกลโรคซึมเศร้า ปีงบประมาณ 2569 3. กองทุนสุขภาพตำบลขมิ้น  โครงการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเด็กปฐมวัย (0–5 ปี) 4. กองทุนสุขภาพตำบลพังขว้าง  โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต สุขภาพจิตสดใส ห่างไกลซึมเศร้า ผลงานที่เกิดขึ้นจริงเชิงคุณภาพ   บทสรุป กรอบคิด/บทเรียน จาก ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ (รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)   พี่เลี้ยงทีมพื้นที่จาก 4 กองทุน ได้เรียนรู้คำสำคัญของการทำงานทั้งในโครงการนี้และพิจารณาต่อในทุกงานที่จะพัฒนาอีกต่อไป    “เป้าหมายชัดเจน” คำสำคัญที่พี่เลี้ยงได้กลับมาทบทวนว่า ใช่หรือยัง    “เป้าหมายร่วม” ใช่หรือยัง ได้ทำแล้วหรือยัง    “ทำอย่างไร” ตอบได้หรือไม่   คำถามจากกรอบคิดที่สรุปได้จากการบรรยายสั้น ๆ ของ ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ เป็นการกระตุกความคิดของทีมงานพี่เลี้ยงที่ได้รับและนำมาสรุปบทเรียนการทำงานในโครงการนี้ได้อย่างดีเยี่ยม@05 มิ.ย. 69 14:43
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 10

    ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานกองทุนตำบลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เขตสุขภาพที่ 10 : เกิดการบูรณาการระบบสุขภาพ: เกิดการทำงานที่เชื่อมโยงและบูรณาการกลไกระบบสุขภาพระดับตำบลและกลไกระบบสุขภาพระดับอำเภอเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม กลไกในพื้นที่มีความเข้มแข็ง: ศักยภาพกลไกการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่ได้รับการยกระดับให้สูงขึ้น ทำให้สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 10 ประเด็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพแผนงานและโครงการดีขึ้น: แผนการพัฒนาโครงการ ตลอดจนระบบการติดตามและประเมินผลโครงการได้รับการยกระดับให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ได้แนวทางการพัฒนาจากการปฏิบัติจริง: พื้นที่ได้รับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโดยตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งในขั้นตอนการนำเสนอแผนงาน และจากการลงพื้นที่ติดตาม ณ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเขื่องใน ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางในการดำเนินงานและพัฒนาโครงการต่อไป@05 มิ.ย. 69 11:20
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 10

    ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานกองทุนตำบลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เขตสุขภาพที่ 10 : เกิดการบูรณาการระบบสุขภาพ: เกิดการทำงานที่เชื่อมโยงและบูรณาการกลไกระบบสุขภาพระดับตำบลและกลไกระบบสุขภาพระดับอำเภอเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม กลไกในพื้นที่มีความเข้มแข็ง: ศักยภาพกลไกการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่ได้รับการยกระดับให้สูงขึ้น ทำให้สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 10 ประเด็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพแผนงานและโครงการดีขึ้น: แผนการพัฒนาโครงการ ตลอดจนระบบการติดตามและประเมินผลโครงการได้รับการยกระดับให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ได้แนวทางการพัฒนาจากการปฏิบัติจริง: พื้นที่ได้รับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโดยตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งในขั้นตอนการนำเสนอแผนงาน และจากการลงพื้นที่ติดตาม ณ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเขื่องใน ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางในการดำเนินงานและพัฒนาโครงการต่อไป@05 มิ.ย. 69 11:19
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง” ครั้งที่ 2 : วันที่ 4 มิ.ย.2569 โครงการอบรมระยะสั้น (Short Course Training) “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง“ จัดขึ้นโดยสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(สนส.ม.อ.)นำโดย ดร.เพ็ญ สุขมาก(ผู้อำนวยการสถาบันฯ) ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตตรัง ในส่วนที่2 ซึ่งจัดต่อเนื่องจากการเข้าอบรมรอบแรกช่วงวันทึ่ 22-24 พฤษภาคม2569 ที่ผ่านมา   โดยส่วนที่2 จัดขึ้นระหว่างวันทึ่4-5 มิถุนายน 2569 นี้ทางผู้เข้าอบรมจะมีการนำข้อมูลจากที่ได้เรียนรู้ไปออกแบบและพัฒนาพื้นที่ของตนเองเพื่อกลับมานำเสนอให้ทางวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรมในพื้นที่อื่นได้ฟังพร้อมร่วมให้คำแนะนำ เสนอแนะซึ่งกันและกัน โดยจะมีอาจารย์ทั้ง3ท่าน ได้แก่ อาจารย์ภวัต รอดเข็ม (รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อัศนัย เล่งอี้(อาจารย์ประจำคณะฯ)และอาจารย์ชุนันทร์ วามะขัน(ศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม) เป็นผู้ช่วยในการดูแลกิจกรรมและผู้ให้การอบรมในครั้งนี้@05 มิ.ย. 69 10:23
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    เวทีถอดบทเรียน “คลองหรัง : ถอดบทเรียนทุนชุมชนสู่การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ” : ...@02 มิ.ย. 69 11:15
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 1

    ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานกองทุนตำบล อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา และอำเภอสอง จังหวัดแพร่ : • กลุ่มเป้าหมายเข้าใจวัตถุประสงค์การดำเนินงานพัฒนากลไกสร้างเสริมสุขภาวะในกองทุนตำบลศูนย์เรียนรู้ กองทุนสมัครใจ • ทั้ง 5 กองทุน จำป่าหวาย/ท่าวังทอง/สันป่าม่วง/บ้านต๋อม/ท่าจำปี  มีแผน 12 ประเด็น รวม 52 แผน โดยจำแนกเป็น 10 ประเด็นคือ1.กิจกรรมทางกาย 2.ขยะ 3. มลพิษทางอากาศ (PM2.5) 4.ยาสูบ 5.สุรา 6.สารเสพติด 7.อาหาร  8.สุขภาพจิต 9.โรคอุบัติใหม่ 10 ความปลอดภัยทางถนน ประเด็นๆละ 5 แผน รวม 50 แผน และ11.สูงอายุ 1 แผน และ12.โรคเรื้อรัง 1 แผน และพัฒนา โครงการ53 โครงการ • ผู้รับผิดชอบงานกองทุนสุขภาพตำบลศูนย์เรียนรู้ พื้นที่อำเภอเมืองพะเยา ทั้ง 4  กองทุน จากกองทุนจำป่าหวาย /ท่าวังทอง/บ้านต๋อม/ท่าจำปี และกองทุนสันป่าม่วงติดภารกิจ จำนวนผู้เข้าร่วมทั้ง 4  กองทุน  15 คน นำเสนอโครงการเด่นและร่างสคลิปต์ ดังนี้1) กองทุนจำป่าหวาย โครงการชุมชนบำบัดสุราแบบบูรณาการบ้านจำป่าหวายเหนือ ,ทต.ท่าวังทอง  โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตำบลท่าวังทองประจำปีงบประมาณ  2569 ,ทต.บ้านต๋อม สูงอายุสูงวัยสุขภาพดี และทต.ท่าจำปี โครงการส่งเสริมโภชนาการในศูนย์เด็กเล็กทต.ท่าจำปี • ผู้รับผิดชอบงานกองทุนสุขภาพตำบลสมัครใจ อำเภอสอง เข้าร่วม 4 กองทุน กองทุนเทศบาลตำบลเตาปูนติดภารกิจ จำนวนผู้เข้าร่วมทั้ง 4  กองทุน  8 คน และกองทุนสมัครใจจากเทศบาลตำบลสอง นำเสนอโครงการเด่น 1 โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน • ให้ข้อเสนอแนะโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ ให้ใช้AI ในการช่วยเขียนกรอบพัฒนาโครงการ  การประเมินผลโครงการและให้แนวทางเสนอแนะการจัดกิจกรรมดำเนินการ และ ดร.นพ.วรสิทธิ์ ศรศรีวิชัย อาจารย์สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) ให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาดครงการในแต่ละประเด็นควรเขียนให้ครอบคลุมการดำเนินงานงานโดยใช้กรอบการแก้ไขปั๗๗ยกำหนดสุขภาพ และนำเสนอพื้นที่ต้นแบบในการใช้เป็นแนวทางการดำเนินงาน และ ทีมสื่อไทยพีบีเอส • ฝึกทักษะการจัดทำสื่อ แก่ทีมผู้รับผิดชอบงานกองทุนสุขภาพ โดยทีมสื่อไทยพีบีเอส • สรุปแนวทางการดำเนินงานและปิดการประชุม@01 มิ.ย. 69 15:20
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 1

    ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานกองทุนตำบล อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา : • กลุ่มเป้าหมายเข้าใจวัตถุประสงค์การดำเนินงานพัฒนากลไกสร้างเสริมสุขภาวะในกองทุนตำบลศูนย์เรียนรู้ กองทุนสมัครใจ • ทั้ง 5 กองทุน จำป่าหวาย/ท่าวังทอง/สันป่าม่วง/บ้านต๋อม/ท่าจำปี  มีแผน 12 ประเด็น รวม 52 แผน โดยจำแนกเป็น 10 ประเด็นคือ1.กิจกรรมทางกาย 2.ขยะ 3. มลพิษทางอากาศ (PM2.5) 4.ยาสูบ 5.สุรา 6.สารเสพติด 7.อาหาร  8.สุขภาพจิต 9.โรคอุบัติใหม่ 10 ความปลอดภัยทางถนน ประเด็นๆละ 5 แผน รวม 50 แผน และ11.สูงอายุ 1 แผน และ12.โรคเรื้อรัง 1 แผน และพัฒนา โครงการ53 โครงการ • ผู้รับผิดชอบงานกองทุนสุขภาพตำบลศูนย์เรียนรู้ พื้นที่อำเภอเมืองพะเยา ทั้ง 4  กองทุน จากกองทุนจำป่าหวาย /ท่าวังทอง/บ้านต๋อม/ท่าจำปี และกองทุนสันป่าม่วงติดภารกิจ จำนวนผู้เข้าร่วมทั้ง 4  กองทุน  15 คน นำเสนอโครงการเด่นและร่างสคลิปต์ ดังนี้1) กองทุนจำป่าหวาย โครงการชุมชนบำบัดสุราแบบบูรณาการบ้านจำป่าหวายเหนือ ,ทต.ท่าวังทอง  โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตำบลท่าวังทองประจำปีงบประมาณ  2569 ,ทต.บ้านต๋อม สูงอายุสูงวัยสุขภาพดี และทต.ท่าจำปี โครงการส่งเสริมโภชนาการในศูนย์เด็กเล็กทต.ท่าจำปี • ผู้รับผิดชอบงานกองทุนสุขภาพตำบลสมัครใจ อำเภอสอง เข้าร่วม 4 กองทุน กองทุนเทศบาลตำบลเตาปูนติดภารกิจ จำนวนผู้เข้าร่วมทั้ง 4  กองทุน  8 คน และกองทุนสมัครใจจากเทศบาลตำบลสอง นำเสนอโครงการเด่น 1 โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน • ให้ข้อเสนอแนะโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ ให้ใช้AI ในการช่วยเขียนกรอบพัฒนาโครงการ  การประเมินผลโครงการและให้แนวทางเสนอแนะการจัดกิจกรรมดำเนินการ และ ดร.นพ.วรสิทธิ์ ศรศรีวิชัย อาจารย์สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) ให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาดครงการในแต่ละประเด็นควรเขียนให้ครอบคลุมการดำเนินงานงานโดยใช้กรอบการแก้ไขปั๗๗ยกำหนดสุขภาพ และนำเสนอพื้นที่ต้นแบบในการใช้เป็นแนวทางการดำเนินงาน และ ทีมสื่อไทยพีบีเอส • ฝึกทักษะการจัดทำสื่อ แก่ทีมผู้รับผิดชอบงานกองทุนสุขภาพ โดยทีมสื่อไทยพีบีเอส • สรุปแนวทางการดำเนินงานและปิดการประชุม@01 มิ.ย. 69 14:43
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมวางแผนการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามและฝึกใช้ระบบเก็บข้อมูล ในพื้นที่เทศบาลเมืองคอหงส์ : ...@29 พ.ค. 69 14:00
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมคณะทำงานหารือและวางแผนการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามและฝึกใช้ระบบเก็บข้อมูล ในพื้นที่เทศบาลเมืองคอหงส์และเทศบาลตำบลทุ่งลาน : ...@29 พ.ค. 69 13:55
