ทดลองปรับ post course
ข่าวประชาสัมพันธ์
- น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันลุ้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็กพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา @12 มิ.ย. 69 16:23 | 3 views

- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร ตลาดนัดรื่นรมย์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ @22 พ.ค. 69 15:18 | 23 views
- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร รพ.สต.ทุ่งยาว ต.โคกชะงาย อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง @22 พ.ค. 69 15:07 | 26 views
- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร รพ.สต.บ้านโตระ ต.ตํานาน อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง @22 พ.ค. 69 15:06 | 23 views
- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร รพ.สต.บ้านควนถบ ต.พญาขัน อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง @22 พ.ค. 69 15:06 | 28 views
- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร รพ.สต.บ้านหัวถนน ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง @22 พ.ค. 69 15:05 | 22 views
- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร รพ.สต.บ้านสำเภาใต้ ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง @22 พ.ค. 69 15:04 | 24 views
- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร รพ.สต.ลําปํา ต.ลําปํา อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง @22 พ.ค. 69 15:03 | 21 views
- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร รพ.สต.บ้านลำใน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง @22 พ.ค. 69 15:01 | 25 views
- โครงการขับเคลื่อนระบบอาหาร รพ.สต.บ้านน้ำตก ต.วังใหม่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง @22 พ.ค. 69 15:00 | 25 views
ข่าวประชาสัมพันธ์
โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน (ส่วนกลาง)
การอบรมพัฒนาศักยภาพการทำสื่อ : ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทการทำงานของนักข่าวพลเมือง วิธีการจับประเด็นจากสิ่งที่สนใจในพื้นที่ เชื่อมโยงมุมมองการสื่อสารจากนักข่าวพลเมืองเข้ากับประเด็นสุขภาวะและประเด็นอื่นๆ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตสื่อเพื่อขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนมากขึ้น@17 มิ.ย. 69 12:19โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 9
อบรมเสริมศักยภาพพื้นที่ในการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพชุมชนและการทำแผน (เป้าหมาย10แผน/กองทุน) พัฒนาโครงการและติดตามประเมินผลโครงการ รอบที่ 2 ในระดับกองทุนท้องถิ่นอำเภอคง : • จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม 26 คน 4 กองทุน • ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพชุมชนและการจัดทำแผนงานด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานของกองทุนสุขภาพตำบลได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ • ผู้เข้าร่วมอบรมมีความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลสถานการณ์สุขภาพชุมชนจากการเก็บแบบสอบถาม สามารถแปลผลและเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง • ผู้เข้าร่วมสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพชุมชน จัดลำดับความสำคัญของปัญหา และกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านสุขภาพโดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์และกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ในการวางแผน พัฒนาแผนงาน และจัดทำโครงการด้านสุขภาพของกองทุนสุขภาพตำบล เพื่อให้การดำเนินงานด้านสุขภาพในพื้นที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามปัญหา และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนต่อไป@16 มิ.ย. 69 14:54โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง
ประชุมคณะทำงานปรับปรุงแบบสอบถามเพื่อการติดตามและประเมินผลโครงการ : วันที่ 13 มิถุนายน 2569 คณะทำงานได้ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาและปรับปรุงแบบสอบถามสำหรับใช้ในการติดตามและประเมินผลโครงการในพื้นที่นำร่อง ได้แก่ จังหวัดสงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และภูเก็ต โดยมุ่งเน้นให้เครื่องมือมีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และสามารถสะท้อนผลลัพธ์การดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นสำคัญที่ใช้ในการเก็บข้อมูลและนำไปสู่การวางแผนพัฒนาในอนาคต ประกอบด้วย • พฤติกรรมและระดับกิจกรรมทางกายของประชาชน • พฤติกรรมการบริโภคอาหารและโภชนาการ • ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) • ปัจจัยแวดล้อมและกลไกสนับสนุนการมีสุขภาวะในพื้นที่ ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะถูกนำไปใช้ในการ 1. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ 2. วิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพในพื้นที่ 3. จัดทำแผนและมาตรการส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัด 4. สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs ในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผลการประชุม ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแบบสอบถาม และเตรียมนำเครื่องมือไปทดลองใช้และเก็บข้อมูลในพื้นที่นำร่องทั้ง 5 จังหวัด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการวางแผนและพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพต่อไป@14 มิ.ย. 69 08:08โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง
ประชุมติดตามความก้าวหน้า PA พหุวัฒนธรรม : ได้แแผนงาน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. การผลิตสื่อคลิปเพื่อสื่อสารและเผยแพร่ต้นแบบกิจกรรมทางกายในพื้นที่พหุวัฒนธรรม 2. การสังเคราะห์บทเรียนและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายในพื้นที่พหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน@11 มิ.ย. 69 11:20โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง
ประชุมติดตามความก้าวหน้าการประเมิน SROI PA : แนวทางการประเมิน SROI มี 4 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ 1) การติดตาม ประเมินผลการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น และนำผลการประเมินมาใช้ในการยกระดับขยายผลเชิงระบบและนโยบาย 2) บูรณาการความร่วมมือพัฒนานโยบายสาธารณะระดับจังหวัด (NCDs Ecosystem 4 จังหวัด: น่าน กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี ยะลา) ประเด็นการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง และสร้างกลไกนโยบายระดับจังหวัด 3) ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายและพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ ประเด็นการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่เอื้อต่อกิจกรรมทางกาย และผลักดันนโยบายสู่ระดับท้องถิ่นและระดับชาติ 4) พัฒนารูปแบบกิจกรรมทางกายในบริบทพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ ประเด็นการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่และสามารถขยายผลได้@11 มิ.ย. 69 11:18โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง
ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง” ครั้งที่ 1 : ...@10 มิ.ย. 69 14:38โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง
การประชุม "ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" ครั้งที่ 2 : รายงานการประชุม การประชุม "ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" ครั้งที่ 2 วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้ลานมังกร ชั้น 2 สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร) อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต วาระที่ 1 ที่มาและความสำคัญของการจัดทำโครงการ วัตถุประสงค์ของโครงการ ย่าง – ย่าน – สุข เมืองเก่า Physical Activity โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการ สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ดำเนินโครงการลดภาวะเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) เพื่อแก้ปัญหาอัตราความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ในจังหวัดภูเก็ต ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ส่งผลให้ค่าครองชีพและการเดินทางมีอัตราค่าบริการค่อนข้างแพง ทำให้ประชาชนเปลี่ยนจากการเดินทางโดยใช้ขนส่งสาธารณะมาพึ่งพารถยนต์เป็นหลักและขาดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางร่างกาย โครงการนี้จึงมุ่งขับเคลื่อนแนวคิด “เมืองเดินได้” (Walkable City) การเดินเชื่อมย่าน และการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ (Active Transportation) โดยผสานพลังร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชนสถานศึกษา และภาคประชาชน อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต กรมโยธาธิการและผังเมือง นักออกแบบสร้างสรรค์เมือง