โครงการพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติ อันดามัน และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน
โครงการ
" โครงการพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติ อันดามัน และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน "
จังหวัดระนอง.จังหวัดภูเก็ต.จังหวัดพังงา
หัวหน้าโครงการ
นายไมตรี จงไกรจักร์
แผนงานโซนใต้อันดามัน
มีนาคม 2561
ที่อยู่ จังหวัดระนอง.จังหวัดภูเก็ต.จังหวัดพังงา จังหวัด พังงา
รหัสโครงการ 60-ข-083 เลขที่ข้อตกลง 60-ข-083
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 6 ธันวาคม 2560 ถึง 31 มีนาคม 2561
กิตติกรรมประกาศ
"โครงการพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติ อันดามัน และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน จังหวัดพังงา" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน จังหวัดระนอง.จังหวัดภูเก็ต.จังหวัดพังงา
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส. ม.อ.) ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
โครงการพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติ อันดามัน และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน
บทคัดย่อ
โครงการ " โครงการพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติ อันดามัน และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน " ดำเนินการในพื้นที่ จังหวัดระนอง.จังหวัดภูเก็ต.จังหวัดพังงา รหัสโครงการ 60-ข-083 ระยะเวลาการดำเนินงาน 6 ธันวาคม 2560 - 31 มีนาคม 2561 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 800,000.00 บาท จาก สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส. ม.อ.) เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิกในชุมชนจำนวน 90 คน หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้
โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
| กิตติกรรมประกาศ | » |
| บทคัดย่อ | » |
| ความเป็นมา/หลักการเหตุผล | » |
| วัตถุประสงค์โครงการ | » |
| กิจกรรม/การดำเนินงาน | » |
| กลุ่มเป้าหมาย | » |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | » |
| การประเมินผล | » |
| ปัญหาและอุปสรรค | » |
| ข้อเสนอแนะ | » |
| เอกสารประกอบอื่นๆ | » |
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
เหตุภัยพิบัติต่างๆ ในประเทศไทย เกิดมากขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆทั้ง เหตุภัยพิบัติสึนามิ ดินโคลนถล่ม ไฟไหม้ป่า น้ำท่วมจากเหตุฝนตกมากน้ำล้นเขื่อนน้ำป่าไหลหลาก พายุพัดถล่มบ้านเรือนรวมทั้งภัยพิบัติจากเหตุความรุนแรงทางการเมืองและสังคม เป็นต้นซึ่งสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่ามิได้ และ ภัยพิบัติจึงมิใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนไทยอีกต่อไป
บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ ทั้งภัยพิบัติสึนามิ และภัยน้ำท่วม คือ ผู้ที่ประสบภัยจะรอรับบริการอย่างเดียวไม่ได้เพราะมีจะผู้เดือดร้อนจำนวนมากและในบรรดาผู้เดือดร้อนมีระดับที่แตกต่างกัน มีทั้งผู้ที่ช่วยตนเองไม่ได้ผู้ที่ช่วยตนเองได้ซึ่งพร้อมที่จะช่วยคนอื่นได้ด้วย ชุมชนจึงเป็นด่านแรก ที่จะได้รับผลกระทบในขณะที่การจัดการภัยพิบัติที่มาจากศูนย์กลางไม่สามารถตอบสนองต่อการแก้ปัญหาและความต้องการของชุมชนได้ทั้งหมด รวมทั้งอาจละเลยศักยภาพทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วในชุมชนดังนั้น การจัดการความเสี่ยงโดยชุมชนเอง จึงเป็นทางเลือกหลักในการเติมช่องว่าง ยุทธศาสตร์ชาติได้ให้ความสำคัญกับการจัดการภัยพิบัติ โดยมีแผนการเร่งอนุรักษ์ฟื้นฟูและสร้างความมั้นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ และบริหารจัดการน้ำ ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยกระดับความสามารถในการป้องกันผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปรงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สำหรับภาคประชาชนเองก็มีการตื่นตัวในการจัดการภัยพิบัติโดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งเกิดกระบวนการสร้างอาสาสมัครภัยพิบัติ 6 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายชุมชนจังหวัดพังงา เครือข่ายชุมชนตำบลท่าหิน จังหวัดสงขลา เครือข่ายชุมชนจังหวัดภูเก็ต มีศูนย์มิตรไมตรี เครือข่ายสิ่งแวดล้อมปทุมธานี เครือข่ายชุมชนอุบลราชธานีและเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบนคือ บางขุนเทียน กทม. บ้านขุนสมุทรจีน บ้านบางปู จังหวัดสมุทรปราการ นอกจากนี้ เครือข่ายได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติระดับนโยบาย ได้แก่ การดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ข้อเสนอเพื่อปฏิรูปการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนร่วมคณะทำงานปฎิรูป
พื้นที่จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ที่มีการขับเคลื่อนชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ มาอย่างต่อเนื่องแล้ว และมีพื้นที่นำร่องแล้วทั้ง ๘ อำเภอ มีระบบการประสานงานของเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติชุมชน ที่สามารถเคลื่อนงานได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่จังหวัดพังงามีเป้าหมายคือการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานนโยบายในจังหวัดพังงา ส่วนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดระนอง ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และไม่มีเครือข่ายในการจัดการภัยพิบัติ เพื่อสร้างสุขภาวะ ของคนในพื้นที่ให้มีความพร้อม ความตระหนักถึงการจัดการภัยพิบัติต้องสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยต้องมุ่งเสริมสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม และท้องถิ่นกับหน่วยงานภาครัฐ โดยพัฒนาอย่างเป็นกระบวนการทั้งการเชื่อมโยงความรู้ การจัดการข้อมูลสารสนเทศ ระบบการควบคุมสั่งการ ระบบการสนับสนุนทรัพยากร ระบบเฝ้าระวัง และระบบสาธารณสุข เป็นต้น
จังหวัดพังงายังพีพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในพื้นที่และเสี่ยงต่อภัยพิบัติ ที่ผ่านมาเครือข่ายได้ร่วมกันฟื้นฟูและจัดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอยู่บ้างแต่ในชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ ยังมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจชุมชน และเป็นชุมชนที่มีนักท่องเที่ยวลงไปดูวิถีชีวิต แต่ชุมชนไม่ได้มีโอกาสจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเอง ทั้งยังขาดความรู้ ความเข้าใจ อยู่ด้วย ดังนั้นสมาคมประชาสังคมพังงาแห่งความสุข ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งเสริมความเข้มแข็งองค์กรชุมชน และปฏิบัติการในพื้นที่ชุมชน ตำบล โดยเฉพาะเรื่องการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งมีชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เครือข่ายภัยพิบัติจังหวัดพังงา ได้เกิดกระบวนการเตรียมพร้อมชุมชนรับมือภัยพิบัติ ทั้งในระดับชุมชน และตำบลนำร่อง จนถือเป็นจังหวัดนำร่อง เพื่อขยายไปสู่จังหวัดใกล้เคียง เช่นจังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง ให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และพัฒนาเชื่อมโยงไปสู่การจัดระบบการประสานงานการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ การเรียนรู้กระบวนการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ พร้อมพัฒนากลไกการประสานงานในพื้นที่ตำบลนำร่อง และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลเอง เพื่อให้ชุมชนชาวเลอยู่ได้ท่ามกลางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเพื่อให้การเรียนรู้ขยายไปสูพื้นที่อื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดเครือข่ายภัยพิบัติอันดามันจึงทำโครงการ พัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติ อันดามัน และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืนขึ้น