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมคณะทำงานเตรียมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง” : ...@29 พ.ค. 69 13:51
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมคณะทำงานเตรียมจัดการประชุม Phuket Healthy Workplace Forum : ผนึกกำลังองค์กรนำร่อง ขับเคลื่อนสถานประกอบการสุขภาวะเพื่ออนาคตคนภูเก็ต : ...@29 พ.ค. 69 13:43
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมคณะทำงานเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของจังหวัดเป้าหมาย NCDs Ecosystem ทั้ง 4 จังหวัด คือจังหวัดน่าน กาญจนบุรี ยะลา และสุราษฎร์ธานี : ....@29 พ.ค. 69 13:27
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 5

    ทบทวนความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพชุมชน การทำแผน การพัฒนาโครงการ และการติดตามประเมินผลโครงการ ตามโครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน : มีทักษะในการทำโครงการ/การวิเคราะห์การจัดทำโครงการ สามารถวิเคราะห์โครงการตนเองและมีการพัฒนาเรื่องการใช้ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำโครงการ มีการพัฒนาการจัดทำโครงการ การวิเคราะห์การนำไปใช้ กระบวนการ/กลวิธี/กิจกรรมในการแก้ปัญหาสุขภาพของพื้นที่@26 พ.ค. 69 09:45
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 7

    ประชุมติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนกองทุนศูนย์เรียนรู้ : 1.พี่เลี้ยงกองทุนตำบลได้นำเสนอข้อมูลสถานการณ์สุขภาพจิตให้กับผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุได้รับทราบและได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์เพิ่มเติม จากการระดมความคิดเห็นผู้สูงอายุสะท้อนว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุในพื้นที่ที่มีภาวะซึมเศร้ามีจำนวนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจ ปัญหาด้านยาเสพติดที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่มีปัญหาทางจิตเวช การจัดกิจกรรมในโรงเรียนผู้สูงอายุก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผู้สูงอายุผ่อนคลาย แต่ควรมีการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับผู้สูงอายุควบคู่จะทำให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าของตนเองมากขึ้น 2.พี่เลี้ยงกองทุนตำบลได้ดำเนินการจัดกิจกรรม การแปรรูปเศษวัสดุจากขยะพลาสติกเพื่อสร้างมูลค่า โดยใช้วัสดุที่เหลือจากครัวเรือนต่อยอดจากโครงการการจัดการขยะ มาอบรมให้ผู้สูงอายุนำวัสดุพลาสติกมาสร้างมูลค่า เช่น การทำไม้กวาด ของเล่นเด็ก รวมถึงอุปกรณ์ช่วยด้านการฟื้นฟูร่างกายผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสุขภาพตำบล 3.การติดตามและประเมินผลโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสุขภาพตำบล กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมค่อนข้างให้ความสนใจอีกทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์สุขภาพจิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ และคาดว่าจะนำนวัตกรรมไปขยายผลกับกลุ่มวัยอื่นๆ ข้อจำกัด 1.การประเมินผลโครงการเป็นการประเมินระดับต้นน้ำโดยใช้แบบฟอร์มการประเมินจากระบบเว็บไซต์ แต่ยังไม่ได้ประเมินการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพจิตกับผู้สูงอายุอย่างชัดเจน 2.กิจกรรมดังกล่าวยังไม่ขยายผลไปสู่ผู้สูงอายุที่ติดบ้าน เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุดังกล่าวมีภารกิจที่ต้องดูแลกลุ่มคนเปราะบาง อาจขยายผลไปสู่กลไก อสม. ในการนำนวัตกรรมไปเผยแพร่ความรู้@20 พ.ค. 69 14:07
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 7

    ประชุมติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนกองทุนศูนย์เรียนรู้ : 1.กลุ่มเป้าหมายเกิดความตื่นตัวและตระหนักถึงวิกฤตสุขภาพของชุมชนเมื่อได้เห็นข้อมูลสถิติที่เชื่อมโยงกับบริบทของตนเอง กระบวนการระดมสมองทำให้ชุมชนร่วมกันค้นพบว่า "พฤติกรรมการบริโภค" (เช่น การติดรสเค็ม หวาน หรือการใช้เครื่องปรุงรสในปริมาณมาก) เป็นสาเหตุร่วมที่สำคัญที่สุด และได้ข้อเสนอแนะเบื้องต้นในการปรับตัวที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิม 2.ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง สามารถนำวัตถุดิบและผักพื้นบ้านในท้องถิ่นมาประยุกต์เป็น "เมนูชูสุขภาพ" ที่ทำได้จริงในครัวเรือน โดยยังคงรสชาติที่ยอมรับได้ ซึ่งช่วยลดกำแพงความรู้สึกที่ว่าอาหารสุขภาพต้องมีราคาแพงหรือไม่อร่อย 3.เกิดกลไกการดูแลกันเองในชุมชน เช่น การจับคู่ดูแล (Buddy) หรือการใช้ อสม. เป็นผู้หนุนเสริม แกนนำผู้ป่วยบางส่วนมีแนวโน้มของค่าระดับน้ำตาลและความดันโลหิตที่ดีขึ้น และเริ่มมีทัศนคติเชิงบวกต่อการลดการพึ่งพายาในระยะยาว ข้อจำกัด 1.ผู้ป่วยจำนวนมากยังคงคุ้นชินกับรสชาติอาหารแบบดั้งเดิมที่จัดจ้าน การลดเครื่องปรุงในระยะแรกจึงทำให้เกิดความรู้สึกไม่อยากอาหาร หรือบางครอบครัวต้องแยกทำกับข้าวหลายหม้อ ทำให้เกิดความยุ่งยาก 2.ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและเวลา: ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลที่มีข้อจำกัดด้านเวลา มักพึ่งพาอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารตามสั่งในชุมชน ซึ่งยากต่อการควบคุมปริมาณโซเดียมและน้ำตาล3. ยังไม่ได้ประเมินผลระยะยาวเปรียบเทียบผลการเปลี่ยนแปลงจุดความร้อนระหว่างก่อน-หลัง@20 พ.ค. 69 14:05