ภาคเศรษฐกิจ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และภาคประชาชนชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อลดการใช้รถยนต์และออกแบบพื้นที่สาธารณะรวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์ส่งเสริมอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน การบูรณาการความร่วมมือแต่ละหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อสุขภาพและการลดโรค NCDs ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น แต่ยังสร้าง ผลกระทบเชิงบวกแบบทวีคูณ (Multiplier Effect) ด้วยการปลุกวิถีชีวิตย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้กลับมาคึกคัก กระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจท้องถิ่นจากการเดินเท้าท่องเที่ยว ทั้งยังช่วยพลิกโฉมภูมิทัศน์เมืองสู่เมืองน่าอยู่สุขภาวะดี ซึ่งจะช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และยกระดับภาพลักษณ์ของภูเก็ตสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะอย่างยั่งยืน” (Sustainable Health & Wellness City) ในระดับสากล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายโดยภาครัฐต่อไป วาระที่ 2 นำเสนอผลการประชุมระดมความคิดความต้องการพัฒนาพื้นที่เมืองเก่า ภายใต้ หัวข้อ “ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะในย่านเมืองเก่าภูเก็ต” เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ ณ โรงแรมเพิร์ล เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เพื่อร่วมกันผลักดันข้อเสนอนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่นำร่องย่านเมืองเก่า โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายและชุมชนผ่านการประชุมและกิจกรรมเวิร์กช็อป ได้ข้อสรุปแนวทางการพัฒนาใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1) Urban Connectivity – ระบบป้ายสื่อสารและการเชื่อมโยงย่าน ที่ประชุมเสนอให้มีการพัฒนาระบบป้ายสื่อสารและป้ายบอกเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างย่าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรและสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ชุมชน โดยออกแบบสัญลักษณ์ให้เป็นสากล เข้าใจง่าย เช่น ห้องน้ำ จุดจอดรถ และแหล่งเรียนรู้ ควบคู่กับการสะท้อนเอกลักษณ์พื้นที่ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากนี้ มีข้อเสนอให้จัดทำแผนที่แสดงจุดสำคัญของเมืองอย่างละเอียด เช่น จุดจอดรถ ห้องน้ำสาธารณะ ตลาด ศาลเจ้า และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ย่านเมืองเก่าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของการจัดทำ Guidebook มีข้อเสนอให้นำเสนอในรูปแบบ Storytelling เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ บรรยากาศ และคุณค่าของเมืองเก่า ผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์ เช่น การเล่าเรื่องในลักษณะ Diary หรือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง รวมถึงแนวคิดการพัฒนา Writer Residency เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเขียนเข้ามาพำนักและถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองในมิติที่หลากหลาย พร้อมทั้งผนวกกิจกรรมหรือเกมภายในเล่ม เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมในการเดินสำรวจเมือง ทั้งนี้ ยังมีข้อเสนอในการพัฒนาป้ายสื่อสาร Onsite บริเวณพื้นฟุตบาท ผนังอาคาร และพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลของย่านมีความกลมกลืนกับบรรยากาศและวิถีชีวิตของชุมชน พื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน: ชุมชนบ้านซ้าน – จุ้ยตุ่ย (เน้นวิถีตลาดสดและวัฒนธรรมศาลเจ้า) • ย่านเมืองเก่า: ชุมชนเมืองเก่า, ชุมชนเมืองเก่าชาร์เตอร์ดแบงก์ และชุมชนซินหล่อ (เน้นสถาปัตยกรรมและย่านเศรษฐกิจโบราณ) 2) Walkability & Comfort – การปรับปรุงทางเท้าและสภาพแวดล้อม ที่ประชุมเสนอแนวทางการพลิกโฉมทางเท้าให้เป็น “เส้นทางเดินได้ เดินดี” เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยดึงดูดคนให้เข้าชมร้านค้าและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยจะเริ่มจากการจัดระเบียบและขอคืนพื้นที่ทางเท้าสาธารณะ ด้วยการทำความเข้าใจกับร้านค้าในพื้นที่ พร้อมประสานเทศบาลช่วยย้ายสิ่งกีดขวาง เช่น ป้าย เสา ถังขยะ หรือต้นไม้ที่บดบังทางเดิน ควบคู่ไปกับการซ่อมแซมพื้นผิวทางเท้าเดิมให้เรียบเนียน เดินง่าย ไม่สะดุด นอกจากนี้ จะเติมความร่มรื่นและน่าเดินด้วยการเพิ่มร่มเงา (Shading) จัดระบบแสงสว่างให้ปลอดภัยในยามค่ำคืน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยยังคงรักษาต้นไม้เดิมที่มีคุณค่าไว้ พร้อมทั้งนำวัสดุเก่าในท้องถิ่นมาดีไซน์ใหม่เป็นจุดนั่งพักผ่อน (Street Furniture) ที่กลมกลืนกับวิถีชุมชน