วัตถุประสงค์โครงการ
- 1. เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือการจัดการภัยพิบัติ ระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และภาคีที่เกี่ยวข้อง ในการประสานการจัดการภัยพิบัติ
- 2. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่ พังงาเมืองปลอดภัย ให้เป็นนโยบายระดับจังหวัด และขยายการเรียนรู้ไปอีก ๒ จังหวัด
- 3. เพื่อความยั่งยืนของชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ ในการสร้างพื้นที่นำร่องในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน
กิจกรรม/การดำเนินงาน
กลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้ |
|---|
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
| วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์** กิจกรรมของโครงการ | ผลผลิต* | |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่ตั้งไว้ | ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง | |
1. ประชุมคณะทำงาน(ครั้งที่ 1) |
||
วันที่ 20 มกราคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-ประชุมคณะทำงานโครงการ เพื่อให้ทราบถึงความเป็นมา และจุดประสงค์ของหน่วยงานที่สนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการภัยพิบัติ ต่อเนื่องจากที่ในพื้นที่ได้มีการดำเนินงานอยู่แล้ว และขยายพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนากลไกภัยพิบัติอันดามัน คือจะมีเพิ่มเครือข่ายจังหวัดที่เสี่ยงภัย มีจังหวัดระนอง จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้จะมีเพิ่มโครงการการท่องเที่ยวชุมชนที่ยังยื่น
|
25 | 12 |
2. ประชุมเครือข่ายภัยพิบัติอันดามัน ครั้งที่ 1 |
||
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:00-15.30น. น.กิจกรรมที่ทำเริ่มประชุม 9.00 น เนื่องจากวันประชุมตรงกับเทศกาลไหว้เจ้าตรุษจีน จึงมีผู้เข้าร่วมประชุมน้อยกว่าที่กำหนดไว้ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจัดประชุมเครือข่ายภัยพิบัติโซนอันดามัน มีจังหวัดพังงา ระนอง และภูเก็ต เพื่อทำเข้าใจในแผนงานการทำงานโครงการภัยพิบัติ โดยคนในชุมชนร่วมมือกันดำเนินการโครงการ ตามขั้นตอนป้องกันภัยพิบัติในชุมชน มีการลงความคิดเห็นของแต่ละเครือข่ายฯจังหวัด ว่าเห็นด้วยกับแผนงานป้องกันภัยพิบัติโดยชุมชน และจะมีการนัดวันประชุมวางแผนงานป้องกันภัยพิบัติพื้นที่เสี่ยงภัยของชุมชน โดยจะมีทีมทำงานโครงการฯ ร่วมประชุมและเป็นที่ปรึกษาในกระบวนการดำเนินงานแผนปัองกันภัยพิบัติในชุมชนของแต่ละเครือข่ายฯ จังหวัด
|
40 | 26 |
3. ประชุมคณะทำงานเครือข่ายท่องเที่ยว ครั้งที่1 |
||
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:00-0-16.30 น. น.กิจกรรมที่ทำ1.4 กระบวนการ ดำเนินการ โดย วิทวัส เทพสง
เวลา ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
20 | 25 |
4. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดพังงา ครั้งที่ 1 |
||
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:00-15.30น. น.กิจกรรมที่ทำเริ่มประชุม เวลา 9.00 น ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นประธานเปิดประชุม ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
40 | 24 |
5. การศึกษาดูงานการท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะกลางและชุมชนถ้ำเสื่อ |
||
วันที่ 2 มีนาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำจุดที่ 1 เรียนรู้การจัดอาหารพื้นบ้านให้กับนักท่องเที่ยว เวลา 12.00-13.00 น. รับประทานร้านอาหารในแพชุมชนคลองประสงค์ - ได้รับการต้อนรับจากตัวแทนชุมชนอย่างอบอุ่น ( ผู้ประสานงานชุมชนคลองประสงค์ จ๊ะโสภา ) เวลา 13.00-14.00 น. เข้าที่พักเก็บสัมภาระทำภารกิจส่วนตัว จุดที่ 2 เรียนรู้การจัดที่พักโฮมสเตอร์รูปแบบแยกกันอยู่กับเจ้าของบ้าน ซึ่งต้อนรับคณะเราเป็นคณะแรก และเรียนรู้ชีวิตการทำธุรกิจของเจ้าของบ้านที่ทำในตัวเมือง แล้วต้องหันกับมาอยู่บ้านและทำโฮมสเตอร์ในชุมชน เพราะทำในตัวเมืองต้องเช่าที่ของอื่นและมีการแข่งขันธุรกิจไม่ได้คำนึงถึงวิถีชีวิตของเพื่อนร่วมโลก เวลา 14.00-18.00 น. นั่งสามล้อบริการไปยังสถานที่ท่องเที่ยวและเรียนรู้ของชุมชน จุดที่ 3 ประวัติศาสตร์ชุมชน โดยตัวแทนผู้สื่อสารชุมชน ชุมชนเกาะกลางเป็นเกาะเล็กๆมีวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่าย และยังคงรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้ได้อย่างดี เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่กลางแม่น้ำกระบี่ ห้อมล้อมด้วยป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์นับพันไร่ การเดินทางจากตัวเมืองกระบี่อาศัยเรือหางยาวข้ามฟาก ใช้เวลาเพียง 10 นาที ที่นี้ประกอบด้วย 3 หมู่บ้าน ประชากรราว 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ประมงพื้นบ้าน และรับจ้างทั่วไป เอกลักษณ์และความโดดเด่นของที่นี่ คือภูมิปัญญา และ วิถี ชีวิตชุมชนที่พึ่งพาอาศัย และผูกพันสอดคล้องระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ ผ่านกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถเรียนรู้และมีส่วนร่วมได้ เช่น การทำประมงพื้นบ้าน การสักหอย การทำนาข้าวสังหยด การทำเรือหัวโทง การทำผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกาะกลางคงความงดงามและมีเสน่ห์ นั้นคือ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมที่รักสันติ สงบและเรียบง่าย มิตรภาพและน้ำใจไมตรีของคนเกาะกลาง คือส่วนหนึ่งของความสุขที่ถ่ายทอดออกมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ท่ามกลางสังคมและกระแสโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่ยังคงก้าวไปตามจังหวะของตนเอง ชุมชนเกาะกลาง เมืองกระบี่ จุดที่ 4 พื้นที่การทำนาข้าวสังข์หยด เป็นข้าวนาปีที่ปลูกปีละครั้ง โดยมีการคัดเลือกเม็ดพันธ์ หว่านกล้า โดยจะปักดำนาในช่วงเดือนสิงหาคมและเกี่ยวข้าวช่วงเดือนธันวาคม ทั้งนี้จะมีการรวมกลุ่มกัน เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก สร้างเขื่อนคันดินกันน้ำเค็ม ลงแขกนาดำ – เกี่ยวข้าว นำผลผลิตที่เหลือเช่นซังข้าว ฟ้างข้าว และแกบ มาผลิตปุ๋ยเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งจัดตั้งสหกรณ์และโรงงานสีข้าวชุมชน จุดที่ 5 การร่วมกลุ่มทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติต้นไม้ป่าโกงกาง จุดที่ 6 การร่วมตัวฟื้นฟูป่าชายเลนหลังจากถูกภัยพิบัติ สึนามิ จากพื้นที่หน้าชุมชนมีแค่ชายหาดจนทุกวันนี้แกนนำได้เสนอกับชุมชนและหน่วยงาน ท้องถิ่น ท้องที่ ให้ร่วมกันฟื้นฟูป่าชายเลน ปัจจุบันพื้นที่หนึ่งร้อยกว่าไร่มี กุ้ง ปล า หอย ปุ และสัตว์ต่างๆ ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนเป็นจุดท่องเที่ยวที่ทำให้ผู้คนสนใจมาก การสักหอย (การขุดหอย) ชาวบ้านจะสักหอยบริเวณชายหาด ในช่วงที่น้ำทะเลลด โดยหอยที่พบมากบริเวณชายหายเกาะกลางคือ หอยหวาน หอยราก หอยเม็ดขนุน หอยจุ๊บแจง หอยปากหนา หอยหลักไก่ หอยแครง และหอยแว่น โดย หอยแต่ละชนิดจะมีวิธีการสังเหตุและวิธีหาที่แตกต่างกัน ชาวบ้านจะนำหอยที่ได้มาประกอบอาหารในครัวเรือน จุดที่ 7 การละเล่นแข็งขันไก่ป่าส่งเสียง เป็นกีฬาพื้นบ้านแบบใหม่ที่กำลังนิยมกันในหมู่คนมุสลิมภาคใต้ เป็นการเลี้ยงไก่แจ้และฝึกให้มีการขันที่มีจังหวะและไพเราะ เราเห็นการนำไก่มาตั้งบนไม้เสาเตี้ยๆ ไก่แต่ตัวมีสีสันสวยงาม จุดที่ 8 พื้นที่หากินทางทะเล ประมงชายฝั่ง (ประมงน้ำตื้น) การทำประมงชายฝั่ง เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเกาะกลาง ที่สืบทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น ชาวเกาะกลางส่วนใหญ่จะมีความรู้เรื่อง การวางอวนปลา การทำโป๊ะน้ำตื้น การวางลอบปู การสักหอย เป็นต้น จุดที่ 9 ชมบรรยากาศยามเย็น จุดที่ 10 บ้านดั้งเดิมชุมชนเกาะกลาง จุดที่ 11 กลุ่มเรือหัวโทง เป็นการสืบสานวิถีชีวิตของชาวเกาะกลางสมัยก่อน ที่นิยมใช้เรือหัวโทงทำประมงหาเลี้ยงชีพและใช้ในการเดินทาง โดยในปัจจุบันอาชีพการประกอบเรือหัวโทงเริ่มลดน้อยลง เพราะการใช้งานลดลงและรูปแบบเรือหัวโทงดั้งเดิม ก็หาดูได้อยากขึ้น ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มกันเพื่อทำเรือหัวโทงจำลองขึ้น โดยนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเรือที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดกระบี่ เรือหัวโทงจำลองจากเกาะกลาง ได้พัฒนาเป็นสินค้า OTOP ระดับ 4 ดาว ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด จุดที่ 12 ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ( พี่นิด เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิรักษ์และตัวแทนกลุ่มสตรี) เรื่องราวการพัฒนา และต่อสู้ของชุมชน เช่น - การฟื้นฟูทรัพยากร - การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเกาะกลาง เช่น กลุ่มเรือพาเที่ยว สามล้อพาเที่ยว - การเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนและหน่วยงานต่างๆ - มีกลุ่มออมทรัพย์ - ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่มเรือจำลอง ผ้ามัดย้อม หมายเหตุ ท่องเที่ยวชุมชน สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเวลาที่ดีที่สุดเดือนธันวาคม-เมษายน เวลา 18.00- 21.00 น. รับประทานอาหารเย็น/เวทีพบปะแลกเปลี่ยน/ถอดบทเรียนความรู้ที่ได้จากการจัดการท่องเที่ยวของชุมชนเกาะกลาง/พักผ่อน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากชุมชนเกาะกลาง นาย นิคม ธงชัย ตัวแทนจากชุมชนบ้านท่าใหญ่ - ดูพื้นที่การฟื้นฟูป่าชายเลน - ได้นั่งรถสามล้อท่องเที่ยวรอบๆในชุมชน - ได้พักโฮมสเตอร์ของชาวบ้าน - ชุมชนมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ได้ทุกวัย - ใช้ภูมิปัญญาชุมชนด้านต่างๆในการทำท่องเที่ยว นาง ผลาก นาวารักษ์ และน้ำอิง เยาวชน ตัวแทนจากชุมชนบ้านหินลาด/ทับปลา - ในชุมชนมีภูมิปัญญาหลายอย่าง - มีการปลูกข้าวสังข์หยด - มีกลุ่มเรือท่องเที่ยวชุมชน - การละเล่นแข็งขันไก่ป่าขัน น.ส.อรวรรณ หาญทะเล และน้องพลอย เยาวชน ตัวแทนชุมชนบ้านทับตะวัน - กิจกรรมผ้ามัดย้อม โดยเอาต้นไม้ป่าโกงกางมาทำสีย้อมผ้า เช่น ต้นบูน ต้นแม - พื้นที่เยาวชนเล่นว่าว - กฎกติกาชุมชน 5 ส./จัดโซนการดื่มสุราในชุมชน - มีข้อตกลงการทำดูแลความสะอาดชุมชน - มีกลุ่มออมทรัพย์ - มีกลุ่มโฮมสเตอร์2 แบบ แบบพักร่วม และแยกพักกับเจ้าของบ้าน - แกนนำเข้มแข็ง (ส่วนมากเป็นสตรีที่ทำงานอาสาชุมชน) - เยาวชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและได้กลับมาอยู่มากกว่าเหมือนก่อน - มีสินค้าชุมชนจากคนในชุมชน - มีการเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนในจังกระบี่-ภาค-ชาติ - ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2561 เวลา 07.00-09.00 น. รับประทานอาหารพื้นบ้านชุมชนเกาะกลางแล้วออกเดินทางไปดูงานที่ถ้ำเสือต่อ 09.00-11.00 น. เดินทางจากชุมชนเกาะกลาง ต.คลองประสงค์ สู่ศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยวบ้านถ้ำเสือ 2.4.2 ดูงานถ้ำเสือ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต ทำให้ชาวเลที่มาดูงานได้รับรู้และเข้าใจว่า การเริ่มคิดเกิดจากคนในที่มีแรงบันดาลใจ มองย้อนเห็นคุณค่าตัวตน ชุมชนของตนเอง ทางด้านความรู้และการท่องเที่ยวที่พื้นที่ดูงานมี ผสานกับการต้องการเปลี่ยนให้ชุมชนถ้ำเสือและเกาะกลาง เป็นพื้นที่ๆใครๆก็อยากมาสัมผัส เยี่ยมเยือน รวมถึงศึกษา เรียนรู้การท่องเที่ยวชุมชนซึ่งถือว่าจะเป็นเป็นพื้นที่ต้นแบบให้ชาวเลนำไปประยุกต์ ต่อยอดแนวคิดต่อไปได้
|
25 | 23 |
6. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1 |
||
วันที่ 10 เมษายน 2561 เวลา 09:00-15.30 น น.กิจกรรมที่ทำเริ่มประชุม 9.00 น. ทำความเข้าใจเรื่องภัยพิบัติ ไม่ใช่แค่ภัยจากธรรมชาติ แต่ยังมีภัยที่เกิดจากมนุษย์ด้วย ยกตัวอย่าง อุบัติเหตุบนถนน เป็นต้น แบ่งกลุ่มทำแผนที่เสี่ยงภัยในชุมชน ช่วงบ่ายตัวแทนกลุ่มชุมชนอธิบายภัยพิบัติในชุมชนและเส้นทางหนีภัย หัวหน้า ปภ.จังหวัดภูเก็ต ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นประชุมทำความเข้าใจโครงการเตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติชุมชน โดยนำเสนอชุมชนบ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงาที่ดำเนินโครงการและมีผลเป็นไปได้ด้วยดี
|
55 | 46 |
7. สนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการประสานเครือข่ายภัยพิบัติระดับจังหวัดพังงา |
||
วันที่ 29 เมษายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำประชุมจัดทำแผนเตรียมความพร้อมป้องกันภัยในตำบล ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการมีแผนการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชน มีขั้นตอนในการดำเนินการโดยต้องมีการร่วมกลุ่มกันในชุมชนและทำความเข้ากับชาวบ้านให้รู้ถึงความหมายของการมีแผนเตรียมความพร้อมป้องกันภัย และมีการประชุมกันในพื้นที่ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการและทีมทำงานในชุมชน และวางแผนการการขับเคลื่อนกระบวนการเตรียมความพร้อมในชุมชน ให้พื้นที่วางแผนงาน โดยทีมทำงานโครงการจะเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำและร่วมประชุม ให้แต่ละพื้นที่นัดประชุมกันและประสานกับทมเลขาโครงการเพื่อเข้าร่วมประชุมด้วย แต่ละพื้นที่มี 1.ตำบลพรุใน 2.ตำบลตำตัว 3.ตำบลทุ่งมะพร้าว 4.ตำบลโคกกลอย 5.ตำบลคลองเคียน 6.ตำบลนบปริง 7.ตำบลรมณีย์ 8.ตำบลบ่อแสน 9.ตำบลบางเหรียง 10.ตำบลบางเตย 11.ตำบลนาเตย 12.ตำบลเกาะยาวใหญ่ 13.ตำบลถ้ำ ได้มีการจัดทำแผนงานเสนอ และจะกลับไปวางแผนการประชุมประสานความร่วมมือในชุมชน
|
50 | 39 |
8. ค่าประสานงานฝ่ายเลขาฯ งวดที่ 1 (เดือน มกราคม ถึง มิถนายน 2561) |
||
วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำประสานงานผู้เข้าร่วมประชุม อำนวยความสะดวกในการดำเนินการจัดการประชุมในแต่ละครั้ง จัดเก็บเอกสารประกอบการประชุม สรุปการประชุมวาระต่างๆ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีการประสานงานเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และจัดเก็บข้อมูล เอกสารในการประชุมแต่ละครั้ง การประชุมทุกครั้งเป็นไปอย่างที่ตั้งเป้าไว้
|
12 | 3 |
9. ประชุมคณะทำงานเครือข่ายท่องเที่ยว ครั้งที่ 2 |
||
วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่ประชุมร่วมคณะทำงานระดับชุมชน 4 พื้นที่ ได้แก่ชุมชนชาวเลมอแกลนบ้านน้ำเค็ม ,ทับตะวัน-บนไร่,หินลาด,ท่าใหญ่ กระบวนการวงประชุม 1. ช่วงแนะนำคณะทำงานหลักกับคณะทำงานชุมชน แนะนำโครงการ ทำความเข้าใจที่มา 2. แลกเปลี่ยนสถานการณ์และความพร้อมของพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย 3. วางแผน-แนวทางการทำงานร่วม/แบ่งหน้าที่ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต คณะทำงานหลักของโครงการกับคณะทำงานของชุมชนได้รู้จักกัน วางแผนร่วมกันในการปฏิบัติการโดยชุมชนจะเป็นหลักและคณะทำงานหลักมีหน้าที่หนุนเสริม เช่น เรื่องของการใช้เทคโนโลยีชุมชนไม่มีศักยภาพ แต่ชุมชนสามารถให้ข้อมูลและทำกระบวนการร่วมกันได้ หรือการใช้พื้นที่สาธารณะทำกิจกรรม ต้องให้ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นที่เป็นคณะทำงาน ใช้หน้าที่บทบาทรัฐหรือภาคประชาสังคมร่วมดำเนินการ ผลลัพธ์ เกิดการแบ่งหน้าที่ตามศักยภาพ คณะทำงานชุมชนสามารถเชื่อมโยงวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดของโครงการเข้ากับแผนกิจกรรม ตัวแทนหน่วยงานท้องที่ท้องถิ่นสามารถนำไปเสนอเพื่อต่อยอดได้