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 7

    ประชุมติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนกองทุนศูนย์เรียนรู้ : 1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบของการเผาในที่โล่งแจ้งที่มีต่อสุขภาพ (เช่น โรคระบบทางเดินหายใจและปัญหาฝุ่น PM 2.5) สะท้อนผ่านการมีส่วนร่วมในการระดมสมองอย่างแข็งขันชุมชนตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการเผากับปัญหาสุขภาพในพื้นที่ และเกิดข้อตกลงร่วมกันเบื้องต้นในการลดละเลิกการเผาเศษวัชพืช 2.ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับทักษะเชิงปฏิบัติการในการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้แห้ง (เช่น การผสมใบไม้ มูลสัตว์ และน้ำหมักชีวภาพ) เกิดการจัดตั้ง "ธนาคารใบไม้ระดับชุมชน" โดยมีคณะทำงานหรืออาสาสมัครคอยดูแลรับฝากใบไม้ และมีการกำหนดกติกาการรับฝาก-ถอน (เช่น นำใบไม้มาแลกปุ๋ยหมัก หรือของอุปโภคบริโภค) อย่างเป็นรูปธรรม 3.ชุมชนมีส่วนร่วมในการลงพื้นที่ติดตามผล พบว่าปริมาณจุดความร้อน (Hotspot) และร่องรอยการเผาในพื้นที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีบันทึกข้อมูลปริมาณใบไม้ที่เข้าสู่ระบบธนาคาร และปริมาณปุ๋ยหมักที่ผลิตได้ ซึ่งสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ในแปลงเกษตรของคนในชุมชนได้จริง ลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยเคมี@20 พ.ค. 69 13:54
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน) ค่าจ้างประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะว่าด้วยการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่งในพื้นที่จังหวัดน่าน งวดที่ 3 : ....@18 พ.ค. 69 13:26
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)พัฒนาระบบเว็บไซต์ติดตามและประเมินผลนโยบายสาธารณะส่งเสริมกิจกรรมทางกาย : ...@18 พ.ค. 69 13:25
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน) ค่าจ้างประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะว่าด้วยการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่งในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี งวดที่ 3 : ...@18 พ.ค. 69 13:25
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน) ค่าจ้างประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะว่าด้วยการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่งในพื้นที่จังหวัดยะลา งวดที่ 3 : ....@18 พ.ค. 69 13:25
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน) ค่าจ้างประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะว่าด้วยการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี งวดที่ 3 : ...@18 พ.ค. 69 13:24
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)ค่าจัดจ้างเจ้าหน้าที่การเงินโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง งวดที่ 12 : ....@18 พ.ค. 69 13:17
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)ค่าจัดจ้างผู้ช่วยวิจัยโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง งวดที่ 12 : ...@18 พ.ค. 69 13:17
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน) ค่าจ้างการตรวจบัญชีโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง ตามข้อตกลงที่ 68-E1-0729 งวดที่ 2-3 : ...@18 พ.ค. 69 13:16
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ค่าธรรมเนียมบริการวิชาการ งวดที่่ 3 : ...@18 พ.ค. 69 13:16
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ค่าจ้างติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณ เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง โดยใช้กระบวนการ SROI (Social Return on Investment) งวดที่ 2 : ...@18 พ.ค. 69 13:15
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ค่าจ้างออกแบบพื้นที่ด้านสถาปัตยกรรมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย งวดที่ 2 -นายอัศนัย เล่งอี้ : ...@18 พ.ค. 69 13:15
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ค่าจ้างออกแบบพื้นที่ด้านสถาปัตยกรรมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย งวดที่ 2 -นายภวัต รอดเข็ม : ...@18 พ.ค. 69 13:14
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน) กิจกรรมเก็บข้อมูลสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย ในพื้นที่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 2 : ...@18 พ.ค. 69 13:14
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    จ้างพัฒนารูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อลดภาวะเนือยนิ่ง ที่สอดคล้องกับบริบทพหุวัฒนธรรมในพื้นที่นำร่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ งวดที่ 3 : ...@18 พ.ค. 69 13:14
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน) กิจกรรมเก็บข้อมูลสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย ในพื้นที่ตำบลบาโงย และตำบลบือมัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา และในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก และตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ครั้งที่ 2 : ...@18 พ.ค. 69 13:13