ในส่วนของการจัดสรรพื้นที่ จะใช้การขีดสีตีเส้นแบ่งโซนกิจกรรมตามช่วงเวลา (เช่น เปิดพื้นที่ค้าขายหรือกิจกรรมพิเศษวันเสาร์-อาทิตย์) มีการป้ายบอกระยะทางและไฮไลท์จุดท่องเที่ยวถัดไปเพื่อดึงดูดใจ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงรุก (Active Program) อย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกเมืองให้มีชีวิตชีวาและใช้งานพื้นที่สาธารณะได้อย่างคุ้มค่าที่สุด พื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน-จุ้ยตุ่ย (จุดเริ่มต้นวิถีวัฒนธรรมและปากท้อง): ปักหมุดตั้งแต่บริเวณหน้าวัดขจรรังสรรค์ ลากยาวเชื่อมต่อไปตามถนนกระบี่ และถนนระนอง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของย่านตลาดสดและศาลเจ้า • ย่านซินหล่อ (เส้นทางสถาปัตยกรรมและชุมชนดั้งเดิม): เชื่อมต่อตั้งแต่บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์ (อาคารโบราณที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ) ไปจนถึงสี่แยกถนนดีบุกตัดกับถนนเยาวราช • ย่านชาร์เตอร์ดแบงก์ (ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์): เริ่มจากสี่แยกมิวเซียมภูเก็ต (พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตนครา) ทอดยาวไปจนถึงสามแยกอาคาร Vela Phuket Old Town เพื่อเชื่อมร้อยพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ 3) Community Pocket Green – พื้นที่สีเขียวขนาดย่อมเพื่อชุมชน ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวขนาดย่อม (Pocket Green) ในระดับชุมชน โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพและปรับปรุงภูมิทัศน์ของพื้นที่ขนาดเล็กให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและสันทนาการ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างพื้นที่พบปะเชิงสังคมในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ (Healing for Elderly) รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ “ทางใจ” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แนวทางการพัฒนาประกอบด้วยการจัดองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ระบบแสงสว่าง (Lighting), เฟอร์นิเจอร์สาธารณะ (Street Furniture), ระบบความปลอดภัย (CCTV) และป้ายสื่อสารข้อมูลที่เชื่อมโยงกับแนวคิด Urban Connectivity เพื่อให้พื้นที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีความต่อเนื่องทางข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ควบคู่กัน เพื่อส่งเสริมความสุขและการเรียนรู้ในชุมชน เช่น กิจกรรมอ่านหนังสือ การเล่าเรื่องเก่า–ใหม่ เวิร์กช็อปงานฝีมือท้องถิ่น และกิจกรรมแลกเปลี่ยนภูมิปัญญา เพื่อถ่ายทอดรากเหง้าและอัตลักษณ์ของพื้นที่สู่คนรุ่นใหม่ พื้นที่นำร่องที่เสนอสำหรับการพัฒนา ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน–จุ้ยตุ่ย (ศูนย์กลางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณชุมชน): ปักหมุดการพัฒนาที่ วัดขจรรังสรรค์ (วัดเหนือ) เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้รองรับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและเชื่อมโยงกับย่านตลาดดั้งเดิม • ย่านเมืองเก่า (หัวใจประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์เมือง): มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่รอบ วัดมงคลนิมิต พระอารามหลวง (วัดกลาง) ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจกลางเมืองเก่า เพื่อยกระดับให้เป็นจุดหมายตาและพื้นที่สาธารณะที่สง่างาม • ย่านซินหล่อ (เสน่ห์วิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมระดับตํานาน): ครอบคลุมโครงข่ายตรอกซอกซอยและอาคารอนุรักษ์ ตั้งแต่พื้นที่หลังพิพิธภัณฑ์ไทยหัว ต่อเนื่องไปยังตรอกสุ่นอุทิศ และบริเวณหน้าบ้านอังม่อหลาวหลวงอำนาจนรารักษ์ เพื่อปลุกชีวิตให้ย่านดั้งเดิมน่าเดินและเปี่ยมด้วยเรื่องราว • ย่านชาร์เตอร์ดแบงก์ (ประตูสู่เมืองเก่าและพื้นที่สร้างสรรค์): พลิกโฉม สวนหย่อมตรงข้ามอาคารหอนาฬิกา (มิวเซียมภูเก็ต) ให้เป็นพื้นที่ต้อนรับ (Welcome Zone) และจุดพักผ่อนหย่อนใจที่มีชีวิตชีวา เชื่อมต่อผู้คนเข้าสู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจท่องเที่ยวหลัก 4) Active Program – กิจกรรมเดินดูบ้านและเมือง กรอบแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการเดินเท้า (Active Program) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด “ศูนย์กลางแห่งวิถีชีวิตและการสัญจรอย่างมีพลัง” (Active Hub) ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการพัฒนา “กิจกรรมสร้างสรรค์เชิงรุก” (Active Program) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านการเดินเท้า (Walking Experience) มุ่งเปลี่ยนการเดินสัญจรในแต่ละย่านให้เป็นกิจกรรมที่เพลิดเพลิน น่าสนใจ และสามารถเชื่อมโยงรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม 1. การออกแบบเส้นทางและโครงสร้างเนื้อหารูปแบบการเล่าเรื่อง (Route & Storytelling Design) กลไกสำคัญในการปลุกชีวิตย่านประวัติศาสตร์ คือการออกแบบเส้นทางเดินเท้าท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน (Day & Night Trip) ในแต่ละชุมชน โดยนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นมาเป็นแกนหลักในการร้อยเรียงเรื่องราว (Storytelling) สะท้อนให้เห็นมิติทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และคุณค่าทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันใน 4 ชุมชนนำร่อง ดังนี้ • ชุมชนบ้านซ้าน–จุ้ยตุ่ย (วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมชั้นสูง): ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านความคึกคักของตลาดเช้า ขรสชาติของขนมพื้นถิ่น ความเลื่อมใสศรัทธาในวัดและอ๊าม (ศาลเจ้า) ตลอดจนความสง่างามของคฤหาสน์โบราณอย่างอังม่อหลาว และบ้านชินประชา • ชุมชนชาร์เตอร์ดแบงก์ (ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และศิลปะสร้างสรรค์): เชื่อมโยงความเชื่อและการเรียนรู้ผ่านศาลเจ้าแสงธรรม พิพิธภัณฑ์ภูเก็ต งานศิลปะร่วมสมัย และเรื่องราวของคลองบางใหญ่ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในอดีต • ชุมชนซินหล่อ (สายสัมพันธ์และมรดกแห่งตะวันออก): มุ่งเน้นการสะท้อนความกลมกลืนของวัฒนธรรมเพอรานากัน ศาสตร์แห่งอาหารท้องถิ่น และมนตร์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม • ชุมชนเมืองเก่า (หัวใจแห่งการอนุรักษ์และย่านการค้าโบราณ): ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ผ่านพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว บรรยากาศการค้าขายของตลาดใหญ่ (ถนนถลาง) และสีสันของซอยรมณีย์ 2. การบริหารจัดการพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก (Spatial Management & Facilities) เพื่อให้การเดินเมืองเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง โครงการได้ผสาน “กิจกรรมนับก้าว” (Accountable Walk Count) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้พื้นที่หันมาเดินเท้ามากขึ้น ควบคู่ไปกับการจัดทำป้ายข้อควรปฏิบัติและข้อห้าม (Do & Don’t) เพื่อสร้างสุขลักษณะและความเข้าใจในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน (Facilities) รองรับไว้อย่างครบครัน อาทิ จุดบริการห้องน้ำ จุดคัดแยกขยะ จุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) พื้นที่จอดรถ และจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร (Dropping Area) ที่สะดวกและปลอดภัย 3. ภาคีเครือข่ายความร่วมมือและการขับเคลื่อน (Partnership & Collaboration) การแปรนโยบายสู่การปฏิบัติต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ เทศบาลในพื้นที่ ประกอบด้วย กรมการท่องเที่ยว กองช่างโยธาธิการ และกองการสิ่งแวดล้อม, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (TCDC Phuket), พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว, สมาคมการท่องเที่ยวภูเก็ต ตลอดจนกลุ่มนักสร้างสรรค์ และเครือข่ายภาคประชาชนในชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ รายละเอียดดังนี้ เพื่อให้การพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด "Active Hub" ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ที่ประชุมจึงมีข้อเสนอแนะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้: การจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการเฉพาะกิจ: ควรจัดตั้งและจัดจ้างคณะทำงานขับเคลื่อนการสร้างสรรค์เมือง “Active Hub” โดยตรง เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบ บริหารจัดการ และประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมเดินสำรวจเมืองเพื่อการออกแบบ (City Walk Workshop): ควรจัดกิจกรรมเดินสำรวจเส้นทางโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เช่น นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง และผู้แทนหน่วยงานรัฐ เพื่อร่วมกันค้นหาเรื่องราว อัตลักษณ์ และวิเคราะห์จุดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนส่งเสริมการเดินเท้าและการพัฒนาเมืองในอนาคตได้อย่างแม่นยำ วาระที่ 3 รับฟังคำถาม ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากที่ประชุม สรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาเมืองเก่าภูเก็ต โดยได้ทำการจำแนกเนื้อหาออกเป็นประเด็นหลัก