|
30 | 0 |
10. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดพังงา ครั้งที่ 2 ตำบลนบปริง |
||
วันที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำประชุม ทำความเข้าใจโครงการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือัยพิบัติโดยชุมชน เนื่องจากมีท่านนายก อบต.นบปริงให้เกียรติเข้าาร่วมประชุมด้วย จึงนำเสนอความเป็นมาของโครงการ เริ่มตั้งแต่ชุมชนบ้านน้ำเค็มเคยประสบภัยสึนามิ เมื่อปี 47 มีหน่วยงานเข้ามาให้การช่วยเหลือเบื้องต้นก็เยอะ แต่พอให้การช่วยแล้วก็กลับ ไม่มีการเยี่ยวยาอย่างต่อเนื่อง บ้างรายไม่มีชื่อ(ชาวมอแกรนบางคนไม่มีบัตร)ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ แต่หลังจากผ่านไปเป็นปีๆ ก็ยังมีองค์กรที่ให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้น ได้มีแนวร่วมกับองค์กรอิสระ สนับสนุนให้ชุมชนรุกขึ้นมาพึ่งตนเอง โดยมีการการจัดตั้งทีมอาสาสมัครเตรียมความพร้อมฯในชุชนหรือ ทีม อปพร. และได้ขอการสนับสนุนให้มีการจัดอบรมการช่วยเหลือกู้ภัยเบื้องตน จากทาง ปภ.จ.พังงา แล้วจึงมีการสนับสนุนให้ในชุมชนจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติตำบล ขึ้นมา และได้มีการจัดซ้อมแผนหนีภัยสึนามิทุกปี มีกิจกรรมการช่วยเหลือชุมชนใกล้เคียง และทางศูนย์เตรียมความพร้อมฯกฌได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนเป็นอย่างดี ตลอดจนมีต่างประเทศเข้ามาขอศึกษาดูงาน เช่น ศรีลังกา ฯ โครงการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือัยพิบัติโดยชุมชน เกิดจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา คนเก่า ท่านเคยติเตียนว่า ทางทีมให้การช่วยเหลือแต่พื้นที่อื่น ทำไมไม่ทำในบ้านตนเองบ้าง จึงเกิดเป็นโครงการนี้ขึ้น โดยของบประมาณสนับสนุนจาก สจรส.มอ.สงขลา จึงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในจังหวัดพังงา ภูเก็ต ระนอง ในพื้นที่จังหวัดพังงานั้นตั้งเป้าไว้ 7 ตำบลก่อน ตำบลนบปริงก็เป็นพื้นที่หนึ่งด้วย ครั้งนี้ จึงขอทำความเข้าใจในรายละเอียดโครงการ โดยชุมชนจะต้องทำความเข้าใจในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย ทำการสำรวจข้อมูลเสี่ยงภัย มีปฏิทินภัย ตั้งคณะทำงาน(อาสาสมัคร)ภัยพิบัติ และถึงจะมีการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ อันดับต่อไปอาจมีการจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมฯตำบล แต่ในวันนี้ขอคุยรายละเอียดการจัดทำโครงการก่อน ทางชุมชนจะต้องทำการสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัย และประชากรในพื้นที่เสี่ยง สอบถามสถานะของแต่ละครัวเรือนที่เสี่ยงภัย เพื่อจะได้มีข้อมมูลจัดทำแผนฯอย่างถูกต้องและตรงกับพื้นที่ จากนั้นทาง สำนักงาน ปภ.จ.พังงา ก็ได้อธิบายถึงการปฏิบัติง่นของหน่วยงาน ซึ่งการปฏิบัติงานของปภ.นั้น เกิดขึ้นหลังมีเหตุการณืการแล้ว จึงถือว่าเป็นการช่วยเหลือมากกว่า แต่ถ้าชุมชนไหนที่ต้องการบุคคลากรเพื่อเป็นวิทยากรในการอบรมกู้ภัยอย่างถูกต้อง หรืออุปกรณ์เครื่องมือให้การช่วยเหลือบ้างชนิด ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน ทางด้าน อบต.นบปริงว่า อบต.มีหน้าที่ให้การช่วยเหลือแก่ชาวบ้าน หากชาวบ้านเดือดร้อนทาง อบต.ในพื้นที่มีหน้าที่ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นไปก่อน เช่น ประสบเหตุพายุ หลังคาบ้านพังเสียหาย ก็มีการชดเชยให้ในรายที่มาแจ้งความเสียหาย ทาง อบต.นบปริง มีความเห็นด้วยและให้การร่วมมือสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้เห็นว่าชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ก่อน ไม่ต้องรอให้ทางหน่วยงานหรือรัฐบาลความช่วยเหลืออย่างเดียว ทาง อบต.นบปริงขอให้ชาวบ้านบอกจะรับฟังและให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ในครั้งหน้าจะชวนชาวบ้านให้เข้ามาจัดทำข้อมูลและแผนภัยพิบัติ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีความร่วมมือเกิดขึ้นหลายฝ่าย ทั้งท้องทีท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภัยพิบัติ และทีมชาวบ้าน ก็เข้าใจเป็นอย่างดี
|
20 | 15 |
11. สนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการประสานเครือข่ายภัยพิบัติจังหวัดภูเก็ต |
||
วันที่ 27 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำเริ่มประชุมเวลา 9.00 น ประชุมเชิงอบรมทำความเข้าใจเรื่องภัยใกล้ตัว และการเอาตัวรอดในภาวะเผชิญกับภัย มีการเสนอให้แต่ละชุมชนตำบลตั้งทีมทำงานเพื่อประสานกีบทีมพี่เลี้ยง จัดทำแผนที่ภัย และเส้นทางภัย ให้แต่ละตำบลเสนอ 1 หมู่บ้านเพื่อเป็นหมู่บ้านตัวอย่างจัดการภัยพิบัติ ให้แต่ละหมู่บ้านจัดทำข้อมูลชุมชน ทั้งบุคคล เครื่องใช้ที่มีความเสี่ยงภัย แผนที่ภัย และเส้นทางหนีภัย การบริหารจัดการ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-ทีมทำงานในชุมชน -ข้อมูลชุมชน -แผนที่ภัยพิบัติในชุมชน การประสานภาคีเครือข่าย
|
40 | 80 |
12. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดพังงา ครั้งที่ 2 ตำบลรมณีย์ |
||
วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำความเป็นมาของโครงการแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชน ว่าด้วยภัยธรรมชาติหรือภัยที่เกิดจากความประมาทน้ำมือคนนั้น เช่นอุบัติเหตุต่างๆ ถือว่าเป็นภัยพิบัติทั้งนั้น ภัยเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก การที่เรายอมรับชะตากรรมรอให้ทางราชการให้การช่วยเหลืออย่างเดียว ถือว่าเป็นภาระให้กับทางรัฐ ทั้งนี้การรับมือภัยพิบัติควรเป็นหน้าที่ของ่ทุกคน ทุกหน่วยงานที่จะต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไข เมื่อเกิดเหตุภัยขึ้น ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ จึงเป็นกลุ่มแรกท่ีจะๆด้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ อย่างพื้นที่ชุมชนตำบลรมณีย์เป็นพื้นที่เสี่ยงหับภัยธรรมชาติเสียเป็นส่วนใหญ่เพราะจากที่เห็นเป็นพื้นที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและแหล่งน้ำ ชุมชนเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ในโครงการฯนี้เราจะเน้นการจัดการป้องกันและรับมือภัยพิบัติด้วยชุมชนเอง แกนนำชุมชนรมณีย์ว่าในพื้นที่นี้ ท้องที่ ท้องถิ่น ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการสนับสนุนให้ใช้เรื่องอุปกรณ์กู้ภัย ส่วนที่ ทาง อบต.รมณีย์มีอยู่ มีการพูดคุยเรื่องขอสนับสนุนไว้บางแล้วกับท้องที่ แกนนำและทีมอาสาได้เข้าร่วมประชุมงานภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ถือว่าในพื้นที่รมณีย์เป็นเครือข่ายภัยพิบัติจังหวัดพังงา โครงการนี้ทางทีมคณะทำงานจะมาเป็นพี่เลี้ยงให้ โดยจะช่วยประสานให้ชุมชนเป็นชุมชนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติได้เอง การดำเนินการนั้นจะต้องมีการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติตำบลรมณีย์ ขั้นตอนต่างๆ ทางทีมคณะทำงานจะช่วยดำเนินการประสานทำความเข้าใจ ประสานหน่วยงานอบรมให้ความรู้กู้ภัยเบื้องต้น ในตอนนี้ทางตำบลรมณีย์ที่เข้าร่วมประชุม มี4หมู่บ้าน เพราะฉะนั้นวันนี้เราได้ให้ทำแบบสำรวจความเสี่ยงในพื้นที่ก่อน เช่น ในพื้นที่ตำบลประสบภัยอะไรบ้าง มีน้ำป่าไหลหลาก น่ำฝนท่วมขัง อุบัติเหตุทางถนน ช้างทำลายพืชไร่ หัวข้อที่ชุมชนจะต้องดำเนินการคือ 1.สถานการณ์พื้นที่ 2.ต้นทุนที่ทำมา 3.สิ่งที่ต้องทำต่อไป
สถานการณ์ภัยในพื้นที่-มีน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากเป็นพื้นที่น้ำตก น้ำป่า -ดินสไลด์-เส้นทางถนนเป็นเส้นทางภูเขา มีโค้งอันตรายเยอะ-เมื่อเกิดเหตุการให้การช่วยเหลือไม่ถูกวิธี
