สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส. ม.อ.)

ทดลองปรับ post course

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 10

    อบรมนักสื่อสารสุขภาวะ : ผลผลิตหลักจากการเรียนรู้ (Outputs) การอบรมได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะสำคัญที่สามารถนำไปผลิตเป็นชิ้นงานสื่อสารชุมชนได้จริง ดังนี้: 1. การเป็นนักข่าวพลเมือง (Citizen Journalism) • บทบาทสะพานเชื่อม: นักสื่อสารทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างชาวบ้าน งานวิจัย นวัตกรรม และระดับนโยบาย เพื่อสะท้อนบริบทพื้นที่ (โดยเฉพาะภาคอีสาน) ไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต • การสื่อสารแบบสมัครใจ: การใช้เครื่องมือใกล้ตัว เช่น หอกระจายข่าว, Facebook และ LINE เพื่อปกป้องและพัฒนาพื้นที่ตนเอง • การใช้งานแอปพลิเคชัน C-site: เพื่อเป็นช่องทางในการรายงานข่าวและสื่อสารสาธารณะ 2. การประยุกต์ใช้ AI ในงานสื่อสาร • ด้านเนื้อหา: ใช้ AI เป็น "ผู้ช่วย" (Co-pilot) ในการจับประเด็น สรุปข้อมูลดิบ และวางโครงสร้างเรื่องเล่า (Story Outline) ให้กระชับและน่าสนใจ • ด้านการออกแบบ: ใช้ AI ช่วยสร้างรูปภาพจำลอง (Draft Ideas) กำหนดโทนสี และจัดสรรพื้นที่การวางโลโก้หน่วยงานในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อความรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ 3. ทักษะเทคนิคการผลิตสื่อด้วยมือถือ • การวางโครงเรื่อง (Story Design): การตอบคำถามพื้นฐาน 5W1H (What, Where, When, Why, How) และการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ที่ชัดเจน • เทคนิคภาพและเสียง: การจัดองค์ประกอบภาพด้วยกฎจุดตัด 9 ช่อง (Rule of Thirds), การรักษาความนิ่งของภาพ (Stability), และความสำคัญของเสียงที่ต้องชัดเจนกว่าภาพ ผลลัพธ์เชิงทักษะและแนวปฏิบัติ (Outcomes) ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับแนวทางปฏิบัติที่สามารถยกระดับการทำงานสื่อสารในพื้นที่ให้มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล : 1. ขนาดภาพและมุมกล้องเพื่อการสื่อสารอารมณ์ ขนาดภาพ / มุมกล้อง วัตถุประสงค์ในการสื่อสาร ภาพกว้าง (Wide Shot) เล่าบริบทสถานที่และสภาพแวดล้อมโดยรวม ภาพกลาง (Medium Shot) เน้นตัวบุคคลและบริบท นิยมใช้ในการสัมภาษณ์ ภาพแคบ (Close-up) เน้นอารมณ์ความรู้สึกหรือรายละเอียดสำคัญ มุมต่ำ (Low Angle) ทำให้ตัวแบบดูยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม เบิร์ดอายวิว (Bird’s Eye View) ให้เห็นภาพรวมพื้นที่ทั้งหมด (เช่น การใช้โดรน) 2. การออกแบบเรื่องเล่าให้มีมิติ (Storytelling Strategy) 1. ประเด็นเดียว (Single Core Message): เลือกเรื่องที่จะเล่าให้ชัดเจนเพียงประเด็นเดียว เช่น นวัตกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ หรือการจัดการขยะ 2. คุณค่าของข่าว (Value): ต้องหาให้เจอว่าข่าวนั้นสร้างแรงบันดาลใจ แก้ปัญหา หรือเป็นกระบอกเสียงให้ใคร 3. ความหลากหลายของตัวละคร (Stakeholders): การดึงมุมมองจากทั้งชาวบ้าน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ 3. การรู้เท่าทันสื่อในยุค AI (AI Literacy & Fact-checking) ผลลัพธ์สำคัญคือการสร้างทักษะการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) เพื่อป้องกันปัญหาข่าวลวง (Deep Fake) โดยตระหนักว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมทักษะ แต่ "คน" ยังคงเป็นผู้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลท้องถิ่น@19 ส.ค. 69 17:40
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 8

    กิจกรรมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการฯ ของกองทุนสมัครใจ กองทุนสุขภาพตำบล 4 กองทุน และการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชนครั้งที่ 2 : ผลงานที่เกิดขึ้นจริงจากกิจกรรม 1) พี่เลี้ยง ได้ทำงานตามบทบาทหน้าที่ ดำเนินงานตามกิจกรรม ผลลัพธ์ ผลกระทบ ต่อกลุ่มนี้ ในเรื่องติดตามการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน/โครงการที่แต่ละพื้นทีได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน สปสช.ผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 2) พี่เลี้ยง/ คณะทำงานระดับตำบล อสม. เจ้าหน้าที่กองทนุฯ  ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ ผู้อำนวยการ รพ.สต.  ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน/โครงการที่แต่ละพื้นทีได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน สปสช.ผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  โครงการส่วนมากได้ดำเนินการแล้วเสร็จ บางส่วนอยู่ในระหว่างดำเนินการ  รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนเตรียมการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน  ครั้งที่ 2-Post test ( ชุมชน ครัวเรือนและบุคคล)  และ ให้คำแนะนำในการใชัแบบสอบถามฉบับปรับปรุงใหม่ในการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน  ทบทวนจำนวนการเก็บแบบสอบถามในครั้งที่ผ่านมาของแต่ละกองทุน ผลงานที่เกิดขึ้นจริงตามตัวชี้วัด 1) คณะทำงานพี่เลี้ยงระดับเขต  3 คน  2) )  พื้นที่ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ ผู้อำนวยการ รพ.สต.  คณะทำงานระดับตำบล/คณะกรรมการกองทุนฯ เจ้าหน้าที่กองทุน และ อสม.แต่ละกองทุน  รวมกองทุนละ 15-20  คน  เข้าร่วมประชุมและพูดคุยแลกเปลี่ยนการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน/โครงการที่แต่ละพื้นทีได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน สปสช.ผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  โครงการส่วนมากได้ดำเนินการแล้วเสร็จ บางส่วนอยู่ในระหว่างดำเนินการ  รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนเตรียมการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน  ครั้งที่ 2-Post test ( ชุมชน ครัวเรือนและบุคคล)  และ ให้คำแนะนำในการใชัแบบสอบถามฉบับปรับปรุงใหม่ในการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน   จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม กองทุนตำบลพังขว้าง รวม 20 คน กองทุนตำบลเหล่าปอแดง รวม 12 คน กองทุนขมิ้น รวม 22 คน  (มีรองนายกเทศมนตรีตำบลขมิ้นเข้าร่วมการประชุม) กองทุนเชียงเครือ รวม 13  คน ผลงานที่เกิดขึ้นจริงเชิงคุณภาพ 1) กลุ่มเป้าหมาย, พี่เลี้ยง, ผู้ประสานงานพื้นที่,  และผู้ปฏิบัติงานพื้นที่ (อสม.) มีความเข้าใจและมีความรู้เพิ่มมากขึ้น  เห็นความสำคัญของการเก็บข้อมูล ทั้งข้อมูลสถานการณ์ชุมชน  ครัวเรือน และรายบุคคล  ซักถามและทำความเข้าใจข้อคำถามในแบบสอบถามที่ปรับปรุงใหม่  และพึงพอใจในคำอธิบายที่เพิ่มเติมมา 2) ผู้ปฏิบัติงานพื้นที่  ทั้ง 4 กองทุนจัดประชุมชี้แจงการเตรียมการจัดเก็บข้อมูลแบบสอบถามสถานการณ์สุขภาพชุมชน  ครั้งที่ 2-Post test@17 ส.ค. 69 13:04
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 8

    กิจกรรมอบรมนักสื่อสารสุขภาวะ ภายใต้โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน : ผลงานที่เกิดขึ้นจริงจากกิจกรรม 1) กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมในส่วนของพี่เลี้ยงเขต เข้ารับการอบรมครบทุกคน ( 4 คน) 2) กลุ่มเป้าหมายในส่วนของพี่เลี้ยงกองทุน มาเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมเพียง  2 กองทุน คือ กองทุนสุขภาพตำบลขมิ้นและเหล่าปอแดง  ส่วนกองทุนตำบลพังขว้างและเชียงเครือไม่ได้เข้าร่วมการอบรมเนื่องจากติดภารกิจในพื้นที่ 3) มีกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ  ในพื้นที่  ได้แก่  นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ / อสม.เครื่อข่ายในพื้นที่/นักเรียนรู้โรงเรียนพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า  สนใจมาเข้าร่วมการอบรม ผลงานที่เกิดขึ้นจริงตามตัวชี้วัด 1) กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสาร ได้รับความรู้โดยทีมวิทยากรจากThai PBS Locals  ในหัวข้อ  - “ทำความเข้าใจนักข่าวพลเมืองและการสื่อสารสาธารณะ”  แลกเปลี่ยนผลสำรวจความคาดหวงั/กังวลใจ  ทบทวนเครื่องมือ APP C-sit  - “การถ่ายภาพเล่าเรื่อง”  แลกเปลี่ยนประเด็นเรื่องราวที่สนใจ (เตรียมข้อมูลล่วงหน้า) เปิดกองบรรณาธิการ    การวางแผนโครงเรื่อง  -ออกแบบเรื่องเล่า หรือ เก็บภาพบรรยากาศเพิ่มเติม  เรียนรู้การตดัต่อ/เล่าเรื่องด้วยมือถือ  และแบ่งกลุ่มฝึกปฎิบัติ 2) เครือข่ายกองทุนสามารถสื่อสารเพื่อการขับเคลื่อนภายในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย และสื่อสารสาธารณะเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เอง ผู้เข้ารับการอบรม  รวมจำนวน  45 คน  ประกอบด้วย -พี่เลี้ยงเขต/จังหวัดสกลนคร  จำนวน   4    คน -พี่เลี้ยงผู้ประสานงานพื้นที่ (กองทุนสุขภาพตำบลขมิ้นและเหล่าปอแดง) จำนวนรวม    4  คน -นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ / อสม.