ดับลำดับความสำคัญ และแบ่งระยะเวลาการดำเนินงานออกเป็น "มาตรการที่สามารถทำได้ทันที (Quick Win)" และ "แผนงานระยะยาวที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ (Long-term Plan)" เพื่อให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องนำไปขับเคลื่อนต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม มีรายละเอียดดังนี้ มิติด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสัญจร และการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Infrastructure & Universal Design) • ข้อจำกัดและการพัฒนาทางเท้า: ยอมรับข้อจำกัดเรื่องความกว้างของทางเท้าในบางจุด แต่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาบางเส้นทาง เช่น ถนนดีบุก ควรมุ่งเน้นการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเดินจากถนนถลางและพังงา ไปยังย่านบ้านซ้านและซินหล่อ เพื่อความต่อเนื่อง • การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design): เน้นย้ำให้การปรับปรุงทางเท้าต้องเอื้อต่อผู้ใช้วีลแชร์ (Wheelchair) และรถเข็นเด็ก โดยผิวสัมผัสต้องเรียบเสมอ ต่อเนื่อง และปลอดภัย • การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค: มีแผนนำสายไฟฟ้าลงดินที่ถนนระนอง (ร่วมทุนระหว่างเทศบาลและการไฟฟ้าภูมิภาค) ปรับปรุงคูเมือง และผิวถนน (Asphalt) รวมถึงการจัดทำระบบแสงสว่าง (Lighting) บริเวณวัดขจรรังสรรค์ มิติด้านอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และการจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยว (Identity & Spatial Management) • การรักษาอัตลักษณ์ที่แท้จริง: เน้นย้ำการพัฒนาเมืองตามบริบทจริงของแต่ละชุมชน ไม่เลียนแบบพื้นที่อื่น เนื่องจากวิถีชีวิตเปลี่ยนไป และต้องระวังการพัฒนาท่องเที่ยวที่กระทบต่อการอยู่อาศัยของคนดั้งเดิม (เช่น ถนนถลางที่วิถีชีวิตดั้งเดิมลดลงไปมากแล้ว) • การมองภาพรวมเชิงพื้นที่ (Area-based Approach): สะท้อนว่าที่ผ่านมายังขาดการมองภาพรวมที่เชื่อมโยงระหว่าง ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิต และกิจกรรมของเมืองอย่างเป็นระบบ • การจัดระเบียบและการใช้พื้นที่ร่วมกัน: o ย่านเมืองเก่า: เสนอให้ปิดซอยรมณีย์ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป (แต่มีข้อท้วงติงว่าไม่เห็นด้วยเนื่องจากเป็นเส้นทางระบายการจราจร) o ถนนถลาง: เสนอให้ใช้การขีดสีตีเส้น/ดีไซน์บนพื้นถนนเพื่อจัดระเบียบวันคู่-วันคี่ แทนการตั้งป้ายเพิ่ม o ย่านบ้านซ้าน-ถนนระนอง: มีศักยภาพทำตลาดโต้รุ่ง (Night Market) โดยจัดระเบียบตั้งแผงค้าฝั่งเดียว เวลา 17.00 - 22.00 น. ตั้งแต่หน้าตลาดสดถึงวงเวียน เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร o มิติด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์และการส่งเสริมการท่องเที่ยว (Smart Tourism & Creative Programs) • ระบบข้อมูลหลายภาษา (QR Code): เสนอให้ทำระบบ QR Code เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาคารและจุดสำคัญในรูปแบบหลายภาษา (โดยปัจจุบันชุมชนซินหล่อได้ทำนำร่องไปแล้วด้วยงบประมาณชุมชน รวมถึงทำระบบแสงสีกลางวัน-กลางคืนด้วย) • การสร้างการจดจำ (Mascot): เสนอให้มีมาสคอตประจำเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดใจและสร้างการมีส่วนร่วม • การท่องเที่ยวเชิงศึกษาดูงาน: เสนอจัดทำเส้นทางเดินชมเมือง (Walking Route Trip) สำหรับคณะศึกษาดูงาน แผนการดำเนินงานที่สอดรับกับระยะเวลาการดำเนินงาน (Action Plan) กลุ่มที่ 1: สิ่งที่สามารถดำเนินการได้ทันที (Quick Win / งบประมาณปี 2569) เป็นโครงการที่มีความพร้อม มีแผนงานรองรับแล้ว หรือสามารถใช้งบรายจ่ายประจำ/งบกองงานดำเนินการได้ทันที 1. การปรับปรุงภูมิทัศน์และพื้นที่สีเขียว: o จัดทำสวนหย่อมขนาดเล็ก (Pocket Garden) ในพื้นที่ส่วนกลางเมือง (ใช้งบรายจ่ายประจำปี 2569) o ปรับปรุงภูมิทัศน์สวนหย่อมบริเวณข้างธนาคารชาร์เตอร์ดให้สวยงามและเหมาะสม 2. การเพิ่มแสงสว่างและการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เมือง: o พัฒนาระบบแสงสว่าง (Lighting) บริเวณวัดขจรรังสรรค์ (ดำเนินการได้ทันที) o จัดวางเฟอร์นิเจอร์เมือง (Street Furniture) ในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ 3. ระบบนำทางและข้อมูลท่องเที่ยว: o จัดทำป้ายบอกทางเชื่อมย่าน (ใช้งบประมาณกองการท่องเที่ยว หรือสำนักช่าง) o ขยายผลการจัดทำ QR Code เล่าเรื่องหลายภาษา และระบบแสงสีตามรอยต้นแบบของชุมชนซินหล่อ o ออกแบบเส้นทางเดินชมเมือง (Walking Route Trip) เพื่อรองรับกลุ่มศึกษาดูงาน 4. การทดลองจัดระเบียบพื้นที่ (Sandbox): o การตีเส้น/ออกแบบสัญลักษณ์บนพื้นถนนถลางเพื่อจัดระเบียบที่จอดรถวันคู่-วันคี่ (แทนการเพิ่มป้าย) o ทดลองจัดระเบียบตลาดโต้รุ่ง (Night Market) ย่านบ้านซ้าน-ถนนระนอง (ตั้งแผงฝั่งเดียว 17.00 - 22.00 น.) 5. กลไกการบริหารจัดการเมืองอย่างมีส่วนร่วม: o จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเมือง โดยเลี่ยงข้อจำกัดการจ้างตรงด้วยการดำเนินงานผ่านการสนับสนุนของมูลนิธิย่านเมืองเก่าภูเก็ต และขอรับงบอุดหนุนจากเทศบาลแทน o การวางแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ร่วมกัน (Area-based Approach) ระหว่างนักออกแบบ ชุมชน และเทศบาล เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นความขัดแย้ง เช่น กรณีข้อเสนอการปิดซอยรมณีย์ ที่ต้องพิจารณาระหว่างผลกระทบด้านการจราจรกับประโยชน์ทางการท่องเที่ยวอย่างรอบคอบ กลุ่มที่ 2: สิ่งที่ต้องดำเนินการในแผนระยะยาว (Long-term Plan / งบประมาณปี 2570) เป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใชังบประมาณสูง ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาเทศบาล หรือต้องทำประชาพิจารณ์ลดผลกระทบชุมชน 1. โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเท้า (Universal Design): o บูรณาการปรับปรุงทางเท้า (เน้นอารยสถาปัตยกรรม/วีลแชร์), คูเมือง และผิวถนน (Asphalt) ร่วมกับแผนงานเดินท่องเที่ยว โดยจัดทำประมาณการบรรจุในแผนงบประมาณปี 2570 หรือใช้เงินสะสมผ่านสภาเทศบาล o ขยายโครงข่ายทางเดินเท้าต่อเนื่องจากถนนถลาง-พังงา ไปยังถนนดีบุก ย่านบ้านซ้าน และย่านซินหล่อ อย่างเป็นระบบ 2. การนำสายไฟฟ้าลงดินและการปรับปรุงสถาปัตยกรรม: o ดำเนินโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินที่ถนนระนอง (ร่วมทุนกับการไฟฟ้า) o โครงการปรับปรุงหน้ากากอาคาร/หน้ากากตลาด (อนุมัติโครงการแล้ว อยู่ในขั้นตอนแผนงานต่อเนื่อง) วาระที่ 4 ดร.เพ็ญ สุขมาก ได้กล่าวสรุปแนวทางการดำเนินโครงการต่าง ๆ แนวทางการจัดกิจกรรมเดินเมืองและการขับเคลื่อนอัตลักษณ์พื้นที่เมืองเก่าภูเก็ต กรอบแนวคิดและกลไกการพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านกระบวนการส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย (Area-based Development through Co-creation) ดังนี้ กระบวนการสำรวจและถอดรหัสบริบทพื้นที่ (Spatial Survey & Contextual Analysis) • การสำรวจย่านแยกรายชุมชน (Targeted City Walk): ใช้กระบวนการเดินเมือง (City Walk) เป็นเครื่องมือเชิงระเบียบวิธีวิจัยในการลงพื้นที่สำรวจจริง โดยจำแนกการศึกษาแยกเป็นรายชุมชน เพื่อทำความเข้าใจวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ที่มีความเฉพาะตัวและหลากหลายในแต่ละพิกัด • การสกัดชุดข้อมูลเชิงลึก (Micro Narrative): มุ่งเน้นการจัดทำฐานข้อมูลเรื่องเล่าขนาดเล็กหรือเรื่องเล่าในระดับชุมชน (Micro Narrative) เพื่อนำมาใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจ (Criteria) ในการออกแบบและการพัฒนาพื้นที่เชิงรูปธรรม (Physical Space) • กระบวนการร่วมสร้างสรรค์และการกำหนดอัตลักษณ์ (Co-creation & Identity Definition): จัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อหลอมรวมความต้องการของภาคประชาชน เข้ากับมุมมองเชิงวิชาชีพของนักสร้างสรรค์ นักออกแบบ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และปลัดเทศบาล เพื่อร่วมกันกำหนด "อัตลักษณ์ร่วมของพื้นที่" ที่สอดคล้องกับบริบทจริง การแปรผลลัพธ์สู่การปรับปรุงกายภาพเมือง (Physical & Visual Implementation) • นำชุดข้อมูลอัตลักษณ์และโครงเรื่อง (Narrative) ที่ได้จากชุมชน ไปถ่ายทอดลงบนพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย: o การจัดระเบียบเชิงกายภาพ: การขีดสีตีเส้นเพื่อแบ่งโซนกิจกรรม การสัญจร และพื้นที่เศรษฐกิจให้มีความชัดเจน o การสื่อสารทางสายตา (Visual Communication): การจัดทำระบบป้ายสื่อสารและป้ายบอกทางที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เพื่อสร้างสุนทรียภาพและการรับรู้แก่ผู้มาเยือน โครงสร้างการบริหารจัดการและกลไกความร่วมมือ (Governance & Partnership Structure) เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างมีเอกภาพและมีกฎหมายรองรับ ที่ประชุมจึงกำหนดบทบาทหน้าที่และโครงสร้างการบริหารจัดการไว้ดังนี้: • คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ (Steering Committee): จัดตั้งกลไกเชิงนโยบายเพื่อกำกับดูแล โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ: o นายกเทศมนตรี เป็น ประธานกรรมการ o กองช่างเทศบาล เป็น กรรมการฝ่ายปฏิบัติการและโยธา o มหาวิทยาลัย เป็น กรรมการและฝ่ายเลขานุการร่วม o ผู้แทนชุมชนที่เกี่ยวข้อง เป็น กรรมการภาคประชาชน • บทบาทหน้าที่ของภาคีเครือข่าย (Stakeholder