สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส. ม.อ.)

directions_run

โครงการยกระดับการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและพัฒนาพื้นที่สุขภาวะส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

สมัชชาสุขภาพ บูท สถาปัตยกรรม PA/นโยบายส่วนกลาง ที่ กทม. และถอดบทเรียนโครงการ26 พฤศจิกายน 2567
26
พฤศจิกายน 2567รายงานจากพื้นที่ โดย nell.monchanok98
circle
กิจกรรมที่ปฎิบัติรายละเอียดของการทำกิจกรรมที่ได้ปฎิบัติจริง

เสวนาเรื่อง “การบูรณาการความร่วมมือเพื่อออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน” วันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2567 ณ อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 09.00 – 15.00 น. การแสดงนำเสนอบูท การออกแบบสถาปัตยกรรมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อและปลอดภัยในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จำนวน 13 แห่ง 15.00 – 17.00 น.    เสวนาเรื่อง “การบูรณาการความร่วมมือเพื่อออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน 1) แผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายระดับชาติของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2561–2573 และแนวทางในการบูรณาการความร่วมมือ โดย นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้แทนอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ 2) บทบาทความสำคัญของกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นในการสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดย นายแพทย์วีระพันธ์ ลีธนะกุล ผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
3) บทบาทการสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของประเทศไทย โดย คุณนิรมล ราศรี สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
4) บทบาทของสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในการขยายผลรูปแบบ ออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรม  ทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดย ดร.กิตติพงศ์ สีเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ จังหวัดฉะเชิงเทรา อุปนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย 5) กระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นชุมชน โดย ผศ.อัศนัย เล่งอี้ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา 6) ตัวอย่างพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรมในระดับท้องถิ่น
โดย นายธนิต ชาววัง นายกเทศมนตรีตำบลหัวตะพาน อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ
  นายสุธรรม ยืนสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจิกดู่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ   อาจารย์ภวัต รอดเข็ม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ดำเนินรายการ: ดร.เพ็ญ สุขมาก สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 09.00 – 12.00 น.    แลกเปลี่ยนนำเสนอบูท สถาปัตยกรรมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อและปลอดภัยในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
13.00 – 16.00 น. สรุปบทเรียนและวางแผนการดำเนินงานในระยะถัดไป
หมายเหตุ มีการจัดนิทรรศการบูทสถาปัตยกรรมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อและปลอดภัยในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย วันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2567 ณ อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี


รายชื่อหน่วยงาน
• กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข • สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
• ตัวแทนสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น • ตัวแทนพื้นที่นำร่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
• คณะทำงานวิชาการทางสถาปนิกภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
• สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

circle
ผลที่เกิดขึ้นจริงผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) / ผลสรุปที่สำคัญของกิจกรรม

1) ประเด็นที่นำเสนอ แผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายระดับชาติของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2561–2573 และแนวทางในการบูรณชาการความร่วมมือ โดย นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ผู้แทนอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายละเอียดภาพเนื้อหา: แผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายระดับชาติของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2561–2573 และแนวทางในการบูรณาการความร่วมมือในการออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ในแผนกิจกรรมทางกายระดับชาติ
1. ทักทายและเปิดเรื่อง
ประเทศไทยของเราได้ดำเนินการตาม แผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายระดับชาติ ปี พ.ศ. 2561–2573 โดยมีเป้าประสงค์สำคัญเพื่อ 1. ประชาชนมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 2. ประเทศไทยมีการจัดสภาพแวดล้อมทางสังคมและสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย 2. เป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์
"แผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายระดับชาติแบ่งเป้าหมายออกเป็น 3 ระดับสำคัญ ได้แก่:
1.ระดับบุคคล: มุ่งเพิ่มกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมในทุกช่วงวัย
2. ระดับชุมชน: สร้างพื้นที่และกิจกรรมที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหว เช่น สวนสาธารณะ ทางเดิน-วิ่ง-จักรยาน
3. ระดับระบบ: บูรณาการนโยบายข้ามหน่วยงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหว เช่น    การออกแบบเมือง การจัดการจราจร และการสนับสนุนการคมนาคม
โดยมีตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย คือ 1. ประชาชนมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ร้อยละ 75 2. เขตพื้นที่ตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย มีการส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางสังคมและสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย ร้อยละ 60 3. แนวทางการบูรณาการความร่วมมือ
การบรรลุเป้าหมายนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ดังนี้:
1.กระทรวงสาธารณสุข: ทำงานร่วมกับกระทรวงอื่น ๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงคมนาคม
2. ชุมชนและองค์กรท้องถิ่น: เช่น อบต. และเทศบาล ในการพัฒนาพื้นที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหว
3. ภาคเอกชน: ส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อกิจกรรมทางกาย เช่น ศูนย์ออกกำลังกาย  สนามกีฬา และทางจักรยาน
4. การออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม: เป็นหัวใจสำคัญ โดยการสร้างพื้นที่ที่กระตุ้นกิจกรรมทางกาย เช่น สวนสาธารณะรูปแบบใหม่ ทางเดินที่ปลอดภัย หรือพื้นที่กิจกรรมแบบเอนกประสงค์ในชุมชน
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

  • ตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ตัวอย่างกิจกรรม โครงการก้าวท้าใจ Season 1-6: แรงขับเคลื่อนสุขภาพด้วยกิจกรรมทางกาย โครงการ "ก้าวท้าใจ" ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ Season 1 จนถึง Season 6 โดยใน Season 6 ได้ตั้งเป้าหมายสำคัญให้คนไทยร่วมกัน "ท้า 150 วัน 150 ล้านแต้มสุขภาพ ผลลัพธ์ของโครงการที่ผ่านมา
  • มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมกว่า 5.2 ล้านคน
  • แต้มสุขภาพสะสมรวม 67,726,574 แต้ม
  • เผาผลาญพลังงานรวมกว่า 3,510 ล้านกิโลแคลอรี
  • ระยะทางสะสมจากการเดิน-วิ่งรวมกว่า 41 ล้านกิโลเมตร แต้มสุขภาพที่ได้จากการออกกำลังกายถูกแปลงเป็น “Health Point” เพื่อแลกของรางวัลผ่านแอปพลิเคชัน “ก้าวท้าใจ” ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    นอกจากนี้ ยังมีการมอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในโครงการนี้ รวมกว่า 145 รางวัล สะท้อนถึงความสำเร็จและความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั่วประเทศ
    โครงการก้าวท้าใจจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านนวัตกรรมและความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ที่ช่วยสร้างสุขภาพที่ดีและวัฒนธรรมการออกกำลังกายอย่างยั่งยืนในสังคมไทย (สำนักข่าว Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ,https://www.hfocus.org/content/2023/11/29037)
  1. สรุป
    การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเป็นหน้าที่ของทุกคน หากเราสามารถร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราจะสร้างสังคมที่มีสุขภาพดี มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อชีวิตที่ยั่งยืน

2) ประเด็นที่นำเสนอ บทบาทความสำคัญของกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นในการสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดย นายแพทย์วีระพันธ์ ลีธนะกุล ผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
รายละเอียดภาพเนื้อหา: นำเสนอ บทบาท ความสำคัญของกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กองทุนสุขภาพตำบล) ในการสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับตำบล และข้อเสนอแนะในการขยายผลกองทุนต้นแบบเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและคุณภาพชีวิตของประชาชน 1. ทักทายและเปิดเรื่อง ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทและความสำคัญของกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ 'กองทุนสุขภาพตำบล' ในการสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพรวมถึงโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระดับชุมชน

  1. บทบาทและความสำคัญของกองทุนสุขภาพตำบล
    กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กองทุนสุขภาพตำบล) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขในพื้นที่ โดยเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพของประชาชน ประเภทของโครงการที่กองทุนสนับสนุนมีดังนี้:
  2. สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข: เช่น การจัดบริการตรวจสุขภาพ การให้ความรู้ด้านสุขภาพ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน
  3. สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน: เช่น โครงการรณรงค์การออกกำลังกาย การจัดอบรมด้านโภชนาการ และการป้องกันโรคติดต่อ
  4. สนับสนุนหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ: เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การดูแลผู้สูงอายุ และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
  5. สนับสนุนการบริหารหรือพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพ: เช่น การพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน และการจัดทำแผนสุขภาพชุมชน
  6. สนับสนุนกรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติในพื้นที่: เช่น การจัดหาวัสดุป้องกันโรค การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาด และการฟื้นฟูสุขภาพหลังภัยพิบัติ การสนับสนุนโครงการเหล่านี้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชน
  7. โครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/ออกกำลังกาย ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน
    โรคเบาหวานถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องการกลยุทธ์และเครื่องมือที่หลากหลาย รวมถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ และควบคุมผู้ป่วยที่มีอยู่ให้สามารถจัดการโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เนื่องในโอกาสวันเบาหวานโลกที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ร่วมรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยร้ายของโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคร้ายแรงที่ตามมา พร้อมเชิญชวนประชาชนหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานอย่างยั่งยืน
    กองทุนสุขภาพตำบลได้เปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ขอทุนสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับกิจกรรมทางกาย ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีโครงการส่งเสรมกิจกรรมทางกายที่ได้รับการสนับสนุนมากกว่า 10,000 โครงการ โดยโครงการเหล่านี้มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพ ลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ การสนับสนุนกิจกรรมทางกายยังเป็นการลงทุนที่สำคัญในการลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน และลดภาระต่อระบบสาธารณสุขในอนาคต
  8. ข้อเสนอแนะในการขยายผลและพัฒนากลไก
    สำหรับการขยายผลและพัฒนากลไกของกองทุนสุขภาพตำบล ผมขอเสนอแนวทางดังนี้:
  9. พัฒนากองทุนต้นแบบส่งเสริมกิจกรรมทางกาย: เลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงและให้การสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อสร้างแรงจูงใจและเป็นแบบอย่างในการดำเนินงาน
  10. ขยายการบูรณาการกับหน่วยงานอื่น: เช่น ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียน หรือกับกระทรวงมหาดไทยในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ
  11. เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในชุมชน: จัดการฝึกอบรมผู้นำชุมชนให้เป็นวิทยากรส่งเสริมสุขภาพ เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะในการดำเนินกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน การดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสุขภาพตำบล และส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในชุมชนอย่างยั่งยืน
  12. สรุป กองทุนสุขภาพตำบลเป็นกลไกสำคัญที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน และหากเราเพิ่มการบูรณาการและขยายผลอย่างเหมาะสม เราจะสามารถพัฒนากิจกรรมทางกายให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประชาชนได้อย่างแท้จริง

3) ประเด็นที่นำเสนอ บทบาทการสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของประเทศไทย โดย คุณนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
รายละเอียดภาพเนื้อหา: นำเสนอภารกิจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เพียงของประเทศไทย และข้อเสนอแนะต่อแนวทางการบูรณาการความร่วมมือเพื่อออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน 1. ทักทายและเปิดเรื่อง การส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนไทยในบริบทของโลกปัจจุบันที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัย 2. บทบาทของแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สสส.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ 3 Actives เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนงาน ดังนี้ 1. Active People: มุ่งเน้นการพัฒนาคนที่กระฉับกระเฉง ผ่านการสร้างความรู้และโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยสามารถมีกิจกรรมทางกายได้เพียงพอ พร้อมส่งเสริมความรอบรู้ทางกายและสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัยและวิถีชีวิต 2. Active Environment: สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อกิจกรรมทางกาย เช่น การพัฒนาสวนสาธารณะ เส้นทางเดิน-วิ่ง และพื้นที่นันทนาการในโรงเรียน ที่ทำงาน และชุมชน เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ได้อย่างเท่าเทียม 3. Active Society: ส่งเสริมค่านิยมในสังคมที่สนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง โดยสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานของสังคมที่เคลื่อนไหวอยู่เสมอ 3. กิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
- พัฒนาระบบติดตามและรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมทางกายของประชากรไทย สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้วยฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในสังคมไทย - การสรรค์สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย จากปัจจัยแวดล้อมในการอยู่อาศัยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมสุขภาพและความกระฉับกระเฉงในวิถีชีวิตของบุคคลและสังคมโดยรวม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านสุขภาพและหน่วยงานภายนอก เช่น การผังเมือง การคมนาคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา วัฒนธรรม และท้องถิ่น เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนในสังคมไทย ตัวอย่างโครงการลานกีฬาพัฒน์ และ สวนเบญจกิติ - ส่งเสริมงานวิ่งที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล ตามแนวทางการขับเคลื่อนความปลอดภัยในงานกีฬามวลชน - ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะส่งเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทยและสากล
4. ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการพัฒนา
แนวทางเพื่อการบูรณาการและพัฒนากิจกรรมทางกายเพิ่มเติม ดังนี้:
1. การสร้างพื้นที่ต้นแบบส่งเสริมสุขภาพชุมชนที่รวมกิจกรรมออกกำลังกาย กิจกรรมทางกาย การเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาพ
2. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ: ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น เช่น การประสานงานระหว่างภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
3. การพัฒนาพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม: เชื่อมโยงกิจกรรมทางกายกับวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชน โครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสามารถเพิ่มความน่าสนใจและสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนได้ เช่น • กิจกรรมที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม: การเดิน-วิ่งรอบโบราณสถาน หรือการฟ้อนรำพื้นบ้าน • ตลาดนัดอาหารสุขภาพและถนนคนเดิน: จัดกิจกรรมทางกายที่เชื่อมโยงกับตลาดนัดสุขภาพ ส่งเสริมสินค้าและอาหารท้องถิ่น • ส่งเสริมเอกลักษณ์ท้องถิ่น: ใช้ประเพณีและวัฒนธรรมเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบกิจกรรม แนวทางนี้ช่วยเสริมสุขภาพ เพิ่มรายได้ และอนุรักษ์วัฒนธรรมของชุมชนในเวลาเดียวกัน