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)กิจกรรมเก็บข้อมูลสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย ครั้งที่ 2 (ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ) ในพื้นที่บ้านรัชดา หมู่ที่ 11 ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง โรงพยาบาลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง และโรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ (เทศบาลบ้านภูมินทร์) : ....@18 พ.ค. 69 13:13
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)กิจกรรมเก็บข้อมูลสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย ในพื้นที่ จังหวัดกาญจนบุรี ครั้งที่ 2 : ...@18 พ.ค. 69 13:13
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)ค่าจัดจ้างผู้ช่วยวิจัยโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง งวดที่ 11 : ...@18 พ.ค. 69 13:11
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    (แผน)ค่าจัดจ้างเจ้าหน้าที่การเงินโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง งวดที่ 11 : ...@18 พ.ค. 69 13:10
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    กิจกรรมเก็บข้อมูลสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย ในพื้นที่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 1 : ...@18 พ.ค. 69 13:08
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ค่าจัดจ้างเจ้าหน้าที่การเงินโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง งวดที่ 10 : ...@18 พ.ค. 69 13:08
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ค่าจัดจ้างผู้ช่วยวิจัยโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง งวดที่ 10 : ...@18 พ.ค. 69 13:07
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อใช้ในการสนับสนุนการปฏิบัติการตามกิจกรรมริเริ่มสำคัญในการเพิ่มกิจกรรม ทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง และสนับสนุนการปฏิบัติการเพิ่มกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในพื้นที่อำเภอเมืองยะลาและอำเภอรามัน จังหวัดยะลา ครั้งที่ 2 : ยังไม่เบิกจ่าย@18 พ.ค. 69 13:07
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ค่าวัสดุสำนักงาน/ วัสดุสิ้นเปลือง รวม 3,175 บาท : ...@18 พ.ค. 69 13:06
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน (ส่วนกลาง)

    ประชุมหารือเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์การเรียนออนไลน์ : ได้ข้อสรุปถึงรูปแบบในการพัฒนาระบบการเรียนออนไลน์ PPI Course@18 พ.ค. 69 12:14
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อใช้ในการสนับสนุนการปฏิบัติการตามกิจกรรมริเริ่มสำคัญในการเพิ่มกิจกรรม ทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง และสนับสนุนการปฏิบัติการเพิ่มกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในพื้นที่อําเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี : ยังไม่คืน@18 พ.ค. 69 11:00
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    การจัดประชุม Phuket Healthy Workplace Forum : ผนึกกำลังองค์กรนำร่องขับเคลื่อนสถานประกอบการสุขภาวะเพื่ออนาคตคนภูเก็ต : รายงานการประชุม "Phuket Healthy Workplace Forum: ผนึกกำลังองค์กรนำร่องขับเคลื่อนสถานประกอบการสุขภาวะ เพื่ออนาคตคนภูเก็ต" วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมไนยาง โรงแรม Nap Patong จ.ภูเก็ต วาระที่ 1 ชี้แจงเป้าหมายการขับเคลื่อน Phuket Healthy Workplace และ ทบทวนผลการประชุม เมื่อ วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.เพ็ญ สุขมาก กล่าวแก่ที่ประชุมเกี่ยวกับแนวคิด “สุขภาวะ” ในมิติการมุ่งเน้นความสมดุลเชิงบูรณาการระหว่าง กาย จิต สังคม และปัญญา ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดเพียงการปราศจากโรค ไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยสถานะสุขภาพของประชาชนถูกหล่อหลอมผ่าน “ปัจจัยกำหนดสุขภาพ” ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และพฤติกรรมส่วนบุคคล ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตได้จัดตั้งกลไกความร่วมมือไตรภาคีระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกชน Phuket for the Future of Life ภายใต้โครงการชื่อว่า Phuket Healthy Workplace เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมสุขภาพองค์รวมเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์สำคัญคือการยกระดับ “ความรอบรู้ทางสุขภาพ” (Health Literacy) จากระดับความรู้สู่ระดับปัญญา เพื่อให้ประชาชนสามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานในสถานประกอบการและธุรกิจบริการ ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงมุ่งส่งเสริมกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างภารกิจและการใช้ชีวิต (Work-Life Balance) อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวภูเก็ตอย่างยั่งยืน วาระที่ 2 ชี้แจงแนวสถานการณ์ปัญหาสุขภาพของประชากรไทย ผลกระทบทางการเงินและการคลังของประเทศไทย และพิมพ์เขียวการออกแบบมาตรการลด