ต้นทุนที่ทำมา- มีทีมอาสาสมัครในพื้นที่-ทีม ท้องถิ่น อบต. อปพร. อาสาชาวบ้าน -ทีมอบุติเหตุทั่วไป บนท้องถนน -ทีมภัยพิบัติดินถล่ม โคลนสไลด์-ทีมชาวบ้านในพื้นที่
สิ่งที่ต้องทำต่อไป- ต้องมีการสำรวจข้อมูลประชากรในพื้นที่เสี่ยงภัย ข้อนี้แนะนำให้ปรึกษาทีม อสม.ในตำบล -ทำปฏิทินภัย เพื่อจะได้ทราบข้อมูลภัยและทำการรับมือ -จัดทำโครงสร้างคณะทำงานเตรียมความพร้อมตำบลรมณีย์ -จัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ -จัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติประจำตำบล - อบรมให้ความรู้เรื่องการกู้ภัย ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีปฏิทินภัยในตำบล มีทีมอาสาป้องกันภัย เข้าใจในโครงการฯ ท้องที่ท้องถิ่นให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
|
30 | 0 |
13. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดพังงา ครั้งที่ 2 ตำบลตำตัว |
||
วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำภัยพิบัติเป็นเรื่องใกล้ตัวเราแล้ว พี่น้องในชุมชนก็เห็น เพราะในพื้นที่ตำบลตำตัว-บางไทร มีเหตุการณ์น้ำท่วมขังทุกปีเนื่องจากฝนตกหนัก นั้นก็ถือว่าเป็นภัยพิบัติเหมือนกัน ทั้งยังมีเหตุบนท้องถนนก็เยอะ แนวคิดเรื่องโครงการแผนการจัดการรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนนั้น คือการที่ชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินการป้องกัน แก่ไข ลดความเสี่ยงภัยของตนเองและครอบครัว โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผน ตัดสินใจ กำหนดแนวทางแก้ปัญหาและการบริหารจัดการภัย โดยใช้ทรัพยากรและบุคลากรในชุมชนโดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ คือ ลดความเสี่ยงของชุมชน และเพิ่มขีดจำกัดให้กับคนในชุมชน ว่าด้วยทีมทำงานโครงการจะเป็นพี่เลี้ยง สนับสนุนเรื่องกระบวนการการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติ และสนับสนุบประสานหาหน่วยงานให้การอบรมกู้ภัยเบื้องต้น ขั้นตอนการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชน 1.สภานการณ์ภัยในพื้นที่ 2.ต้นทุนชุมชน 3.สิ่งต้องทำต่อไป สถานะการณ์ภัยพื้นที่ตำบลตำตัว-บางไทร ในตำบลเป็นพื้นสวนเสียเป็นส่วนใหญ่และบ้านพักอาศัยอยู่ห่างๆกัน จึงมีเหตุ 1.น้ำท่วมขังเนื่องจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน 2.ภัยท้องถนน(อุบัติเหตุ) 3.ภัยวาตภัย/ลมพายุ 4.น้ำป่า/ดินถล่ม 5.ไฟใหม้ ต้นทุนชุมชน เช่น อุปกรณ์กู้ภัยเบื้องต้น เลื่อยไฟฟ้า /ทีมอาสาสมัคร หรือ อปพร. ชรบ. ข้อมูลประชากรในพื้นที่ ช่วงบ่าย ระดมความคิดเห็นในเรื่องโครงสร้างคณะทำงานทีมเตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติตำบล เลือกหัวหน้าฝ่ายงานรับผิดชอบก่อน แล้วค่อยประชุมหมู่บ้านทำความเข้าใจและหาอาสาเพิ่มเติม ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชาวบ้านมีความเข้าใจและมีส่วนร่วม หัวหน้าฝ่ายคณะทำงานทีมเตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติ
|
20 | 31 |
14. สนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการประสานเครือข่ายภัยพิบัติระดับจังหวัดระนอง |
||
วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำเริ่มประชุม 9.30 น มีการชี้แจ้งวัตถุประสงค์ของโครงการการจัดากรภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน โดยนายไมตรี จงไกรจักร์ มีผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระนอง เข้าร่วมให้ความรู้เรื่องภัยในพื้นที่จังหวัดระนอง ว่าด้วยน้ำท่วมบางพื้นท่ี ดินสไลจากภูเขา ช่วงบ่ายให้เครือข่ายระนอง ได้แบ่งกลุ่มเขตอำเภอทำแผนภัยพิบัติและได้ร่วมนำเสนอภัยในพื้นที่ของตน วิธีแก้ปัญหา ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐและภาคประชาชน มีการแต่งตั้งคณะกรรมการภัยพิบัต จังหวัดระนอง โดยจะมีการเสนอให้ท่านผู้ว่าเป็นประธาน มีแผนภัยพิบัติและแผนงานการจัดตั้งทีมในชุมชน
|
20 | 51 |
15. ค่าประสานงานฝ่ายเลขาฯ งวดที่ 2 (เดือน กรกฎาคม ถึงมีนาคม 2562) |
||
วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำการบันทึกการประชุม รายงานความคืบหน้าโครงการแก่ทีมทำงาน จัดเก็บเอกสารการเงิน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการในที่ประชุมคณะทำงาน
|
1 | 1 |
16. ประชุมคณะทำงาน(ครั้งที่ 2) |
||
วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00-15:30 น.กิจกรรมที่ทำการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินการ และการใช้งบประมาณในการประชุมแต่ละครั้ง งบประมาณในการดำเนินโครงการต่อไป เนื่องจากมีการนัดประชุมลงพื้นที่ทำแผนเตรียมความพร้อมฯ ในพื้นที่จังหวัดพังงา เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หากงบประมาณในการดำเนินการ ไม่เพียงพอให้ยืมเงินสำรองจ่ายจากส่วนอื่นก่อนเพื่อโครงการจะได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อนื่อง มีการเห็นชอบในที่ประชุม ในส่วนงานดำเนินการโครงการท่องเที่ยวชุมชนจะมีการจัดอบรมการจัดการท่องเที่ยวชุมชน โดยผู้เข้าร่วมประชุมว่าจะเชิญ 4 พื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ คือ บ้านน้ำเค็ม บ้านทับตะวัน บ้านทับปลา เกาะพระทอง ผู้เข้าร่วมอบรมโดยประมาณ 30 คน โดยสถานที่นั้นน่าจะจัดที่บ้านทับตะวัน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง เวลา 2วันกับ 1 คืน จึงขอเชิญคณะทำงานท่านใดที่ว่างเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมนี้ด้วย ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีการรับทราบการส่งตรวจเอกสารการเงิน รับทราบผลการดำเนินโครงการไปมากแล้ว การเห็นชอบในส่วนของการยืมงบประมาณจากส่วนอื่นเพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง การดำเนินโครงการการท่องเที่ยวชุมชนอย่างต่อเนื่อง
|
13 | 13 |
17. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดพังงา ครั้งที่ 2 ตำบลทุ่งมะพร้าว |
||
วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00-15:30 น.กิจกรรมที่ทำโครงการจัดทำแผนการขับเคลื่อนชุมชนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ว่าด้วยในชุมชนทุ่งมะพร้าวเป็นหนึ่งในเครือข่ายภัยพิบัติอันดามันที่มีแกนนำเข้าร่วมประชุมอย่างต่อเนื่อง จุดสำคํยของโครงการฯ คือเน้นให้ชาวงบ้านในพื้นที่มีส่วนร่วม ร่วคิด ร่วมทำ ร่วมวางแผน ทั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงภัยในชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถให้กับคนในชุมชน จะเน้นเรื่องฝึกอบรมกู้ภัย ในพื้นที่มีต้นทุนทีมทำงานอยู่แล้ว และยังมีอุปกรณ์กู้ภัย ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีข้อมูลประชากร มี
|
20 | 0 |
18. อบรมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน |
||
วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำสัมมนาเชิงปฏิบัติ - ฟังบรรยายสถานการณ์ท่องเที่ยวชุมชนในประเทศไทย - แลกเปลี่ยนสถานการณ์และความเป็นไปได้ของการท่องเที่ยวชุมชน - เรียนรู้เครื่องมือการทำแผนที่ท่องเที่ยวชุมชนในฝัน - เรียนรู้เครื่องมือการทำปฏิทินการท่องเที่ยวชุมชน - เรียนรู้หลักสูตรบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น3.5.1 วิเคราะห์การท่องเที่ยวที่ชาวเลมองเห็นและเป็นไปได้ 3.5.2 ทำแผนที่มานุษยวิทยาเดินดิน(แผนที่ชุมชน)ได้ 3.5.3 กำหนดจุดน่าเที่ยว-เรียนรู้ในชุมชนได้ 3.5.4 ทำปฏิทินการท่องเที่ยวชุมชนได้ 3.5.5 ทำตารางบริหารจัดการท่องเที่ยวชุมชนได้
|
33 | 0 |
19. หนุนเสริมการปฏิบัติการในพื้นที่ชุมชนน้ำเค็ม ครั้งที่1 |
||
วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
- แกนนำชุมชนที่ไปร่วมเป็นคณะทำงานหลักชี้แจงวัตถุประสงค์การหารือ-เตรียมรับคณะชนเผ่าพื้นเมือง ผู้นำท้องที่พร้อมร่วมหนุนกิจกรรม ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