5. สรุป บทบาทและภารกิจของ สสส. รวมถึงแนวทางการบูรณาการที่นำเสนอจะช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือกันขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคมกระฉับกระเฉงเพื่อสุขภาพ

4) ประเด็นที่นำเสนอ บทบาทของสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในการขยายผลรูปแบบการออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดย ดร.กิตติพงศ์ สีเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ จังหวัดฉะเชิงเทรา
อุปนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย รายละเอียดภาพเนื้อหา: นำเสนอบทบาทของ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ในการขยายผลรูปแบบ ออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนสู่หน่วยงานองค์กรปกครองท้องถิ่นอื่นๆ
1. ทักทายและเปิดเรื่อง
บทบาทและแนวทางของสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาและขยายผลการออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ในปัจจุบัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และการออกแบบพื้นที่ที่เหมาะสมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในชุมชน 2. บทบาทของสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง อปท. ทั่วประเทศกับนโยบายระดับชาติ โดยมีบทบาทหลักดังนี้:
1. ผลักดันนโยบายการออกแบบพื้นที่: ทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ที่กระตุ้นกิจกรรมทางกาย เช่น สวนสาธารณะ สนามกีฬา และลานกิจกรรมชุมชน
2. สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชุมชน: เช่น การพัฒนาทางเดิน ทางจักรยาน และพื้นที่การออกกำลังกายที่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย
3. ถ่ายทอดองค์ความรู้: ส่งเสริมการเรียนรู้และนำรูปแบบที่ประสบความสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบไปปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ 3. การขยายผลรูปแบบการออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม
"การขยายผลรูปแบบการออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ประกอบด้วยแนวทางสำคัญดังนี้:
1. พัฒนาพื้นที่ต้นแบบระดับตำบล: เช่น การออกแบบสวนสุขภาพชุมชนที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมท้องถิ่น เช่น ตลาดนัด วิ่งเพื่อสุขภาพ หรือเทศกาลประเพณี
2. บูรณาการระหว่างหน่วยงาน: เช่น การทำงานร่วมกับภาคเอกชนและชุมชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการออกแบบไปจนถึงการใช้งาน
3. กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น: เช่น การจัดกิจกรรมกีฬา วิ่ง หรือปั่นจักรยานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มพื้นที่เชื่อมต่อกับตลาดชุมชนเพื่อส่งเสริมรายได้ของคนในพื้นที่ 4. ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จและข้อเสนอแนะ
ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ เช่น:
ลานกิจกรรมสำหรับเด็ก โรงเรียนบ้านเขาพระอินทร์ ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี
ปัจจุบันกิจกรรมทางกายในเด็กลดลง ส่งผลต่อการพัฒนาเยาวชนในอนาคต ท้องถิ่นจึงให้ความสำคัญและออกแบบลานกิจกรรมภายใต้แนวคิดการกระตุ้นสมองผ่านการเคลื่อนไหวและความคิดสร้างสรรค์
รายละเอียดพื้นที่:
- สวนเด็กและหลุมทราย: ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย พร้อมมุมสีเขียวสร้างบรรยากาศเรียนรู้จากธรรมชาติ
- ฐานกิจกรรม 7 ฐาน: เสริมทักษะและพัฒนาร่างกาย เช่น ล้อยางฝัง, ปีนตอไม้, โหนบาร์, ปีนหน้าผาทราย, แทรมโพลีน, โหนห่วง และปีนตาข่าย
พื้นที่นี้ช่วยส่งเสริมการพัฒนาร่างกาย ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติม:
- สร้างแรงจูงใจให้ อปท. ทั่วประเทศได้ปรับใช้รูปแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสม
- ขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างพื้นที่ต้นแบบและพื้นที่ใหม่" 5. สรุป
การออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่เพิ่มกิจกรรมทางกาย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชน





5) ประเด็นที่นำเสนอ กระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นชุมชน โดย ผศ.อัศนัย เล่งอี้ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ตัวแทนคณะทำงานวิชาการสถาปนิกภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้
รายละเอียดภาพเนื้อหา: นำเสนอ กระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นชุมชน และกระบวนการผลักดันแบบสถาปัตยกรรมสู่การปฏิบัติให้เกิดพื้นที่รูปธรรมในท้องถิ่น 1. ทักทายและเปิดเรื่อง
แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับกระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่อาศัยการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นชุมชน ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมและยั่งยืน แต่ยังเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
2. กระบวนการออกแบบโดยการมีส่วนร่วม
กระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นชุมชนมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้:
1. การศึกษาพื้นที่และบริบท: การเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจลักษณะทางกายภาพ วัฒนธรรม และความต้องการของชุมชน
2. การมีส่วนร่วมของประชาชน: เปิดโอกาสให้ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ร่วมแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มต้น
3. การออกแบบร่วม: นำข้อเสนอจากชุมชนมาผสมผสานกับแนวคิดทางสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้งาน
4. การประเมินและปรับปรุง: รับฟังข้อเสนอแนะในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้แบบที่ได้สอดคล้องกับความต้องการจริงของชุมชน
3. กระบวนการผลักดันแบบสถาปัตยกรรมสู่การปฏิบัติ
การเปลี่ยนจากแบบสถาปัตยกรรมสู่พื้นที่ที่เป็นรูปธรรมในท้องถิ่น ต้องอาศัยการผลักดันที่ชัดเจน โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้:
1. การประสานงานระหว่างหน่วยงาน: สถาปนิกทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐ
2. การจัดหางบประมาณ: โดยการใช้ทรัพยากรจากกองทุนในพื้นที่ หรือการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น กองทุนสุขภาพตำบล หรือ สสส.
3. การทดลองใช้งาน: ก่อนการก่อสร้างเต็มรูปแบบ ควรมีการทดลองใช้พื้นที่ต้นแบบเพื่อประเมินความเหมาะสม
4. การเสริมสร้างความเป็นเจ้าของ: การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องช่วยให้ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ และช่วยรักษาให้ใช้งานได้ในระยะยาว