Roles): o เทศบาลนครภูเก็ต: ทำหน้าที่เป็น "เจ้าภาพหลัก" ในการบริหารจัดการพื้นที่ ขับเคลื่อนแผนงาน และบังคับใช้ข้อบัญญัติท้องถิ่น o มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์: ทำหน้าที่เป็น "แกนกลางการประสานงาน" สนับสนุนกระบวนการวิจัยเชิงพื้นที่ และอำนวยความสะดวกในกระบวนการส่วนร่วม o TCDC (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์): ทำหน้าที่สนับสนุนกระบวนการจัดกิจกรรม (Facilitation) เชื่อมโยงเครือข่ายนักออกแบบ นักเขียน และทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง o ผู้แทนชุมชนที่และภาคประชาชน: ผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมวิถีชีวิตย่านเมืองเก่าภูเก็ต และพัฒนาดูแลบำรุงพื้นที่ ตลอดถึงการดูแลต้อนรับแขกผู้มาเยือนในฐานะเจ้าบ้านที่ดี • การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรบุคคล: o มอบหมายให้จัดทำแผนงานและกรอบเวลา (Timeline) ที่ชัดเจน เพื่อใช้ในการอนุมัติและจัดทำคำขอรับงบประมาณสนับสนุนตามระเบียบราชการ o พิจารณาจัดสรรค่าตอบแทนสำหรับกระบวนกร (Facilitator) ผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์ และสถาปนิกผู้คุมกระบวนการออกแบบ เพื่อจูงใจและยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์@08 มิ.ย. 69 15:21โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง
ประชุมหารือและพิจารณาแผนกิจกรรมองค์กรนำร่องส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Healthy Workplace) : องค์กรสุขภาพทำแผนสุขภาพส่งเสริม PA ลดเนือยนิ่ง กินอาหารที่ดี เพื่อลด NCDs ได้ข้อมูลสถานการณ์สุขภาพองค์กร เกิดกลไกคณะทำงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพองค์กร เกิดแผน นโยบาย มาตรการองค์กร ส่งเสริม PA ลดเนือยนิ่ง กินอาหารที่ดี เพื่อลด NCDs การคืนข้อมูลสุขขภาพให้กับพนักงานเกิดความตระหนักนำไปสู่การมี PA ที่เพียงพอ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง มีการใส่ใจในการกินอาหารที่ดี เพื่อสุขภาพของพนักงานลด ncds ต่อไป@06 มิ.ย. 69 07:57โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง
ประชุมเตรียมธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา-ไม่เบิกจ่าย : เมนูสุขภาพธรรมนูญสถานศึกษา https://www.nationalhealth.or.th/ebook/181@06 มิ.ย. 69 07:16โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 8
ประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกองทุนสุขภาพตำบล โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจ้ดการระบบสุขภาพชุมชน : @05 มิ.ย. 69 14:43
การดำเนินกิจกรรมโครงการ
โครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย สสส.ระดับกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ ระยะที่ 2
วางแผนงานหลักสูตร : วางแผนงานหลักสูตร VDO หนังสือ VDO ทีมอาจารย์หลักสูตร > การถ่านทำ (ตัดต่อ) > แขวนเว็บ VDO แขวนเว็บ รายชื่อผู้เรียนแต่ละหลักสูตร > แขวน web โครงการปฏิบัติการ 15 โครงการ > แขวนเว็บ นำผลประเมินทุกหลักสูตรแขวนเว็บ@30 มี.ค. 65 18:53
โครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย สสส.ระดับกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ ระยะที่ 2
ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อถอดบทเรียนการบริหารจัดการโครงการ : ....@21 ก.พ. 65 16:10
โครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย สสส.ระดับกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ ระยะที่ 2
ประชุมวางแผนการประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย สสส.ระดับกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ ระยะที่ 2 : ....@21 ก.พ. 65 14:11
โครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย สสส.ระดับกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ ระยะที่ 2
ประชุมวางแผนการประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย สสส.ระดับกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ ระยะที่ 2 : ....@21 ก.พ. 65 14:10
โครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย สสส.ระดับกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ ระยะที่ 2
การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปบทเรียนการดำเนินงาน (การเขียนบทความวิชาการ) : ....@21 ก.พ. 65 14:08โครงการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย สสส.ระดับกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ ระยะที่ 2
ประชุมคณะทำงานเตรียมหลักสูตรสร้างความสัมพันธ์เพื่อการบริหารเครือข่าย : ....@21 ก.พ. 65 14:07
ไฟล์ประกอบเอกสาร