10 | 0 |
20. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ ชุมชนน้ำเค็มครั้งที่2 |
||
วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำประชุมแนวทางการจัดทำข้อมูลมอแกลนพาเที่ยวบ้านน้ำเค็ม ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสถานที่ที่จัดนำเที่ยว มีจุดเช็คอินที่น่าสนใจ จัดทีมและคณะทำงานชัดเจน จัดปราชน์สำหรับแนะนำการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน จัดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับบ้านทับตะวัน จัดการท่องเที่ยวแบบวิถีชาวเลโดยไม่ทำลายทรัพยากรเดิม
|
10 | 15 |
21. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ ชุมชนทับตะวัน ครั้งที่1 |
||
วันที่ 2 สิงหาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำประชุม ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเข้าใจ
|
30 | 0 |
22. หนุนเสริมการปำิบัติการในพื้นที่ชุมชนบ้านหินลาดครั้งที่1 |
||
วันที่ 3 สิงหาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำประชุมสร้างความเข้าใจกับสมาชิกในโครงการ จัดทำข้อมูล สำรวจเส้นทางการท่องเที่ยวโดยสมาชิกโครงการ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเข้าใจในกระบวนการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีการเลี้ยงหอย ปูปลา การหากุ้งแบบโบราณ สามารถสร้างให้การท่องเที่ยวยั่งยืนโดยที่ไม่มีการทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างวิถีการหาปลาแบบชาวบ้าน ต้องมีการเลือกนักท่องเที่ยวที่มาแล้วสามารถบอกต่อเอรื่องราวชาวเลได้
|
30 | 0 |
23. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ ชุมชนท่าใหญ่ ครั้งที่1 |
||
วันที่ 4 สิงหาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำประชุมสร้างความเข้าใจ ทำแผนที่ทำมือ สำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว จัดตั้งกองทุน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเข้าใจถึงการท่องเที่ยวที่ต้องมีความยั่งยืน คือ ต้องเลือกนักท่องเที่ยว ต้องอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ให้ยาวนานที่สุด เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ป่าโกงกาง ป่าชายเลน เพื่อให้เกิดสมดุลทางธรรมชาติทางทะเล ต้องสร้างวิถีชาวเลแบบดั้งเดิม จัดบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวกินอยู่แบบชาวเลด้วยความสะอาดและปลอดภัย
|
20 | 0 |
24. ประชุมคณะทำงาน(ครั้งที่ 3) |
||
วันที่ 20 สิงหาคม 2561 เวลา 09:00-15:30 น.กิจกรรมที่ทำเรื่องงบประมาณที่ใช้จ่ายในการดำเนินการประชุมนั้น อาจจะไม่ตรงตามที่ได้กำหนดในโครงการได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องตรงตามที่กำหนด ในบางเรื่องที่ยังคงเหลืองบประมาณ ขอความเห็นชอบจากที่ประชุมว่า ให้ใช้ในหมวดอื่นต่อไป เช่น การศึกษาดูงานท่องเที่ยวชุมชนนั้น ก็นำงบประมาณที่เหลือใส่ในหมวดอุดหนุนพื้นที่ก็ได้ หรือแล้วแต่ว่าในหมวดอื่นขาด นไส่วนนี้มาเสริมก็ได้ แต่ต้องมีการรายงานในที่ประชุมทุกคีั้งในเรื่องการใช้งบประมาณ ทั้งนี้ความคืบหบน้าของโครงการภัยพิบัตินั้น มีการดำเนินการลงพื้นที่เสี่ยงในจังหวัดพังงาไปแล้ว 3 พื้นที่ ในเดือนที่ผ่านมา คือ ตำบลนบปริง ตำบลรมณี ตำบลตำตัว และตำบลทุ่งมะพร้าว ยังมีพื้นที่อีก คือ ตำบลบางเตย ตำบลนาเตย ตำบลคลองเคียน ซึ่งจะมีการประสานงานลงพื้นที่กับทางแกนนำอีกครั้ง ในแต่ละพื้นที่มีความพร้อมไม่เหมือนกัน ทั้งนี้จึงขอให้แต่ละพื้นที่ทำการสำรวจข้อมูลเสี่ยงภัยก่อน และจัดทำปฏิทินภัยในพื้นที่นั้นๆ พื้นที่ไหนมีเครื่องมีการช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วให้รายงานด้วย เช่นในพื้นที่ รมณีย์ บอกว่าพื้นที่ของตนเคยได้รับ มาตราวัดปริมาณนำ้ฝนมาแล้ว แต่ขาตั้งเกิดการเสียหาย ทางชุมชนรับว่าจะกลับซ่อมบำรุง ในพื้นที่ทุ่งมะพร้าวก็มีเหมือนกันแต่เป็นของกรมป่าไม้ในพื้นที่่ ซึ่งมีเจ้าหน้าดูแลอยู่แล้ว แต่ละพื้นที่มีพื้นฐานไม่เท่ากัน ในพื้นที่รมณีย์ ตำตัวและนบปริง ต้องจัดการตั้งแต่ทำแบบสำรวจภัย แต่ในพื้นที่ทุ่งมะพร้าว นั้นมีข้อมูลอยู่แล้วจึงจะมีการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมเลย คือมีการตั้งทีมทำงานภัยพิบัติในพื้นที่ และมีการตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติ ่ พื้นที่คลองเคียนได้เคยมีหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนป้องกันภัยโดยชุมชนหลังเหตุการณ์สึนมิเมือ่ปี47 แต่ก็ได้ขาดการต่อเนื่อง ในพื้นที่ยังมีทีมทำงานอยู่ แต่ขาดการต่อเนื่องแล้วจึงต้องมีการทำข้อมูลสำรวจภัยก่่่อน และจัดตั้งคณะทำงานฝ่ายต่างๆ เบื้องต้นก่อน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเข้าใจและในดำเนินการต่อไป
|
12 | 12 |
25. ประชุมคณะทำงาน(ครั้งที่ 4) |
||
วันที่ 20 กันยายน 2561 เวลา 09:00-15:30 น.กิจกรรมที่ทำประชุมความคืบหน้าของโครงการภัยพิบัติ เนื่องจากต้องยืมงบประมาณการดำเนินโครงการจากส่วนอื่น จึงต้องขอความเห็นในที่ประชุม ที่ประชุมให้ดำเนินการได้ แต่เมื่องบสนับสนุนได้โอนมาแล้ว ก็ให้ทำบันทึกคืนเงินทันที ถามเรื่องงบประมาณ และผลการตรวจเอกสารการเงิน ว่าด้วยได้ส่งตรวจไปแล้วแต่ในพื้นที่จังหวัดพังงาไม่เข้าใจการตรวจบัญชีในโครงการ จึงต้องส่งไปให้ที่ สจรส.ส่งตรวจให้ และกำลังดำเนินการอยู่ เมื่อตรวจเรียบร้อยแล้วจะรายงานอีกที การลงพื้นที่ว่าด้วยในเดือนนี้มีพื้นที่ ตำบลคลองเคียน ได้นัดวันประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันที่ 22 นี้ ขอเชิญคณะทำงานเข้าร่วมด้วย สถานที่ เป็นห้องประชุม อบต.คลอฃเคียน การท่องเที่ยวโดยชุมชน มีการดำเนินการเส้นทางการท่องเที่ยวโดยมีการลงพื้นที่ร่วมกับชาวบ้านมอแกลน ทำเส้นทางแนะนำการท่องเที่ยวชุมชน ขณะนี้ในพื้นที่ชุมชนน้ำเค็มได้จัดทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดข้อมูลชุมชนในบ้างส่นประกอบด้วย เช่น ร้านค้า แหล่งที่พัก จุดพักผ่อน เป็นต้น จะนำเสนอในครั้งหน้า ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีความคืบหน้าของโครงการ
|
12 | 12 |
26. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ชุมชนหินลาดครั้งที่2 |
||
วันที่ 22 กันยายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
10 | 0 |
27. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดพังงา ครั้งที่ 2 ตำบลคลองเคียน |
||
วันที่ 28 กันยายน 2561 เวลา 09:00-16:30 น.กิจกรรมที่ทำโครงการการจัดทำแผนการขับเคลื่อนชุมชนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชน เป็นแนวคิดว่า " ภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ป้องกันและบรรเทาได้ ถ้ามีการเตรียมความพร้อมที่ดี " ได้นำแนวคิดการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐานมาใช้ เพื่อให้ชุมชน หมู่บ้านมาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย มีความรู้ความเข้าใจถึงภัยในท้องถิ่น และตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการจัการภัย แนวคิดในการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน เป็นการศูนย์กลางในการดำเนินการป้องกัน แก้ไข บรรเทา ฟื้นฟูจากภัยพิบัติ โดยใช้ทรัพยากรและบุคลากรในชุมชน มีส่วนร่วมในการ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมวางแผน ท้งในด้านการแจ้งเตือนภัย การอพยพประชาชนอย่างเป็นระบบ และการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของชุมชน ลดความเสี่ยงภัยของชุมชนและเพิ่มขีดความสามารถให้คนในชุมชน เพิ่มทักษะโดยการฝึกปฏิบัติให้แก่คนในชุมชน สามารถรับมือกับภัยพิบัติด้วยตนเอง ชุมชนเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมวางแผน ทั้งในด้านการแจ้งเตือนภัยการอพยพประชาชนอย่างเป็นระบบ และการฝึกซ้อมแผนป้องกันภัย ในพื้นที่ชุมชนคลองเคียนเคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ หลังจากนั้นได้มีองค์กรเอกชนเข้ามาให้การสนับสนุนตั้งอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อปพร. เพื่อให้ชุมชนช่วยเหลือตนเองได้ แต่การดำเนินการไม่ต่อเนื่อง จึงต้องมีการทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ทางคณะทำงานโครงการฯจะเข้ามรเป็นพื่เลี้ยงช่วยดำเนินการและประสานงานกับหน่วยงาน เช่นประสานงานกับปภ.