4. ตัวอย่างพื้นที่
"ตัวอย่างพื้นที่ เช่น:
ลำพูน: 1. สวนสาธารณะเทศบาลริมปิง: พื้นที่ออกกำลังกายและพักผ่อนที่เข้าถึงได้ทุกวัย พร้อมกิจกรรมวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน สนามกีฬา และลานอเนกประสงค์ โดยส่งเสริมกิจกรรมของชุมชนสร้างพื้นที่ active เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน
2. สวนสาธารณะเทศบาลบ้านแป้น: รองรับกิจกรรมวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน และกีฬา เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ การเข้ามาใช้ประโยชนในพื้นที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหมุนเวียนสนับสนุนผู้ประกอบการในชุมชน เช่น ร้านค้าเล็ก ๆ
น่าน: 1. สวนสาธารณะบ้านดอนแก้ว: พื้นที่สีเขียวพร้อมทางเดิน ทางวิ่ง สนามเด็กเล่น
2. สวนสาธารณะเทศบาลเมืองน่าน: ศูนย์กลางกิจกรรมสาธารณะและการออกกำลังกายหลากหลาย พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การจัดงานเทศกาลท้องถิ่นที่กระตุ้นรายได้ของชุมชน
3. โรงเรียนเทศบาลเมืองภูมินทร์: ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทักษะสังคม ความปลอดภัยในการออกกำลังกาย พื้นที่เหล่านี้นอกจากจะส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ยังสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงการใช้พื้นที่และการสร้างรายได้ในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน 5. สรุป กระบวนการออกแบบโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ไม่เพียงช่วยสร้างพื้นที่ที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง แต่ยังสร้างความเป็นเจ้าของและความยั่งยืนของโครงการ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือกันผลักดันแนวทางนี้ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
6) ประเด็นที่นำเสนอ ตัวอย่างพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรมในระดับท้องถิ่น
โดย นายธนิต ชาววัง นายกเทศมนตรีตำบลหัวตะพาน อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ
รายละเอียดภาพเนื้อหา: นำเสนอผลการทำงานในพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรม และแนวทางการผลักดันแบบสถาปัตยกรรมสู่การปฏิบัติให้เกิดพื้นที่รูปธรรมในท้องถิ่น ข้อเสนอแนะแนวทาง การขยายผลและบูรณาการความร่วมมือเพื่อออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน 1. ทักทายและเปิดเรื่อง
นำเสนอผลการทำงานในพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรมตำบลหัวตะพานได้มีโอกาสดำเนินโครงการนำร่องที่มุ่งเน้นการออกแบบพื้นที่เพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกาย และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเป็นต้นแบบที่สามารถต่อยอดไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ตัวอย่างพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรม
"สำหรับพื้นที่นำร่องในตำบลหัวตะพาน เราได้ดำเนินการในโครงการสำคัญ ดังนี้:
1. ลานกิจกรรมกลางชุมชน: ออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ที่รองรับกิจกรรมทางกาย เช่น การเต้นแอโรบิก การเล่นกีฬา และกิจกรรมวัฒนธรรม โดยใช้วัสดุในท้องถิ่นเพื่อประหยัดงบประมาณและสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน
2. เส้นทางเดิน-วิ่งและปั่นจักรยาน: พัฒนาลู่วิ่งและทางจักรยานที่ปลอดภัยและเชื่อมโยงกับจุดสำคัญในชุมชน เช่น วัด โรงเรียน และตลาดท้องถิ่น
3. ตลาดวิถีชุมชน: ออกแบบพื้นที่ตลาดที่ผสมผสานกิจกรรมทางกาย เช่น การเดินซื้อของ และส่งเสริมเศรษฐกิจของผู้ค้าท้องถิ่น

  1. กระบวนการผลักดันแบบสถาปัตยกรรมสู่การปฏิบัติ
    การผลักดันโครงการให้เกิดพื้นที่รูปธรรมในตำบลหัวตะพาน เกิดจากปัจจัยสำคัญ ดังนี้
  2. การมีส่วนร่วมของประชาชน: เริ่มต้นด้วยการจัดเวทีประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชน เพื่อให้พื้นที่ที่ออกแบบสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน
  3. กิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกายได้การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ทำงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ สสส. เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุน
  4. การจัดการและติดตามผล: กระบวนการผลักดันแบบสถาปัตยกรรมสู่การปฏิบัติ ให้เกิดพื้นที่ หลังจากสร้างพื้นที่แล้ว มีการติดตามผลการใช้งาน และปรับปรุงพื้นที่ตามความต้องการของผู้ใช้

  5. ข้อเสนอแนะแนวทางการขยายผลและบูรณาการความร่วมมือ
    จากประสบการณ์ในเทศบาลตำบลหัวตะพาน ขอเสนอแนวทางเพื่อการขยายผลและบูรณาการความร่วมมือดังนี้:

  6. พัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพิ่มเติมในภูมิภาคอื่น ๆ: โดยใช้เทศบาลตำบลหัวตะพาน เป็นพื้นที่เรียนรู้ และปรับใช้ในบริบทของพื้นที่ต่าง ๆ
  7. ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วน: เช่น การบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน
  8. สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้: จัดตั้งกลุ่มเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ในการพัฒนาพื้นที่


  9. สรุป การพัฒนาพื้นที่นำร่องต้นแบบในเทศบาลตำบลหัวตะพาน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมที่สามารถส่งเสริมกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้จริง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประสบการณ์นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านร่วมมือกันผลักดันการพัฒนาในพื้นที่ของตนเองต่อไป