NCDs  และแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรต้นแบบสุขภาวะและการสร้างสภาพแวดล้อมองค์กรปลอด NCDs จังหวัดภูเก็ต โดย นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร อ้างถึงผลการศึกษาวิจัย ระบุว่า สุขภาพที่ดีของประชาชนขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านพฤติกรรม ร้อยละ 50 สิ่งแวดล้อม ร้อยละ 20 พันธุกรรม ร้อยละ 20 และระบบบริการสุขภาพ ร้อยละ 10 สะท้อนให้เห็นว่า “พฤติกรรม” และ “สิ่งแวดล้อม” เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดโรค โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การได้รับมลพิษทางอากาศ การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ รวมถึงภาวะความเครียด ซึ่งล้วนส่งผลให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง น้ำหนักเกิน โรคอ้วน น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง อันนำไปสู่การเกิดโรค NCDs ต่าง ๆ โดยปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตจากโรค NCDs มากกว่า 400,000 คนต่อปี คิดเป็นร้อยละ 81 ของการเสียชีวิตทั้งหมด และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ด้วยเหตุนี้ สมัชชาสุขภาพ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการจัดทำกรอบแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการลดปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs ในกลุ่มโรงเรียน สถานประกอบการ และชุมชน โดยมุ่งเน้นการสร้าง “ระบบนิเวศสุขภาพ” ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity : PA) และการบริโภคอาหารที่เหมาะสม (Food) เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำเป็นต้องอาศัย “แรงจูงใจ” มากกว่าการบังคับ เนื่องจากแต่ละกลุ่มเป้าหมายมีความท้าทายและกลไกกระตุ้นที่แตกต่างกัน ดังนี้ โรงเรียน ความท้าทาย: การนั่งเรียนยาวนานตลอดทั้งวัน กลไกการกระตุ้น: ระบบสะสมคะแนน และการเชื่อมโยงกับ Health Portfolio สถานประกอบการ  ความท้าทาย:  พฤติกรรมเนือยนิ่ง เกิน 1 ชั่วโมง และความเครียด กลไกการกระตุ้น: การประเมินความคุ้มค่า โบนัส และการลดต้นทุนแฝงจากการลาป่วย ชุมชน/ผู้สูงอายุ ความท้าทาย: ความปลอดภัยในการเคลื่อนไหว และการเข้าถึงอาหารต้านโรค กลไกกระตุ้น: พลังเครือข่ายครอบครัว สิทธิประโยชน์ระดับครัวเรือน การลดการบังคับและเพิ่มแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน จะช่วยให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยกระบวนการติดตามผลถือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งควรเน้นการวัด “การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม” ควบคู่กับการประเมินผลด้านสุขภาพ นอกจากนี้ ได้มีการเสนอแนวทางการออกแบบมาตรการสร้างสุขภาวะในองค์กรและสถานประกอบการ โดยควรคำนึงถึงเกณฑ์องค์กรสุขภาวะ ต้นทุนขององค์กร ประเด็นสุขภาวะที่ต้องการพัฒนา ระยะเวลาในการดำเนินงาน รวมถึงการสนับสนุนจากภายนอก ทั้งในด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ และกลไกดำเนินงาน ทั้งนี้ ได้มีการยกตัวอย่างกิจกรรมและโครงการส่งเสริมสุขภาพในองค์กรต่าง ๆ ได้แก่ • แอปพลิเคชัน ThaiSook AI Coach สำหรับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในองค์กร ผ่านระบบการแข่งขันออนไลน์ เช่น การจัดทำแผนลดน้ำหนัก และระบบบันทึกอาหารพร้อมคำนวณแคลอรี • โครงการ MRTA Buddy System (เดินสะสม + ลดน้ำหนัก + ดูแลกันเป็นคู่) • กิจกรรม 45 Day Step Challenge ของ Centara Anda Dhevi Resort & Spa • กิจกรรมการแข่งขันนับก้าวเดินของโรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ • โครงการ BDG Step Challenge สะสม 6,000 ก้าวต่อวัน ของบริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด แนวทางดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาวะในหน่วยงานและชุมชนได้อย่างเหมาะสมต่อไป วาระที่ 3 แนวทางการขับเคลื่อน : การก้าวสู่องค์กรสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต (Phuket Healthy Workplace) โดย นางศุภลักษณ์  ดำรงค์เชื้อ  นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นางศุภลักษณ์  ดำรงค์เชื้อ  กล่าวแก่ที่ประชุมเกี่ยวกับ โครงสร้างสถาปัตยกรรม “องค์กรแห่งความสุข” (Happy Workplace) การประเมินองค์กรแห่งความสุข มุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) องค์กรมีความสะอาด ปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดี 2) บุคลากรมีความสุข มีชีวิตชีวา และมี Work-Life Balance โดยมีมาตรฐานตัวชี้วัดหลัก 5 ด้าน ดังนี้ 1. การสนับสนุนจากผู้บริหาร ผู้บริหารให้การเห็นชอบ สนับสนุนนโยบาย และผลักดันการดำเนินงานด้านองค์กรแห่งความสุขอย่างชัดเจน 2. การส่งเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงโรค มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อลดโรคและพฤติกรรมเสี่ยง เช่น o การจัดบริการอาหารสุขภาพในโรงอาหาร (Canteen) o การดำเนินงานตามมาตรฐาน SAN ของกรมอนามัย o การพัฒนาเมนูสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุข 3. สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย สถานที่ทำงานมีความสะอาด เป็นระเบียบ ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น o ไม่มีสิ่งกีดขวางหรือจุดเสี่ยงสะดุดล้ม