จังหวัดในการให้ความรู้เรื่องภัยและอบรมการกู้ภัยเบื้องต้น ทั้งนี้ ในชุมชนต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการ 1. สถานะการณ์ในพื้นที่ 2.สิ่งที่มี 3.สิ่งที่ต้องทำ สถานะการในพื้นที่/สภาพทั่วไปของตำบลคลองเคียน มีอะไรบ้าง แผ่นดินไหว/ลมพายุ เสียเป็นส่วนใหญ่ น้ำทะเลหนุนสูง ดินสไลด์ใน ม.7 ม.8 ในสวนยางทำให้ต้นยางเสียหาย ลมพายุ เรือล่ม ไฟ้ไหมลามสวน ในเดือนท่ีผ่านมานั้น พายุหอบเอาหลังคาบ้านไปหลายหลัง ทำให้ทาง อบต.คลองเคียน ช่วยเหลือกระเบื้องมุงหลังคาให้กับชาวบ้าน ในเหตุพายุอาจมีการปรกาศล่วงหน้าได้ แต่ในสภาวะดินสไลด์และเหตุนำ้ทะเลหนุนไม่มีประกาศล่วงหน้าทำให้มีความเสียหายและส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของคนในชุมชน เป้าหมายของโครงการ คือการรู้เท่าทันต่อสถานการณ์การเกิดภัย ความเสี่ยง สิ่งสำคัญ คือ อาสาสมัคร/คณะทำงานโครงสร้าง ข้อมูลประชากรชุมชน ความรู้เดิมของทีมงาน การปรับเพิ่มคณะทำงาน การจัดทำข้อมูลในพื้นที่ตำบล เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลจัดทำแผนภัยพิบัติ การเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โครงสร้างคณะทำงานกรรมการศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติตำบล มี ประธานศูนย์ฯ รองประธาน 2 คน ที่ปรึกษา 2 คน เลขานุการ เหรัญญิก ฝ่ายต่างๆ หัวหน้าฝ่ายเฝ้าระวัง หัวหน้าฝ่ายจราจร หัวหน้าฝ่ายอพยพ หัวหน้าฝ่ายปฐมพยาบาล หัวหน้าฝ่ายครัวกลาง ระดมความคิดเห็นคนเข้าเป็นอาสาสมัคร ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเข้าใจในโครงการ/มีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์เตรียมความพร้อม
|
40 | 0 |
28. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ชุมชนท่าใหญ่ครั้งที่2 |
||
วันที่ 5 ตุลาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
20 | 0 |
29. ประชุมคณะทำงาน(ครั้งที่ 5) |
||
วันที่ 20 ตุลาคม 2561 เวลา 09:00-15:30 น.กิจกรรมที่ทำประชุมความนคืบหน้าของโตรงการ ลงพื้นที่ จัดทำแผนงานภัยพิบัติโดยชุมชน ที่ผ่านมาในชุมชนคลองเคียน ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี ในพื้นที่มีคนสนใจในเรื่องภัยพิบัติใกล้ตัวกันมาก ทั้งเรื่องไฟป่า ดินสไลด์ ตลอดถึงสึนามิ เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเหมือนกัน ทั้งนี้มีความเข้าใจในตัวโครงการบ้างแล้วเพราะแกนนำเครือข่ายภัยพิบัติจังหวัดพังงา และเคยมีหน่วยงานเอกชนเข้ามาทำโครงการภัยพิบัติเหมือนกัน โดยจะมีทีม อปพร.ในพื้นที่อยู่บ้างแล้ว การประชุมจึงมีการแลกเปลี่ยนทำความเข้าใจ และจัดตั้งโครงสร้างคณะกรรมการ การรับมือภัยพิบัติโดยชุมชน มีการระบุหัวหน้าาฝ่ายต่างๆ และทางชุมชนจะกลับไปเติมชื่อทีมงานให้รียบร้อยก่อน แล้วจะขอนัดประชุมชนในครั้งต่อไป ในส่วนของโครงการการท่องเที่ยวฯนั้น ยังไม่มีความคืบหน้า แต่จะขอโอนงบประมาณที่คงเหลือใน การศึกษาดูงานที่กระบี่ไปสนับสนุนพื้นที่โครงการ ที่ประชุมเห็นด้วย ในส่วนของงบประมาณได้มีการโอนเงินงวดที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอคืนงบประมาณในส่วนที่ยืมโครงการอื่น ที่ประชุมเห็นด้วย แต่ให้ทำบัญทึกความเข้าใจไว้ด้วย เพื่อจะได้รู้ว่างบในส่วนไหน และมีค่าผู้ตรวจบัญชีด้วย ประมาณ 8,000 กว่าบาท ที่ประชุมว่าในครั้งต่อไปจะมีอีกมัย มีอีกคิดตามงบประมาณที่ได้ใช้จ่าย พื้นที่จังหวัดระนองขอนัดประชุมภัยพิบัติครั้งที่ 2 แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเวลา ให้กำหนดล่วงหน้าเพื่อจะได้มีเวลาตรงกัน แล้วจะบอกอีกครั้งเมื่อระนองกำหนดวันมา ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคณะทำงานเข้าใจเป็นอย่างดี
|
12 | 0 |
30. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2 |
||
วันที่ 30 ตุลาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำการจัดประชุม09.00 น.โดยป้องกันภัยจังหวัดภูเก็ต เล็งถึงปัญหาว่าภัยพิบัติเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สินมาก ต้องมีการทำงานเป็นทีม ต้องมีการเข้าใจวิธีการ หลักการทำงาน ภัยมีหลากหลาย แต่เราต้องเข้าใจและรู้ทุกอย่างทั้งก่อนเกิดภัย ขญณะเกิดภัย หลังเกิดภัย เราต้องมีข้อมูลคน ข้อมูลคนติดเตียง ผู้พิการ เดิกทารก ผู่ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต้องเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ต้องรู้ว่าเรามีเครื่องมือไดบ้างที่สามารถเข้าไปทำงานในการช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ เช่น เครื่องเลื่อย มีดพร้า รถ ยา คน ความพร้อม ฯลฯ ช่วงบ่ายจัดกลุ่มวาดแผนที่ทำมือของแต่ละอำเภอ จัดหาจุดเสี่ยงภัย จุดปลอดภัย เส้นทางหลบหลีกหรือเส้นทางอพยพเวลาเกิดภัย จัดตั้งคณะทะงานระดับตำบลและระดับอำเภอ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจัดโครงสร้างในพื้นที่/จัดต้้งคณะกรรมการภัยพิบัติจังหวัดภูเก็ต
มีการจัดเก็บข้อมูลในพื้นที่รับผิดชอบในระดับตำบล อำเภอ และรวบรวมในระดับจังหวัด
|
20 | 52 |
31. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ชุมชนบ้านทับตะวันครั้งที่2 |
||
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
15 | 0 |
32. ประชุมคณะทำงาน(ครั้งที่ 6) |
||
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09:00-16:30 น.กิจกรรมที่ทำประชุมรายงานความคืบหน้าโครงการภัยพิบัติ ในการลงพื้นที่ในตำบลต่างๆ ในจังหวัดพังงา ตอนนี้ลงพื้นที่ ตำบลรมณีย์ ตำบลบางไทร-ตำตัว ตำบลทุ่งมะพร้าว ตำบลนบปริง ตำบลคลองเคียน และในเดือนนี้เป้าหมาย 1 ตำบล ว่าจะลงพื้นที่ตำบลนาเตย ยังเหลือ 2 ตำบล เป้าหมายว่าจะลงพื้นที่จังหวัดระนอง นัดประชุมกับเครือข่ายภัยพิบัติ เป็นวันที่ 28 นี้ การท่องเที่ยวชุมชน มีการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวในตำบลบางม่วง(หมู่บ้านทับตะวัน) ในส่วนหมู่บ้านนำ้เค็มนั้นจัดทำการสำรวจห้างร้านต่างๆ เพื่อทำเส้นทางท่องเที่ยวในหมู่บ้าน ส่วนอีก 2พื้นที่คือ ท่าใหญ่ กับหินลาด นั้น จะลงพื้นที่เพื่อประชุมทำการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว ช่วงบ่ายมีการสรุปงบประมาณที่ใช้จ่ายและจะดำเนินงานต่อไปอย่างไร งานล่าช้ากว่าที่กำหนดเนื่องจากความไม่พร้อมทั้งทีมทำงานและในพื้นที่จังหวัดเนื่องจากกำหนดการอาจมีงานอื่นแทรกบ้าง แต่จะสรุปงานให้ได้ทุกพื้นที่ตามกำหนด ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเข้าใจและดำเนินการต่อไป
|
12 | 11 |
33. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดพังงา ครั้งที่ 2 ตำบลนาเตย |
||
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09:00-16:30 น.กิจกรรมที่ทำจัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจในการจัด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเราจัดทำขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภับทุก ๆ อย่าง เป็นการสร้างให้ทุกคนมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ทุกเมื่อและรักษาให้ตนเองปลอดภัยและมีชีวิตรอดจากภัยต่าง ๆ ได้ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเกิดกระบวนการการจัดตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมในตำบล และวางแผนการจัดการแผนภัยพิบัติระดับตำบล