เครื่อข่ายในพื้นที่/นักเรียนรู้โรงเรียนพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า  จำนวนรวม  37 คน ผลงานที่เกิดขึ้นจริงเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายได้แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการจัดทำคลิป  วีดีโอ และสามารถจัดทำชื้นงานคลิปเพื่อสื่อสาร  ตามที่ได้รับการอบรมมา@13 ส.ค. 69 19:55
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    NCD Ecosystem Forum 2026 “Healthy Public Space for All: พื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาวะสำหรับทุกคน” : สสส. สนส.ม.อ. สช. ผนึกภาคีขับเคลื่อน “NCDs Ecosystem” ดัน 6 ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ สร้าง “ทางเลือกสุขภาพ เพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนือนนิ่ง” ให้คนไทยทุกคน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จัดงาน NCD Ecosystem Forum 2026 : Healthy Public Space for All ระหว่างวันที่ 16–17 กรกฎาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี เพื่อประกาศทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยยกระดับจากการมุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนเพียงอย่างเดียว สู่การสร้าง “ระบบนิเวศสุขภาพ (NCD Ecosystem)” ที่ทำให้ “ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด” สำหรับคนไทยทุกคน วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 : Inspiration • Learning • Innovation การประชุมวันแรกมุ่งสร้างแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และถอดบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบทั่วประเทศ เพื่อสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นำเสนอ “ทิศทางการขับเคลื่อน NCDs Ecosystem ประเทศไทย” โดยชี้ว่า การแก้ปัญหา NCDs จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการรักษาโรคและการปรับพฤติกรรมรายบุคคล ไปสู่การจัดการปัจจัยกำหนดสุขภาพและการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน จากนั้น นายสมเกียรติ พิทักษกมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) บรรยายพิเศษหัวข้อ “ประเทศไทยจะสร้าง Healthy Choice ได้อย่างไร” โดยเสนอแนวคิดการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ทำให้การเลือกใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และผลักดันแนวคิด Healthy Public Space และ Health in All Policies ให้เป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอ กลไกการบูรณาการความร่วมมือในการสร้างและผลักดันนโยบายสาธารณะด้าน NCDs Ecosystem โดยเน้นการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันข้อเสนอจากพื้นที่สู่การกำหนดนโยบายระดับประเทศ อีกหนึ่งไฮไลต์ของวันแรก คือการนำเสนอ “9 จังหวัด 9 เรื่องเล่า” ถ่ายทอดนวัตกรรมจากพื้นที่ต้นแบบ ได้แก่ กาญจนบุรี น่าน สตูล ยะลา ตราด สุราษฎร์ธานี มหาสารคาม และหนองบัวลำภู ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปรับสภาพแวดล้อมในระดับพื้นที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของประชาชนได้จริง และมีศักยภาพในการขยายผลสู่ระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังมี Learning Café จำนวน 6 โต๊ะเรียนรู้ เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางขยายผลต้นแบบสู่การพัฒนานโยบายสาธารณะด้าน NCDs Ecosystem วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 : Policy • Design • Future วันที่สองของการประชุมมุ่งสู่การกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย การออกแบบกลไกขับเคลื่อน และการสร้างความร่วมมือในอนาคต นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า การลดปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs ให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนเชิงระบบควบคู่กับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดย สสส. มุ่งสนับสนุนการสร้าง “ทางเลือกสุขภาพ” ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียม พร้อมผลักดันบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ นางสาวนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สำนัก 5) สสส. กล่าวว่า โรค NCDs ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ สสส. จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และภาคีเครือข่าย พัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านกิจกรรมทางกาย อาหาร และพื้นที่สุขภาวะ เพื่อนำผลลัพธ์มาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและขยายผลสู่ระดับประเทศ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า ประเทศไทยต้องยกระดับการดำเนินงานจากโครงการต้นแบบสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ภายใต้แนวคิด NCD Ecosystem ที่ครอบคลุมระบบอาหาร เมือง โรงเรียน สถานที่ทำงาน และชุมชน เพื่อให้การมีสุขภาพดีเป็นทางเลือกที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นำเสนอแนวทางการใช้กลไกนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ร่วมกันออกแบบและผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อสุขภาวะของคนไทย ภายในงานมีเวที Policy Dialogue หัวข้อ “พลิกโฉมสภาพแวดล้อมอย่างไร ให้คนไทยมีทางเลือกสุขภาพที่ดีกว่าเดิม” ดำเนินรายการโดย นายรุ่งโรจน์ สมบุญเก่า ผู้ประกาศข่าว Thai PBS ร่วมเสวนาโดย นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด, ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ, รศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา, นายยศพล บุญสม และ นางเอมอร บุตรแสงดี ซึ่งต่างเห็นพ้องว่า การลดโรค NCDs ต้องอาศัยการปรับทั้งนโยบาย สภาพแวดล้อม และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ช่วงบ่ายมีการนำเสนอผลการประเมินข้อเสนอเชิงนโยบายโดย รศ.ดร.พัชนา ใจดี มหาวิทยาลัยบูรพา, ดร.อัญชลี พงษ์เกษตร วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา และ อาจารย์โปรดปราน คำอ่อน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก่อนต่อยอดสู่เวที Policy Response / Policy Commitment โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส., นพ.ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย, นพ.กฤช ลี่ทองอิน ผู้ทรงคุณวุฒิ สปสช., นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และ นายอัชรัฐ ยงทวี ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ ปิดท้ายการประชุม ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สรุปผลการประชุมและประกาศ ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ 6 ด้าน ได้แก่ (1) ยกระดับ NCDs Ecosystem เป็นวาระแห่งชาติภายใต้แนวคิด Health in All Policies (2) พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติและ National Digital Health Platform (3) กำหนดมาตรฐาน Healthy City, Healthy Workplace, Healthy School, Healthy Market และ Healthy Public Space (4) สนับสนุนการลงทุนและระบบแรงจูงใจด้านสุขภาพ รวมถึง Social Credit (5) ส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขยายผลต้นแบบสู่ระดับประเทศ และ (6) สร้างกลไกความร่วมมือ พร้อมระบบติดตามและประเมินผล เพื่อขับเคลื่อน NCDs Ecosystem ของประเทศไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน@03 ส.ค. 69 10:10
  • โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

    ประชุมหารือการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ประเด็น “การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัย มีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น : สรุปผลการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 พ.ศ. 2560 มติ 10.1 เรื่อง "การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น" จากการทบทวนผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาการขับเคลื่อนมติ พบว่าได้เกิดการขับเคลื่อนในทุกภาคส่วนตามข้อเสนอของมติ ทั้งด้านนโยบาย ระบบบริการ พื้นที่ สถานศึกษา สถานประกอบการ งานวิจัย และการสื่อสารสาธารณะ ส่งผลให้ประเด็น "กิจกรรมทางกาย" ได้รับการยกระดับจากการรณรงค์ด้านสุขภาพ ไปสู่การพัฒนาระบบและนโยบายที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการมีสุขภาพดี และเชื่อมโยงสู่การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น 1. เกิดกลไกการขับเคลื่อนเชิงนโยบายระดับพื้นที่ • จังหวัดและสมัชชาสุขภาพจังหวัดหลายแห่งนำประเด็นกิจกรรมทางกายเข้าสู่วาระจังหวัด • เกิดการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ ท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาชน • พัฒนาต้นแบบ NCD Ecosystem ใน 8 จังหวัด พร้อมเครือข่ายความร่วมมือกว่า 115 องค์กร 2. ระบบสุขภาพให้ความสำคัญกับการป้องกันมากขึ้น • กระทรวงสาธารณสุขจัดทำแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561–2573 • พัฒนาโครงการ "ก้าวท้าใจ" • พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังสถานการณ์กิจกรรมทางกายผ่านเว็บไซต์ TPAK 3. เกิดการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ (Healthy Public Space) ทั่วประเทศ • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมออกแบบพื้นที่สาธารณะผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม • เกิดพื้นที่ต้นแบบในหลายจังหวัด เช่น น่าน ลำพูน อุบลราชธานี ตรัง ภูเก็ต สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส • เชื่อมโยงสู่แนวคิด Healthy City และการพัฒนาพื้นที่ภายใต้ NCD Ecosystem 4. ครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัย • เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบางได้รับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านกลไกของกระทรวง พม. • ส่งเสริมบทบาทครอบครัวและชุมชนในการสร้างสุขภาพ 5. เกิดการขับเคลื่อนในระบบการศึกษา • สนับสนุนการจัดกิจกรรมทางกายในสถานศึกษา • พัฒนาแนวคิด Active School และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชน 6. ขยายสู่ภาคแรงงานและสถานประกอบการ • ส่งเสริม Healthy Workplace • ลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในวัยทำงาน • สนับสนุนให้องค์กรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ 7. เกิดกลไกการลงทุนด้านสุขภาพระดับพื้นที่ • พัฒนาแนวทางการใช้กองทุนสุขภาพตำบล (กปท.) • เกิดแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกายกว่า 4,500 แผน • สนับสนุนโครงการกว่า 12,000 โครงการ ครอบคลุมทั้ง 13 เขตสุขภาพ 8. พัฒนางานวิจัยและระบบข้อมูล • สนับสนุนงานวิจัย การประเมินผล และการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ • พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based Policy) 9. การสื่อสารสาธารณะมีความเข้มแข็งมากขึ้น • เกิดการรณรงค์สร้างกระแสสังคมผ่านสื่อและภาคีเครือข่าย • ส่งเสริมการสร้างค่านิยมการมีกิจกรรมทางกายและ Healthy Choices@03 ส.ค. 69 09:37
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    ผลิตสื่อ อบรมนักสื่สารสุขภวะชุมชน R2 ส : -กองทุนสมัครใจอำเภอศรีบรรพต มีผู้ร่วมพัฒนาเป็นนักสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 14 คน จาก 3 ตำบล - เรื่องที่กำหนแล้ว 8 เรื่อง ดังนี้           ตำบลเขาย่า                 1..ประเด็นส่งเสริมสุขภาพนักเรียนด้วยกิจกรรมทางกาย(ยังไม่ตั้งชื่อ)                 2. สุขภาพดีไม่ได้เริ่มที่โรงบาล (รร.บ้านโหล้ะเร็ด)           ตำบลเขาปู่                 1.พยาบาลชุมหัวใจการดูแลเชิงรุก                 2.พญา 32 เมีย                 3. ปากดีด้วยมือเรา (รพสต.เขาปู่)           ตำบลตะแพน                 1.ชีวิตพลิกผันของ ผอ.สาว                 2.การนำหลักโหราศาสตร์มาประยุกต์ใช้ดูแลสุขภาพจิต “ฉันเป็นมากกว่าหมอดู”                 3. แรงบันดาลใจของผู้พิการ “ตุ่นปูนปั้น”@30 ก.ค. 69 11:52
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    ผลิตสื่อ อบรมนักสื่สารสุขภวะชุมชน R2 ศ : -กองทุนศูนย์เรียนรู้อำเภอศรีนครินทร์ มีผู้ร่วมพัฒนาเป็นนักสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 18คน จาก 4 ตำบล - เรื่องที่กำหนดแล้ว  7 เรื่อง ดังนี้ ตำบลลำสินธุ์     1. พ่อหมอ ตักศิลาบำบัดยาเสพติด     2. ชะลอสมองเสื่อมสร้างสุขวัยเก๋า ตำบลอ่างทอง     1.จากสวนหลังบ้านสู่การดูแลสุขภาพ ตำบลชุมพล   1.ปิดจอเปิดใจไปออกกำลังกาย   2. ขยะเปลี่ยนสุข ตำบลบ้านนา   1. ส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียนบ้านนา 2. เลือกสุขภาพ เลือกอนาคต@30 ก.ค. 69 11:49
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    ผลิตสื่อพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ ในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ R1 ศ : -กองทุนศูนย์เรียนรู้อำเภอศรีนครินทร์ มีผู้ร่วมพัฒนาเป็นนักสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 18คน จาก 4 ตำบล - เรื่องที่กำหนแล้ว  ตำบลลำสินธุ์                                 1. ผู้สูงอายุห่างไกลสมองเสื่อม                                 2. แสงในเงามืด (จากกระบวนการ CBTX.                       ตำบลอ่างทอง 1. เปลี่ยนร่างใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม                       ตำบลชุมพล 1. ปิดจอเปิดใจไปออกกำลังกาย                       ตำบลบ้านนา 1. ส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียนบ้านนา 2. เลือกสุขภาพ เลือกอนาคต@30 ก.ค. 69 10:24
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 12

    ผลิตสื่อพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ ในพื้นที่กองทุนสมัตรใจ R1 ส : เจ้าหน้าที่กองทุน 1 คน  คณะทำงานสื่อ 14 คน -กองทุนสมัครใจอำเภอศรีบรรพต มีผู้ร่วมพัฒนาเป็นนักสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 14 คน จาก 3 ตำบล - เรื่องที่กำหนแล้ว           ตำบลเขาย่า                 1.กินถูกหลักห่างไกลโรค                 2.ประเด็นส่งเสริมสุขภาพนักเรียนด้วยกิจกรรมทางกาย(ยังไม่ตั้งชื่อ)           ตำบลเขาปู่                 1.พยาบาลชุมหัวใจการดูแลเชิงรุก                 2.พญา 32 เมีย           ตำบลตะแพน                 1.ชีวิตพลิกผันของ ผอ.สาว                 2.การนำหลักโหราศาสตร์มาประยุกต์ใช้ดูแลสุขภาพจิต                 3. แรงบันดาลใจของผู้พิการ “ตุ่นปูนปั้น”@30 ก.ค. 69 10:19
  • โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 1

    ประชุมทีมพี่เลี้ยง แกนนำและ เชิงปฏิบัติการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำสื่อการดำเนินงานกองทุนตำบลสมัครใจ ในอำเภอสอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ : สรุปกิจกรรม • กองทุนสมัครใจจากเทศบาลตำบลสอง นำเสนอโครงการเด่น 1 โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน • ปฏิบัติการปรับปรุง จัดทำสื่อ การตัดต่อวิดีโอ: ฝึกใช้แอปพลิเคชัน เช่น KineMaster, CapCut (สำหรับ iOS/Android) ในการลำดับภาพ ใส่เสียง และกราฟิก • การเผยแพร่และการนำเสนอ:  นวัตกรรมรักษ์โลกจากชุมชน...สู่ความยั่งยืน" แนวคิดหลักและโครงสร้างการเล่าเรื่อง   "เมื่อคนพร้อม ใจพร้อม นำไปสู่การปฏิบัติจริงโดยกลุ่ม อถล. เทศบาลตำบลสอง และเครือข่ายฝ่ายปกครอง  แกนนำ รวมถึงครัวเรือนร่วมใจในชุมชนจัดการสิ่งแวดล้อม หมู่ 6 บ้านลองลือบุญ ที่พร้อมใจกันร่วมขยายผลและถ่ายทอด 'นวัตกรรมการบริหารจัดการชุมชนท้องถิ่นบ้านลองลือบุญ' นวัตกรรมท้องถิ่นทำง่ายสู่ความยั่งยืน ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้พื้นที่อื่น ๆ นำไปทำตามได้ทันที"  ความยาว: ประมาณ 4–5 นาที  สรุปกรอบคลิปนำไปปรับปรุงและเตรียมส่ง ภายใน เดือนกรกฎาคม2569@22 ก.ค. 69 20:36

การดำเนินกิจกรรมโครงการ