o มีมาตรการและแผนฉุกเฉินด้านความปลอดภัย o มีการดูแลสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่และเอื้อต่อการทำงาน 4. กายและใจเป็นสุข ส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตของบุคลากร เพื่อให้เกิดความสุขในการทำงาน มีพลัง และมีความมั่นใจในตนเอง 5. การติดตามและประเมินผลลัพธ์ การจัดเก็บเอกสาร หลักฐาน และผลการดำเนินงานที่สะท้อนให้เห็นว่า o มีการดำเนินงานจริง o เกิดผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ทั้งนี้ โครงการ Phuket Healthy Workplace มีการกำหนดเกณฑ์การประเมินทั้งสิ้น 41 ข้อ โดยแบ่งเป็น 4 หมวด 41 รายการย่อย ดังนี้ 1. หมวดนโยบายและการสนับสนุนจากผู้บริหาร จำนวน 7 ข้อ 2. หมวดส่งเสริมสุขภาพ ห่างไกลโรค จำนวน 13 ข้อ 3. หมวดสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย จำนวน 10 ข้อ 4. หมวดกายใจเป็นสุขและสุขภาพจิตดี จำนวน 7 ข้อ หน่วยงานที่สนใจ สามารถแจ้งความประสงค์การสมัครเข้าร่วมโครงการโดยดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ 1. สมัครเข้าร่วมโครงการ 2. ประเมินตนเองตามเกณฑ์ที่กำหนด 3. จัดเตรียมและแนบหลักฐานประกอบการประเมิน 4. เข้ารับการตรวจประเมินและรับรองผลการดำเนินงาน โดยทางสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ ระหว่าง เดือน มีนาคม – กันยายน 2569 โดยระบุช่วงเวลานำส่งเอกสารดังนี้ o วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ส่งใบสมัครเข้าร่วมโครงการ o วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ส่งแผนงานจัดทำและดำเนินโครงการ o วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ส่งไฟล์ผลงาน ตามเกณฑ์ 4 หมวย 41 หัวข้อย่อย พร้อมส่งเอกสารฉบับจริงแก่ทางสาธารณสุข ขั้นตอนการดำเนินงานและกระบวนการประเมินรางวัล (Roadmap to Excellence) เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีระบบและได้มาตรฐาน จึงกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานออกเป็น 6 ระยะหลัก ดังนี้ 1. การสมัครเข้าร่วมโครงการ (Registration): สถานประกอบการหรือองค์กรยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 2. กระบวนการพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำ (Mentorship & Self-Assessment Coaching): ทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและเตรียมความพร้อมในการจัดทำแบบประเมินตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐาน 3. การยื่นขอรับการประเมินตนเอง (Self-Assessment Submission): องค์กรรวบรวมข้อมูลและหลักฐานการดำเนินงาน ยื่นต่อคณะกรรมการเพื่อขอรับการประเมินอย่างเป็นทางการ 4. การลงพื้นที่ตรวจประเมิน (Site Audit & Evaluation): ทีมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานจริงในสถานที่ประกอบการ 5. การสรุปผลการดำเนินงาน (Performance Synthesis): รวบรวมและวิเคราะห์คะแนนจากคณะกรรมการเพื่อสรุปผลสัมฤทธิ์ของโครงการในภาพรวม 6. การพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ (Award Ceremony): มอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นและผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขภาวะที่ยั่งยืน รางวัล กระทรวงสาธารณสุข กำหนดระดับรางวัล 4 เกณฑ์ 4 รางวัล ดังนี้ 1. Healthy Workplace Happy for life: ใบรับรอง 5 ระดับ พื้นฐาน ดี ดีมาก ดีเยี่ยม ดีเด่น 2. สถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข: ใบประกาศ และโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ 3. สถานประกอบกิจการส่งเสริมสุขภาพและองค์กรสุขภาวะต้นแบบ ระดับเขต และระดับประเทศ 4. สถานประกอบการสาวไทยแก้มแดง วาระที่ 4 เกณฑ์และมาตรฐานการดำเนินงานการก้าวสู่องค์กรสุขภาวะ  วิธีการสมัครและส่งผลงาน โดย  นางสาวซูฮานา เจ๊ะกา นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ และ นางสาวศรัญยา สระวารี นักสาธารณสุขปฏิบัติการ  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ได้อธิบายขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้องค์กรเข้าใจหลักเกณฑ์ วิธีการจัดเตรียมเอกสาร และแนวทางการประเมิน โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยแนะนำการกรอกใบสมัคร  การจัดเตรียมหลักฐาน และการส่งเอกสารประกอบการประเมิน ดังต่อไปนี้ คือ กระบวนการดำเนินงานประกอบด้วย 1. สมัครเข้าร่วมโครงการ 2. ประเมินตนเองตามเกณฑ์ 3. แนบหลักฐานประกอบตามข้อกำหนด 4. เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินและรับรองผล สรุปหลักเกณฑ์การประเมินในโครงการ Phuket Healthy Workplace ดังต่อไปนี้ หมวดที่ 1 การสนับสนุนขององค์กร และการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน (7 ข้อ) 1. องค์กร มีการกําหนด นโยบายและกลไกในการดําเนินงานโครงการภูเก็ตเมืองเพื่อสุข ภาวะแห่งอนาคตและการมีส่วนร่วมของบุคลากร ตั้งคณะกรรมการจากทุกระดับ/ทุกแผนก 2. องค์กรมีการวิเคราะห์ข้อมูล และประเมินความเสี่ยงพร้อมทั้งมีการเรียงลําดับความสําคัญของความเสี่ยงที่พบ จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและติดตามผล 3. องค์กร มีการวางแผนงาน งบประมาณ แผนการจัดการความเสี่ยง และวางระบบติดตามการดำเนินการ 4. องค์กร มีช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์แผนงาน โครงการฯ กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง และช่องทางให้คําปรึกษาแก่ผู้ปฏิบัติงาน 5. องค์กร มีการส่งเสริมโครงการ/กิจกรรมที่แสดงถึงการใส่ใจ ด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมระหว่างองค์กร และชุมชน 6. องค์กร มีนวัตกรรมในการป้องกันการเกิดโรค หรือ พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพตาม ความเสี่ยงที่ได้จัดลําดับความสําคัญขององค์กร 7. องค์กร มีขยายการดําเนินงานโครงการฯ ไปยังหน่วยงานอื่น หมวดที่ 2 ส่งเสริมสุขภาพห่างไกลโรค (13 ข้อ) 8. องค์กร มีการจัดทําข้อมูลสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และการสรุปสถานการณ์สุขภาพใน ภาพรวมขององค์กร 9. องค์กร มีการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ตามความเสี่ยงขององค์กร เฝ้าระวังโรคจากการทำงาน 10. องค์กร มีการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคจากการประกอบ อาชีพตามความเสี่ยงขององค์กร ป้องกันโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ 11. องค์กร แจ้งข้อมูลที่จําเป็ นเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรค จากการประกอบอาชีพแก่ พนักงาน 12. องค์กร มีระบบการแจ้งกรณี พบผู้ปฏิบัติงานเป็นหรือสงสัยว่าเป็นโรคจากการประกอบอาชีพ 13. องค์กร มีการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อ และ โรคติดต่ออุบัติใหม่ 14. องค์กร มีการให้บริการรักษาพยาบาลเบื้องต้น และ วางระบบการส่งต่อผู้ปฏิบัติงาน 15. องค์กร มีการดําเนินการส่งเสริม ลด เลิก บุหรี่ สุรา และสิ่งเสพติด ส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกาย 16. องค์กร มีการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดกิจกรรมส่งเสริม โภชนาการให้ผู้ปฏิบัติงาน 17. องค์กร มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมโภชนาการให้ผู้ปฏิบัติงาน (กรณีหน่วยงานที่มีโรงอาหาร) 18. องค์กร มีการจัดการสถานที่รับประทานอาหาร จําหน่าย อาหาร และเตรียมปรุง ประกอบอาหารให้ถูกต้องตาม หลักสุขาภิบาลอาหารของกรม อนามัย 19. องค์กร มีการดําเนินการส่งเสริมการออกกําลังกาย หรือกิจกรรมทางกายให้ผู้ปฏิบัติงาน ให้ความรู้ด้านอาชีวอนามัย 20. องค์กร มีการดําเนินการส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากให้ผู้ปฏิบัติงาน หมวดที่ 3 สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (10 ข้อ) 21. องค์กร มีการดําเนินงาน ด้านการยศาสตร์ในสถานที่ทํางาน 22. องค์กร มีการบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางาน ตามที่กฎหมายกําหนด 23. องค์กร มีการส่งเสริมการป้ องกันและการลดอุบัติเหตุในงาน 24. องค์กร มีการสร้างความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน 25. องค์กร มีการเตรียมความพร้อมรับและตอบสนองเหตุฉุกเฉินให้เหมาะสมต่อความ เสี่ยงขององค์กร 26. องค์กร มีการจัดสถานที่ให้มีความเป็ นระเบียบเรียบร้อย สะอาดและปลอดภัย 27. องค์กร มีการจัดการห้องส้วมตามมาตรฐานล้วมสาธารณะ ระดับประเทศ (HAS) 28. องค์กร มีการจัดการมูลฝอยทุกประเภทอย่างถูกสุขลักษณะ ตามข้อกําหนดหรือ กฎหมายที่ เกี่ยวข้อง 29. องค์กร มีการควบคุมป้ องกันสัตว์และแมลงพาหะนําโรคที่ปลอดภัย 30. องค์กร มีการจัดการนํ้าเสีย หรือสิ่งปฏิกูลตามหลัก สุขาภิบาลและกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง หมวดที่ 4 กายใจเป็นสุขและคุณภาพชีวิต (7 ข้อ) 31. องค์กร มีการประเมินความต้องการของผู้ปฏิบัติงานในการจัดกิจกรรมนันทนาการ อย่างมีส่วนร่วม 32. องค์กร มีการจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เพื่อผ่อนคลายความเครียดและส่งเสริม ความสามัคคี่ของผู้ปฏิบัติงาน 33. องค์กร มีการประเมินความต้องการของผู้ปฏิบัติงานในการจัดกิจกรรมส่งเสริมและ ป้ องกัน ปัญหาสุขภาพจิต อย่างมีส่วนร่วม 34. องค์กร มีการดําเนินกิจกรรมส่งเสริมและป้ องกันปัญหา สุขภาพจิตให้กับผู้ปฏิบัติงาน 35. องค์กร มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตให้กับผู้ปฏิบัติงาน 36. องค์กร มีการประเมินความต้องการของผู้ปฏิบัติงานในการจัดกิจกรรมการเห็นคุณค่า ของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัวอย่างมีส่วนร่วม 37. องค์กร มีการดําเนินกิจกรรมการเห็นคุณค่าของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัว หมวดที่ 5 การวัดผลลัพธ์การดําเนินงาน (4 ข้อ) 38. การคํานวณต้นทุนค่าใช้จ่ายการบาดเจ็บจากการทํางานในรอบปี (เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี ที่ผ่านมา) 39. การวัดอัตราการบาดเจ็บจากการทํางาน (IFR และ ISR) 40. การวัดผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 41. การวัดประสิทธิภาพการควบคุมโรคติดต่อหรือ โรคติดต่ออุบัติใหม่ วาระที่ 4 กิจกรรม Workshop: แบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม เพื่อเรียนรู้แนวทางการวางแผนดำเนินงานและจัดทำรายละเอียดเพื่อแนบประกอบผลงาน ในหัวข้อเกณฑ์ที่กำหนดทั้ง 41 รายการโดยละเอียด ประกอบด้วย 1. การกำหนดนโยบายขององค์กร / หน่วยงาน 2. แนวทางการประเมินสุขภาพในองค์กร 3. แนวทางการปรับสภาพแวดล้อมในองค์กร 4. แนวทางการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต@18 พ.ค. 69 10:58

เอกสารประกอบการประชุม

หัวข้อทั้งหมด