|
30 | 37 |
34. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดระนอง ครั้งที่ 1 |
||
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09:00-16.00 น. น.กิจกรรมที่ทำเวทีทำความเข้าใจโครงการ โดยเราจะกลับไปทำในพื้นที่เราโดยมีการประสานงานในระดับตำบล หมู่บ้าน เลือกพื้นที่นำร่อง ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเวทีทำความเข้าใจโครงการ โดยเราจะกลับไปทำในพื้นที่เราโดยมีการประสานงานในระดับตำบล หมู่บ้าน เลือกพื้นที่นำร่องให้เป็นรูปธรรมโดยที่ อำเภอละอุ่น เลือกพื้นที่นำร่องคือ ม.4 ต.บางพระเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนองซึ่งมีผู้ประสานงานคือ1.นายจรัล คชราช 2.นายบุญสิทธิ์ ทรงชัย 3.นายชัย เพิ่มพูล 4.นายฉัตรชัย สาระกำ เมื่อมีคณะทำงานแล้ว ต้องมีการเก็บข้อมูล จัดเวทีค้นหาต้นทุน ข้อมูลภัย จัดระดมความคิดเห็น เตรียมหาความพร้อม จัดตั้งคณะกรรมการในหมู่บ้าน ในวันที่ 5 มกราคม - 5 มีนาคม 2562 เทศบาลเมืองระนอง เลือกพื้นที่ ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง และหาดส้มแป้น อ.เมือง จ.ระนอง โดยมี นายสำราญ ใจดี เป็นผู้ประสานงานหลัก ด้วยวิธีการ จัดเวทีระดับอำเภอ พัฒนาทีมทำงาน ประสานภาคี รวบรวมข้อมูล อบรมการใช้เครื่องสื่อสาร ทบทวนเวทีสร้างการเรียนรู้ เพิ่มพื้นที่ตำบล และถอดบทเรียน จัดในช่วง ธันวาคม 2561 - มกราคม 2562 อำเภอกะเปอร์ ลงพื้นที่ปฏิบัติการทุตำบลโดยการกระจารทั่วทุกพื้นที่ เพื่่อให้ทุกคนเรียนรู้ รับรู้เรื่องภัยโดยทั่วกัน ซึ่งมีผู้ประสานงาน คือ 1.ว่าที่ร้อยตรี จักรพงศ์ ริ่มไทยสงค์ 2.นาดำรงค์ นวลหิงค์ 3.นายคณิต พรหมบุตร 4.นายจำเนียร สาลี 5.นายคำแดง พรมดาว โดยวิธีการ 1.จัดเวทีกลุ่มย่อย จัดประชุมระดัยตำบล แต่งตั้งคณะกรรมการระดับตำบลจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยระดับตำบล 2.จัดเวทีหลัก จัดอบรมให้ความรู้ในพื้นที่เสี่ยงภัย หมู่ที่ 7 บ้านสองแพรก ต.ลำเลียง แต่งตั้งคณะทำงาน/กรรมการระดับหมุ๋บ้าน ตำบล อำเภอ จัดทำแผนที่เสี่ยงภัยระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และทำการฝ฿ก้อมแผนการอพยพในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน
|
50 | 62 |
35. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ท่าใหญ่ ครั้งที่3 |
||
วันที่ 19 ธันวาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
15 | 0 |
36. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ชุมชนน้ำเค็มครั้งที่3 |
||
วันที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
10 | 0 |
37. หนุนเสริมการปฎิบัติการในพื้นที่ชุมชนบ้านทับตะวัน ครั้งทั้ง3 |
||
วันที่ 10 มกราคม 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแกนนำชุมชนให้ความสำคัญกับการจัดทำสื่อชุมชน
|
15 | 0 |
38. ประชุมคณะทำงานการท่องเที่ยวครั้งที่3 |
||
วันที่ 15 มกราคม 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำประชุม ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีการวางแผนเป็นรูปธรรม
|
25 | 0 |
39. ค่าประสานงานฝ่ายเลขาฯ งวดที่ 3 (ปี 2562) |
||
วันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำเก็บเอกสารและประสานงาน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
|
12 | 0 |
40. หนุนเสริมการปำิบัติการในพื้นที่ชุมชนบ้านหินลาดครั้งที่3 |
||
วันที่ 27 มกราคม 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
20 | 0 |
41. (ลงพื้นที่)ประชุมร่วมคณะทำงานจังหวัดระนอง ครั้งที่ 2 |
||
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00-15.00น น.กิจกรรมที่ทำ1.ทำแผนที่ทำมือในแต่ละอำเภอ 2.จัดทำแผนเตรียมความพร้อม 3.จัดตั้งคณะกรรมการในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ 4.จัดเก็บข้อมูลภัย 5.จัดตั้งคณะทำงานในระดับตำบล อำเภอ 6.เลือกพื้นที่นำร่อง 7.จัดตั้งคณะกรรมการผู้ประสานงานระดับตำบล อำเภอ 8.มีการวางแผนการทำงานว่าทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ใครเป็นผู้ประสาน 9.จัดระดมความคิดเห็นในระดับตำบล อำเภอ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นพื้นที่นำร่อง ที่ หมู่ที่ 4 ตำบลบางพระเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
|
30 | 0 |
42. ประชุมคณะทำงาน(ครั้งที่ 7) |
||
วันที่ 20 มีนาคม 2562 เวลา 09:30-15.00 น. น.กิจกรรมที่ทำเริ่มประชุม 09.30 น. ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นประชุมสรุปโครงการฯ ว่าได้ทำกิจกรรมตามที่ได้จัดครบแล้วหรือยังขาดอะไร หรือต้องทำเพิ่มอีกหรือไม่ กิจกรรมการท่องเที่ยวต้องสรุปเอกสารการเงิน เอกสารด้านข้อมูลลงในโปรแกรม
|
12 | 10 |
43. อุปกรณ์สิ้นเปลือง |
||
วันที่ 2 เมษายน 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำเพื่อ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีการขับเคลื่อนโครงการ
|
0 | 0 |
44. ประชุมคณะทำงานการท่องเที่ยวครั้งที่4 |
||
วันที่ 15 เมษายน 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
25 | 0 |
45. จัดทำรายงาน/สรุปงาน |
||
วันที่ 30 เมษายน 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำตรวจบัญชี ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเอกสารถูกต้อง
|
12 | 0 |
46. ประชุมคณะทำงาน(ครั้งที่ 8) |
||
วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 09:00-15.00 น. น.กิจกรรมที่ทำประชุม รวบรวมเอกสารที่เสร็จ สรุปปัญหาการการทำงาน หาวิธีการแก้ไขระบบการทำงาน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเอกสารที่ได้ที่ทางโครงการทำนั้นยังได้ไม่สมบูรณ์ ยังขาดเอกสารทางด้านการท่องเที่ยวยังไม่ครบ
|
12 | 10 |
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ผลผลิตโครงการ
| วัตถุประสงค์ | สถานการณ์ | เป้าหมาย | ผลผลิต | อธิบาย | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือการจัดการภัยพิบัติ ระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และภาคีที่เกี่ยวข้อง ในการประสานการจัดการภัยพิบัติ ตัวชี้วัด : คณะทำงานเข้าใจในแผนการทำงานโครงการ |
|
|||
| 2 | 2. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่ พังงาเมืองปลอดภัย ให้เป็นนโยบายระดับจังหวัด และขยายการเรียนรู้ไปอีก ๒ จังหวัด ตัวชี้วัด : - เกิดกลไกการประสานงาน - เกิดแผนการประสานการจัดการภัยพิบัติระดับจังหวัด |
|
|||
| 3 | 3. เพื่อความยั่งยืนของชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ ในการสร้างพื้นที่นำร่องในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตัวชี้วัด : - เกิดความเข้าใจในโครงการ - เกิดแผนการขับเคลื่อนชุมชนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ |
|
ผู้เข้าร่วมโครงการ
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) |
|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด | ||
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) |
บทคัดย่อ*
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) 1. เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือการจัดการภัยพิบัติ ระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และภาคีที่เกี่ยวข้อง ในการประสานการจัดการภัยพิบัติ (2) 2. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่ พังงาเมืองปลอดภัย ให้เป็นนโยบายระดับจังหวัด และขยายการเรียนรู้ไปอีก ๒ จังหวัด (3) 3. เพื่อความยั่งยืนของชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ ในการสร้างพื้นที่นำร่องในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่
ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...
หมายเหตุ *
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