7) ประเด็นที่นำเสนอ ตัวอย่างพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรมในระดับท้องถิ่น
โดย นายสุธรรม ยืนสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจิกดู่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ รายละเอียดภาพเนื้อหา: นำเสนอผลการทำงานในพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรม และแนวทางการผลักดันแบบสถาปัตยกรรมสู่การปฏิบัติให้เกิดพื้นที่รูปธรรมในท้องถิ่น ข้อเสนอแนะแนวทาง การขยายผลและบูรณาการความร่วมมือเพื่อออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน 1. ทักทายและเปิดเรื่อง นำเสนอผลการทำงานเกี่ยวกับพื้นที่นำร่องต้นแบบทางสถาปัตยกรรมของตำบลจิกดู่ ซึ่งเราได้มุ่งเน้นการออกแบบพื้นที่ที่สามารถส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชาชน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน 2. ตัวอย่างพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรม
องค์การบริหารส่วนตำบลจิกดู่ได้ดำเนินการโครงการพื้นที่นำร่องสำคัญ ได้แก่:
1. สวนสาธารณะขนาดเล็ก:ปรับพื้นที่เดิมหน้าเทศบาลให้เหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ โดยเพิ่มเครื่องเล่นเด็ก เช่น ตาข่ายปีนป่าย และสวนหินเพื่อสุขภาพ พร้อมใช้วัสดุธรรมชาติให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
2. พื้นที่เชื่อมโยงเทศบาล รพสต. และโรงเรียน: ปรับปรุงทางเท้าและเพิ่มแทร็กกิจกรรมเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานสำหรับนักเรียนและผู้สูงอายุ เช่น การเดินบำบัด กิจกรรมตลาดนัด และกิจกรรมเรียนรู้กลางแจ้ง
3. ตลาดชุมชนและศูนย์แสดงสินค้า: รีโนเวทอาคารเดิมให้เป็นศูนย์แสดงสินค้าชุมชนและงานหัตถกรรม พร้อมปรับภูมิทัศน์รอบอาคารให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกวัย
โครงการเหล่านี้จะเปลี่ยนตำบลจิกดู่ให้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมชุมชน ที่สนับสนุนการศึกษา สุขภาพ การออกกำลังกาย และเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน 3. กระบวนการผลักดันแบบสถาปัตยกรรมสู่การปฏิบัติ
การผลักดันโครงการเหล่านี้ให้เป็นจริงในตำบลจิกดู่ เกิดจากการดำเนินงานในลักษณะดังนี้:
1. กระบวนการมีส่วนร่วม: ประชาชนในชุมชนมีบทบาทสำคัญตั้งแต่การเสนอความต้องการ ไปจนถึงการออกแบบและการใช้งานพื้นที่
2. ความร่วมมือจากหน่วยงานสนับสนุน: เราได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานท้องถิ่น เช่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
3. การทดลองใช้พื้นที่: เราจัดกิจกรรมทดลอง เช่น งานวิ่งชุมชน และตลาดวิถีชุมชน เพื่อทดสอบการใช้งานและปรับปรุงพื้นที่ให้ตอบสนองต่อผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น 4. ข้อเสนอแนะและแนวทางการขยายผล
จากประสบการณ์ในตำบลจิกดู่ เสนอแนวทางเพิ่มเติมดังนี้:
1. พัฒนาเครือข่ายพื้นที่ต้นแบบ: โดยเริ่มจากตำบลจิกดู่และเชื่อมโยงไปยังตำบลใกล้เคียง เพื่อสร้างกลุ่มพื้นที่ที่สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน
2. การสนับสนุนการออกแบบที่ยั่งยืน: ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการออกแบบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตท้องถิ่น
3. การจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ: เช่น งานประเพณีประจำปีที่ผสมผสานกับการใช้พื้นที่ใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและส่งเสริมรายได้ในชุมชน
5. สรุป การออกแบบพื้นที่สถาปัตยกรรมที่มีส่วนร่วมของชุมชน ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกาย แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจและความเข้มแข็งให้กับชุมชน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประสบการณ์จากตำบลจิกดู่ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาพของประชาชนไทย

8) ประเด็นที่นำเสนอ ตัวอย่างพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรมในระดับท้องถิ่น
โดย อาจารย์ภวัต รอดเข็ม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รายละเอียดภาพเนื้อหา: นำเสนอผลการทำงานในพื้นที่นำร่องต้นแบบสถาปัตยกรรม และแนวทางการผลักดันแบบสถาปัตยกรรมสู่การปฏิบัติให้เกิดพื้นที่รูปธรรมในท้องถิ่น ข้อเสนอแนะแนวทาง การขยายผลและบูรณาการความร่วมมือเพื่อออกแบบพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุม