พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะ
โครงการ
" พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะ "
หัวหน้าโครงการ
อานนท์ มีศรี
แผนงานสื่อ
พฤษภาคม 2562
ที่อยู่ จังหวัด
รหัสโครงการ - เลขที่ข้อตกลง 60-ข-079
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2560 ถึง 30 พฤษภาคม 2562
กิตติกรรมประกาศ
"พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะ จังหวัด" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส. ม.อ.) ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะ
บทคัดย่อ
โครงการ " พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะ " ดำเนินการในพื้นที่ รหัสโครงการ - ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 พฤศจิกายน 2560 - 30 พฤษภาคม 2562 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 2,500,000.00 บาท จาก สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส. ม.อ.) เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้
โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
| กิตติกรรมประกาศ | » |
| บทคัดย่อ | » |
| ความเป็นมา/หลักการเหตุผล | » |
| วัตถุประสงค์โครงการ | » |
| กิจกรรม/การดำเนินงาน | » |
| กลุ่มเป้าหมาย | » |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | » |
| การประเมินผล | » |
| ปัญหาและอุปสรรค | » |
| ข้อเสนอแนะ | » |
| เอกสารประกอบอื่นๆ | » |
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
วัตถุประสงค์โครงการ
- 1.ขยายเครือข่ายการสื่อสารสาธารณะด้านการสร้างเสริมสุขภาพให้ครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้
- 2.สนับสนุนการผลิตสื่อและจัดรายการเพื่อการสื่อสารสาธารณะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย
- 3.ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสื่อที่มีคุณภาพและจริยธรรมเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะและขับเคลื่อนประเด็นต่างๆในมิติสุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะทางจิตวิญญาณ
กิจกรรม/การดำเนินงาน
- ประชุมสร้างความเข้าใจคณะทำงาน กองบก. เครือข่าย " สื่อสร้างสุขภาคใต้" ครั้งที่ 1
- เวทีงานสมัชชาเพื่อนสื่อสาธารณะ ภาคใต้ ปี 2560 กับการสื่อสารประเด็นการขับเคลื่อนทางสังคม
- เวทีสมัชชา "ขับเคลื่อนเมืองนคร สู่นครศรีฯ อยู่ดีมีสุข"
- หักภาษีดอกเบี้ยรับเงินฝากธนาคาร
- ประชุม กองบก.สื่อสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่ 1
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช งวดที่ 1
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดพังงา งวดที่ 1
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดกระบี่ งวดที่ 1
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดชุมพร งวดที่ 1
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดพัทลุง งวดที่ 1
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดสงขลา งวดที่ 1
- เวทีถกเถียงสาธารณะ ร้อยใจคนชุมพร ร่วมสร้างเมืองปลอดภัย กรณีศึกษา “อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล”
- สานเสวนา ทางเลือก ทางรอด ของเยาวชนคนคอน ภายใต้ปัจจัยเลี่ยงต่อสุขภาพที่รุมเร้า
- เวทีเตรียมงานสร้างสุขภาคใต้ปี 2561 ห้องย่อยการท่องเที่ยวโดยชุมชนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโซนอันดามัน
- เวทีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศรีวิชัยสู่การสร้างพลังทางสังคม
- สนับสนุนเครือข่ายกขป.เขต 11 สุราษฎร์ธานี
- เวทีเสวนา สมุยโมเดล “เตรียมวางแผนกิจกรรมเดินรอบเกาะ”
- เวทีถกเถียงสาธารณะ ”เสวนาการจัดการน้ำเมืองคอน ทั้งระบบแบบมีส่วนร่วม “
- เวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่
- เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการพลังการสื่อสาร เผยเเพร่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสู่การเปลี่ยนแปลงสุขภาวะ
- เวทีเชื่อมโยงเครือข่ายสื่อจังหวัดตรัง
- เวทีประเด็นเหล้ากับระบบสุขภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ
- เวทีประเด็นอุบัติเหตุกับแผนพัฒนาจังหวัดระนอง
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดกระบี่ งวดที่ 2
- ค่าธรรมเนียมการโอนและค่าธรรมเนียมเช็ค
- เวทีสาธารณะ“คนเมืองตรังบ้านโคกออกร่วมจัดการชุมชนอยู่ดีมีสุข”
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดตรัง งวดที่ 1
- ประชุม กองบก. สื่อสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่ 2
- สนับสนุนพื้นที่ ประเด็นสุขภาวะทางสังคมการจัดการปัจจัยเสี่ยงจังหวัดชุมพร งวดที่ 2
- ประชุมวิชาการ ประจำปี 2561 "สร้างคน สร้างงาน สร้างสุข สานพลังที่ก้าวข้ามขีดกำจัดสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน
- เวทีสร้างสุขภาคใต้ ปี 2561
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ จังหวัดตรังงวดที่ 1
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส งวดที่ 1
- สนับสนุนประเด็นสุขภาวะทางสังคม ประเด็นระบบอาหาร
- สนับสนุนประเด็นสุขภาวะทางสังคม ประเด็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
- จัดประชุมร่างแนวปฏิบัติเพื่อกำหนดจริยธรรมสื่อในกระบวนการนโยบายสาธารณะ
- จัดประชุมรูปแบบการสื่อสาร นโยบายสาธารณะ
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช งวดที่ 2
- ค่าตรวจบัญชีโครงการ
- ค่าตรวจบันชี
- ผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้ ประเด็นสุขภาวะ สนับสนุนงานสร้างสุขภาคใต้
- พัฒนาศักยภาพเพื่อการเรียนรู้การสื่อสารเพื่อสุขภาวะ 2 พื้นที่
กลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้ |
|---|
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
| วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์** กิจกรรมของโครงการ | ผลผลิต* | |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่ตั้งไว้ | ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง | |
1. ประชุมสร้างความเข้าใจคณะทำงาน กองบก. เครือข่าย " สื่อสร้างสุขภาคใต้" ครั้งที่ 1 |
||
วันที่ 22 กันยายน 2560 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อตกลงร่วมกันของเครือข่ายสื่อสร้างสุข การเตรียมความพร้อมงานสร้างสุขภาคใต้ครั้งที่ 10 และใช้รายการวิทยุ กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้เพื่อการสื่อสารประเด็นทางสุขภาวะ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต
คณะทำงานเข้าใจกระบวนการทำงานและ ขั้นตอนต่างๆ ในการ ขับเคลื่อนงานเข้าใจแผนการใช้ งบประมาณและการายงานผลการดำเนินงาน ผลลัพธ์ คณะทำงานเข้าใจภารกิจความรับผิดชอบ ทำให้การขับเคลื่อน งานเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้
|
33 | 33 |
2. เวทีงานสมัชชาเพื่อนสื่อสาธารณะ ภาคใต้ ปี 2560 กับการสื่อสารประเด็นการขับเคลื่อนทางสังคม |
||
วันที่ 18 ตุลาคม 2560 เวลา 09:00 - 16:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ยุทธศาสตร์/เป้าหมาย สิทธิการจัดการความมั่นคงทางอาหารของชุมชน ข้อเสนอต่อเครือข่าย มีแนวทางดังนี้ 1. สำรวจและรวบรวม/เก็บรักษาพันธุ์กรรมพื้นบ้าน จัดทำฐานข้อมูลทั้งพันธุ์พืช สัตว์ 2. ขึ้นทะเบียนจดสิทธิบัตรพันธุ์กรรมพืช แยกเป็น 3 ประเภท พืชเฉพาะถิ่น/พืชทั่วไป/พืชป่า 3. สร้างเครื่องมือ/กระบวนการ/การสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร 4. พัฒนาศูนย์เรียนรู้ระดับชุมชน/วิถีการผลิตการแปรรูปของชุมชน 5. ฟื้นฟู วิถีและวัฒนธรรมการกินของชุมชน 6. ยกเลิกการใช้สารเคมีในเขตพื้นที่ เขา ป่า นา เล ให้เป็นพื้นที่ปลอดสารพิษ 7. ปรับวิถีการผลิตพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรอินทรีย์ ข้อเสนอต่อรัฐบาล มีแนวทางดังนี้ 1. รัฐบาลต้องยุติกฎหมาย/นโยบายที่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านอาหาร 2. รัฐบาลต้องออกมาตรการ/กฎหมายเพื่อการคุ้มครองและปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารที่ปลอดภัยของชุมชน 3. รัฐบาลต้องกำหนดเรื่องความมั่นคงด้านอาหารเป็นวาระแห่งชาติ (แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี) ข้อเสนอต่อสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส มีแนวทางดังนี้
1. สื่อสาธารณะต้องทำหน้าที่ในการสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักต่อความมั่นคงด้านอาหาร
2. สื่อสาธารณะต้องทำหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน ในเรื่องกฎหมาย/นโยบาย ที่ส่งผลต่อสังคม
|
200 | 170 |
3. เวทีสมัชชา "ขับเคลื่อนเมืองนคร สู่นครศรีฯ อยู่ดีมีสุข" |
||
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นการประชุมสมัชชาระดับจังหวัด มีภาคีหลัก เข้าร่วมได้แก่ สาธารณะสุขจังหวัด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และผู้แทนจากประเด็นขับเคลื่อนทางสุขภาวะ 3 ประเด็น ได้แก่ประเด็นการจัดการน้ำด้วยฝายมีชีวิต ประเด็นอาหารปลอดภัย ประเด็นปกป้องเด็กจากปัจจัยเสี่ยง แอลกอฮอล์และบุหรี่ โดยนายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงาน พิธีเปิดงานเป็นการแสดงพลังของการมีส่วนร่วมที่สื่อให้เห็นความเสมอภาค หรือความมีภราดรภาพของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช นั้นคือ “เวทีหยวกกล้วย” มีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน หนังตะลุง นาฎศิลป์ การสื่อสารด้วยศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยนายหนัง วีระ งามขำ การเสวนาในหัวข้อ.การขับเคลื่อนนครศรีฯอยู่ดีมีสุขแบบมีส่วนร่วม ภาคีสนับสนุนมีความคิดเห็นอย่างไร..โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา คือ ดร.วิรยะ แต้มแก้วหัวหน้าปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคใต้ พลเอกภัทรชัย แทนขำ ผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์กองทัพภาคที่4 นายชูรินทร์ ขวัญทอง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ช่วยผู้ประสานงานสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน นางสุจิตรา ป้านวัน รองปลัดองค์กรบริหารส่วนตำบลนาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง คุณจารึก ไชยรักษ์ ผู้แทนจำสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินรายการโดยคุณอานนท์ มีศรี นายยกสามาคมสื่อชุมชนภาคใต้นครศรีธรรมราช และในช่วงบ่ายเป็นการแบ่งกลุ่มย่อยตาม ประเด็นการขับเคลื่อน 3 ประเด็น คือ 1) ประเด็นการจัดการน้ำด้วยฝายมีชีวิต 2) ประเด็นอาหารปลอดภัย 3) ประเด็นปกป้องเด็กจากปัจจัยเสี่ยง แอลกอฮอล์และบุหรี่ และมีกลุ่มย่อยของ พมจ. และ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน และประกาศมติและข้อเสนอของแต่ละประเด็น ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิตที่ได้จากการจัดเวที
1. มีเครือข่ายภาคี ความร่วมมือให้ความสำคัญกับกระบวนการสมัชชาสุขภาพ และมองเห็นการนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันในอนาคต โดยเฉพาะการเริ่มงานขาเคลื่อนในปีต่อไปที่จะสามารถ จัดการให้เกิดความร่วมมือก้าวไปด้วยกันตั้งแต่ต้นปี
2. ได้รูปแบบการสื่อสารที่ชัดเจนมากขึ้น และมีคุณภาพเหมาะสมกับบริบท พฤติกรรมการรับข่าวสารของคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เช่น การสื่อสารเรื่องราวด้วยบทหนังตะลุง การใช้ “เวทีหยวกกล้วย” ที่แสดงถึงการมีความเสมอภาคความเป็นภราดรภาพต่อกัน เกิดความเท่าเทียมในการแสดงความคิด การเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์การสื่อสาร
3. ร่างมติ และข้อเสนอของแต่ละประเด็นที่ขับเคลื่อน ซึ่งเกิดจากกระบวนการนโยบายสาธารณะ มีรูปธรรม และมีเนื้อหาทางวิชาการที่สมารถพัฒนา ต่อไปอย่างมีทิศทาง และเกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างจริงจัง ผลลัพธ์
1. Participatory เกิดการมีส่วนร่วม แบบบูรณาการ ขององค์กรภาคี หน่วยงาน และชุมชนสถาบันพัฒนาองค์การชุมชน โดยเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน เป็นกลไกหลักในการรวมคน รวมเครือข่าย รวมงานที่ขับเคลื่อน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/อำเภอ สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอีก หลากหลาย กลุ่มองค์กร ภายใต้วิสัยทัศน์ นครศรีฯ อยู่ดี มีสุข
2. Public การร่วมมือกันของภาคส่วนต่างๆเกิดการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายในงานสมัชชา “รวมพลคนอาสา” เพื่อการขับเคลื่อนนครศรี อยู่ดี มีสุข นำมติด้านปัจจัยเสี่ยง เด็กและเยาวชน มาบูรณาการแผนงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อการแก้ไขปัญหาความเสี่ยง ในเด็กและเยาวชน อย่างเป็นระบบต่อไป
3. policy ได้ร่างมติ และข้อเสนอ ที่ผ่านการรับรองจากสมาชิกสมัชชาขาขึ้น 2 ประเด็น ที่จะเป็นแนวในการเสนอเป็นนโยบายสาธารณะทั้งในระดับพื้นที่และในระดับจังหวัด ความมั่นคงทางด้านอาหาร(อาหารปลอดภัย) ปัจจัยเสี่ยงเด็กและเยาวชน(เหล้า บุหรี่ และ ผลงานขาเคลื่อนในประเด็นการบริหารจัดการน้ำตามมติสมัชชาจังหวัดปี 2559
4. Process การพัฒนากระบวนการขับเคลื่อน นโยบายสาธารณะ โดยตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆให้ความสำคัญและมีความร่วมมือมากขึ้น โดยการนำมติสมัชชาสู่การปฏิบัติ
|
200 | 180 |
4. หักภาษีดอกเบี้ยรับเงินฝากธนาคาร |
||
วันที่ 15 ธันวาคม 2560 เวลา 09:00-10:00 น.กิจกรรมที่ทำไม่่มี ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่มี
|
0 | 0 |
5. ประชุม กองบก.สื่อสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่ 1 |
||
วันที่ 26 ธันวาคม 2560 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ชี้แจงวัตถุประสงค์ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทิศทางการทำงานและการทำงานร่วมกับภาคีในบทบาทของเครือข่ายสื่อสร้างสุขภาคใต้ 2.กำหนดแนวทางการดำเนินงานใน ระยะที่ 2 มี 2 เรื่อง ที่จะเป็นเป้าหมาย คือ -รูปแบบการสื่อสารกับประเด็นสุขภาวะ -แนวปฏิบัติเพื่อกำหนดจริยธรรมสื่อ เพื่อสุขภาวะทางสังคม ทั้งนี้ ผลลัพธ์ คือการยกระดับความเป็นมืออาชีพ 3.บทบาทในงานสร้างสุขภาคใต้ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.จัดเวทีถกเถียงสาธารณะ 3 ประเด็น หลัก
- การท่องเที่ยวโดยชุมชน
|
30 | 30 |
6. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดพังงา งวดที่ 1 |
||
วันที่ 5 มกราคม 2561กิจกรรมที่ทำ1.จัดรายการ “กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้” ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
1,000 | 0 |
7. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช งวดที่ 1 |
||
วันที่ 5 มกราคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.จัดประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อสร้างความเข้าใจและประชุมคณะทำงานเตรียมงานประชุมวิชาการ ประจำปี 2561 "สร้างคน สร้างงาน สร้างสุข สานพลังที่ก้าวข้ามขีดกำจัดสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน
2.จัดเวทีถกเถียงสาธารณะ " ท่องเที่ยววีไทย เก๋ไก๋ อย่างยั่งยืน" และ "เวทีสาธารณะ “ย้อนรอย 470 วัน น้ำท่วมใหญ่ : การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน"
3.รายการ “ กินอิ่มนอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ ” ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต
1. สื่อสารกระบวนการทำงานของแต่ละประเด็นงานและเครือข่ายต่างๆในจังหวัด โดยเฉพาะประเด็นที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. สจรส.มอ. ผลลัพธ์ 1. เป็นส่วนหนึ่งในการให้เกิดเครือข่ายสื่อสร้างสุขภาพใต้ ทั้ง 14 จังหวัด 2. การทำงานร่วมในรูปแบบกองบรรณาธิการสื่อสร้างสุขภาคใต้ โดยมีการร่วมการผลิตเนื้อหาการสื่อสารในประเด็นสุขภาวะของแต่ละพื้นนำมาสื่อสารในช่องทาง การสื่อสารของแต่ละจังหวัด โดยมีตารางการนำเสนอสลับสับเปลี่ยนกันในแต่ละจังหวัด ในการนำเสนอเนื้อหา 3. การวิเคราะห์เนื้อหาและวิธีการสื่อสารที่ได้ทำการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาคุณภาพสื่อ และรูปแบบวิธีการที่เหมาะสม
|
500 | 70 |
8. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดชุมพร งวดที่ 1 |
||
วันที่ 5 มกราคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.Face Book Live ตอน 1 ปี ตลาดใต้เคี่ยม(ท่องเที่ยวโดยชุมชนตลาดใต้เคี่ยม) 2.ร่วมเวทีเตรียมงานสร้างสุขภาคใต้ 2561 ห้องย่อยการท่องเที่ยวโดยชุมชนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโซนอันดามัน 3.เวทีพัฒนาศักยภาพสื่อโซเชียลมีเดีย 4.จัดทำสื่อสื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่น “ฐานชุมพร”และจัดทำสื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ปะทิวนิวส์ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต 1.สามารถสื่อสารการทำงานแต่ละประเด็นของเครือข่ายในจังหวัดทั้งที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย และไม่ได้การสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย 2.สามารถถ่ายทอดข้อมูล เนื้อหา ความรู้ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ 3.สามารถเชื่อมโยง ประสานงานเครือข่ายทางด้านข้อมูลและบุคคล 4.เพิ่มและพัฒนาทักษะรูปแบบการสื่อสารโซเซียลมีเดีย ผลลัพธ์ 1.เกิดความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายมากขึ้น 2.มีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ในแปลงเกษตรเพิ่มมากขึ้น 3.มีการทำงานร่วมกันในรูปแบบของกองบรรณาธิการสื่อสร้างสุขภาคใต้ โดยผลิตเนื้อหาของแต่ละประเด็นและจังหวัด แล้วนำมาเสนอ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแต่ละจังหวัด
|
1,000 | 1,000 |
9. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดสงขลา งวดที่ 1 |
||
วันที่ 5 มกราคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.เข้าร่วมเวทีระดมความคิดเห็นประเด็นการท่องเที่ยวชุมชนโซนใต้บน ทำความรู้จักเครือข่ายสื่อชุมชนภาคใต้และวางแผนแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบสื่อสร้างสุขสงขลา 2.เวทีถอดบทเรียนโครงการ “เสริมสร้างศักยภาพและเตรียมความพร้อมของชุมชนหลังประสบอุทกภัยพื้นที่ตำบลเชิงแส อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา” 3.สัมภาษณ์เชิงลึก ถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ เพื่อเก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ได้แก่ ทะเลสาบสงขลาแหล่งอาศัยโลมาอิระวดี ธนาคารกุ้งเพื่อการอนุรักษ์ รวมทั้ง สัมภาษณ์บุคคลสำคัญที่เป็นแกนนำการอนุรักษ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 4.จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายภัยพิบัติภาคใต้ 5.สัมภาษณ์เชิงลึก ถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ เพื่อเก็บข้อมูลประเด็นร้านนมสร้างสุข อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 6.สัมภาษณ์เชิงลึก ถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ เพื่อเก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ได้แก่ บ้านใบตาลอายุ 100 ปี ชุมชนรำแดง และยอดหัวเขาแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา 7.ประชาสัมพันธ์การจัดงานภาคใต้สร้างสุข โดยพาชมบู๊ธต่างๆ และพูดคุยกับองค์กรภาคีเครือข่ายด้านสุขภาวะภาคใต้ที่มาร่วมกิจกรรม 8.สัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้าน อาจารย์ภิรมย์ จิตภักดี ประเด็นสงขลาเมืองเก่า 9.Live คุยกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดสงขลา“ดื่มไม่ขับ กลับปลอดภัย” 10.เวทีเสวนาข้าวปลูกกับคนปลูกข้าวบ้านเรา เทศกาลข้าวใหม่บ้านเรา ครั้งที่ 1 ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
500 | 200 |
10. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดกระบี่ งวดที่ 1 |
||
วันที่ 5 มกราคม 2561 เวลา 09:00-10:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ประชุมคณะทำงาน 2.ดำเนินรายการ กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้ ประเด็นท่องเที่ยวโดยชุมชน ปัจจัยเสี่ยง และ ประชาสัมพันธ์ งานสร้างสุขภาคใต้ 3.Facebook live ที่ไร่ปรีดาโฮมสเตย์ และ Facebook live ณ ท่าเรือบ้าน ถ้ำเสือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ประเด็นท่องเที่ยวโดยชุมชน ปัจจัยเสี่ยง 4.ร่วมเวทีเตรีมความพร้อมงานสร้างสุข เวที “โซนอันดามัน” 5.ผลิตสปอตวิทยุรายการ กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต (Output): พัฒนารูปแบบการใช้สื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีวิธีการนำเสนอ การเผยแพร่ข่าวสารเชิงประเด็น ที่เป็นรูปแบบโดยการผสมผสานสื่อวิทยุท้องถิ่น และเชื่อมโยงกับสื่อใหม่คือ การเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และการใช้เทคโนโลยี เชื่อมสัญญาณการออกอากาศเป็นเครือข่ายสื่อวิทยุของภาคใต้ ผลลัพธ์ (Outcome):
|
500 | 500 |
11. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดพัทลุง งวดที่ 1 |
||
วันที่ 5 มกราคม 2561 เวลา 09:00-10:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.จัดรายการวิทยุและถ่ายทอดสัญญาณวิทยุกินอิ่มนอนอุ่นบนแผ่นดินใต้
- ประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
500 | 500 |
12. สนับสนุนประเด็นสุขภาวะทางสังคม ประเด็นการจัดการปัจจัยเสี่ยงจังหวัดชุมพรงวดที่ 1 |
||
วันที่ 9 มกราคม 2561 เวลา 08:00-13:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสรุปประเด็นถอดบทเรียน เวทีสานเสวนาสาธารณะ ร้อยใจคนชุมพร ร่วมสร้างเมืองปลอดภัย กรณีศึกษา ภายหลังการเสวนา นายนายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้กล่าวโดยสรุปพร้อมมอบแนวทางการลดการเกิดอุบัติเหตุให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนาไปใช้เป็นนโยบายต่อไป โดยเน้นการป้องกันในภาพรวมตลอดทุกวัน ไม่เพียงเฉพาะในเทศกาลสำคัญเท่านั้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยมีรูปแบบดังนี้ ซึ่งจากการเสวนาครั้งนี้ยังพบประเด็นที่น่าสนใจในหลายๆประเด็น เช่น ปัญหาของชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัยในจังหวัดชุมพรซึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย ทาให้ไม่สามารถสื่อสารและเข้าใจกฎหมายหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ได้ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ ปัญหาพื้นที่เสี่ยงที่มีทางแยกซึ่งไม่ใช่ทางแยกตามกฎหมายกำหนด ปัญหาการละเมิดสิทธิผู้ป่วยและการนาเสนอข่าวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เป็นต้น ผู้เข้าร่วมเสวนาจึงมีข้อเสนอแนะดังนี้ ดังนั้นการลดการเกิดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืนในพื้นที่จัดหวัดชุมพรจาเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันหาแนวทางในการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเน้นการสร้างจิตสานึกให้ประชาชนเกิดการเกรงกลัวต่ออุบัติเหตุ ไม่ขับขี่เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ ขณะเดียวกันต้องสร้างให้ประชาชนเกิดพฤติกรรมที่ดีในการเคารพกฎหมายและกฎจราจร ซึ่งจะต้องเน้นการประชาสัมพันธ์และความร่วมมืออย่างจริงใจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนกับชาวชุมพรสืบไป
|
50 | 56 |
13. สนับสนุนประเด็นสุขภาวะทางสังคม ประเด็นการจัดการปัจจัยเสี่ยงจังหวัดกระบี่ งวดที่ 1 |
||
วันที่ 9 มกราคม 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.เวทีสร้างแกนนำสื่อเยาวชนพลเมือง ฅนสร้างสุขปลอดปัจจัยเสี่ยง จ.กระบี่” ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.มีกลุ่มคนทุกรุ่นแต่ละระดับอายุ ปรับจูนทำความเข้าใจร่วมกันในกลุ่มอายุต่างๆ แต่ยังมีความสนใจจากผู้เข้าร่วมเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยใช้สื่อใกล้ตัวร่วมกัน พร้อมทั้งเกิดช่องการสื่อสารและการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ร่วมกันทำงานแบบบูรณาการการทำงานร่วมกันกับระหว่างเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ หน่วยงาน สื่อมวลชน ในการใช้สื่อขยับสังคมสร้างสรรค์
|
200 | 198 |
14. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี งวดที่ 1 |
||
วันที่ 10 มกราคม 2561 เวลา 09:00-10:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.เวทีทำความเข้าใจแผนงานโครงการ 2.จัดรายการถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุคไลฟ์ประเด็นการจัดการขยะ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1 สื่อสารกระบวนการการจัดการขยะจากต้นทางภายใต้ความร่วมมือของชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง 2. นำเนื้อหาจากการพูดคุยนำเสนอในรายการวิทยุ กินกิ่มนอนอุ่น บนแผ่นดินใต้ 3. คณะทำงานโครงการ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความเข้าใจตระหนักถึงปัญหาการจัดการขยะ
|
100 | 100 |
15. เวทีถกเถียงสาธารณะ ร้อยใจคนชุมพร ร่วมสร้างเมืองปลอดภัย กรณีศึกษา “อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล” |
||
วันที่ 16 มกราคม 2561กิจกรรมที่ทำ1.จัดเวทีเสวนาโดยเชิญ องค์กร หน่วยงาน ภาคี ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย 2. อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตชุมพร เป็นผู้ดำเนินรายการ ตั้งคำถาม จากผู้เข้าร่วม ตามภากิจแการบรณรการในเชงละบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอุบัติเหตบนท้องถนน 3. ถ่ายทอดสด การเสวนาผ่านเฟสบุคไลฟ์ ช่องสมาคมสื่อชุมชนชนภาคใต้นครศรีธรรมราช และให้ผู้ชมทางบ้านร่วมแสดงความเห้น ข้อเสนอ และข้อซักถามผ่านรายการ 4 นักวิชาการ สรุปประเด็นปัญหา ที่มา และสาเหตของการเกิดปัญหา การบรณาการในเชิงปฏิบ้ตการเพื่อลดอุบัติเหตบนท้องถนน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น.....1 ข้อมูล การเกิดอุบัติเหตุ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง เพื่อนำมาเป็นข้อมุลสำคัญในการวิเคราห์และแก้ปัญหาร่วมกัน 2. การสื่อสารโดยตรงจากเวทีถึง ผู้ชมในพื้นที่และมีการแสดงความเห็นกันภายใต้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงและการายงานผลกระทบที่เกิดขึ้น มีความครอบคลุม และกระจาย 3. ข้อสรุปในเชิปฏิบัติการ่วม ที่ผู้เข้าร่วมจากหลายฝ่ายมีความเห็นร่วมกัน 4. การแกปัญหาเพื่อลดอุบัติเหต ภายใต้ข้อมูลที่มีความหลากหลาย และมีความชัดเจนน่าเชื่อถือของข้อมูลนำไปสู่การแก้ปัญหาที่มีประสืิทธิภาพ
|
50 | 0 |
16. สานเสวนา ทางเลือก ทางรอด ของเยาวชนคนคอน ภายใต้ปัจจัยเลี่ยงต่อสุขภาพที่รุมเร้า |
||
วันที่ 17 มกราคม 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.การแสดงสัญลักษณ์ สถานการณ์ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพโดยกลุ่มเยาวชน จังหวัดนครศรีธรรมราช
2.ล้อมวงคุยโดยมีผู้ดำเนินรายการนำคุุยเกี่ยวกับ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนำสานเสวนาโดย คุณอรอุมาเรืองสังข์เครือข่ายสื่อมวลชน สถานการณ์ปัญหาของเยาวชนปัญหาของเยาวชนในทุกวันนี้มีให้เห็นอยู่ทุกวัน ทุกรูปแบบไมว่าจะเป็นเรื่องของเยาวชนติดเกมส์ ติดยา เด็กแว๊นท์ ท้องก่อนวัยอันควรเกิดขึ้นเพราะเราไม่กล้ายอมรับความจริง กลัวเสียชื่อเสียง ปัญหาและความเป็นไปของเยาวชนในปัจจุบัน ผู้เข้าร่วม ทำอย่างไรให้เยาวชนหลุดพ้นจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และทำไมต้องทำ ? ตัวแทนสาธารณะสุข ทำอย่างไรให้เยาวชนหลุดพ้นจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และทำไมต้องทำเกิดอะไรขึ้นกับสังคมทุกวันนี้มองว่า สังคมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นหรือเยาวชนที่กระทำกันหรือเกิดขึ้นบ่อยจนเป็นเรื่องธรรมดา ปลัดอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชนโยบายของภาคใต้ทีเราต้องนำมาปรับใช้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องนำปัญหาจากข้างล่างขึ้นสู่ข้างบนเข้าใจต่อเด็กวัยรุ่นอาจเกิดจากความพลาดพลั้งการแก้ปัญหายาเสพติดแนวโน้มอาจมีพื้นที่ให้ปลูกกระท่อม ปลูกกัญชาได้ ผอ.โรงเรียนท่านครญาณโรภาส(ครูมองเห็นปัญหาและสถานการที่เกิดขึ้นอย่างไร)การสร้างโอกาส การให้โอกาสเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับคนที่ก้าวพลาด สังคมจะดึงเขากลับมาได้อย่างไรการทำโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนแห่งความสุขเป็นทางหนึ่งที่จะดึงเขากลับมา นักเรียนโรงเรียนท่านครญาณโรภาส(กล้ามั๊ยที่จะออกมาจากปัญหา) การพาเพื่อนออกมาจากปัญหาเป็นเรื่องยาก เด็กไม่สามารถสะท้อนปัญหาให้รับรู้ได้ แต่สามารถทำได้โดยใช้ความเป็นเพื่อนเนื่องจากเด็กวัยนี้รักเพื่อมักจะฟังเพื่อนมากว่าคนอื่นๆเช่น ชวนกันเล่นกีฬา เป็นต้น สสอ.เมืองนครศรีธรรมราชการลด ละ เลิก เป็นนโยบายของทางสาธารณะสุขซึ่งต้องทำไปตามนโยบายอยู่แล้ว ปลัดอบต.ไชยมนตรีปรับขบวนการการทำงานให้ง่าย กว้าง ครอบคลุมเป้าหมาย ทำอย่างไรต้องมีการพูดคุยกับนายอำเภอในฐานะที่เป็นองค์กรระดับอำเภอและจะเชื่อมโยงกับองค์กรอื่นๆได้หรือไม่อย่างไร การเอาตัวตัวรอดจะรอดได้อย่างไรสิ่งเร้าทุกเรื่องที่เข้ามาประเด็นที่ขับเคลื่อนจะต้องไปเคลื่อนระดับตำบล สปสช.เขต 11 สุราษฎร์ปัญหาที่เหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆที่ตามมามากมายการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้หน่วยงานทุกภาคส่วน เริ่มแต่พ่อแม่ ต้องเข้ามาพูดคุยกันงบประมาณส่วนของเขต11 อยู่ที่ 40 ล้าน อยู่ที่อบต.สามารถขอมาใช้ได้ รองปลัดอบต.นาไม้ไผ่มองเห็นปัญหาอย่างไรที่จะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนเนื่องจากท้องถิ่นเป็นชุมชนมีเด็กหลายบริบทในชุมชน ปัญหาที่เกิดระดับต้นๆมาจากครัว ความไม่เข้าใจจากผู้ใหญ่การที่เราจะทำงานให้เกิดความสำเร็จได้เราต้องรู้จักพื้นที่การทำงานต้องทำด้วยหัวใจการเป็นพี่น้องใช้รากเหง้าในชุมชนมาดูแลกันเปิดโอกาสให้เขามีพื้นที่เรากำหนดเด็กได้ 0-9 ปีเท่านั้น เกินจากนั้นเรากำหนดยากมากนาไม้ไผ่ใช้โครงการขยะเป็นตัวเชื่อมกับผู้ใหญ่ให้เด็กคิดกระบวนการเองผู้ใหญ่ให้การหนุนเสริมเท่านั้น ให้เด็กเขามีพื้นที่ได้คิดเอง อย่าวางระบบให้เด็กคิดเด็กหลังห้องมักเป็นเด็กที่มีกกระบวนการคิดดีมากถ้าเราได้ส่งเสริมใช้ศาสตร์พระราชาเข้ามาประกอบให้เด็กได้ทำและใช้กระบวนการที่เขาได้คิดขึ้นมาเอง (เข้าใจเข้าถึงการพัฒนา) เครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบนปัจจัยแวดล้อมต้องประกอบทั้ง 2 ส่วน คือภายในและภายนอกภายในจุดเริ่มต้นมาจากครอบครัว การเริ่มกินเหล้าครั้งแรกของเด็กส่วนใหญ่มาจากที่บ้าน เช่น งานวันเกิด งานปีใหม่ในส่วนงานที่ขับเคลื่อนอยู่เราทำได้เรามีเครือข่ายหลายๆภาคส่วน ผู้กำกับสภ.เมืองนครศรีธรรมราชกระบวนสุดท้ายคือกฎหมายเริ่มจากการป้องกันก่อนถ้าป้องกันไม่ไหวจึงจะถึงกระบวนการปราบปรามเช่น เรื่องแอลกอฮอร์เริ่มที่บ้าน ครอบครัว การป้องกันในสถานศึกษามีการจำกัดระยะของสถานบันเทิงบุหรี่มีการบังคับใช้ของใหม่ปี 60นครเป็นจังหวัดที่ใหญ่ปัญหาจึงมีมากและ นักหนากว่าจังหวัดอื่นคู่ๆกับจังหวัดสุราษฎร์ธานียาเสพติดเป็นปัญหาที่หนักกว่าเรื่องอื่นๆโดยเฉพาะน้ำกระท่อม สื่อฯเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากสาเหตุที่ทำให้คนตายเป็นอันดับหนึ่งมาจากอุบัติเหตุการทำงานแบบนี้ต้องมีจิตอาสาเป็นอันดับแรก พื้นที่การศึกษาเขต12เห็นอะไรในกระบวนการและมีแนวคิดอย่างไรบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆของเด็กวัยมัธยมต้นประเด็นแรก ครอบครัวเป็นการตั้งต้นที่จะช่วยเสริมสร้างความรักความอบอุ่นโรงเรียน เป็นครอบครัวที่ 2 ที่สามารถช่วยฉุดรั้งหรือป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้นได้หรือถ้าเกิดขึ้นแล้วต้องมีวิธีที่จะช่วยพยุงเด็กให้เดินต่อไปได้อย่างมีกำลังใจ มีทางเลือก ปลอดภัย นักวิชาการศึกษาเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช/พัทลุงดูแลเด็ก 90 โรงเรียน แนวทางในการดูแลเด็ก/เยาวชน (สถิติ ความร่วมมือ) การจัดอันดับ 1. สารเสพติด ประมาณ 70 % 2. ความรุนแรง 3. ท้องก่อนวัย 4. อุบัติเหตุ 5. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แนวทาง 3 ส.
1. สร้างโอกาส
2. สร้างศักยภาพ
3. สร้างคุณภาพ คือ ผลการเรียน สร้างให้นักเรียนมีมาตรฐานที่สูงขึ้น
จุดแตกหักของปัญหาอยู่ที่หมู่บ้าน ชุมชนเราทำอยู่ในทางหน้าที่ได้ในระดับหนึ่งต้องทำทางอื่นด้วยปัญหาที่เกิดทำอย่างไรให้พื้นที่ปลอดภัยลดพื้นที่เสี่ยงเพิ่มพื้นที่ดีประสานหลายๆส่วนมาช่วยดูแล มีพื้นที่นำร่อง คนทำงานทำอย่างไรให้มีหัวใจเดียวกันงบประมาณต้องดูแลอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกวัย
ผู้กำกับสภ.เมืองนครศรีธรรมราชการทะเลาะวิวาทเดี๋ยวนี้เกิดน้อยลงเนื่องจาก การเสียค่าปรับที่แพงขึ้นอุบัติเหตุทางท้องถนนช่วงปีใหม่61 มี 2 ราย ซึ่งเพิ่มจากปี 60 1 ราย สาเหตุเนื่องจากคนขับรถไม่มีวินัย ประมาทสื่อฯต้องปรับทัศนคติในเรื่องการนำเสนอเรื่องราวที่ต้องนำเรื่องดีๆมานำเสนอมากกว่านำเสนอเรื่องราวในทางลบ
ผอ.กองอำนวยการการดูแลเยาวชน2 ส่วน
1. ในสถานศึกษา
2. นอกสถานศึกษาอยู่ในเขตชุมชนจำนวน 63 ชุมชนปัญหาจากการสำรวจข้อมูลเรื่องสารเสพติดมาอันดับหนึ่งการดึงเด็กออกมาจากภาวะปัญหาครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดแต่มีความสำคัญที่สุด ถ้าครอบครัวเข้มแข็งโอกาสที่เด็กจะก้าวล่วงไปในทางที่ผิดพลาดย่อมเกิดได้ยากชุมชน หมู่บ้านให้มองเด็กๆเป็นเสมือนลูกหลานของตนเอง การสื่อสารและช่องทาง รูปแบบการใช้ร่วมกัน
ผอ.ท่านครโรงเรียนแห่งการมีความสุขเราต้องเปิดหูฟังเด็กให้มากที่สุดช่องทางสื่อในหลายๆช่องทางมีความแตกต่างกันเด็กที่สร้างนวัตกรรมให้กับโรงเรียนคือกลุ่มเด็กหลังห้อง สิ่งที่สังคมจะต้องให้การสนับสนุนนักเรียนกลุ่มที่บกพร่องต่อการเรียนรู้ที่ถูกละเลยโดยระบบ(ท้อง แท้ง ทิ้ง) ถ้าเราสร้างโอกาสเด็กเหล่านี้จะกลับมาเรียนตามศักยภาพของเขาได้
- สร้างระบบผู้นำ โรงเรียนทุกโรงจะต้องมีสภาผู้นำ
- แบบอย่างของสังคมเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่ต้องใส่ใจ
- สร้างหลักสูตรอบรมผู้ปกครองสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ตรงกัน
- การสร้างเครือข่าย บูรณาการหรือการเชื่อมโยงให้เข้าไปสู่วิถีชีวิตของเด็กให้ได้มากที่สุด
ผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาเมื่อเด็กเผชิญความเสี่ยงไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเก็บเรื่องราวเหล่านี้เพื่อให้เกิดรูปธรรมการบูรณาการ
สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ (นายอานนท์มีศรี) รูปแบบการสื่อสาร ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการภาคใต้แห่งความสุขเรื่องสุขภาวะของสังคมเป็นเรื่องสำคัญมีทั้งหมด 8 ประเด็นงานภายใต้ต้นทุน
1. ต้นทุนงานเป็นการต่อยอดไม่ใช่เริ่มใหม่มีการเปิดเวทีพูดคุยอย่างต่อเนื่อง
2. ต้นทุนของงบประมาณ
3. ต้นทุนเครือข่าย/คน
กระบวนการ
- กระบวนการสื่อสารที่ผ่านมา สิ่งที่เราขาดคือ จริยธรรมเอาความถูกใจเป็นที่ตั้ง
- การรายงานผลรูปธรรมความสำเร็จ
- การสร้างและขยายเครือข่ายทางสังคม
- ขับเคลื่อนต่อ
สรุปภาพรวม (เจกะพันธ์)
1. สถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงของเด็กคอนคือ เหล้า บุหรี่ ยาบ้า ยาไอซ์ ท้องก่อนวัยอันควร
2. บทบาทของสื่อ
- กระบวนการสื่อสาร
- จริยธรรม/จรรยาบรรณในการสื่อสาร
- เปิดเวทีพูดคุย/ต่อยอด
3. โอกาสหรือทางออก
|
40 | 60 |
17. เวทีเตรียมงานสร้างสุขภาคใต้ปี 2561 ห้องย่อยการท่องเที่ยวโดยชุมชนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโซนอันดามัน |
||
วันที่ 19 มกราคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำวันที่ 19 มกราคม 2560
1.เกริ่นนำ – ความเป็นมางานสร้างสุขภาคใต้ และที่มาห้องย่อย การท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์สมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้
2.การนำเสนอแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนมติการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ งานสร้างสุขภาคใต้ พ.ศ. 2559
การแลกเปลี่ยนสถานการณ์การท่องเที่ยวโดยชุมชน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอใหม่เพื่อการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ จาก
• ผู้แทนภาครัฐ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด /สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นความเป็นมางานสร้างสุขภาพใต้
มีจุดเริ่มมาจากงานสร้างสุขภาคใต้ตั้งแต่ปี 2549 โดยดูความความพร้อมของหน่วยงานที่มาหนุนเสริม เรื่องใดเป็นเรื่องสำคัญที่นำมาซึ่งความสุข มี 3 ระดับ ปี 2549 ปี2559การเป็นเจ้าของห้องย่อยมาจากฐานงานวิจัย ทำไปช่วงหนึ่งพบว่าพลังในการขับเคลื่อนยังมีไม่มากพอ เจ้าของประเด็นห้องย่อยที่แท้จริงต้องมาเป็นแกนนำ วิชาการเพียงหนุนเสริมเท่านั้น มาปี 2561 ในส่วนของห้องย่อยชุมชนควรขยับอย่างไร เวทีระดับโซน ตั้งแต่อันดามัน ใต้บน ใต้ล่าง โดยมีสมาคมมานร่วมขับอย่างจริงจัง กระบวนการพูดคุยผู้เล่นสำคัญโดยสมาคมท่องเที่ยวชุมชนที่ขยับมาตั้งแต่ปี 58 มีผลสัมฤทธิ์ไปถึงไหนแล้ว
การขับเคลื่อนงาน ต้องเริ่มมาจากความเข้มแข็งของชุมนก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องพึ่ง 3 ส่วน ประกอบด้วย
1. พึ่งตนเอง เพื่อให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระดับนโยบาย
2. พึ่งงานวิจัย ยุทธศาสตร์ 60-64 มี4 ยุทธศาสตร์หลัก ยึดโยงแผนงานเหมือนหน่วยงานราชการทั่วไป ประชุมส่วนกองบก. 3 เครือข่ายประเด็น 1. การจัดการน้ำโดยฝายมีชีวิต 2. ความมั่นคงด้านอาหาร 3. ปัจจัยเสี่ยง ประกอบด้วย 6 จังหวัด นคร พัทลุง สงขลา พังงา กระบี่ ชุมพร งบประมาณ โอนลงจังหวัดแล้ว การทำงานร่วมเครือข่าย เชิงประเด็น ได้รูปแบบของการสื่อสาร - แผนงาน - การสื่อสารก่อน-หลัง - การทำงานร่วมกัน เป้าหมาย ยกระดับการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง
สะท้อนกระบวนการเวทีของโซนอันดามัน
|
50 | 32 |
18. สนับสนุนเครือข่ายกขป.เขต 11 สุราษฎร์ธานี |
||
วันที่ 22 มกราคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ“ เรียนรู้รากเหง้าประวัติศาสตร์ศรีวิชัย...สู่การสร้างพลังทางสังคม ” ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 22 มกราคม 2560 ทำไมเราต้องมาพุดคุยกันเรื่องอาณาจักรศรีวิชัย สิ่งนี้มีความสำคัญกับเราอย่างไร และสำคัญกับอนาคตของเราภาคใต้อย่างไร? โดยอาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ ต้อนรับ ขับบทกลอนปลุกพลังคาถาคุณธรรมพระโพธิสัตว์และเส้นทางนักรบศรีวิชัย สนทนาว่าด้วยเรื่อง “การศึกษาประวัติศาสตร์และคุณค่าความหมายของสังคมการเมือง วัฒนธรรมศรีวิชัย สู่การสร้างขบวนการนักรบพลเมืองในภาคใต้”
อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ อาจารย์ปรีชา อูยตระกูล เสริมเรื่องเทพปกรณัม
เทพปกรณัม ในอดีตมีความเชื่อว่าเทพปกรณัมคือเทพที่คอยช่วยปกป้องรักษา หรือดลบันดาลให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น มีเรื่องราวและตำนานต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่นพระอิศวร หรือแม้กระทั่งเจ้าป่าเจ้าเขาในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งคนในพื้นที่นั้น ๆ จะให้ความเคารพมาก บางครั้งต้องทำพิธีเพื่อทำความเคารพ เป็นเรื่องวิถีชีวิตและการดำรงอยู่เอความสุขและให้กำลังใจ วันที่ 23 มกราคม 2560 เกริ่นนำโดยอาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ การทำงานเพื่อสังคมเราต้องใช้พลังพลังความกล้าหาญ พลังทางปัญญา ความเมตตา ไม่ใช่เพียงการไปประชุมในเวทีต่าง ๆ ตามสิ่งที่เขาเชิญเท่านั้น พวกเราจำนวนมากทิ้งเวลาไปกับการประชุมแบบเดิม ๆ แต่ขาดการยกระดับเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและมีความล้ำค่า เราจะทำอย่างไรให้มีความล้ำค่า เมื่อเราเจอสถานการณ์ที่มีความยาก เราจะทำตัวอย่างไร คือความท้าทาย เราจะมีปัญญาการปฏิบัติการ เพราะเมื่อถึงเวลาเราจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ทัน ดังนั้นเราจำเป็นต้องฝึกให้เป็นนิสัย รู้จักการครุ่นคิด มีสติ เราจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการตั้งสติ ใคร่ครวญ เราร่วมกันนั่งสมาธิภาวนานำภาวนา โดยคุณทวีศักดิ์ สุขรัตน์ การภาวนา....เริ่มจากการตั้งจิตของราให้มีความสงบ ใช้มือขวาทับมือซ้าย ใครถนัดสมาธิแบบลืมตาก็สามารถลืมตาได้ แต่หากใครถนัดหลับตาก็หลับตา สำหรับผมเองใช้วิธีการหลับตา เพราะรู้สึกสงบ จากนั้นหายใจเข้า ออก ให้รู้สึกตัวว่าเราหายใจเข้า ออก แล้วตามลมหายใจ เข้า ออก ยาว สั้น จากนั้นขอให้เราทุกคนร่วมปฏิบัติสมาธิภาวนา ประมาณ 5 นาที คุณทวีศักดิ์ สุขรัตน์ การเคลื่อนด้วยสติ สมาธิ ถือเป็นปัญญาญาณ ทำให้จิตมีพลัง
อาจารย์ณัฐพงศ์ จิตนิรัตน์ ได้มีโอกาสดูบรรยากาศยามเช้า สวยงามมาก แต่เมื่อลองเปิดประตูด้านหลังกลับพบว่าด้านหลังมีคลองมีต้นไม้ มีธรรมชาติที่สวยงามมาก ทำให้เกิดความรู้สึกว่าบางครั้งการที่เรามุ่งไปข้างหน้าแต่เรามักจะลืมดูข้างหลังที่สวยงาม ดังนั้น เราต้องหันกลับมาดูข้างหลังด้วยก่อนการก้าวต่อไปข้างหน้า
คุณซิกส์ ได้ทบทวนตัวเองและพยายามตีโจทย์การเรียนรู้ตั้งแต่เมื่อวานว่าเรากำลังมาทำอะไร ?เรามาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องศรีวิชัยซึ่งไม่ค่อยได้มีโอกาสเรียนรู้ ถือเป็นเรื่องที่มีความแปลกใหม่ แต่รู้สึกว่าการเรียนรู้ครั้งนี้เป็นการเรียนรู้เพื่อให้เราดึงคุณค่าที่มีอยู่เพื่อให้เราดึงเอาพลังคุณค่านั้นไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของเรา การปฏิบัติภาวนาทำให้เกิดความสงบ มีสติ สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
หมอสุภัทร์ ฮาสุวรรณกิจ ได้ทบทวนตัวเองว่าในช่วงที่ผ่านมาเราจะไม่ค่อยได้ฟังใครมาก เพราะส่วนใหญ่จะถูกเชิญไปให้พูด ไปเป็นวิทยาการ ไปร่วมนำกระบวนการเสียส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยได้ฟังมากนัก ครั้งนี้ได้มานั่งฟังจริง ๆ เมื่อตั้งใจฟังจริง ๆ ที่ไม่ได้รับรู้พียงเรื่องเล่า รู้สึกว่าตัวเองได้อะไรเพิ่มขึ้น
อาจารย์บุญธรรม เทอดเกียรติชาติ โดยส่วนใหญ่ความเป็นมนุษย์มีสามความรู้สึกหลักคือ ฮึกเหิม เฉย ๆ และเศร้าซึม ในยุคนี้หากเราประคับประคองตนเอง สติ ให้มีความมั่นคง สงบ จิตก็จะมีพลัง ยกสิ่งที่ได้เรียนรู้ได้พบเห็นขึ้นมาเป็นความรู้ใหม่ซึ่งจะเป็นความรู้ที่มีปัญญา
คุณทวีวัตร เครือสาย ในการทำงานเราต้องตั้งสติให้ดีเพราะจะมีสิ่งที่เราไม่ได้คาดคิดเข้ามาทำให้การทำงานไม่ราบรื่น ซึ่งในการทำงานจริงนั้นเราต้องพบเจอกับสิ่งที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้เสมอ ครั้งนี้ดีใจที่ได้เจอมิตรที่ดีที่เราห่างหายกันไปนาน ถือเป็นโอกาสที่ดีในการทำงานต่อไป ช่วงหลังมานี้ไม่ได้มีโอกาสไปร่วมงานกับใครมากนัก จะไปเท่าที่จำเป็นเพราะอยากจะทำงานอยู่ในพื้นที่ในท้องถิ่น มาครั้งนี้อยากจะมาร่วมฟังเรื่องราวความรู้จากทุกท่าน เพื่อได้มีโอกาสสั่งสมความรู้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
อาจารย์ดำรง โยธารักษ์ ได้ทบทวนว่าการทำงานที่ผ่านมาเรามีความเร่าร้อน เร่งรีบ กระวนกระวาย เพราะเราใช้ความรู้ความชำนาญที่มีเป็นปรีชาญาณ ซึ่งสิ่งนี้เป็นขั้นแรก การก้าวเดินของเราต้องมีศรัทธาหากเรามีศรัทธาเชื่อมั่นว่าเราจะก้าวเดินต่อไปได้อย่างมีพลัง
คุณอานนท์ มีศรี ช่วงที่มีการนั่งภาวนาตนเองลืมปิดโทรศัพท์ ในขณะที่นั่งภาวนาจึงมีความรู้สึกกังวลว่าจะมีสายโทรศัพท์เข้ามาแล้วจะทำให้ผู้อื่นเสียสมาธิและกลัวว่าอาจารย์จะดุทำให้ตนเองจดจ่อเพียงว่าเมื่อไหร่จะหมดเวลาเสียทีจะได้รีบปิดโทรศัพท์ หลังจากช่วงเวลาในการภาวนาจบลงรีบมาปิดโทรศัพท์และคลายความกังวลไปมาก ก่อนมาเข้าร่วมครั้งนี้กังวลว่าตนเองจะได้มาหรือไม่เพราะมีภารกิจมากและโดยส่วนตัวรู้ตัวเองดีว่าขาดวินัยในเรื่องเวลาแต่พยายามปรับปรุง ครั้งนี้จึงจะลองปิดโทรศัพท์ในระหว่างการประชุมแต่ยังมีความกังวลอยู่บ้างว่าอาจจะมีใครโทรประสานงานไม่ได้ แต่ก็จะทดลองปิดดู
คุณปิยนาถ ประยูร ช่วงเช้าได้ทบทวนเรื่องวัฒนธรรม ซึ่งมองว่าเรื่องวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สร้างได้ ที่ผ่านมาได้ทำงานและฝึกฝนตนเองจากการติดตามสังเกตการทำงานของอาจารย์ พบว่าการสนทนาบางครั้งมีคลื่นพลังที่ดี แต่บางครั้งคลื่นพลังมีน้อย ความน่าสนใจคือเราจะพบพลังบางอย่างที่เรามองไม่เห็นแต่เราสัมผัสได้ว่ามีพลังเรารู้สึกได้ ในการทำกระบวนการเราจะช่วยกันสร้างสนามพลังร่วมให้เกิดขึ้นได้อย่างไรในวงใหญ่ ซึ่งทุกคนในวงสนทนาจะสามารถร่วมกันสร้างคลื่นพลังนั้นให้เกิดขึ้นได้ อีกประเด็นคือเรื่องการสร้างวัฒนธรรมในการประชุม การอยู่ร่วมกัน ตั้งแต่การเข้าร่วมสนทนา เราเป็นอย่างไร เพื่อนเป็นอย่างไร เราจะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมในการสนทนาที่เรามีท่าทีที่เหมาะสม เพื่อนก็สามารถสัมผัสได้ แม้ว่าผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมกระบวนการของอาจารย์ช่วงหลังก็จะเห็นว่าเขาสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมในการสนทนาได้เร็วและดีมากขึ้น ซึ่งคนที่เข้ามาใหม่จะสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมการสนทนาของกลุ่มได้ เขาจะรู้ว่าหากเป็นกลุ่มนี้เขาต้องปฏิบัติตัวในลักษณะนี้วิธีการสนทนาเป็นไปในลักษณะนี้ ซึ่งเราจะสัมผัสได้
คุณหนูพียร แสนอินทร์ นึกถึงเรื่องเทพปกรณัม เพราะอาจารย์พูดถึงเรื่องนี้บ่อย มีความสนใจในเรื่องนี้ซึ่งจะได้มีโอกาสศึกษาต่อ
อาจารย์ปรีชา อูยตระกูล เราเป็นผู้รับพลังจักรวาลมาสู่ตน หลายครั้งมีกลุ่มคนที่คอยทำพิธีการต่าง ๆ เพื่อติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ เช่น เฒ่าจ้ำ ซึ่งเป็นคนทำพิธีกรรมติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทางภาคอีสาน เขาก็จะมีความเชื่อบางอย่างในการทำให้เกิดพลังความศักดิ์สิทธิให้เกิดขึ้น และกลายเป็นความเชื่อความศรัทธาของคนในชุมชน ซึ่งพลังแห่งอดีตนั้นมีอยู่แล้วเราเป็นผู้รับพลังจักรวาลมาสู่ตนเพื่อกระทำการบางอย่างต่อไป อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ ชวนคิดชวนคุยต่อ
เมื่อวานเราสัมผัสได้ว่าเรื่องที่เรากำหนดไว้ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ พลังกระจัดกระจาย มีแต่ความกังวล ไม่สมหวังไม่ได้ดังใจ แต่เราพยายามจูลคลื่นพลังขึ้นมาใหม่ ปรับใหม่ เพื่อสร้างพลังขึ้นมาใหม่ ช่วงที่อาจารย์บุญธรรมได้กล่าวบทคาถาปลุกใจและบทพระโพธิสัตว์ เราจะเห็นได้ว่าพลังเริ่มก่อตัวขึ้นมา จากความสับสน หดหู่ สิ้นหวัง เราค่อย ๆ ฟอร์มพลัง ความรู้สึก สภาวะ ขึ้นมาใหม่ จัดคลื่นพลังใหม่ จัดระเบียบคลื่นพลัง วันนี้การสนทนาของเราก็เริ่มมีพลังมากขึ้น เราทุกคนรู้สึกได้
อาจารย์ปรีชาพูดถึงเรื่องเฒ่าจ้ำ ซึ่งมีความน่าสนใจ เราเป็นเพียงคนส่วนน้อย แต่หวังว่าคนส่วนน้อยที่มีพลังจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เป็น Power of action ที่สามารถผูกโยงความหวัง กำลังใจ ความตั้งใจของผู้คนเข้ามา โดยส่วนตัวรู้สึกว่าคนจำนวนไม่น้อยกำลังสิ้นหวังและกำลังรอคอยความหวัง แต่คนไทยมีความเฉพาะที่น่าสนใจคือในท่ามกลางความสิ้นหวังคนไทยยังสามารถยิ้มได้หัวเราะได้ ไม่ถึงขั้นล้ม แม้ไม่มีความหวังแต่ก็ยังไม่ทั้งสิ่งที่หวังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แต่ความฮึกเหิมมีน้อยลง สมาธิจิตความมุ่งมั่นมีน้อยลง คนจำนวนมากกำลังรอความหวังซึ่งความหวังนั้นไม่ได้มาจากนักการเมืองหรือใครอื่น แต่ความหวังเหล่านั้นมาจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมั่นใจในความหวังของตนมากนัก
ถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เราต้องร่วมกันสร้างความหวังความมั่นใจให้คนเล็ก ๆ จำนวนหนึ่งให้เขาได้มีความมั่นใจในสิ่งที่ตนเองทำและยกระดับต่อทำให้ดี มีพลังขึ้นกว่าเดิม หากจิตบอกว่าเราคงทำได้ประมาณนี้ ทำให้รอด ๆ ไป เราก็คงจะสามารถทำได้เพียงเท่านี้ แต่หากจิตคิดใหญ่กว่านั้นเราจะสามารถทำได้ใหญ่กว่านั้น เรามีบรรพบุรุษช่วยหนุนเสริมเป็นลมใต้ปีกที่คอยช่วยโอบอุ้มเรา เหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจคือทหารอเมริกันมีอาวุธยุทธโทรปกรณ์เหลือคณานัปซึ่งไม่เคยมีใครคิดว่าทหารเวียดกง เวียดนามจะสู้เขาได้แต่เขาก็สู้ได้จากกองกำลังเล็ก ๆ มีปืน ดาบ ปืนพก ซึ่งมีอาวุธจำนวนน้อยเป็นกองกำลังเล็ก ๆ แต่ก็เติบโตขึ้นจนสามารถตั้งกองกำลังต่อสู้กับเอมริกาได้ ทำไมเขาจึงสู้ได้ หรือแม้กระทั่งทหารไทยเองก็มักจะมีของขลังเพื่อสร้างความฮึกเหิม มนุษย์เรานั้นมีความมหัศจรรย์ภายในบางอย่างที่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้ ช่วงแบ่งกลุ่มย่อย แลกเปลี่ยนสิ่งที่ฉุกคิดใหม่
กระบวนการแบ่งกลุ่มย่อย 2 กลุ่มแล้วแต่ละกลุ่มร่วมสนทนาการเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแบ่งปันให้เพื่อนในกลุ่มได้รับทราบ
สรุปแบ่งปันการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น
- ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถปลุกให้เราลุกขึ้นสู้ด้วยความฮึกเหิมได้
- ความเชื่อ ศรัทธา จะนำมาสู่ความรัก หวงแหนแผ่นดินเกิด เคารพในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ
- การสร้างประวิติศาสตร์สามัญชนจะสามารถสร้างความรักความภูมิใจในแผ่นดิน เราต้องใส่ใจกับประวัติศาสตร์สามัญชนแล้วนำมาเป็นพลังเพื่อร้อยคนเข้าร่วมปกป้องแผ่นดินเกิด
- การจัดคลื่นพลังที่หลากหลายให้สามารถนำมาเคลื่อนร่วมกันได้เป็นศิลปะการทำงาน เราต้องใช้คลื่นพลังที่ต่าง กระจัดกระจายมาจัดคลื่นพลังร่วมเพื่อทำงานร่วมกัน
- การหันกลับมาทำงานเล็ก ๆ ในชุมชนมากขึ้น แล้วนำเอาบทเรียนที่ได้เรียนรู้มาปรับใช้จริงเพื่อสร้างรูปธรรมในพื้นที่เป็นเรื่องที่สามารถสร้างการยอมรับในการทำงาน อาจารย์ชัยวัฒน์ ตั้งคำถามชวนคุยเพิ่มเติม
การภาวนาไม่ใช่เพียงการนั่งนิ่งแล้วบริกรรมยุบหนอ พองหนอ เท่านั้น การภาวนาที่ง่ายจะ
เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราใส่ใจ มีสติ ตระหนักรู้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นข้างหน้าและเกิดขึ้นกับเรา เชื่อว่าวันนี้เรามีความสุข ทำไมเราถึงมีความสุข บางคนอาจจะบอกว่าเราได้กลิ่นของอดีต แต่เราเคยถามตัวเองบ้างหรือไม่ว่าทำไมเราถึงมีความสุขแล้วความสุขนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร อาจารย์ชัยวัฒน์ ชวนมองเพิ่มเติม
การร่วมสนทนาของเราถือเป็นการสานพลัง แต่เป็นการสานพลังที่เราไม่ต้องพูดว่าสานพลัง ช่วงค่ำ วงสนทนาหลังรับประทานอาหารค่ำ
ปลุกหัวใจคนด้วยพลังจิตวิญญาณบรรพบุรุษ การค้นหาความลี้ลับมหัศจรรย์เราจับที่ใจของเรา การกลับมาหาพลังของบรรพบุรุษคือความสุขและมีพลัง การก้าวเดินแต่ละครั้งขอให้เรามีศักดิ์ศรีแล้วจะกลายเป็นความศักดิ์สิทธิ์ ไม่หวาดหวั่น ไม่หวั่นไหว ขอพียงเราเคารพนอบน้อมกตัญญูต่อบรรพบุรุษแล้วจะมีพลังบางอย่างจากบรรพบุรุษที่โอบอุ้มเราเป็นพลังให้เรารักษาแผ่นดินต่อไป
การร่วมสร้างชุมชนแห่งสำนึกอย่ารีบร้อน เราต้องมีสติสร้างความร่วมมือกับกลุ่มคน ชวนให้ชุมชนเห็นพลังของความลี้ลับมหัศจรรย์ นำพลังของบรรพบุรุษมาช่วยหนุนเสริมโอบอุ้มในการก้าวเดินของเรา ขอเพียงเราหากุญแจความลี้ลับมหัศจรรย์ให้พบแล้วเราจะสามารถเชื่อมร้อยกลุ่มคนในสังคมเพื่อร่วมสร้างชุมชนแห่งสำนึกได้ สังคมใหม่อยู่ที่เราบ่มเพาะปัจจุบันดังนั้นเราต้องสร้างคนคุณภาพ มีปัญญาในวันนี้เพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพ
การสู้รบที่มีพลังต้องใช้ปัญญา ความรัก ความเมตตา เพราะศึกครั้งหน้าใหญ่หลวงนัก การสู้รบครั้งหน้าอาจจะเป็นการสู้รบครั้งสุดท้ายสำหรับบางคน แต่การต่อสู้ครั้งหน้าจะไม่เหมือนเดิม การต่อสู้เราจะเห็นวิธีการที่แปลกใหม่มากขึ้น ไม่ใช่การเดินออกมาประท้วงแต่อาจจะมีการใช้สื่อมากขึ้น ตัวละครที่จะเล่นก็มีมากขึ้น พวกเราเป็นเพียงตัวละครหนึ่งในสนามรบเท่านั้น สิ่งที่เราน่าจะทำได้คือชวนเพื่อนมิตรหาแนวร่วมเพื่อร่วมรบ เห็นศัตรูร่วมเราจึงจับมือกันรบ แต่การรบต้องสร้างสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพ ซึ่งต้องใช้ทั้งฐานข้อมูล ความรู้ ปัญญา และใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารและสร้างเครือข่ายที่มีพลัง วันที่ 24 มกราคม 2560 สมาธิภาวนา...สร้างสนามพลังแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน เช็คอิน สนทนายามเช้า (กระบวนการ ผู้เข้าร่วมที่อยากจะแบ่งปันการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น บอกเล่าแบ่งปันให้เพื่อนได้รับทราบด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ) คุณปรีชา อูยตระกูล ฉุกคิดเรื่องการรบครั้งหน้า จะเป็นการรบครั้งสุดท้าย ในฐานะนักรบที่อยากจะเห็นสิ่งดี ๆ เรารบอย่างต่อเนื่องเพื่อการเปลี่ยนแปลง การรบของเรา...ไม่มีครั้งสุดท้าย คุณทวีศักดิ์ สุขรัตน์ สังเกตเห็นว่าการพุดคุยของพวกเราใช้ภาที่มีพลัง ปลุกเร้า ให้กำลังใจ การรบครั้งสุดท้ายบอกให้เรารู้ว่าเราไม่มีเวลาอีกแล้ว พลังทางจิตวิญญาณเป็นพลังแห่งกายที่สัมผัสได้จากสิ่งรอบข้าง เราจะชนะ ใจเราและสิ่งรอบข้างที่ดำลังเข้ามา คุณรัตนา ชูแสง ฉุกคิดเรื่องการรบครั้งสุดท้าย มองว่าการรบครั้งสุดท้ายไม่ใช่การรบเพียงเพื่อเราอยู่รอดแต่การรบครั้งสุดท้ายเป็นการรบเพื่อปกป้องแผ่นดินทีมีเถ้าถ่านของบรรพบุรุษ คุณนิวัตร์ โฮ้เต้กิ้ม เรื่องอะไรที่เราไม่รู้แต่มีสัญญาณบางอย่าง การยังคงอยู่ของภูมินิเวศน์อันศักดิสิทธิ์ การสร้างเครือข่ายเล็ก ๆ ให้เติบโต มีพลัง มีความศักดิ์สิทธิ์ คุณบุญธรรม เทอดเกียรติชาติ เรื่องพิธีกรรมไม่ได้เป็นสิ่งที่มีอยู่เดี่ยว ๆ แต่มีความเชื่อมโยงกับจารีต ปัจจุบันเห็นได้ว่าเรากำลังเลี้ยงลูกแบบนกกาเหว่า ไข่ให้แม่กาฟัก เราเองก็ส่งลูกไปให้โรงเรียนดูแลตั้งแต่เด็ก อยากชวนมองเรื่
|
30 | 20 |
19. เวทีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศรีวิชัยสู่การสร้างพลังทางสังคม |
||
วันที่ 22 มกราคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ "ทำไมการศึกษาประวัติศาสตร์และคุณค่าความหมายของสังคม การเมือง วัฒนธรรมศรีวิชัย" และลงพื้นที่เขาศรีวิชัย บันทึกเทป รายการล้อมวงคุย ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเวทีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศรีวิชัยสู่การสร้างพลังทางสังคม มีเป้าหมายเพื่อเชิญชวนกลุ่มคนที่ทำงานทางสังคมมาร่วมเรียนรู้รากเหง้าประวัติศาสตร์ศรีวิชัยซึ่งเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความรุ่งเรืองในอดีตที่มีพลัง คุณค่า ความหมาย มาปรับใช้ในการสร้างพลังทางสังคมและการขับเคลื่อนงานทางสังคมต่อไป หัวข้อที่เราร่วมสนทนา คือ ทำไมการศึกษาประวัติศาสตร์และคุณค่าความหมายของสังคม การเมือง วัฒนธรรมศรีวิชัย จึงมีความหมายในการสร้างขบวนการนักรบพลเมืองในภาคใต้ การสนทนาครั้งนี้เป็นการพบเจอกันของคน 3 วัย 3 รุ่น ร่วมเรียนรู้ learn how to learn and learn how to coach ร่วมสนทนากันด้วยบรรยากาศแห่งเพื่อนมิตร ครู ศิษย์ ผ่อนคลาย สบาย ๆ แต่ได้พลังสาระความรู้สู่การนำไปใช้ขับเคลื่อนงานทางสังคม เริ่มต้นเปิดวงคุยโดยการเชิญอาจารย์บุญธรรม เทิดเกียรติชาติ ขับบทกลอนปลุกพลังคาถาพระโพธิสัตว์และเส้นทางนักรบศรีวิชัย จากนั้นคณะผู้เข้าร่วมช่วยเล่าเรื่องราวศรีวิชัยในอดีตและการเชื่อมโยงกับปัจจุบัน ตลอดช่วงระหว่างการสนทนาอาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ได้ช่วยตั้งคำถามชวนให้ผู้เข้าร่วมได้มองเห็นสิ่งดี มีพลัง คุณค่า ความหมายในอดีตที่แต่ละคนมองข้ามไป เพื่อตั้งหลักอย่างมีสตินำบทเรียนที่มีค่าในอดีตมาปรับใช้กับปัจจุบัน ก่อนจะเคลื่อนต่ออย่างมีพลังเพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้ง เกิดวงคุยผ่านรายการ “กินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้”
|
50 | 1 |
20. เวทีเสวนา สมุยโมเดล “เตรียมวางแผนกิจกรรมเดินรอบเกาะ” |
||
วันที่ 23 มกราคม 2561 เวลา 08:00-17:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่เพื่อทำคลิป รณรงค์ ประเด็นการจัดการขยะ
ถ่ายทอดสดและบันทึกเทป เพื่อมาออกรายการ กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต (Output)
ในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสื่อชุมชนท้องถิ่น ผลลัพธ์ (Outcome) คนในพื้นที่ได้มีโอกาสได้สื่อสารและได้แลกเปลี่ยนผ่านช่องทางสื่อสารของชุมชนตนเอง
|
30 | 2 |
21. เวทีถกเถียงสาธารณะ ”เสวนาการจัดการน้ำเมืองคอน ทั้งระบบแบบมีส่วนร่วม “ |
||
วันที่ 26 มกราคม 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.พระมหาบุญธรรม เจ้าอาวาสวัดท้าวโคะอ.พรหมคีรี เล่าความเป็นมาเมืองนครศรีธรรมราช 2. เวทีถกเถียงสาธารณะ "การจัดการน้ำเมืองคอน ทั้งระบบแบบมีส่วนร่วม" ผู้เข้าร่วมเสวนา 1. ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จังหวัดนครศรีธรรมราช 2. อาจารย์สุธีระทองขาวอารจารย์จากมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช 3. ตัวแทนต้นน้ำ คุณศิริภัคนาคบาศว์ 4. ตัวแทนกลางน้ำ โดยณัฐวีร์ภูมี 5. ตัวแทนปลายน้ำ โดย อาจารย์นิเวศน์วนคุณากร นำสานเสวนาโดย ดร.มัลลิกาสุบงกฎ อาจารย์ประจำสาขาบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนำประเด็นธรรมมะกับ พระมหาบุญธรรม เจ้าอาวาสวัดท้าวโคะอ.พรหมคีรีความเป็นมาเมืองนครศรีธรรมราช ในอดีตมีชื่อเรียกดินแดนแถบนี้หลายชื่อ ที่ตะวันตกนิยมเรียกกันมาจนกระทั่งต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 คือ "ลิกอร์" สันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกสที่เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นเป็นผู้เรียกก่อน โดยเพี้ยนมาจากคำว่า "นคร" ส่วนชื่อ "นครศรีธรรมราช" มาจากพระนามของกษัตริย์ผู้ครองนครในอดีต ทรงมีพระนามว่า "พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช" (ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช) มีความหมายว่า "นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม" หรือ "เมืองแห่งพุทธธรรมของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่" สืบทอดมาจาก ลังกาวง และเป็นแม่บทให้กับสุโขทัยในแบบธรรมศาสตร์ เวียง วัง คลัง นา เสวนาถกเถียงสาธารณะ“การจัดการน้ำเมืองคอน ทั้งระบบแบบมีส่วนร่วม”
ผู้เข้าร่วมเสวนา
1. ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. อาจารย์สุธีระทองขาวอารจารย์จากมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช
3. ตัวแทนต้นน้ำ คุณศิริภัคนาคบาศว์
4. ตัวแทนกลางน้ำ โดยณัฐวีร์ภูมี
5. ตัวแทนปลายน้ำ โดย อาจารย์นิเวศน์วนคุณากร
นำสานเสวนาโดย ดร.มัลลิกาสุบงกฎ อาจารย์ประจำสาขาบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ • สถานการณ์น้ำของเมืองนครเป็นอย่างไร ผอ.ชลประทาน จังหวัดนครศรีธรรมราชมีการใช้น้ำในส่วนของการเกษตร การประปา ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในจังหวัด ได้มีการพัฒนา พื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช มี 23 อำเภอ มีพื้นที่ 6 ล้านไร่เศษ มีพื้นที่ที่ทำการเกษตรได้ 3 ล้านไร่เศษ และเป็นพื้นที่ที่ใช้น้ำจำนวนมากในช่วงฤดูแล้งในบางปีจะมีปัญหามากมายจะขาดแคลนน้ำ พื้นที่ชลประทานมีประมาณ 8 แสนไร่เศษ ปัญหา 1. การพัฒนาแหล่งน้ำดำเนินการช้าเมื่อเทียบกับที่อื่น 2. การบริหารจัดการน้ำยังไม่คลอบคลุม/หลายหน่วยงานไม่มีการร่วมมือกัน รวมถึงภาคเอกชน การพัฒนาพื้นที่ชลประทานในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชมีแหล่งน้ำหลักๆคือ 1. อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำไส อ.ชะอวด เก็บน้ำได้ 8 ล้าน ลบ.ม. 2. อ่างเก็บน้ำอ.พิปูนสามารถเก็บน้ำได้จำนวนมาก มีประโยชน์ทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน 3. อ่างเก็บน้ำคลองดินแดงอ.พิปูน เกิดขึ้นเนื่องจากการเกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงในปี 2531 ปัจจุบันหน้าแล้งเก็บน้ำได้ 60 ล้านลูกบาทเมตร ไปใช้ในพื้นที่รอบๆอ่างเก็บน้ำ 4. อ่างเก็บน้ำเสม็ด อ.ทุ่งใหญ่ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ใช้สำหรับอุปโภค บริโภค แผนงานของชลประทานในปี 61 อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน โครงการของชลประทานต้องชะลอไว้ก่อนพื้นที่เกษตรจำนวน 3 ล้านไร่ ต้องมีการใช้น้ำจำนวนมหาศาล แต่ละหน่วยงานแบ่งกันทำ ทำให้เกิดความล่าช้าในการบริหารจัดการน้ำ สถานการณ์น้ำในปัจจุบันของพื้นที่ต้นน้ำ โดย นางศิริภัคนาคบาศ
พื้นที่ต้นน้ำคีรีวง มีสภาพสมบูรณ์มากในอดีต มีปัญญาเรื่องน้ำหลากซึ่งเป็นปัญหาที่น่ากลัวมาก ตั้งแต่ปี 35 จนถึงปัจจุบัน มีเพียงปี 2554 มีเหตุการณ์น้ำท่วมหนักมากใน จ.นครศรีธรรมราช ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ ปลายปี 59 มีน้ำท่วมมากเช่นกัน ท่วมเป็นเวลานาน 4 วัน ปลายปี 60 เจอเหตุการณ์น้ำท่วมในวันที่ 6 มกราคม มีปริมาณน้ำฝนมาก ปริมาณน้ำฝนรวมของปี 54 และ 60 จะเห็นว่าปี 60 มีปริมาณน้ำมากกว่าปี 54 แต่ในปี 60 น้ำไม่ท่วมในเขตตัวเมืองด้านใน สถานการณ์น้ำในปัจจุบันของพื้นที่กลางน้ำ โดยนายณัฐวีร์ภูมี
พื้นที่กลางน้ำรับน้ำมาจากต้นน้ำคือคีรีวง เป็นพื้นที่น้ำท่วมหลาก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติ มีพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลแค่ 20-30 เมตรเป็นพื้นที่ราบลุ่มปัจจุบันปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังเกิดจากการสร้างถนน สมัยก่อนมีการเตรียมตัวเพื่อรองรับกับสถานการณ์น้ำท่วมปัญหาอีกเรื่องคือหลักจากฤดูน้ำหลากผ่านไป เพียงแค่ 1 เดือนก็เกิดปัญหาน้ำแล้งขาดน้ำปัจจุบันมีการสร้างนบ เพื่อกักเก็บน้ำรวมถึงการสร้างฝายขึ้นมาเพื่อคงความสมบูรณ์ของพื้นที่ มีการแก้ปัญหาในระบบนิเวศน์ โดยการใช้คลองธรรมชาติในการกักเก็บน้ำ ปัจจุบันน้ำในบ่อดินที่หายไป ได้มีการฟื้นตัวมีน้ำจากบ่อดินใช้ในการดำเนินชีวิต สถานการณ์น้ำในปัจจุบันของพื้นที่ปลายน้ำ (อ.นิเวศน์)
ปัจจุบันหาคนที่จะมาพัฒนาบ้านเมืองได้น้อยลงต้องมีการชักจูงลูกหลานคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจกับเหตุการณ์บ้านเมืองให้มากขึ้นเพื่อร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ปัญหาสำคัญในการบริหารจัดการน้ำคือการมีส่วนร่วมในการจัดการ
ปัจจุบันในตัวเมืองนครมีการบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างไร
การบริหารจัดการน้ำสิ่งที่สำคัญคือนครจะเดินไปในทิศทางไหน ต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดี มีแนวทางที่ชัดเจนโดยเฉพาะในตัวเรื่องของผังเมืองเป็นสิ่งที่สำคัญมากแต่เมืองนครยังไม่มีการประกาศใช้ผังเมืองอย่างเป็นรูปแบบที่ชัดเจนรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ต้องมีการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่กับการเปลี่ยนแปลง ต้องมีวิถีชีวิตของคนในอดีตควบคู่ไปกับปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่สนในและใส่ใจว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ต้องตระหนักว่าปัจจุบันเรามีการดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ปัจจัยความเสี่ยงมากมายพื้นที่ต้นน้ำ/กลางน้ำ/ปลายน้ำ ต้องมีการเอื้ออาทรกัน
ภาคใต้มีลักษณะเป็นลุ่มน้ำย่อยๆ และทีทางน้ำระยะสั้น มีเทือกเขาหลวงเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้มีทางน้ำที่ชันสูงมาก เราต้องมีความเข้าใจในบริบทของน้ำ ต้องมีการพิจารณาว่าสิ่งไหนที่เสี่ยงและเราสามารถที่จะเรียนรู้และอยู่กับมันได้หรือไม่
ปัจจุบันการสร้างบ้านครัวเรือน ทุกคนจะไม่สนใจในเรื่องของการกักเก็บน้ำ เน้นแต่การใช้น้ำประปา ทำให้เกิดปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ข้อเสนอแนะจากทางบ้าน
1.ต้องมีการรวมตัวกันของคนในพื้นที่ บทวิเคราะห์สรุปสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ พบว่าพื้นที่ต้นน้ำ ปริมาณน้ำมีมากแต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำตลอดทั้งปี ไม่มีระบบกักเก็บน้ำ ชะลอ, รักษาที่มีคุณภาพและไม่เข้าใจระบบนิเวศน์ ขาดกฎเกณฑ์การใช้น้ำ มีการแก้ปัญหาน้ำแบบไม่มีส่วนร่วม ป่าต้นน้ำลดปริมาณลงการปลูกพืชเปลี่ยนสภาพเป็นการปลูกพื้นเชิงเดี่ยว การกัดเซาะตลิ่งทรายจากตลิ่งที่พังทำให้ลำน้ำตื้นเขิน พื้นที่กลางน้ำ ทรายกอง คลองแคบ ต้นเลารุกคลอง น้ำเปลี่ยนทิศทาง ลักลอบขายทรายแบบแยบยล “ขุดบ่อล่อทราย”ถนนขวางทางน้ำคลองหายไปจากเดิม ขยะในลำคลอง น้ำไม่พอใช้ในการอุปโภค และพื้นที่ปลายน้ำน้ำเค็มรุกน้ำจืด น้ำไม่เพียงพอในการอุปโภค ขาดเจ้าภาพในการจัดการ น้ำเสียจากชุมชนเมือง ทะเลงอกผิดทางน้ำ ความต้องการแก้ปัญหา 1. การสร้างนบ เพื่อกักเก็บน้ำรวมถึงการสร้างฝายขึ้นมาเพื่อคงความสมบูรณ์ของพื้นที่ 2. การใช้คลองธรรมชาติในการกักเก็บน้ำ 3. สร้างความเข้าใจในเรื่องของการกักเก็บน้ำให้กับชาวบ้านในพื้นที่ 4. หน่วยงานรัฐต้องมีการทำข้อมูลของพื้นที่นั้นๆ ในการจะพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด 5. ให้มีการประกาศใช้ผังเมืองอย่างเป็นรูปแบบที่ชัดเจนผ่านการทำประชาคมอย่างแท้จริง 6. มีการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่กับการเปลี่ยนแปลง ต้องมีวิถีชีวิตของคนในอดีตควบคู่ไปกับปัจจุบัน 7. มีความเข้าใจในบริบทของน้ำ
|
200 | 200 |
22. เวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ |
||
วันที่ 28 มกราคม 2561 เวลา 08:00-17:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีแลกปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนวทางการดำเนินกิจกรรมตามภารกิจ โดยในเวทีดังกล่าวได้มีประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping หรือ ค.1) โครงการโรงไฟฟ้า พลังความร้อนกระบี่ (ส่วนขยาย ครั้งที่ 1) ตามขั้นตอนกฎหมาย เปิดให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมแสดงความเห็นอย่างเปิดกว้าง ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในขั้นตอนการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพ (EHIA) ครอบคลุมทุกข้อห่วงกังวลเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชาวกระบี่ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังและนำเสนอความคิดเห็นหลากหลายมุมมองในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ค.1 โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ (ส่วนขยาย ครั้งที่ 1) กว่า 2,500 คน ซึ่งข้อคิดเห็นทั้งหมด บริษัท แอร์เซฟ จำกัด จะนำไปกำหนดขอบเขต และหามาตรการป้องกันและแก้ไขตามที่ประชาชนห่วงกังวล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งต่อไป วันนี้ (28 มกราคม 2561) นางมีนา พิทยโสภณกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอร์เซฟ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ขอขอบคุณชาวกระบี่ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟัง แสดงความคิดเห็นและข้อวิตกกังวล รวมทั้งสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ในเวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping หรือ ค.1) ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ (ส่วนขยาย ครั้งที่ 1) ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคลองขนาน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ตั้งแต่เวลา 13.00 - 17.00 น. ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีชาวกระบี่และผู้สนใจทุกภาคส่วนเข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น จำนวน 2,630 คน โดยมีผู้แจ้งแสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 57 คน สำหรับประชาชนที่ร่วมนำเสนอความคิดเห็นบนเวที ส่วนใหญ่เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อห่วงกังวลต่อการขยายเขตของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านจิตใจและวิถีชีวิตของชุมชน และด้านการสื่อสารข้อมูลโครงการควรบอกทั้งข้อดีและข้อด้อยไปพร้อมกัน เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลรอบด้านในการตัดสินใจ เป็นต้น โดยข้อคิดเห็นของประชาชนทั้งหมด บริษัท แอร์เซฟ จำกัด จะนำไปกำหนดขอบเขตและหามาตรการเพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 4 ตำบล ได้แก่ ต.คลองขนาน ต.ปกาสัย ต.คลองท่อมใต้ และ ต.โคกยาง และหลังจากนี้จะเป็นการทำ ค.2 (Public Screening) โดยการลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์และพูดคุยกับกลุ่มประชาชนในพื้นที่ศึกษาอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการทบทวนและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรายงาน EHIA หรือ ค.3 (Public Review) ต่อไป ด้านว่าที่ พ.ต. อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวกระบี่ที่ให้ความสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำรายงาน EHIA ตั้งแต่ต้น ที่มารับฟังและร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งข้อคิดเห็นของท่านจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและจัดทำรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โดย กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษาจะนำไปกำหนดกรอบการจัดทำแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในการจัดทำ ค.2 และ ค.3 เพื่อให้การจัดทำรายงานมีความถูกต้องครบถ้วน และเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกข้อห่วงกังวลอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กฟผ. มุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นสำคัญ เพื่อให้โรงไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่าง เป็นมิตรอย่างแท้จริง ชุมชนโดยรอบพื้นที่โรงไฟฟ้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
|
2,500 | 3 |
23. เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการพลังการสื่อสาร เผยเเพร่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสู่การเปลี่ยนแปลงสุขภาวะ |
||
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:00:16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.สื่อสารอย่างไร ให้เข้าถึงหัวใจผู้คนและสร้างพลังขับเคลื่อน โดย ดร.บุญธรรม เทอดเกียรติชาติ ศิลปินพื้นบ้านหนังตะลุง มหาวิทยาลัยชุมชนศิลปินพื้นบ้านศรีวิชัย
2.บรรยายเกี่ยวกับ ระบบสุขภาพไทยสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยนายแพทย์อนุสรณ์ ศิริโชติ ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 11 สุราษฎร์ธานี
3.เรียนรู้หัวใจสำคัญเพื่อการสื่อสาร โดยแบ่งกลุ่มย่อย เป้น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 การเข้าถึงและใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
กลุ่มที่ 2 กองทุนสุขภาพท้องถิ่น พลิกฟื้นสุขภาวะชุมชน
4.การใช้เทคโนโลยี สมาร์ทโฟน เพือการสื่อสาร สังคม (ชวนคุยและการปฏิบัติการ) โดย คุณอานนท์ มีศรี นายกสมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช/บก.สื่อสร้างสุขภาคใต้
5.แลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียนและปฏิบัติเทคนิคการสื่อสารต่อสังคม 4 รูปแบบ
- การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
- การผลิตภาพเคลื่อนไหว/เทคนิค ถ่ายทำตัดต่อ MOJO
- การใช้สื่อสมาร์ทโฟน
- การใช้สื่อโซเซียลมีเดีย
6.สรุปบทเรียนสำคัญในการสื่อสารเผยแพร่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสู่การเปลี่ยนแปลงสุขภาวะ
7.ภารกิจสื่อสารเวที กองทุนสุขภาพท้องถิ่น พลิกฟื้นสุขภาวะชุมชน
8.กลุ่มย่อยและประชุมกองบก.สื่อสร้างสุขภาคใต้ ในการจัดทำแผนปฏิบัติการสื่อสารเผยแพร่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.สะท้อนปัญหาการดำเนินงานภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพ ที่ยังไม่สามารถสร้างความเข้าใจ และเกิดการนำไปใช้ประโยชน์ตามสิทธิของประชาชนที่ควรจะได้ และการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญที่สามารถสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการเข้าถึงสิทธิ์ ของประชาชน
|
15 | 15 |
24. เวทีเชื่อมโยงเครือข่ายสื่อจังหวัดตรัง |
||
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.นำเสนอ ภาพรวมสถานการณ์ สื่อเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะภาคใต้ 2.แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สื่อ ภายใต้สถานการณ์ ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร 3.วางแผนการทำงานร่วมกันในระยะที่ 2และลงพื้นที่ปฏิบัติการ เรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ fb live ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
20 | 18 |
25. เวทีประเด็นเหล้ากับระบบสุขภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ |
||
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:00:16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.เครือข่ายสื่อสร้างสุขภาคใต้ จังหวัดชุมพร ร่วมกับเครือข่ายประชาคมงดเหล้า จังหวัดชุมพร ประสานกับกองบก.สื่อ ส่วนกลาง เพื่อสนับสนุนการดำเนินการสื่อสาร ในเวทีถอดบทเรียนประเด็นเหล้ากับระบบสุขภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนสนับสนุน (ระดับอำเภอ) • เกิดการบรรจุในวาระหลักของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ และมีคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม • เกิดยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ • เกิดแผนปฏิบัติการโครงการของหน่วนงานที่เกี่ยวข้องในระดับอำเภอ ส่วนปฏิบัติการ (ระดับชุมชน) • เกิดคณะทำงานชุมชน/กลุ่ม/ชมรม ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนในชุมชน • เกิดฐานข้อมูลสุขภาพของชุมชน • เกิดกฎ กติกา ชุมชน • เกิดระบบช่วยเลิกโดยชุมชน • เกิดการต่อยอดด้านอาชีพ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ 2. การสื่อสารผ่านช่องทาง online onair ในขณะจัดเวทีผ่านเครือข่ายสื่อสร้างสุขภาคใต้ สร้างการรับรู้ให้กับผู้ชมในแต่ละจังหวัด
|
3 | 3 |
26. เวทีประเด็นอุบัติเหตุกับแผนพัฒนาจังหวัดระนอง |
||
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:00:16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.เครือข่ายประชาคมงดเหล้า จังหวัดระนอง ประสานกับกองบก.สื่อ ส่วนกลาง เพื่อสนับสนุนการดำเนินการสื่อสาร ในเวทีถอดบทเรียนประเด็นปัจจัยเสี่ยงกับแผนพัฒนาจังหวัดระนอง
2.ประสานเครือข่ายสื่อส่วนกลาง กำหนดวัน เวลา สถานที่ และวางแผนการดำเนินงาน เพื่อจัดทีมสื่อในการลงพื้นที่ถ่ายทำและถ่ายทอดสดในระบบทีวีออนไลน์ ผ่านทางเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
3 | 3 |
27. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดกระบี่ งวดที่ 2 |
||
วันที่ 12 มีนาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.จัดรายการ Facebook live ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต (Output): พัฒนารูปแบบการใช้สื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีวิธีการนำเสนอ การเผยแพร่ข่าวสารเชิงประเด็น ที่เป็นรูปแบบโดยการผสมผสานสื่อวิทยุท้องถิ่น และเชื่อมโยงกับสื่อใหม่คือ การเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และการใช้เทคโนโลยี เชื่อมสัญญาณการออกอากาศเป็นเครือข่ายสื่อวิทยุของภาคใต้ ผลลัพธ์ (Outcome):
|
5,000 | 5,000 |
28. ค่าธรรมเนียมการโอนและค่าธรรมเนียมเช็ค |
||
วันที่ 15 มีนาคม 2561 เวลา 09:00:10:00 น.กิจกรรมที่ทำค่าธรรมเนียมการโอนและค่าธรรมเนียมเช็ค ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-
|
0 | 0 |
29. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดตรัง งวดที่ 1 |
||
วันที่ 19 มีนาคม 2561 เวลา 09:00:16.00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นการจัดเวทีสาธารณะ "คนเมืองตรัง บ้านโคกออก ร่วมจัดการ ชุมชนอยู่ดีมีสุข" ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต 1. กลุ่มแกนนำ มีการพัฒนาความรู้เรื่องการทำสื่อประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น ในด้านการนำเสนอข้อมูลและเนื้อหาที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้คนลงมาท่องเที่ยวในพื้นที่ 2. แกนนำ มีการเชื่อมโยงกลุ่มเครือข่ายอื่นๆ เช่น กลุ่มเด็ก และเยาวชนให้ลงมาทำกิจกรรมในพื้นที่ ปลูกป่าชายเลน ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ อนุรักษ์ธรรมชาติ ผลลัพธ์
1. ทางกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกออกได้มีการจัดการวางแผนงานด้านการท่องเที่ยว และพัฒนาผู้รับผิดชอบงานในกลุ่มชัดเจนขึ้น
|
50 | 50 |
30. เวทีสาธารณะ“คนเมืองตรังบ้านโคกออกร่วมจัดการชุมชนอยู่ดีมีสุข” |
||
วันที่ 19 มีนาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.จุดเด่นของชุมชนบ้านโคกออกคือความรักสามัคคีในชุมชนเนื่องจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเครือญาติ 2. เป็นพื้นที่ที่ถือว่าระบบนิเวศน์ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ทะเลยังมีความสะอาดและความเป็นธรรมชาติทั้งเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชน 3. รายได้หลักของชุมชนมาจากอาชีพเกษตรและประมงชายฝั่ง สร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยในครอบครัวส่วนใหญ่สามีทำอาชีพประมง 4. ได้รับการช่วยเหลือจากพัฒนาชุมชน และ ฝ่ายนโยบายและแผนของอบต.หาดสำราญ ให้การสนับสนุนเชื่อมโยงโครงการ และการขับเคลื่อนนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน 5.ผู้นำชุมชนมีความรู้และสามารถดึงศักยภาพของคนและสภาพแวดล้อมต่างๆของชุมชนมาสร้างและพัฒนาให้เป็นชุมชนน่าอยู่และรักษาอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ สร้างเป็นจุดขายให้กับนักท่องเที่ยวในอนาคตได้ 6. การใช้วิธีการสื่อสารโดยการนำผู้เกี่ยวข้องมาชวนคิดชวนคุยแลกเปลี่ยน ให้ผู้รับชมได้เห็นถึงกระบวนการสร้างชุมชนของชาวบ้านชุมชนโคกออกในขณะเดียวกัน เกิดความสนใจกับนักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติ ได้มีตัวเลือกและเข้ามาเยี่ยมชม 7 ชุมชนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลน โดยการกำหนดกติกาการอยู่ร่วมกัน ไม่ทำลายป่าชายเลนและช่วยกันสอดส่องปกป้องป่าจากกลุ่มคนที่เข้ามาทำลายป่าชายเลนเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น
|
50 | 31 |
31. ประชุม กองบก. สื่อสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่ 2 |
||
วันที่ 20 มีนาคม 2561 เวลา 08:00- 15:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ทบทวนการเคลื่อนงานในพื้นที่ 2.นำเสนอข้อมูลงานสร้างสุขภาคใต้(งานวิชาการห้องย่อย) 3.เตรียมงานสร้างสุข วางบทบาทหน้าที่(ห้องย่อยสื่อ) รูปแบบห้อง กิจกรรมในห้องย่อย ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทบทวนการเคลื่อนงานในพื้นที่
โครงการ สวสต.เป็นการสนับสนนุนของสสส. ทำงานเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะแบบมีส่วนร่วม ในพื้นที่ภาคใต้สื่อภาคประชาชนหรือสื่อชุมชนที่ทำหน้าที่เป็นนักสื่อสารที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งรู้ถึงสถานการณ์เกาะติดปัญหาและมีพื้นที่ ช่องทางการสื่อที่หลากหลายทั้ง onair , online , ongrawn และยังมีการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายสื่อเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะและได้จัดกลไกเป็นกองบรรณาธิการสื่อสร้างสุขภาคใต้ ได้มีปฏิบัติการสื่อสารภายใต้ “สื่อเพื่อการขับเคลื่อนสังคมสู่การเปลี่ยนแปลง”ซึ่งจากการที่ได้ศึกษารูปแบบวิธีการและการสร้างความเชื่อมั่นกับข้อมูลและเนื้อหาการสื่อสารด้านสุขภาวะก็มีความสำคัญและจำเป็นต่อผู้รับสาร นั่นคือแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมการสื่อสารเพื่อสุขภาวะทางสังคม ที่เป็นมาตรฐานชี้วัดความน่าเชื่อถือและเป็นกรอบกฏกติกาของการสื่อสารซึ่งจะเน้นที่สื่อชุมชนหรือสื่อภาคประชาชนเพราะจากการศึกษาค้นคว้างานวิจัยด้าน แนวปฏิบัติเพื่อการกำหนดจริยธรรมการสื่อสารด้านสุขภาวะยังไม่มีปรากฏและเผยแพร่แต่อย่างได การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการสื่อสาร หลังจากที่ได้นำเสนอประเด็นหรือเรื่องที่ต้องการเปลี่ยนแปลงแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างไร
• ผู้ชมทางสื่อออนไลน์(Live สด)ให้ความสนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่นำเสนอ
• รูปธรรมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการสื่อสาร ใช้ตัวอย่างกรณีพื้นที่ Best plactist รายพื้นที่ นำเสนอผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้จากกระบวนการที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้พื้นที่อื่นๆเกิดการเอาอย่าง ข้อเสนอต่อ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ข้อเสนอต่อ สำนักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) • ให้ศูนย์ภาคของสช. /สำนักสมัชชา ร่วมกับเครือข่ายสื่อ(สื่อเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะ) ผลักดันให้เกิดประเด็นจริยธรรมสื่อ เป็นนโยบายสาธารณะระดับชาติ โดยผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ หรือสมัชชาเชิงประเด็น • ขอให้สช.สนับสนุนสื่อสร้างสุขเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนการสื่อสารนโยบายสาธารณะ ทั้งระดับภาคและระดับพื้นที่ • ขอให้สช.พัฒนาและสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับ................เพื่อเป็นเครื่องมือให้กับนักสื่อสารสร้างสุขภาคใต้ • ให้แผนงานสื่อฯเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนของสช. ข้อเสนอต่อ สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต้องการสื่อสารให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิ์ ทำอย่างไรให้กองทุนตำบลเข้าถึงงบอย่างทั่วถึง ข้อมูลสร้างสุขภาคใต้(งานวิชาการห้องย่อย)ตามแบบฟอร์มที่ส่งไป
รูปแบบ การก่อตัวของเครือข่ายสื่อ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง รูปธรรมที่เกิด แนวปฏิบัติที่เป็นจริยธรรมเพื่อการสื่อสาร เตรียมงานสร้างสุข วางบทบาทหน้าที่
- MC พี่สาวชุมพร
- บันทึก ทีมเลขานคร
- ห้องพัก กชมน โพธิ์ถาวร
|
30 | 34 |
32. สนับสนุนพื้นที่ ประเด็นสุขภาวะทางสังคมการจัดการปัจจัยเสี่ยงจังหวัดชุมพร งวดที่ 2 |
||
วันที่ 21 มีนาคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.เวทีถอดบทเรียนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอสวี จ.ชุมพร - ติดต่อประสานงานกับสาธารณะสุขอำเภอสวี เพื่อออกแบบวางแผนการทำงาน กำหนด กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดวันเวลาสถานที่ วิทยากรและทีมงานสื่อสร้างสุขภาคใต้ - ประสานเชิญกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น นายอำเภอสวี วิทยากรที่จะเป็นผู้ดำเนินรายการ ชวนคิดชวนคุยถอดบทเรียน สถานที่ ทีมสื่อ และเชิญผู้เข้าร่วม - ลงทะเบียนผู้เข้าร่วม - กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเวทีถอดบทเรียน - วิทยากรชวนคิดชวนคุยสานเสวนาประเด็นประเด็นเหล้ากับระบบสุขภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)สถานการณ์ปัญหาของพื้นที่ ระบบสุขภาพที่เกี่ยวข้อง กระบวนการทำงาน ผลลัพธ์ ข้อเสนอเพื่อการพัฒนาต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพประเด็น กลไก/โครงสร้างที่ขับเคลื่อน ปัญหา/อุปสรรคและแนวทางแก้ไข ปัจจัยที่เอื้อ/อุปสรรครวมทั้งบทเรียน/ข้อค้นพบที่น่าสนใจข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานและสื่อ 2.เวทีถอดบทเรียนการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพโดยการบูรณาการภาครัฐกับภาคประชาสังคม จ.ระนอง - ติดต่อประสานงานกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง เพื่อออกแบบวางแผนการทำงาน กำหนด กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดวันเวลาสถานที่ วิทยากรและทีมงานสื่อสร้างสุขภาคใต้ - ประสานเชิญกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ทั้งหน่วยงานและ วิทยากรที่จะเป็นผู้ดำเนินรายการ - ชวนคิดชวนคุยถอดบทเรียน สถานที่ ทีมสื่อ และเชิญผู้เข้าร่วม - ลงทะเบียนผู้เข้าร่วม - กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเวทีถอดบทเรียน - วิทยากรชวนคิดชวนคุยสานเสวนาประเด็นประเด็นเหล้ากับระบบสุขภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)สถานการณ์ปัญหาของพื้นที่ ระบบสุขภาพที่เกี่ยวข้อง กระบวนการทำงาน ผลลัพธ์ ข้อเสนอเพื่อการพัฒนาต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพประเด็น กลไก/โครงสร้างที่ขับเคลื่อน ปัญหา/อุปสรรคและแนวทางแก้ไข ปัจจัยที่เอื้อ/อุปสรรครวมทั้งบทเรียน/ข้อค้นพบที่น่าสนใจข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานและสื่อ 3.ถอดบทเรียนเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ จ.ตรัง
- ติดต่อประสานงานคณะทำงานสมัชชาสุขภาพ จังหวัดตรังเพื่อออกแบบวางแผนการทำงาน กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดวันเวลาสถานที่ วิทยากรและทีมงานสื่อสร้างสุขภาคใต้
- ประสานเชิญกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ วิทยากรที่จะเป็นผู้ดำเนินรายการ ชวนคิดชวนคุยถอดบทเรียน สถานที่ ทีมสื่อ และเชิญผู้เข้าร่วม
- ลงทะเบียนผู้เข้าร่วม
- กล่าวทักทายผู้เขข้าร่วมและนำเข้าข้อมูลอุบัติเหตุช่วงเทศกาลที่ผ่านมา
- วิทยากรชวนคิดชวนคุยสานเสวนาประเด็นตรัง ประเด็นบุหรี่กับระบบสุขภาพสมัชชาสุขภาพจังหวัดสถานการณ์ ปัญหาข้อเสนอแนะ 4.เวทีสาธารณะการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพโดยระบบสุขภาพ ภาคใต้ จ.สงขลา
- ติดต่อประสานงานกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดสงขลา เพื่อออกแบบวางแผนการทำงาน กำหนด กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดวันเวลาสถานที่ วิทยากรและทีมงานสื่อสร้างสุขภาคใต้
- ประสานเชิญกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ทั้งหน่วยงานและ วิทยากรที่จะเป็นผู้ดำเนินรายการ ชวนคิดชวนคุยถอดบทเรียน สถานที่ ทีมสื่อ และเชิญผู้เข้าร่วม
- ลงทะเบียนผู้เข้าร่วม
- กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเวทีถอดบทเรียน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.เวทีถอดบทเรียนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอสวี จ.ชุมพร
ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาการดื่มเหล้าของประชาชนในพื้นที่ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยการรายงานของนายอำเภอสวี พบว่า อำเภอสวีเป็นอำเภอหนึ่งซึ่งมีทั้งหมด 11 ตำบล มีจำนวนประชากรประมาณ 70,000 คน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นวัยแรงงาน ทำให้ผู้ที่ดื่มเหล้าส่วนใหญ่เป็นวัยแรงงานแต่มีจำนวนไม่มากเท่าใด โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ดื่มเหล้าจะเกิดผลกระทบทางด้านสุขภาพซึ่งเป็นปัญหาหลัก ซึ่งส่งผลกระทบอื่นๆตามมาอีกมากมาย เบื้องต้นสาธารณสุขอำเภอได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหาสาธารณสุขที่พบในพื้นที่ส่วนใหญ่ คือ วัณโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จมน้ำ และปัญหาติดสุรา โดยพบว่าแนวโน้มของผู้ที่ติดสุราเป็นกลุ่มแนวโน้มของวัยรุ่นซึ่งอยู่ในกลุ่มของนักเรียนและนักศึกษา ส่งผลให้เกิดปัญหาในด้านสุขภาพ เช่น ขาดประสิทธิภาพในการเรียนรู้ สมองเสื่อม สติฟั่นเฟือน เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านศีลธรรมมากขึ้น ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นส่วนสำคัญในการในการรณรงค์และจัดกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดจำนวนของผู้ดื่มเหล้า
โดยกระบวนการรณรงค์และกิจกรรมต่างๆ ในการลดการดื่มเหล้าของอำเภอสวีจึงเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการเพื่อจัดกิจกรรมในการลดเหล้าให้กับประชาชน โดยใช้รูปแบบชุมพร Model (3 ส 5 ช) ประกอบด้วย
ซึ่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยแต่ละภาคส่วนจะมีบทบาทที่แตกต่างกันไป ดังนี้
1. ส่วนหนุนเสริมเติมเต็ม(Moniter) ประกอบด้วยผวจ.ส่วนราชการจังหวัด/วิชาการ/ปชค./ภาคีเครือข่ายสุขภาพ มีบทบาทหน้าที่ พัฒนาศักยภาพระบบสุขภาพ/เชื่อมประสาน ผลักดันระดับจังหวัด เพื่อสร้างนโยบายที่เอื้อต่อการดำเนินงาน/สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้/สื่อสารสาธารณะ/สร้างแรงบันดาลใจ/สนับสนุน สื่อ งบประมาณ/เชิดชูเกียรติ์
2. ส่วนสนับสนุน (Supporter) ประกอบด้วยนอภ./สสอ./รพ.ช./อปท./กำนัน/เอกชน/สื่อ/รพ.สต. มีบทบาทหน้าที่ เชื่อมประสานทั้งแนวดิ่ง แนวราบ เชิงนโยบาย/บังคับใช้กฎหมาย/พัฒนาศักยภาพชุมชน/สร้างความยั่งยืน เช่น คำสั่งแต่งตั้ง บรรจุในระเบียบ กติกา บทบัญญัติ/วิเคราะห์ความเสี่ยง ผู้มีส่วนได้เสีย/ถ่ายทอดจากนโยบายเป็นปฏิบัติ/ขยายผลทั้งนโยบาย พื้นที่ เวลา กลุ่มเป้าหมาย/บรรจุประเด็นปัจจัยเสี่ยงในกลไกสุขภาพในพื้นที่/ติดตาม ประเมินผล สรุป รายงาน
3. ส่วนปฏิบัติการ(Actor) ประกอบด้วยครู/พระ/อสม./ผญบ./สมาชิกคนหัวใจเพชร/หิน/เยาวชน มีบทบาทหน้าที่ สำรวจ วิเคราะห์ ทำฐานข้อมูลในชุมชน/ตั้งคณะทำงาน/สร้างการมีส่วนร่วม(วางเป้าหมาย แผนงาน ปฏิบัติ สรุป พัฒนา) สร้างสภาพแวดล้อมปลอดเหล้า/สร้างข้อตกลง/กติกา/เฝ้าระวัง ส่งเสริม ด้านกฎหมาย/สร้างและพัฒนาทักษะแกนนำ/เข้าถึงระบบสุขภาพชุมชน เช่น กองทุนฯ
และหัวใจหลักของระบบการทำงานนั้น ประกอบด้วย คนทั้ง 5 ช. คือ 2.เวทีถอดบทเรียนการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพโดยการบูรณาการภาครัฐกับภาคประชาสังคม จ.ระนอง
ผลผลิต
1. ตั้งกลุ่ม/องค์กร/ชมรม (รู้เรา) : ภาคประชาสังคมต้องมีการตั้งกลุ่มที่เข้มแข็งและเป็นรูปธรรม เช่น องค์กรสาธารณะประโยชน์ สมาคม มูลนิธิ ฯลฯ โดยสำคัญคือต้องมีเป้าหมายองค์กรที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การศึกษา การบำบัด หรืออื่นๆ และกำหนดวัตถุประสงค์การดำเนินให้สอดคล้องกันกับ ยุทธศาสตร์การพัฒนาในพื้นที่นั้นๆ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และพัฒนาโครงการหรือแผนปฏิบัติการณ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ตัวชี้วัดของหน่วยงานราชการ เพื่อบูรณาการด้านงบประมาณ
2. ศึกษายุทธศาสตร์หน่วยงานภาครัฐ (รู้เขา) : หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานจะมีการจัดทำยุทธ์ศาสตร์ ตัวชี้วัดไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถหาข้อมูลได้จากเวปไซค์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือขอรับเป็นเอกสาร เพื่อการออกแบบโครงการหรือแผนปฏิบัติการจะได้สอดคล้องกัน หรือพื้นที่ในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วย โดยขั้นตอนนี้ต้องอาศัยการพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจในกรอบการปฏิบัติ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ชัดเจน ทั้งขั้นตอนการปฏิบัติ การใช้จ่ายงบประมาณและการจัดการด้านหลักฐานการเงิน 3.ถอดบทเรียนเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ จ.ตรัง ผลผลิต 1. มีกลไกจัดการแบบพหุภาคี (๓ ภาคส่วน): คือ 1.) ภาคท้องถิ่นและราชการ2.) ภาควิชาการและวิชาชีพ3.) ภาคองค์กรพัฒนาเอกชนและประชาสังคม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรังแต่งตั้งคณะทำงานขึ้น 3 ชุด คือ คณะทำงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดตรังคณะทำงานฝ่ายเลขานุการคณะทำงานสมัชชาสุขภาพเชิงประเด็นซึ่งถือเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญ และการทำงานก็มีความสอดคล้องทั้งเชิงยุทธศาสตร์ พื้นที่ กิจกรรม 2. มีการจัดกระบวนการอย่างเป็นระบบ : คือ 1.) ร่างข้อเสนอสมัชชาสุขภาพตรังเชิงประเด็น2.) ให้ความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอสมัชชาสุขภาพตรังเชิงประเด็นพื้นที่10 อำเภอ 3.)ร่างมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง 4.) สมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง 5.)มติสมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง 6.) กระบวนการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง 7.)การติดตามการแปรมติสมัชชาสุขภาพสู่แผนปฏิบัติการระดับพื้นที่จังหวัด 3. มีการทำงานบนฐานความรู้ (ใช้ปัญญา) ผสมผสานเข้ากับฐานด้านจิตใจ (ด้วยความรักสมัครสมาน) 4. ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีโอกาสเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ (ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม) 5. มีประเด็นชัดเจนและพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ดี สอดคล้องกับธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ 6. มีการผลักดันไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในหลายช่องทาง ผลลัพธ์ 1. เกิดกลไกที่ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะอย่างเป็นระบบ ทั้งระดับนโยบาย ระดับสนับสนุนการปฏิบัติงาน ระดับปฏิบัติการ ในการควบคุมการเข้าถึง การตรวจสอบ/ร้องเรียน การบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ 2. การบังคับใช้กฎหมายควบคุมยาสูบ/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสร้างระบบการช่วยเลิกบุหรี่ 3. เกิดเจ้าภาพที่รับผิดชอบที่ชัดเจนในประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบและมีการดำเนินการภายใต้องค์กรหรือหน่วยงานในสังกัด 4. เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันและการรู้เท่าทันโดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนเพื่อป้องกันการเกิดนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ 5. เกิดกระบวนการสื่อสารสาธารณะผ่านสื่อหลักและสื่อท้องถิ่น ในประเด็นการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อร้ายแรง(NCD) 6. เกิดการบูรณาการเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ทั้งส่วนราชการ วิชาการ และประชาสังคม 7. บรรจุเรื่องการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพในยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และบรรจุในแผนปฏิบัติการโครงการของหน่วยงานราชการในจังหวัด 8. เกิดวัฒนธรรมในด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งการลดปัจจัยเสี่ยง เสริมปัจจัยสร้างครอบคลุมในทุกกลุ่มวัย 4.เวทีสาธารณะการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพโดยระบบสุขภาพ ภาคใต้ จ.สงขลา
ผลผลิต
1. เยาวชนที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติ ที่ถูกต้อง เกี่ยวกับปัญหาท้องไม่พร้อมและป้องกันตัวเองจากปัญหาท้องไม่พร้อมและปัญหาทางเพศได้
2. เยาวชน มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาท้องในวัยเรียน สามารถให้ความช่วยเหลือ แนะนำได้ในเบื้องต้น
3. เยาวชนให้ความไว้วางใจกับแกนนำชุมชนมากขึ้น/ โดยการเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กล้าเล่าเรื่องราวและปัญหาของตนเอง/ตระหนักรู้และร่วมระดมกันแก้ไขปัญหา
ผลลัพธ์
1. เกิดเครือข่ายในพื้นที่ ได้รับการสนับสนุน บูรณาการ ของหน่วยงาน เช่น โรงพยาบาลอำเภอรัตภูมิ / สาธารณสุขอำเภอ / โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งมะขาม / องค์กรบริหารส่วนตำบลคูหาใต้ / ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น รวมไปถึงประชาชนพื้นที่ใกล้เคียง ที่ให้ความสำคัญในประเด็นดังกล่าว
|
70 | 70 |
33. ประชุมวิชาการ ประจำปี 2561 "สร้างคน สร้างงาน สร้างสุข สานพลังที่ก้าวข้ามขีดกำจัดสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน |
||
วันที่ 28 มีนาคม 2561 เวลา 08:00-17:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสื่อที่ขาดจริยธรรมมักส่งผลต่อสุขภาวะทางสังคมอย่างเห็นได้ชัด นักสื่อสารทุกวันนี้เห็นการสื่อสารเป็นเรื่องที่ฉาบฉวย สื่อจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่จะทำให้คนในสังคมได้รับความเท่าเทียมกันทางการรับสื่อจากทุกรูปแบบ รวมทั้งความเท่าเทียมต่อระบบสุขภาพ สื่อต้องให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างมีคุณภาพ ยุคการเปลี่ยนแปลงและการรับมือ
สังคมไทยที่จะเปลี่ยนไป
สิ่งที่ต้องปรับ
ดังนั้นสิ่งที่ภาคใต้ต้องทำคือ ต้องรวมพลรวมตัวตนคนทำสื่อที่พร้อมนำเสนอเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นการสื่อสารทางบวก ผ่านการทำงานในประเด็นต่างๆ เครือข่ายสื่อเป็นโครงสร้างที่มีหลากหลายกลไก ภายใต้ประเด็นการขับเคลื่อน โดยไม่มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องของสื่อใหม่แต่เพียงอย่างเดียว จัดระบบการสื่อสารให้เกิดความเท่าเทียม ปี พ.ศ.2560 ภายใต้โครงการศูนย์วิชาการสร้างเสริมสุขภาวะภาคใต้(ศวสต.)ที่รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีสถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ สจรส. เป็นหน่วยประสานงาน แผนงานการพัฒนาเครือขายสื่อสาธารณะ เป็นแผนงานที่จะพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสื่อ โดยที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของคนทำสื่อชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ ที่มาจาก คนทำสื่อวิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สื่อออนไลน์ สื่อโซเชียล(สื่อใหม่) ซึ่งตามภารกิจร่วมกันจะมุ่งเน้น“สื่อเพื่อการขับเคลื่อนสังคม สู่การเปลี่ยนแปลง” จึงเกิดเป็น “เครือข่ายสื่อสร้างสุขภาคใต้” โดยมี กอง บก.สื่อสร้างสุขภาคใต้ เป็นกลไกการออกแบบการทำงานสื่อสารสาธารณะประเด็นสุขภาวะทางสังคม ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ 4 ประเด็น ใต้ล่าง 3 ยะลา ปัตตานี การแพทย์พหุวัฒนธรรม ใต้กลาง สงขลา , พัทลุง , นครศรีธรรมราช ความมั่นคงทางด้านอาหาร ใต้บน ชุมพร , สุราษฏร์ธานี ความมั่นคงของมนุษย์ ใต้อันดามัน กระบี่ , ตรัง การท่องเที่ยวโดยชุมชน เกิดรายการวิทยุ “กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้” ออกอากาศวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00น. – 10.00น. และการใช้สื่อ ออนไลน์ เช่น เวปไซต์ เฟสบุ๊ค ไลน์กลุ่ม หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ในการสื่อสารประเด็นด้านสุขภาวะ เป้าหมายปี2560
คุณลักษณะในการสื่อสารสุขภาวะใช้ลักษณะการสื่อสารประเด็นต่างๆ ดังนี้
กล่าววัตถุประสงค์ โดย นายวรวิชญ์ กฐินหอม นักวิจัย วัตถุประสงค์ 1. เพื่อต้องการศึกษาและกำหนดแนวทางการจัดทำจริยธรรมสื่อเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะทางสังคม 2. เพื่อต้องการให้เกิดนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ของการสื่อสารสุขภาวะ 3. เพื่อการนำผลวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชน ปัจจุบันสื่อเป็นตัวสำคัญที่สามารถสร้างและเป็นตัวแปรสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้นในสังคม การสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้รับข้อมูลข่าวสารรวมถึงมาตรฐานที่แสดงถึงอัตลักษณ์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมการสื่อสารเพื่อสุขภาวะที่จะเป็นการสร้างต้นแบบที่เป็นนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ที่มีความทัดเทียมกับกลุ่มสื่อมวลชนหลักในระดับชาติ จึงได้มีการกำหนดหัวข้อวิจัยในหัวข้อ แนวปฏิบัติเพื่อกำหนดจริยธรรมการสื่อสารเพื่อสุขภาวะ เวทีเสวนา “จริยธรรมสำคัญและจำเป็นต่อการสื่อสารอย่างไร โดยเฉพาะการ สื่อสารด้านสุขภาวะ โดยสื่อชุมชนท้องถิ่น” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย
ดำเนินการเสวนา โดย นายเจริญ ถิ่นเกาะแก้ว ที่ผ่านมาสื่อมักจะกลายเป็นจำเลยของสังคม สื่อมีอยู่หลายประเภท บางคนนำเสนอโดยไม่มีการกรองข่าว ผศ.จารียา อรรถอนุชิต ทุกคนที่ทำหน้าที่ที่จะบอกกล่าวกับใครต่อใครที่เป็นประโยชน์ต่อบุคคลและสังคม นักสื่อสารจะทำตัวอย่างไรให้มีจริยธรรม คุณค่าของความเป็นสื่อมีเหตุผลเดียว คือความรับผิดอบ ต่อตนเอง ต่อสังคม คนที่ทำสื่อจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมีความรับผิดชอบ นักสื่อสารที่ดีจึงมีไม่กี่คนที่จะเป็นได้ สุขภาวะ คือ ภาวะที่เป็นสุข คนทำสื่อเองก็ต้องมีความสุข ทำในสิ่งที่ถูก สร้างความตื่นตระหนักในสิ่งดีๆ คุณค่าของการได้มีชีวิตที่เป็นสุข และเรานำมันอกมาเผยแพร่ มาแบ่งปันให้กับคนอื่นๆในสังคมได้รับรู้ และสุดท้ายสิ่งเหล่านั้นก็จะส่งผลให้คนทำสื่อเองได้มีความสุข คุณธรรม ทำในสิ่งที่มีคุณ ประเด็นคำถาม
นายเจริญ ถิ่นเกาะแก้ว จรรยาบรรณของนักสื่อสาร เป็นแนวทางในการปฏิบัติที่จะทำให้สื่อชุมชนนำไปสู่วิชาชีพสื่อที่ดีได้อย่างไร วิทยุ เป็นสื่อที่ต้องอธิบายเป็นภาษาพูดการโฆษณาส่งผลต่อการสื่อสารอย่างไร นายทวีศักดิ์ ปิยะวิสทธิกุล ในส่วนของผู้ประกอบการวิทยุมีปัญหาอย่างมาก เช่น เรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถทำยอดขายได้เหมือนเดิม หรือการโฆษณาที่เกินจริง ซึ่งน่าจะเกิดจากการหวังผลประโยชน์ที่เกินไปของผู้ประกอบการ การอธิบายของดีเจที่เกินจริงที่อ้างอิงนักวิชาการต่างๆ การโฆษณาจึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาข้อกฎหมายด้วย เมื่อมีกิจกกรมดีๆเราต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทางทั้ง ออนแอร์ ออนไลน์ และออนกราวน์ เพื่อให้สังคมได้รับเรื่องราวดีๆและเป็นตัวอย่างที่ดี สื่อชุมชนต้องเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ดี นายเจริญ ถิ่นเกาะแก้ว หลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายคนโทษสื่อ สื่อสารมวลชน(ดีเจ) กับ พ่อค้าที่มาอาศัยสื่อขายของ เป็นเรื่องที่สับสน คนไม่สามารถแยกแยะได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังเข้าใจผิดระหว่างสื่อโซเชียลมีเดีย และสื่อชุมชน ปัญหาจุดอ่อนที่เกิดขึ้นกับสื่อชุมชน น.ส.ย๊ะห์ อาลี (สื่อโซเชียล ประชาสังคมสื่อชายแดนใต้) วิทยุชุมชนเป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวเองมาก ผู้จัดต้องมีการหาความรู้ให้กับตัวเอง ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด นักสื่อสารชุมชนเป็นการสื่อสารเชิงพลังบวก โมโจเป็นเครื่องมือที่สำคัญสามารถช่วยเรื่องกรรสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว การเป็นนักสื่อสารที่ดีต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นอย่างมาก สามารถแยกแยะวิเคราะห์ข้อมูลก่อนที่จะสื่อสารออกไปได้
จริยธรรมของสื่อชุมชนที่ควรจะเป็นควรเป็นอย่างไร สื่อจังหวัดชายแดนใต้ เป็น มีระเบิด 1 ครั้ง ต้องทำเรื่องราวดีๆนำเสนอถึง 8 ครั้ง เพื่อกลับข่าวเหล่านนั้น การทำเรื่องการสื่อสารพลังบวก การนำเสนอเรื่องการท่องเที่ยวที่ดี ซึ่งส่งผลให้ตอนนี้การท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดชายแดนสามารถสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น นายเจริญ ถิ่นเกาะแก้ว สังคมเมื่อได้รับการสื่อสารที่ดี สังคมก็จะถูกกล่อมเกลาออกมาดี สถานการสื่อเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านจริยธรรมสื่ออย่างไร นายชัยพร จันทร์หอม ปราชญ์ชาวบ้านผู้ใช้ประโยชน์จากสื่อ เวทีพูดคุยปรึกษาหารือในชุมชน
สิ่งเหล่านี้ควรยึดโยงกับ ความดีงาม ความจริง ความถูกต้อง ชาวบ้านต้องการสื่อที่สะท้อนสามารถบอก ปกป้อง คุ้มครอง เห็นการพัฒนาสื่อที่สามารถเติมเต็ม ปัจจุบันสื่อเชิงพัฒนามีหลากหลาย มีลักษณะเป็นหัวใจสาธารณะที่มีหน้าที่เปิดพื้นที่ทางสังคม สื่อสร้างสุขเป็นเรื่องของการแบ่งปัน มีการเติมเต็ม มีการพัฒนาทีสร้างสรรค์ พัฒนาเป็นพลังบวกไปด้วยกัน คนทำสื่อ สถาบันสื่อเราไม้ได้นำไปทำเอง แต่เรามีหน้าที่นำเสนอสิ่งที่ดีที่มีอยู่แล้วในชุมชนหรือสังคมออกสู่สาธารณะ ความคิดเห็นผู้เข้าร่วม การใช้พลังสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง
จริยธรรมสื่อที่พึงประสงค์
แบ่งได้ 2 ส่วน
แลกเปลี่ยนเพื่อหาฉันทามติร่วมเพื่อกำหนดเป็นข้อเสนอ(จากเอกสารร่างประกอบ)เพื่อเป็นข้อเสนอต่อหน่วยงานภาคี สสส. สปสช. สช. สธ. พอช. เพื่อให้เกิดการสนับสนุนและให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการเชื่อมร้อยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกลุ่มคนที่ได้ใช้ประโยชน์กับเครือข่ายสื่อสร้างสุขภาคใต้ในทุกระดับกลุ่มคน จึงมีข้อเสนอดังนี้ ข้อเสนอต่อ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ข้อเสนอต่อศูนย์ภาคใต้ฯ สำนักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
ขอเสนอต่อ สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ข้อเสนอต่อ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน องค์การมหาชน (พอช.) ยังไม่มีข้อเสนอแต่คณะทำงานเครือข่ายสื่อต้องศึกษาข้อมูลความสอดคล้องและการนำสื่อไปใช้ประโยชน์กับกระบวนการทำงานของ พอช.ต่อไป ข้อเสนอต่อ กระทรวงสาธารณะสุข ( สธ.)
ข้อเสนอจากเครือข่ายภาคีสร้างสุขภาคใต้
|
60 | 78 |
34. เวทีสร้างสุขภาคใต้ ปี 2561 |
||
วันที่ 30 มีนาคม 2561 เวลา 09:00:17:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
2,000 | 2,000 |
35. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช งวดที่ 2 |
||
วันที่ 11 เมษายน 2561 เวลา 09:00:10:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต
ผลลัพธ์
|
500 | 500 |
36. ค่าตรวจบัญชีโครงการ |
||
วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 เวลา 09:00:10:00 น.กิจกรรมที่ทำตรวจบัญชีโครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อสารสาธารณะ สู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมสุขภาวะ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นรายงานผลการตรวจบัญชีประจำงวดจากผู้ตรวจสอบบัญชี นำส่ง สจรส.เพื่อประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณงวดถัดไป
|
50 | 0 |
37. โครงการคืนปูสู่ทะเล เพิ่มความมั่นคงทางอาหารของชุมชน ครั้งที่2 |
||
วันที่ 2 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
100 | 10 |
38. เวทีเสวนา ทิศทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภาคใต้ |
||
วันที่ 8 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ประมวลภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้ชุมชนภาคใต้กลุ่มจังหวัดอ่าวไทย 2.บรรยายพิเศษ "นโยบายการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้" โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 3.เสวนา "ทิศทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้" ดำเนินการเสวนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตศักดิ์ พุฒิจร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดเพชรบุรี มีผู้ร่วมเสวนา - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา - นายกสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้ - ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนฝั่งอันดามัน - ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ - ตัวแทนระดับพื้นที่ 4.มีการถ่ายทอดสดในระบบทีวีออนไลน์ ผ่านทาง เฟสบุ๊คเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.ชุมชนและผู้นำชุมชน องค์กรการศึกษาในชุมชน ให้ความสนใจ แลกเปลี่ยนมุมมองการสื่อสารและรูปแบบการสื่อสารที่ใช้อยู่และแนวคิดใหม่ กับเครื่องมือสมัยใหม่ในการสื่อสารชุมชน
2.แนะนำเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน 14 จังหวัดภาคใต้
|
1,000 | 11 |
39. เวทีสาธารณะ การท่องเที่ยวโดยชุมชนเข้ม มุ่งสู่ความเป็นเลิศ |
||
วันที่ 9 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีสาธารณะ ว่าด้วยเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนเข้ม มุ่งสู่ความเป็นเลิศ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นใน หัวข้อ ทำไมต้องเข้มมุ่งความเป็นเลิศ และพรบ.การท่องเที่ยวเป็นตัวท้าทายอย่างไร ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำไมต้องเข้มมุ่งความเป็นเลิศ และพรบ.การท่องเที่ยวเป็นตัวท้าทายอย่างไร
คุณบัญชา แขวงหลี พรบ.การท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ทางสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้ ซึ่งนายกสมาคมการท่องเที่ยวได้พูดคุยกันไม่ตำกว่า 2 ปีโดยเหตุผลที่ว่า กระแสของท่องเที่ยวโดยชุมชนหรือท่องเที่ยวชุมชนโดยรัฐบาล มุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนท่องเที่ยว เพราะฉะนั้น กรอบหรือแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจึงไม่มีกรอบที่ชัดเจน การพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้นและตอบโจทย์การท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยแท้จริงเป็นอย่างไร ไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้ เพราะฉะนั้นทางสมาคมการท่องเที่ยวจึงต้องร่วมคิด ร่วมทำเพื่อให้มีกรอบ กติกาของสมาคม ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่รับรู้กันว่า มาตรฐานของโฮมสเตย์ จะมีกรมการท่องเที่ยวเป็นผู้รับรอง มาตรฐานของโรงแรมก็จะมี ททท.เป็นผู้รับรอง ทั้งหมดเหล่านี้ มีหน่วยงานที่ดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนหรือพรบ.การท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ได้กำหนดหรือร่างขึ้นมานั้นเพื่อต้องการให้มีแนวทางที่ถูกต้องและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน การสร้างอัตลักษณ์ตัวเราไม่ใช่เฉพาะกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใด แต่ต้องเป็นองค์กรระดับชาติ และองค์กรระดับชาติเป็นสภาการท่องเที่ยว ที่จะเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวโดยชุมชมหรือเชื่อมโยงกับสมาคมได้อย่างไร และมีหลักคิดและแนวคิดอย่างไร
ในเรื่องของ พรบ. ถ้ามี พรบ.ขึ้นก็เป็นเครื่องมืออีกเหมือนกัน และถ้าจะมีพรบ.ท่องเที่ยวชุมชน ก็ต้องมีสภาการท่องเที่ยวเพื่อเป็นตัวหนุนเสริม ในการขับเคลื่อน ผลักดัน สะท้อนปัญหา มองเป็น 2มิติ ถ้ามีสภาก็สามารถผลักดันการท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรมได้ เพราะสภามีองคฺ์กร มีคณะทำงานที่ชัดเจน มีตัวแทนแต่ละจังหวัด มีการรับรู้กันทุกภาคส่วนและสามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐได้ การท่องเที่ยว การรักษาทรัพยากรธรรมชาติเป็นเป้าหมายหลัก สิ่งเหล่านี้เป็นของท้าทายหรือมีเข้มมุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้วยหรือไหม
คุณบัญชา แขวงหลี สำหรับการที่จะให้มี พรบ.การท่องเที่ยวโดยชุมชนในระดับโลก นั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะในเรื่องของการส่งเสริมให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ปกป้องทรัพยากรในส่วนของตัวเอง ใช้ท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ UN เป็นหน่วยงานที่ดูแล เข้ามามีบทบาท คววามปลอดภัยของชุมชน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สอดรับกับเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งเห็นด้วยและจะเดินไปในทิศทางและตอบโจทย์เดียวกัน และให้ลงลึกในส่วนของวิชาการ แต่จะไม่เอาในส่วนที่ไม่สอดรับกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน หน่วยงานระดับโลกถูกยอมรับอยู่แร้ว
|
30 | 11 |
40. หักภาษีดอกเบี้ยรับเงินฝากธนาคาร |
||
วันที่ 15 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำไม่มี ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่มี
|
0 | 0 |
41. เบิกจ่ายเงินสนับสนุนการปิบัติงานวิชาการ พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะภาคใต้ งวดที่3 |
||
วันที่ 19 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ- ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-
|
1 | 1 |
42. เบิกจ่ายเงินสนับสนุนการปฎิบัติงานวิชาการ พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะภาคใต้ งวดที่2 |
||
วันที่ 19 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ- ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-
|
1 | 1 |
43. งานวิชาการเพื่อการวิจัยกิจกรรมศึกษาและเก็บข้อมูลการสื่อสาร สำหรับการวิเคราะห์รูปแบบการสื่อสาร/แนวทางกำหนดจริยธรรมสื่อ (การจัดการระบบอาหาร) |
||
วันที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ติดต่อประสานพื้นที่ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการระบบอาหาร 2.ลงพื้นที่ ถ่ายทำ สัมภาษณ์ เก็บข้อมูล เก็บภาพ และรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับการจัดการระบบอาหาร 3.ตัดต่อภาพที่ได้เพื่อทำวีดิโอ เผยแพร่ทางสื่อ YouTube ลิกอร์ Live และทางเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นพื้นที่ผลิตอาหารในจังหวัดสงขลาลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุจากการการเปลี่ยนวิธีการผลิตแบบเชิงเดี่ยว การถูกคุกคามจากโครงการต่างๆ ทำให้ประชาชนไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ สำหรับความปลอดภัยของอาหารยังพบว่ามีการปนเปื้อนจากสารเคมี สิ่งแปลกปลอมส่งผลต่อมาตรฐาน คุณภาพและความปลอกภัยของผู้บริโภค ด้านโภชนาการเกิดปัญหาขาดสารอาหาร เด็กเตี้ย ผอม และซีด ส่งผลทำให้เด็กไอคิวต่ำและปะญหาโรคอ้วน โรคเรื้อรัง สาเหตุจากการได้รับโภชนาการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งได้มีโครงการบูรณาการระบบอาหารแลโภชนาการสมวัยจังหวัดสงขลา ได้เข้ามาขับเคลื่อนกการทำงานโดยใช้ตำบลควนรู อ.รัตภูมิเป็นกรณีศึกษาการทำงานที่เชื่อมโยงกันในเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหาร อาหารปลอดภัยและโภชนาการสมวัย ด้วยเล็งเห็นว่าควนรูมีศักยภาพของชุมชนมากพอ ตำบลควนรู ใช้ต้นทุนเรื่องธนาคารอาหารชุมชน ขับเคลื่อนกิจกรรมการจัดตั้งศุนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว พันธ์ุผักพื้นบ้าน การจัดทำธนาคารน้ำเพื่อใช้การทำการเกษตรและแหล่งอาหารที่ปลอดภัย เป็นหลักประกันความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชน เกิดเป็ครัวเรือนต้นแบบ40 ครัวเรือนที่เน้นการผลิตผัก ผลไม้ที่ปลอดภัยเหลือกินจึงจำหน่ายและสร้างรายได้ให้ประชาชนในตำบลควนรู
|
20 | 5 |
44. เวทีเสวนาสาธารณะจัดการภัยพิบัติ โจทย์ท้าทายของการมีส่วนร่วมให้ถึงฝันได้อย่างไร |
||
วันที่ 21 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีเสวนาสาธารณะแลกเปลี่ยนระหว่าง ปภ. กับ ท้องที่/ท้องถิ่น กับ พื้นที่ (เสวนาผ่านสื่อ)ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย 1. นายสมเดช คงเกื้อ เครือข่ายฝายมีชีวิต 2. ผู้แทนปภ.จังหวัด 3. ตัวแทนโครงการอาสาประชารัฐ 4. ตัวแทนพื้นที่ ต.ถ้ำพรรณรา นายวรรณะ สังข์กรด 5. ตัวแทนพื้นที่ ต.ชะอวด นายบุญโชค นิ่มหนู 6. รต.สุภาพร ปราบราย ตัวแทนเครือข่าย นำเสวนาโดยนายอานนท์ มีศรีและมีการถ่ายทอดสดในระบบทีวีออนไลน์ ผ่านทาง เฟสบุ๊คเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นการจัดการภัยพิบัติโดยการมีส่วนร่วม ไปให้ถึงฝันได้อย่างไร
รต.สุภาพร ปราบราย ตัวแทนเครือข่าย
เป็นทั้งผู้ประสบภัยและได้ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในและนอกสถานที่ มีแนวคิดว่า ถ้าเราไม่ต้องการที่ให้มีเหลือบ ริ้น ไร คอยเกาะกินภัยพิบัติ ชุมชนต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเอง เราต้องเป็นหู เป็นตา ให้กับหน่วยงานที่จะคอยชี้เบาะแสชี้เป้าให้กับหน่วยงานรับทราบเพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุด มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ เปรียบเสมือนเป็น “หมาเฝ้าบ้าน” ของเราเอง เพื่อให้พี่น้องเราได้อยู่อย่างปลอดภัยและได้รับการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชุมชนต้อง
นายบุญโชค นิ่มหนู
พื้นที่ชะอวดน้ำจะท่วมทุกปีเนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำ เมื่อปี 25560 นับว่าเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับชาวชะอวด การคิดว่า คาดว่า ไม่น่าเกิด แต่ก็เกิดขึ้นกับชาวชะอวด ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเนื่องจากเส้นทางเข้าไปลำบาก รถไม่สามารถวิ่งได้ เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงทำให้ขาดการเตรียมการ ขาดการเตรียมพร้อม การหวังพึ่งภายนอกจึงเป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องตั้งศูนย์จัดการภัยพิบัติของตนเองขึ้น
วรรณะ สังข์กรด
พื้นที่อ.ถ้ำพรรณราเป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ รับน้ำมาจาก อ.ฉาง และอ.พิปูน เกิดน้ำท่วมหนักปี 2554 ทำความเสียหายอย่างหนักให้กับชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากนั้นชาวบ้านมีการตื่นตัว จึงการการจัดตั้งศูนย์รับมือภัยพิบัติขึ้น มีการอบรมอาสาช่วยเหลือภัยพิบัติ มีการซื้อและจัดเตรียมอุปกรณ์ จนสามารถช่วยเหลือเพื่อนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้
ปภ.จังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวทางการจัดการภัยพิบัติ ถ้าชุมชนมีการเตรียมความพร้อมที่ดีพอ มีการเฝ้าระวัง มีการแจ้งเตือนภัยกันเองในพื้นที่ เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับทางจังหวัดที่คิดมาจากความแตกต่างของพื้นที่ 1 ตำบล 1 ศูนย์จัดการภัยพิบัติ ทั้ง 3 หน่วย คือ รัฐ ประชาชน เอกชน ต้องเดินไปแนวทางที่สอดคล้องกัน
รูปแบบการจัดการตนเอง เป็นการจัดการขั้นพื้นฐานที่ชุมชนต้องเรียนรู้ มีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วหน่วยงานต่างๆก็ต้องมีการเตรียมพร้อมไปกับชุมชนด้วย
นายศิลเรืองศักดิ์ สุขใส หัวหน้ากลุ่มจังหวัด
การเตรียมความพร้อมในการรับภัยพิบัติ ทำอย่างไรให้ชุมชนท้องถิ่นมีความพร้อมในการรับมือ ที่ผ่านมาเราใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นแกนกลางในการเชื่อมประสานกับหน่วยงาน หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การทำเป็นชุดความรู้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อการเตรียมความพร้อมให้กับพื้นที่
สภาองค์กรชุมชนเป็นที่ปรึกษาหารือของคนในชุมชน หรือเป็นพื้นที่กลางให้คนในชุมชนได้ปรึกษาหารือปัญหาต่างๆรวมทั้งปัญหาด้านภัยพิบัติด้วย เป็นช่องทางให้ชุมชนสามารถเข้าถึงหน่วยงานและงบประมาณ พอช.ไม่ได้เป็นเจ้าของสภาฯเป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนเท่านั้น สภาฯต้องเป็นตัวของตนเองสร้างพื้นที่ของตนเอง ในช่วง3-4 ปีที่ผ่านมาพอช.มีการสนับสนุนด้านงบประมาณให้กับสภาฯเพื่อการขับเคลื่อนเรื่องของการจัดการภัยพิบัติ
นายสมเดช คงเกื้อ เครือข่ายฝายมีชีวิต
การมีส่วนร่วม ระหว่างน้ำท่วมและภัยแล้ง เรารมองว่าภัยแล้งเป็นเรื่องที่รุนแรงกว่า น่ากลัวกว่า ปรากฏการณ์ที่เราเจอ คือ น้ำท่วมในหน้าฝน น้ำแห้งในหน้าแล้ง เมื่อพูดถึงภัยพิบัติชุมชนก็เกิดอาการขนลุกเนื่องจากความรุนแรงและเร็วของภัยพิบัติ ด้วยเมื่อเทียบปัจจุบันกับสมัยก่อนการดำรงชีวิตของชุมชนได้เปลี่ยนวิถีไปแล้วอย่างมาก เช่น การปลูกบ้าน ภูมิปัญญาปัจจุบันที่เรานำมาใช้ คือ ฝายมีชีวิต ที่ถูกพัฒนามาจาก นบ เขื่อน รวมถึงกระบวนการประชาเข้าใจ เป็นการระเบิดจากข้างใน คือ ต้องให้ประชาเข้าใจก่อนถึงจะลงมือทำ ตอนนี้ทั้งประเทศได้ดำเนินการทำฝายไปแล้วทั่วประเทศประมาณ 1000 กว่าฝาย พบปัญหาบ้างแต่ก็ปรับแก้อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เกิดขึ้น พื้นที่ฝายไม่พบปัญหาพืชผลยืนต้นตาย
|
50 | 10 |
45. สนับสนุนผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้ ประเด็นสุขภาวะ งานสร้างสุขภาคใต้(ประเด็นเกษตรกรรมเพื่อสุขภาพ) |
||
วันที่ 21 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.จัดทำสื่อเกี่ยวกับสื่อเพื่อการเรียนรู้ ประเด็นสุขภาวะ งานสร้างสุขภาคใต้ในประเด็นเกษตรกรรมเพื่อสุขภาพ
2.ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผ่านช่องทางเพจสมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช และทางรายการ กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้ ทั้งก่อนงาน และระหว่างงาน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเกิดการรับรู้ในรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นเกษตรกรรมเพื่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็น สวนยาง พืชร่วมยาง ข้าว ธนาคารต้นไม้ ตำบลบูรณาการ และความมั่นคงทางด้านอาหาร จากสื่อที่นำมาเสนอได้มากขึ้น
|
1,500 | 1,500 |
46. สนับสนุนผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้ ประเด็นสุขภาวะ งานสร้างสุขภาคใต้(ประเด็นปัจจัยเสี่ยง) |
||
วันที่ 21 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.จัดทำสื่อเกี่ยวกับสื่อเพื่อการเรียนรู้ ประเด็นสุขภาวะ งานสร้างสุขภาคใต้ในประเด็นปัจจัยเสี่ยง
2.ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผ่านช่องทางเพจสมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช และทางรายการ กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้ ทั้งก่อนงาน และระหว่างงาน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเกิดการรับรู้ในรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สารเสพติดจากสื่อที่นำเสนอได้มากขึ้น
|
1,500 | 1,500 |
47. สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช |
||
วันที่ 21 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.จัดรายการ “ กินอิ่มนอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ ” ในประเด็น
- ประเด็นกองทุนระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น/พื้นที่
2.จัดรายการลิกอร์ล้อมวงคุย ทาง Facebook Live ในประเด็น
- เล่าเรื่อง ประวัติของวัดธาราวดี ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
- กรณีอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทะเลของชุมชน (การทำธนาคารปู)
- ภัยพิบัติ รู้ทัน รับมือได้ ตื่นตัว แต่ไม่แตกตื่น
- โครงการก้าวหนึ่ง ลด ละ โฟม พลาสติก
- สมัชชาฝายมีชีวิต เสวนาเครือข่ายฝายมีชีวิต
- แก้ไขปัญหาการจัดการน้ำที่ยังยืน ฝายมีชีวิต
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต 1.สื่อสารกระบวนการทำงานของแต่ละประเด็นงานและเครือข่ายต่างๆในจังหวัด โดยเฉพาะประเด็นที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. สจรส.มอ. 2.การร่วมกันผลิตเนื้อหา การสื่อสารของแต่ละพื้นที่ เพื่อทำการสื่อสารในช่องทางต่างๆ ร่วมกันโดยการจัดการร่วมของกองบรรณาธิการสื่อสร้างสุขภาคใต้ 3.ใช้เป็นข้อมูลงานวิจัยเรื่องรูปแบบการสื่อสาร และ เรื่องแนวปฏิบัติจริยธรรมการสื่อสาร ผลลัพธ์ 1.เป็นส่วนหนึ่งในการให้เกิดเครือข่ายสื่อสร้างสุขภาพใต้ ทั้ง 14 จังหวัด 2.การทำงานร่วมในรูปแบบกองบรรณาธิการสื่อสร้างสุขภาคใต้ โดยมีการร่วมการผลิตเนื้อหาการสื่อสารในประเด็นสุขภาวะของแต่ละพื้นนำมาสื่อสารในช่องทาง การสื่อสารของแต่ละจังหวัด โดยมีตารางการนำเสนอสลับสับเปลี่ยนกันในแต่ละจังหวัด ในการนำเสนอเนื้อหา 3.การวิเคราะห์เนื้อหาและวิธีการสื่อสารที่ได้ทำการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาคุณภาพสื่อ และรูปแบบวิธีการที่เหมาะสม
|
500 | 500 |
48. เวทีเสวนาสื่อสารสาธารณะ “หลักสูตรพัฒนาศักยภาพกับการนำไปใช้ประโยชน์ เห็นผลต่อการเปลี่ยนแปลง” อย่างไร |
||
วันที่ 25 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีเสวนา สื่อสารสาธารณะ “หลักสูตรพัฒนาศักยภาพกับการนำไปใช้ประโยชน์ เห็นผลต่อการเปลี่ยนแปลง” อย่างไร ซึ่งมีผู้ร่วมเวทีดังนี้
- นายนันทพงค์ นาคฤทธิ์ เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกระบี่ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-หลักสูตรพัฒนาศักยภาพและการนำไปใช้ประโยชน์ของภาคีเครือข่ายสุขภาพภาคใต้ของ สสส.
สสส. หลักสูตรพัฒนาฯ มีทั้งหมด7 หลักสูตรหลักๆคือ คุณแสงนภา หลีรัตนะ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร – ผู้เข้าร่วมอบรมโครงการหลักสูตร การเข้าร่วมโครงการนั้นมีเงื่อนไขเยอะในการเข้าร่วมโครงการ ส่วนตัวไม่กังวลตัวเองแต่กังวลบุคลากรในหน่วยงานของตนเอง และ หลักสูตรนี้ตอบโจทย์กับสิ่งที่หน่วยงานกำลังปฏิบัติอยู่ ซึ่งหลักสูตรที่จัดอบรมนั้นมีความยากอยู่ในระดับหนึ่งเลย แต่มีเอกสารประกอบจึงทำให้การอบรมชัดเจนขึ้นมาหน่อย พอเรียนไปเรื่อยๆ เราก็มีมิติมุมมองว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะพัฒนาได้อย่างยั่งยืนอย่างสมบูรณ์แบบ คุณเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานงานด้านปัจจัยเสี่ยงของภาคใต้ – ผู้เข้าร่วมอบรมโครงการหลักสูตร จุดอ่อนเลยคือเรียนไม่ค่อยเข้าใจ ซึ่งเป็นวิชาการมากเกินไป ซึ่งเรื่องราวแรกๆคล้ายๆกับพี่สาวชุมพร ภายหลังจึงได้รู้ว่าหลักสูตรที่เรียนนั้นสอดคล้องกับการทำงานของหน่วยงานที่ทำอยู่ ปัตตานี – จับประเด็นขับเคลื่อนประเด็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ รณรงค์ปลอดบุหรี่ภายในพื้นที่ ได้ใช้หลักสูตรในการพัฒนาและปรับปรุงอย่างได้ผลภายในเครือข่าย ฝึกโดยการนำประเด็นจริงมาตอบโจทย์และมีอาจารย์จาก ผศ.ณชพงศ จันจุฬา ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครรินทร์ วิทยาเขตปัตตานี – เป็นหลักสูตรที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย เป็นหลักสูตรที่น่าสนใจในการพัฒนาสุขภาวะในตัวคน และวิธีคิดต่างๆที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น คุณวรวิชญ์ กฐินหอม– เครือข่ายสื่อ เนื่องจากสื่อนั้นเป็นเยาวชนส่วนมากทำงานอยู่ จึงส่งเยาวชนเข้ามาอบรมเพื่อให้เยาวชนซึมซับและเรียนรู้การจัดวางระบบภายในตัว ซึ่งยังมีจุดอ่อนอยู่เหมือนกันทางด้านการสื่อสาร คุณนันทพงค์ นาคฤทธิ์ เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกระบี่ – ทำเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ใช้หลักพัฒนาศักยภาพนี้มาประยุกต์ใช้กับเรื่องหารและการที่พักให้สะอาดและปลอดภัย ซึ่งธุรกิจท่องเที่ยวนี้เกี่ยวข้องกับธุรกิจMICE หลังจากที่ได้อบรมมาซึ่งเป็นโครงการที่ทำมาแล้วแต่เพิ่งมารู้จัก ซึ่งการเข้าอบรมครั้งนี้ก็เกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยงกับธุรกิจนี้เช่นกัน จัดให้เป็นระบบมากขึ้น จนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง อาจารย์จากสสส. – การขับเคลื่อนที่มีจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าหากว่าขาดกลุ่มภาคีเครือข่ายต่างๆในการร่วมมือ เพื่อสนับสนุนสสส.ให้ดำเนินงานต่อไป โดยมีหลักพัฒนาศักยภาพนี้ให้เป็นหลักพัฒนาและปรับปรุงเครือข่ายภายในภาคใต้ และต่อยอดไปเรื่อยๆจนเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
|
30 | 31 |
49. งานวิชาการเพื่อวิจัยกิจกรรมศึกษาและเก็บข้อมูลการสื่อสาร สำหรับการวิเคราะห์รูปแบบการสื่อสาร/แนวทางกำหนดจริยธรรมสื่อ (กองการแพทย์เทศบาลนครภูเก็ตใช้กองทุนหลักประกันสุขภาพ) |
||
วันที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ติดต่อประสานพื้นที่ เทศบาลนครภูเก็ต เจ้าหน้าที่และจิตอาสากองการแพทย์เทศบาลภูเก็ตที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นกองทุนหลักประกันสุขภาพ
2.ลงพื้นที่ ถ่ายทำ สัมภาษณ์ เก็บข้อมูล เก็บภาพ และรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับกองทุนหลักประกันสุขภาพ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.กองทุนจะเน้นในการส่งเสริมป้องกัน ไม่ได้เน้นในการรักษาซึ่งจะสอดคล้องและการทำงานของกองการแพทย์ ในส่วนนี้จะเน้นในเชิงรุกไม่ได้เน้นในเชิงรับ
|
20 | 7 |
50. งานวิชาการเพื่อการวิจัยกิจกรรมศึกษาและเก็บข้อมูลการสื่อสาร สำหรับการวิเคราะห์รูปแบบการสื่อสาร/แนวทางกำหนดจริยธรรมสื่อ (ธรรมนูญสุขภาวะ กองทุนหลักประกันสุขภาพ กับการสร้างเสริมสุขภาพ ทำงานแบบมีส่วนร่วมทุกคนในตำบลเข้าถึงกองทุนฯ ) |
||
วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ติดต่อประสานพื้นที่ คณะทำงาน แกนนำ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องในระดับตำบลที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาวะ กองทุนหลักประกันสุขภาพกับการสร้างเสริมสุขภาพการทำงานแบบมีส่วนร่วม ทุกคนในตำบลเข้าถึงกองทุนฯ
2.ลงพื้นที่ ถ่ายทำ สัมภาษณ์ เก็บข้อมูล เก็บภาพ และรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับธรรมนูญสุขภาวะ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.ประชาชนตำบลช่องไม้แก้วมีภาวะที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงทางวิถีชีวิตและสังคมของตำบลก่อให้เกิดปัญหาทั้งยาเสพติด การลักขโมย การลุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ทำให้ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น แกนนำประชาชนหลายคนและเจ้าหน้าที่ราชการได้ปรึกษาหารือจัดการแก้ไขทุกขภาวะ ทำให้เกิดมีแนวคิดในการสร้างกติการ่วมกันของตำบลโดยนำข้อปฏิบัติของชุมชนท้องถิ่นมีมาแต่เดิมและข้อเสนอใหม่จากเวทีเรียนรู้ระดับหมู่บ้านและตำบลมากำหนดเป็นธรรมนูญสุขภาวะชุมชนตำบลช่องไม้แก้วหรือนโยบายสาธารณะของทุกภาคส่วน
2.ประชาชนในตำบลมีความร่วมมือร่วมใจสามัคคีกัน และภาคีเครือข่ายส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สมาชิกสภาและคณะผู้บริหารได้ผลักดันให้เกิดธรรมนูญสุขภาวะชุมชนตำบลช่องไม้แก้ว และโครงการกิจกรรมต่างๆ ผ่านเวทีประชาคมระดับหมู่บ้าน จึงเป็นโครงการที่ตรงกับความต้องการของชุมชนจริงๆ และจะขยายผลการเรียนรู้และปฏิบัติการสู่เยาวชนและคนรุ่นใหม่ รวมทั้งการติดตามประเมินผลทบทวนการปฏิบัติใช้ธรรมนูญสุขภาวะให้เกิดการยกระดับการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนท้องถิ่น
3.การนำธรรมนูญสุขภาวะตำบลช่องไม้แก้ว เกิดจุดมุ่งหมายร่วมกันที่จะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นวิถีดำเนินชีวิต เพื่อพัฒนาชุมชนสู่ตำบลสุขภาพ จึงได้มีกระบวนการนำธรรมนูญสู่การปฏิบัติเป็นแผนสุขภาพระดับหมู่บ้านระดับตำบล มีปฏิบัติการตามโครงการสร้างเสริมสุขภาพโดยประชาชนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลช่องไม้แก้วกว่า 80 % ซึ่งเป็นการยกระดับขีดความสามารถของประชาชนในการดูแลสุขภาพ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง
|
20 | 17 |
51. งานวิชการเพื่อการวิจัยกิจกรรมศึกษาและเก็บข้อมูลการสื่อสาร สำหรับการวิเคราะห์รูปแบบการสื่อสาร/แนวทางกำหนดจริยธรรมสื่อ (การสร้างเสริมสุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม) |
||
วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ติดต่อประสานพื้นที่ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นกองทุนหลักประกันสุขภาพ
2.ลงพื้นที่ ถ่ายทำ สัมภาษณ์ เก็บข้อมูล เก็บภาพ และรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับกองทุนหลักประกันสุขภาพ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้สนับสนุนงบประมาณให้กับกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน เรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยการเชื่อมโยงเรื่องของการจัดการขยะต้นทาง ที่บ้านบางมะขาม จนเกิดเป็นบางมะชามโมเดล การนำขยะเปียกจากร้านค้าที่ร่วมโครงการเพื่อมาทำเป็นปุ๋ยหมัก เป็นการสร้างรายได้และขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ บนเกาะสมุย
|
20 | 3 |
52. เวทีสาธารณะ“การจัดการน้ำทั้งระบบ เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ” |
||
วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ติดต่อประสานพื้นที่และตัวแทนฝายมีชีวิตที่จะเข้าร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นที่วางไว้
2.ลงพื้นที่เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยน เสนอความคิดเห็นในประเด็น การจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันได้เกิดภัยพิบัติเพิ่มมากขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง เหตุภัยพิบัติสึนามิ ดินโคลนถล่ม ไฟไหม้ป่า น้ำท่วมจากเหตุฝนตกมาก น้ำล้นเขื่อน น้ำป่าไหลหลาก พายุพัดถล่มบ้านเรือน รวมทั้งภัยพิบัติจากเหตุความรุนแรงทางการเมืองและสังคม เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่ามิได้ และ ภัยพิบัติจึงมิใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนไทย ในขณะที่การจัดการภัยพิบัติที่มาจากศูนย์กลาง ไม่สามารถตอบสนองต่อการแก้ปัญหาและความต้องการของชุมชนได้ทั้งหมด รวมทั้งอาจละเลยศักยภาพทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วในชุมชน ดังนั้น การจัดการความเสี่ยงโดยชุมชนเอง จึงเป็นทางเลือกหลักในการเติมช่องว่าง ดังกล่าว หลักการที่สำคัญ คือ การบรรเทาทุกข์และสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูวิถีชีวิตโดยชุมชนผู้ประสบภัยเป็นแกนหลัก ลุกขึ้นมารวมกลุ่มแก้ปัญหาด้วยตนเองตั้งแต่ต้น และ สนับสนุนให้เครือข่ายชุมชน หรือ ผู้ที่มีจิตสาธารณะอื่นๆได้เข้าไปหนุนช่วยอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะนำปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของชุมชนและเครือข่ายได้อย่างยั่งยืนจากการสูญเสีย มนเมื่อเรารู้จักที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเองแล้วนั้น เราไม่จำเป็นจะต้องไปปะทะกับคนที่เห็นต่างจากเราหรือหน่วยงานนราชการต่างๆ แต่ต้องสร้างความเข้าใจ ความสำคัญ วิธีการแก้ไขปัญหาที่จะเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติ และที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ การบริหารการจัดการน้ำดยใช้ฝายมีชีวิต สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้จริงๆทั้งในปัจจุบันและอนาคต
|
20 | 10 |
53. เวทีสาธารณะ การจัดการขยะอยู่ที่มือของเรา |
||
วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นกิจกรรมการเสวนาการบริหารจัดการขยะทะเลโดยชุมชน และกิจกรรมเก็บขยะบนพื้นที่ชายฝั่งทะเล ตลอดปลายแหลมตะลุมพุก ขยะที่จัดเก็บได้ ส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติก ขวดแก้ว โฟม จัดแยกประเภท ชั่งน้ำหนัก พร้อมทั้งถ่ายทอดสดผ่านทางเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นการจัดการขยะอยู่ที่มือของเรา
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่บุคคลทั้งโลกให้สนใจคือ ขยะมูลฝอย ขยะในทะเล และขยะในทุกพื้นที่ มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการกระบวนจัดการในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงไฟฟ้าการสร้างเตาเผาขยะ หรือวิธีการจัดการขยะด้วยต้นทาง การจัดการขยะด้วยมือของเราเอง แต่ขยะเหล่านั้นก็ไม่ได้ลด น้อย ลงไป ทำไม จึงเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะ ?
คุณสมจินต์ รักฉิม อุปนายกสมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช : ซึ่งเป็นประเด็นที่มองข้ามไม่ได้และเป็นเรื่องที่สำคัญ ในเรื่องของการจัดการขยะ ทั้งหมดเหล่านี้เกิดขึ้นจากมนุษย์ เป็นผู้ทำลายธรรมชาติส่งผลมาสู่มนุษย์และสิ่งแวดล้อม จึงต้องช่วยกันแก้ปัญหาห่วงโซ่อาหารที่กำลังหมดไป คุณสมเดช เกื้อกูล : การอนุรักษ์ คือ การอนุรักษ์แบบ ชาญฉลาด ไม่ใช่ ใช้แล้ว หมดไป อาจารย์ ภูสิต ห่อเพชร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ : ขยะส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นกัน ส่วนมากจะเป็นขยะที่มาจากพื้นที่ในชุมชน กิจกรรมที่ทำในวันนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดี โดยมีกลุ่มนักศึกษาชมรมพิทักษ์ทะเลที่กำลังเก็บขยะแล้วนำมาคัดแยก ในชื่อกลุ่ม ทะเลสุข คนสุข ซึ่งจะเห็นว่าขยะที่เก็บมา มาจากแหล่งไหน จากเดิมที่ไม่เคยรู้ ส่วนหนึ่งจะจัดทำข้อมูลในเชิงวิชาการว่าที่มาของขยะ มาจากที่ไหน และมีกระบวนการในการจัดการขยะ โดยรวบรวมและจดบันทึกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม ICC เป็นที่มาของการขับเคลื่อนในวันเก็บขยะหรือทำความสะอาดชายฝั่งสากล คุณประหยัด เสนา หัวหน้าสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช :ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชจะต้องทำคือจัดการและดูแลตั้งแต่ ป่าต้นไม้ ชายฝั่งทะเล ในทะเล คือเรื่องการวางปะการังเทียมในทะเล รวมถึงขยะ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับผิดชอบในส่วนของขยะอันตราย โดยมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลในเรื่องของการคัดแยกขยะ ขยะที่เป็นอันตรายออกจากองขยะ ส่งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อกำจัดขยะและ เป็นที่นำร่องในเรื่องของการจัดการขยะ และคัดแยกขยะ คุณธนิศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ : ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติมีอยู่มากมาย อย่ามองแค่ว่า ดิน น้ำ ป่า การที่จะมารวมตัวกันให้เป็นระบบนิเวศ ต้องมีการหนุนเสริม ในภาควิชาการ ชุมชน ชาวบ้านด้วยการถักทอ การเชื่อมร้อย การเชื่อมโยง เครือข่ายให้คนที่มีจิตใจเหมือนกัน มาทำเรื่องเดียวกันเป็นที่สิ่งที่ดีๆ เป็นสิ่งสำคัญ คุณสินธุ : ประสบการณ์ และบทเรียนที่จะนำมาใช้จัดการกับชาวบ้านคือ 1) ความสำคัญ ความใส่ใจของบ้านเมือง ชุมชนท้องถิ่น 2) ความสำคัญของขยะ และความสำคัญทะเล สำคัญอย่างไร 3)วิธีคิดในเรื่องขยะ เป็นเรื่องที่สำคัญ และสามารถทำให้ชาวบ้านทำวิจัยในเรื่องของการจัดการขยะได้ และจะต้องมองให้เห็นทั้งระบบ แหล่งที่มาของขยะ ชุมชนจัดการขยะได้อย่างไร มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยแก้ไขในเรื่องนี้ได้บ้าง เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการดำเนินการจัดการปัญหาขยะทะเลให้เกิดประสิทธิภาพ เชื่อมโยง และสร้างความต่อเนื่องร่วมกับหลายภาคส่วนในทุกระดับ ทั้งนี้จะได้มีการนำแนวทางเพื่อการรณรงค์ลดปริมาณขยะให้เป็นศูนย์และการลดการใช้ถุงพลาสติก
|
200 | 6 |
54. เวทีสาธารณะ ท่าซอมโมเดลกับจุลินทรีย์สมุนไพร |
||
วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ติดต่อประสานพื้นที่และตัวแทนกลุ่มกองทุนสวัสดิการชุมชน ต.ท่าซอม ที่จะเข้าร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นที่วางไว้
2.ลงพื้นที่เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยน เสนอความคิดเห็นในประเด็น "ท่าซอมโมเดลกับจุลินทรีย์สมุนไพร" ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น"ท่าซอมโมเดลกับจุลินทรีย์สมุนไพร" ทำไมถึงได้มาเป็นท่าซอมโมเดล "รอยต่อระหว่างช่วง อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มาสานงานต่อจากผู้ใหญ่บ้าน ต.ท่าซอม"
คุณทวี ขาวเรือง ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.ท่าซอม จ.นครศรีธรรมราช : ได้สำรวจและเห็นบ่อร้างเยอะจึงคิดจะเอาทุนที่มีอยู่ มาปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านได้มีรายได้ในการดำรงชีวิต หลังจากนั้นได้มีการปรึกษาหารือภายในกลุ่มสมาชิก เปลี่ยนจากการเลี้ยงกุ้ง มาเป็นการเลี้ยงปลานิล ซึ่งการทำนากุ้งจะมีค่าใช้จ่ายเยอะแต่ในการเลี้ยงปลานิลจะเป็นการเลี้ยงปลานิลอินทรีย์ โดยการใช้อาหารที่ไม่ได้ซื้ออาหารมาจากนายทุน แต่จะใช้ความรู้ของสมาชิกในกลุ่มในการเลี้ยงปลานิล เริ่มจาการทำบ่อสาธิต เพื่อทดลอง โดยใช้พื้นที่นาร้างเป็นพื้นที่ในการเลี้ยงปลาและติดตามผล ซึ่งอาหารที่จะใช้มาเลี้ยงปลาอินทรีย์ ประกอบไปด้วย จอกแหน กากมะพร้าวรำข้าว ในการเลี้ยงปลานิลอินทรีย์จะมีระยะเวลาการให้อาหาร ถ้าให้ตอนเช้า ก็จะเป็นตอนเช้าตลอด หลังจากนั้นคณะกรรมการได้ลงพื้นที่ไปติดตามผลในการเลี้ยงปลานิลอินทรีย์ ว่าในการให้อาหารจากสิ่งที่ชาวบ้านทำขึ้นเองได้ผลจริงหรือไม่ "แล้วจุลินทรีย์สมุนไพรมาเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงปลาอย่างไร" คุณทวี ขาวเรือง ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.ท่าซอม จ.นครศรีธรรมราช : ในส่วนของอาหารไม่มีปัญหาอะไรแต่จะมีปัญหาในส่วนของน้ำ ซึ่งปลาอินทรีย์ที่จะนำไปขายต้องไม่มีกลิ่น จึงคิดที่จะทำน้ำหมักเพื่อจะไปบำบัดน้ำในบ่อเพื่อไม่ให้น้ำในบ่อมีกลิ่น ส่วนผสมในการทำน้ำหมักได้แก่ วัตุดิบที่เป็นที่ทำให้เกิดเชื้อจุลินทรีย์ เช่น หน่อกล้วย กล้วย มะละกอ สับปะรด ทั้งหมดเหล่านี้ทำให้เกิดกลุ่มกองทุนสวัสดิการชุมชน ต.ท่าซอมขึ้น และได้จัดทำน้ำหมักโดยการรวมกลุ่มจากชาวบ้านลงขันกันเพื่อเป็นต้นทุนในการทำน้ำหมัก และได้รับงบประมาณจากสภาองค์กรชุมชน ต.ท่าซอม เพื่อนำออกจำหน่ายทำให้ชาวบ้านมีรายได้ขึ้น หลังจากนั้นได้ขยายต้นทุนมากขึ้นเพื่อให้มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นและรองรับกับความต้องการของตลาด หลังจากเกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้นจึงได้ขยายเครือข่ายเปิดให้ตำบลในพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามาเรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับการทำน้ำหมักจุลินทรีย์เพื่อนำไปใช้ในตำบลของตัวเอง คุณปฐมพงษ์ อริยกุลนิมิต สภาเทศบาลตำบลหัวไทร : หลังจากที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับน้ำหมักจุนลินทรีย์กับคุณทวี ขาวเรือง เทศบาลตำบลหัวไทรจึงมีแนวทางที่จะลงมาพัฒนาท้องถิ่น โดยเร่งเห็นว่าในอนาคตสินค้าจาก คุณธนินทร์ ด้วงสุข อบต.หัวไทร : เริ่มต้นจากที่บ้านมีอาชีพทำการเกษตร ใช้สารเคมี ทำให้สุขภาพคนที่บ้านและกลุ่มคนที่ใช้สารเคมีทรุดโทรมลง ตนจึงความคิดที่จะเปลี่ยนชุมชนที่ตัวเองอยู่ให้เป็นเกษตรอินทรีย์ เปลี่ยนให้ชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษ เริ่มแรกที่จะใช้แนวคิดนี้มาใช้กับชุมชนคือการมองถึงอนาคตของชุมชน ซึ่งถ้าทำได้ทั้งหมดนี้จะทำให้ชุมชนน่าอยู่ รวมไปถึงเศรษฐกิจและรายได้ของชุมชนจะดีขึ้น คุณอานนท์ มีศรี นายกสมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช : ทั้งหมดเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องแปลกใหม่ของสังคมไทยและเป็นเรื่องที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง แต่กลายเป็นสิ่งท้าทายที่เราจะต้องต่อสู่กับสิ่งที่ถูกต้องซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้สุขภาพ ทำให้บ้านเมืองไปสู่สิ่งที่เราต้องการได้แต่กลายเป็นเรื่องแปลกคือการที่ได้มาพูดคุย แลกเปลี่ยน ไขข้อสงสัยกัลกลุ่มคนรุ่นใหม่ สุดท้ายแล้วประเทศไทยโดยเฉพาะภาคใต้ของเราจึงหนีไม่พ้นในเรื่องเกษตรซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ การที่จะเปลี่ยนชุมชนให้มาเป็นเกษตรอินทรีย์ได้ในอนาคต มันเป็นเรื่องที่ท้าทายและยากมาก ทางกลุ่มจึงร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรกับชุมชนและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ จึงได้เดินทางไปศึกษาเรียนรู้ ไปดูงานที่อ.จะนะ ดูการทำเกษตรแบบประยุกต์ เพื่อไปตอบโจทย์ในชุมชน แล้วนำกลับมาทดลองและแก้ปัญหากับชุมชนของตัวเองรวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงหรือกลุ่มเกษตรกรที่สนใจในการ"จุลินทรีสมุนไพร" โดยมีเป้าหมายร่วม คือ ร่วมคิด แยกทำ
เป้าหมายเดียวกัน
|
20 | 10 |
55. เวทีสาธารณะ บทเรียนจากภัยพิบัติ ทำอย่างไรให้อยู่รอด |
||
วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ติดต่อประสานพื้นที่และตัวแทนฝายมีชีวิตที่จะเข้าร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นที่วางไว้ 2.ลงพื้นที่เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยน เสนอความคิดเห็นในประเด็นบทเรียนจากภัยพิบัติ ทำอย่างไรให้อยู่รอด 3.ถ่ายทอดสดผ่านทางเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น บทเรียนจากภัยพิบัติ เราจะรับมือเพื่อให้เราอยู่รอด ปลอดภัยได้มากที่สุดได้อย่างไร : จากประสบการณ์ที่ผ่านมาจำต้องนำมาถอดบทเรียนเกี่ยวกับภัยพิบัติ ประชาชนส่วนมากจะตกใจมากเกินไป จึงทำให้เป็นการสร้างภาพในแง่ที่น่ากลัว สร้างภาพจำ นอกจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นแล้วยังมีอย่างอื่นที่ตามมาคือ ในแง่ของงบประมาณ มีภัยพิบัติ งบประมาณก็ตามมา การอยู่รอด ปลอดภัยในการับมือภัยพิบัติจะส่งผลบวกหรือลบ หรือได้ประโยชน์กับใคร ใครเป็นคนทำให้เกิดภัยพิบัติ จากเหตุการณ์ย้อนหลังที่ผ่านมา เริ่มจากประเทศไทยหมูป่าติดถ้ำ 13 คน ใช้เวลาในการช่วยเหลือเกือบ 1เดือน แต่รอดมาได้ สิ่งที่เราเห็นคือความทุกข์ ทรมาน หลังจากนั้นประเทศญี่ปุ่น คลื่นความร้อน 41องศาเซลเซียล ประชาชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ถัดมาประเทศลาว เขื่อนแตก ประเทศพม่า เหมืองหยกถล่ม ทั้งหมดเหล่านี้คือบทเรียนภัยพิบัติ
|
20 | 10 |
56. เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการด้านสุขภาพ ประเด็นปัจจัยเสี่ยง, แรงงานนอกระบบ |
||
วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการด้านสุขภาพ ประเด็นปัจจัยเสี่ยง, แรงงานนอกระบบ รูปแบบการจัดการหมู่บ้านให้ปลอดเหล้าช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เทคนิคการชวนคนติดเหล้าร่วมกิจกรรม และถ่ายทอดสดบันทึกเทปผ่านทางเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการจัดการระบบสุขภาพให้สำเร็จได้ ซึ่งประกอบไปด้วย 1.การมองหาปัญหาในพื้นที่ ว่าพื้นที่ในชุมชนหล่าวนั้นเกิดปัญหาอะไรบ้าง 2.ความเชื่อ ที่จะต้องนำเอาความเชื่อมาผสมผสานกับการที่จะให้ทุกคนลงมือกระทำแล้วสามารถเกิดเป็นรูปแบบเพื่อจะได้ต่อยอดอย่างยั่งยืน 3.การผสมผสานหรือการสร้างความร่วมมือ ความหลากหลาย สาขาวิชาชีพ ร่วมถึงการบูรณาการจากหน่วยงานต่างๆให้ก่อเกิดประสิทธิภาพในการดำเนินกิจกรรม 4.ภาวะผูนำ เป็นส่วนสำคัญที่จะเสริมสร้างให้คนในชุมชนได้ก่อเกิดกิจกรรมได้อย่างเข้มแข็ง ร่วมถึงผุู้นำชุมชนที่จะต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับชุมชนของตัวเอง 5.การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะทำให้เป็นแรงในการลงทุนในแง่ของทรัพยากรต่างๆให้กับชุมชนได้นำมาใช้ให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากที่สุด
|
200 | 4 |
57. การประชุมคณะกรรมการกำกับทิศ เพื่อการรายงานความคืบหน้าของโครงการในระยะที่ 2 |
||
วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ประธานแจ้งเพื่อทราบในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับทิศทางโครงการ ศวสต.เพิ่มเติม
2.รายงานการประชุมคณะกรรมการ ฯครั้งที่ 2(วันที่ 1 มินาคม 2561)
3.สรุปผลการประเมินงานสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่ 10 ปี 2561
4.การนำเสนอผลการศึกษาดูงานประเด็นความมั่นคงทางด้านมนุษย์ มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานโครงการ ศวสต.
5.รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ ศวสต. งวดที่ 2
6.นำเสนอแผนการดำเนินงานงวดที่ 3 ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.ประชุมคณะกรรมการกำกับทิศ เพื่อการรายงานความคืบหน้าของโครงการในระยะที่ 2 และได้แผนการดำเนินงานงวดที่ 3
|
50 | 4 |
58. เวทีเสวนา ฝายมีชีวิต |
||
วันที่ 12 สิงหาคม 2561 เวลา 09:00-15:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีเสวนาเกี่ยวกับฝายมีชีวิต ที่มาของฝายมีชีวิตและฝายมีชีวิตคืออะไรและถ่ายทอดสดผ่านทางเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นที่มาของฝายมีชีวิตและฝายมีชีวิตคืออะไร คุณณัธนัน มีแก้วหรือครูท้วม ไม้หลา ตัวแทนฝายมีชีวิต ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช : เมื่อปี พ.ศ. 2556 ซึ่งในขณะนั้นได้เป็นสมาชิกสภาเทศบาลหินตก ได้มีการสนับสนุนให้มีการขุดลอกคลอง พุดหงส์ ในปี พ.ศ.2556 และในปีต่อมา พ.ศ. 2557 ชาวบ้าน 2 ฝั่งคลองพุดหงส์ ได้เกิดภาวะน้ำในคลองแห้งและแล้งเร็ว ผิดปกติ น้ำในบ่อน้ำตื้นไม่พอใช้ น้ำในบ่อบาดาลต้องเพิ่มความลึกของบ่อ ซึ่งต่อมาต้นปี พ.ศ. 2557 ได้ฟังวิทยุจาก ดร.ดำรง โยธารักษ์ ว่ามีพื้นที่อยู่พื้นที่หนึ่ง น้ำไม่แห้ง มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ซึ่งพื้นที่นั้นคือ คลองไชยมนตรี จึงได้ติดต่อประสานงานกับ ดร.ดำรง โยธารักษ์ลงไปศึกษาแล้วกลับมาสร้างฝายมีชีวิต ที่ คลองพุดหงส์ ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ทำไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้มีนายทหารท่านหนึ่ง มาติดต่อ พูดคุยกันว่า ผู้บังคับบัญชาของท่านอยากจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับฝายมีชีวิต และตกลงอนุมัติให้ทหารมาช่วยสร้างฝายมีชีวิต คลองพุดหงส์ ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช นายทหารท่านนั้นคือ พ.อ.ภัทรชัย แทนขำ หรือผู้พันฝายมีชีวิต ได้ให้การสนับสนุนภายใต้ความเห็นชอบของแม่ทัพกองทัพภาคที่ 4 และผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ จนกระทั่ง ฝายมีชีวิตที่เริ่มจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศ กว่า 1,000 ฝาย เกือบ 50จังหวัด เพราะฝายเป็นสถานที่เก็บน้ำได้ และทุกพื้นที่ของฝายมีชีวิตได้รับรองจากแม่ทัพกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งผู้พันจะเป็นผู้ประสานงาน ว่าทุกพื้นที่ของฝายมีชีวิตเป็นเขตปลอดภัยแล้งอย่างถาวร คุณโชคดี สุทธิพันธ์ ผู้ใหญ่บ้าน ต.จันพอ ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช : ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงการพัฒนาที่ยั่งยืน ในฐานะผู้นำ จะต้องเรียนรู้และศึกษาบทบาทหน้าที่ นโยบายรัฐบาล ซึ่งนโยบายรัฐบาลชุดนี้ มีวิสัยทัศน์ที่จะต้องไปสู่จุดหมายร่วมกัน คือ มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเป็นกลไกหลักที่จะนำไปสู่ ยุค 4.0 ยุคนี้รัฐบาลสร้างกรอบไว้และกำหนดกรอบไว้ 6 ด้าน คือ
- การสร้างความมั่งคง ในเรื่องของความมั่งคงทางด้านอาหาร ความเป็นอยู่
- เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง คุณสัญญา ชัยวรรณ ตัวแทนฝายมีชีวิต ต.กำแพงเซา: เริ่มจากการก้าวกระโดดในพื้นที่ ที่ไม่มีน้ำ ความสำคัญแรกที่ถูกลืม คือ ที่ว่า ทหารเป็นรั้วของชาติ ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ขณะที่ทหารของชาติได้ทำหน้าที่แต่ชาวนากระดูกสันหลังของชาติไม่มีการพัฒนาอย่างจริงจังในกระบวนการ ไม่ได้ทำหน้าที่ คือชาวนาหยุดการทำนาหลังจากฝนแล้ง เพราะการปลูกยางพาราและปาล์มในพื้นที่นา พื้นที่อาหารที่เคยอยู่กินถูกทดแทนด้วย พืชเศรษฐกิจ จนพื้นที่ในนา พื้นที่ที่ต่ำที่สุด ที่ถูกเก็บน้ำในพื้นที่ชุมชนถูกไล่ลงห้วย ลงคลอง ลงทะเล หมดภายใน 15 นาที เพราะฉะนั้นแล้วชาวบ้านที่เลี้ยงวัว ทำไร่ ไม่มีน้ำที่จะนำมาใช้กับอาชีพเกษตร พื้นที่สวน พื้นที่ภูเขา ถูกดึงน้ำลงมาให้แห้งเร็วขึ้น ภาพการก้าวกระโดดในยุด 4.0 แผนพัฒนาชาติ แต่ชาวบ้านกับมองว่าการพัฒนาที่ก้าวไปไกลเกินขีดความสามารถ ทำให้ชาวบ้านหันมาจัดการตนเองในทรัพยากรข้างบ้าน กระบวนการของฝายมีชีวิตไม่ได้ทำให้น้ำอยู่ในห้วยอย่างเดียวแต่เป็นการกระบวนการศึกษา ความรู้ในครอบครัว บรรพบุรุษ ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด แล้วนำไปสู่การพัฒนาภายใต้ข้อมูล กระบวนการ ยั่งยืน มั่งคง ได้ตามนโยบายของชาติ พ.อ.ภัทรชัย แทนขำ หน.ฝ่าย ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ กอ.รมน.ภาค 4 ผู้พันฝายมีชีวิต : ฝายมีชีวิตเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของการจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำไม่แล้ง น้ำไม่ท่วมตลอดจนให้ชุมชนรู้จักการจัดการตนเอง ชุมชนเข้มแข็ง ทางศูนย์เพียงแค่เป็นผู้ประสานหลักในการต่อยอดเพื่อให้ชุมชนได้ก้าวต่อโดยไม่ต้องรองบประมาณของภาครัฐ เพราะพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ ที่มีฝายมีชีวิตแสดงว่าชุนชนนั้นสามารถลุกขึ้นมาจัดการตนเองได้แล้ว เพียงแค่มีช่องทางสามารถให้เค้าได้เดินต่อ แต่ในการที่ทหารเข้าไปช่วยไม่ได้ช่วยทั้ง 100 % แต่จะมีข้อตกลงระหว่างกัน คือการให้ชุมชนทำโครงสร้างผ่านหลักการฝายมีชีวิต โดยการทำเวทีประชาเข้าใจ แรงบันดาลใจในการทำเกี่ยวกับฝายมีชีวิตคือ การใช้ใจเดินกับประชาชน คุณณัธนัน มีแก้วหรือครูท้วม ไม้หลา ตัวแทนฝายมีชีวิต ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช : ฝากบทกลอนไว้ 1 บทกลอน ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ ตามพ่อว่า องค์แม่ฟ้า ช่วยปลูกป่า เข้ามาเสริม ฝายมีชีวิต ช่วยต่อติด เข้ามาเติม ช่วยสร้างเสริม ดิน น้ำ ป่า ตามพระองค์ คลองจะสวย น้ำจะใส ไหลทั้งชาติ สัตว์หลายหลาก พืชก็งาม ตามประสงค์ สามัคคี แก้วิกฤต ในสังคม ความมั่นคง เศรษฐกิจ ทั่วทิศไทย คุณโชคดี สุทธิพันธ์ ผู้ใหญ่บ้าน ต.จันพอ ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช : แค่ชาวบ้านในชุมชนลุกขึ้นมาร่วมมือ ร่วมแรงกัน ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม รวมทั้งเรื่องฝายมีชีวิต ก็จะสามารถจัดการหรือดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากภาครัฐหรือหน่วยงานอื่นๆ คุณสัญญา ชัยวรรณ ตัวแทนฝายมีชีวิต ต.กำแพงเซา: เปรียบเทียบในมุมมอง 2 แบบ แบบแรก คือ ถ้าเปลี่ยนเป็นถนนสายหลัก การบริหารการจัดการน้ำคือหน่วยงานภาครัฐ ถนนสายย่อย เป็นถนน ซอย หรือตรอกที่เข้าหมู่บ้าน ยังมีความขาดแคลนในการใช้น้ำ ถ้าชาวบ้านลุกขึ้นมาจัดการในแบบที่ ผู้พันฝายมีชีวิตว่า ก็จะทำให้ชาวบ้านมีน้ำใช้กันตลอด สุดท้ายแล้วเราอย่าลืมสังคมทั้ง 3สังคมนี้คือ สังคมพืช สังคมสัตว์ และสังคมมนุษย์ พ.อ.ภัทรชัย แทนขำ หน.ฝ่าย ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ กอ.รมน.ภาค 4 ผู้พันฝายมีชีวิต : อย่าให้พี่น้องทุกคน อยู่ดี กินดี มีความสุข เพียงทุกคนเดินตามพระองค์ท่าน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็ทำให้พวกเรามีความสุข รักกัน สามัคคี กันตลอดไป ดินและน้ำ ลมและฟ้า ป่าและเขา รวมกันเข้า คือ ทรัพย์สินแผ่นดินแม่ ฝากลูกไทย ร่วมใจภักดิ์รักดูแล ิ เพื่อมอบแก่หลานเหลนไทยไปชั่วกาล
|
100 | 10 |
59. เวทีสื่อสารสุขภาวะทางสังคม ประเด็นอาหารปลอดภัยและวิถีฅนสายน้ำปากพนังสร้างสุข สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน |
||
วันที่ 17 สิงหาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.เวทีเสวนา เหลียวหลัง แลหน้า วิถีฅนสายน้ำปากพนังสร้างสุข สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผู้ร่วมเสวนา 1.ร.ต.สุภาพร ปราบราย ประธานขบวนสภาองค์กรชุมชนภาคใต้ 2.นายเดโช พลายชุม ตัวแทนภาคประชาสังคมสายน้ำปากพนัง 3.นายอุดม ไชยภักดี ผู้แทนชมรมผู้บริหารท้องถิ่นอำเภอชะอวด 4.นายชินวัฒน์ สุวรรณเลิศ นายกสมาคมเครือข่ายรักษ์สายน้ำปากพนัง 5.นายประทีป หนูนุ้ย เกษตรอำเภอชะอวด 6.นายวิชัย ณสุวรรโณ ผอ.พอช. (องค์การมหาชน) ภาคใต้ 7. ผู้แทนกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 8.นางจินตนา สังข์แก้ว ผอ.กศน.อำเภอชะอวด 9.นายวิรชัช เจ๊เหล็ม นายกสมาคมประมงพื้นบ้านหัวไทร 10.นายพยุงศักดิ์ วรรโณทัย ผู้แทนเครือข่ายรักษ์ป่าต้นน้ำสายน้ำปากพนัง นายอานนท์ มีศรี นายกสมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ ผู้ดำเนินการเสวนา 2. กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เช่น การออกร้านแสดงสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารสาธิต สวัสดิการและการเงินกองทุนชุมชน สื่อชุมชนท้องถิ่น ฯลฯ 3. นิทรรศการผลการดำเนินงานของแต่ละเครือข่าย และหน่วยงานภาคี 4. กิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิลและการประกวดสิ่งประดิษฐ์จากขยะรีไซเคิล 5. การแสดงดนตรีพื้นบ้านและดนตรีสากล ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.เครือข่ายเห็นบทเรียน และพัฒนาการ ความสำคัญ ปัญหา ผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและวิถีคนลุ่มน้ำปากพนังในภาพรวมร่วมกัน
2.ได้แนวทางการประสานงาน รูปแบบและแนวทางการดำเนินกิจกรรม ตลอดจนเห็นภาคีความร่วมมือในการจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
3.เครือข่ายและภาคีความร่วมมือได้นำเสนอและบอกเล่าเรื่องราวดีๆที่ผ่านมาให้คนอื่นๆ ได้รับรู้
4.เกิดการสร้างการมีส่วนร่วมโดยใช้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของวิถีฅนสายน้ำ ตั้งแต่ กลางน้ำ ต้นน้ำ ปลายน้ำ ที่ใช้ประโยชน์ทรัพยากรร่วมกัน
5.สภาพปัญหา และความรู้เรื่องโภชนาการอาหารและวิกฤตของคนไทยที่บริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัยส่งผลกระทบต่อการเกิดโรค
6.ความตระหนักต่อ สถานการณ์ อาหารที่ไม่ปลอดภัยในลักษณะต่างที่มีผลกระทบต่อคนทุกช่วงวัย
|
200 | 200 |
60. ประชุม กองบก. สื่อสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่ 3 |
||
วันที่ 4 กันยายน 2561 เวลา 16:00-18:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.กล่าววัตถุประสงค์และสรุปการดำเนินงานที่ผ่านมา - การขับเคลื่อนงานกับ กขป. - การเชื่อมโยใต้แผนงานสื่อสารสาธารณะกับ สช. สปสช. สสส. เครือข่ายสุขภาวะ 2.การดำเนินโครงการศูนย์วิชาการการสร้างเสริมสุขภาพภาคใต้ ศวสต.ภายใต้แผนงาน พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธาณะภาคใต้ 3.การประเมินโครงการโดย ดร.ดุริยางค์ วาสนา 4.การดำเนินกิจกรรม งวดที 3-5 ภายใต้แผนงาน พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธาณะภาคใต้ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นการดำเนินโครงการสื่อมีทั้งหมด 4 ระยะ ขณะนี้ผ่านการดำเนินงานมาแล้ว 2 ระยะหรือ 2 งวด เหลืออีก 2 งวด คือ งวดที่ 3 และ 4 จะดำเนินการต่อ จังหวัดชุมพร จังหวัดชุมพรมีการแบ่งสื่อออกเป็น 3 ประเภท 1. สถานีวิทยุ ตั้งอยู่ที่อำเภอละแม 2. สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอปะทิว และ 3. สื่อออนไลน์ มีการไลฟ์สดและทำวีดีโอเผยแพร่ทางออนไลน์ มีผู้ประสานงานร่วมกับเครือข่ายปะทิวในการทำสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งสื่อสิ่งพิมพ์ไม่สามารถดำเนินการได้ดีนัก เนื่องจาก เป็นพื้นที่ห่างไกล มีพื้นที่กว้าง มีประเด็นปัญหาที่แตกต่างกันจนไม่สามารถดำเนินการคู่ขนานไปกับสื่อทั้ง 3 ชนิดได้ ผู้รับผิดชอบงานมีการลงพื้นที่เสริมสร้างและฝึกทักษะการใช้โปรแกรมซึ่งมีอยู่ในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ให้กับประชาชน ชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มชุมชนที่ทำตลาดใต้เคี่ยมหรือการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้เขาสามารถประชาสัมพันธ์งานหรือการท่องเที่ยวชุมชนของตนเองได้ ตัวอย่าง ตลาดใต้เคี่ยมมีการคัดเลือกประเด็นขึ้นมาและใช้สื่อในการเผยแพร่มีการให้ความรู้และมีการพัฒนาศักยภาพ โดยมีทีมสื่อเป็นพี่เลี้ยงคอยสนับสนุนและให้การช่วยเหลือ ส่วนประเด็นอื่นที่ทางชุมพรได้ดำเนินการ มีอาหารปลอดภัย สิทธิที่ประชาชนควรจะได้รับ พ.ร.บ.การยา เกษตรปลอดภัย ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook สื่อสารออกไปให้กับประชาชน มีการถ่ายทอดสดทำเทปเกี่ยวกับการอยู่รอดของชาวสวนยาง การเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน มีการถ่ายทอดสดในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ ปัจจัยเสี่ยง และอาหารปลอดภัย มีการจัดเวทีเพื่อนำทีมสื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการหนุนเสริมการดำเนินงาน โดยเฉพาะการไลฟ์สดขณะดำเนินงาน เช่น กรณีอุบัติเหตุ เครือข่ายภัยพิบัติ และเครือข่ายนักวิชาการต่างๆ ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นบริเวณลุ่มน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำหลังสวน ซึ่งเกิดจากการที่มีปริมาณน้ำมาก การก่อสร้างที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม การประกอบธุรกิจ ซึ่งการดำเนินงานเพื่อแก้ไขภัยพิบัติจะต้องมีการให้เครือข่ายทั้ง 3 ลุ่มน้ำของชุมพร มาร่วมมือกันโดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารหรือเชื่อมประสาน กิจกรรมที่สนับสนุนการสร้างเครือข่ายจากการไลฟ์สด เช่น ไลฟ์สดทาง Facebook ทำให้รู้ว่า เรื่องภัยพิบัติจะต้องติดต่อใคร พูดคุยกับใคร หาความรู้ได้จากใคร เรื่องเกษตรปลอดภัย ชุมพรจะเน้นหนักและมีผู้คนสนใจมากอาจเป็นเพราะมีตลาดใต้เคี่ยมอยู่ ส่วนเรื่องอุบัติเหตุมีการไลฟ์สดเพื่อเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ในการดำเนินงานด้วย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส)
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับงบประมาณเพียงแค่ 1 ปี คือ ปี 2560 ส่วนปี 2561 มีการดำเนินงานโดยใช้งบจาก ศอบต.
มีการดำเนินงานสื่อโดยใช้ชื่อว่า “เสียงสุขภาวะชายแดนใต้” โดยมี “ดีเจประกายดาว” เป็นผู้ดำเนินการหลัก ประกอบด้วย อัตตัร Radio วิทยุ มอ.ปัตตานี บางปูลิสซิ่ง ฮิจเราะห์ยะลา
ประเด็นที่มีการดำเนินงาน ประกอบด้วย ประเด็นเยาวชนติดยาเสพติด โดยการเอาเด็กที่ติดยาเสพติดแล้วบำบัดได้สำเร็จมาคุยในรายการประชาชนได้ฟังว่าเขาทำอย่างไรจึงสำเร็จ
ปัญหาที่พบจากการดำเนินงานที่สำเร็จ ส่งผลให้มีปัญหากับคนขายยาในหมู่บ้าน เพราะเมื่อเด็กเลิกได้ก็จะมีการซื้อยาน้อยลง ทำให้เกิดเป็นความเสี่ยง
หลังจากหมดงบประมาณ มีการดำเนินงานต่อโดยชุมชนได้รวบรวมเงินเพื่อสร้างบ้านไออุ่น สำหรับเป็นที่ให้ความรู้และบำบัดยาเสพติดกันเอง ต่อจากนั้นทางรายการก็ได้นำเด็กที่บำบัดยาเสพติดสำเร็จจากบ้านไออุ่นมาออกรายการร่วมด้วย ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการเลิกยาเสพติดได้ต่อเนื่อง
ประเด็นที่ 2 คือ ประเด็นพหุวัฒนธรรม มีการพูดถึงหมอตำแย มีการไลฟ์สดเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันในรูปของเวทีเสวนาเรื่องต่างๆ เช่น การรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม
มีการทำสารคดีสั้น “มัสยิดต้นแบบ” ซึ่งมีห้องน้ำสะอาด มีการจัดการขยะที่ถูกต้อง มีที่ออกกำลังกายสำหรับประชาชน เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนมาดูงานเยอะมาก เพราะได้ออกสื่อทาง Facebook และ YouTube จังหวัดตรัง
จังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชน
มีการสื่อสารผ่านทางวิทยุ YouTube เพจ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซึ่งสามารถสื่อสารออกข้างนอก และมีการติดตามจากประชาชนมากมาย
มีการสนับสนุนให้ทำสกู๊ปพิเศษจากทีมสื่อ จังหวัดพัทลุง
การดำเนินงานสื่อจะต้องนำข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องชัดเจนไปสู่พี่น้องประชาชน
สำหรับจังหวัดพัทลุงมีประเด็นเกี่ยวกับ ความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะปัญหาสารเคมี มีการรณรงค์ให้ทำนาข้าวอินทรีย์ จังหวัดสงขลา
จังหวัดสงขลามีรูปแบบการดำเนินงานต่างจากจังหวัดอื่น โดยไม่มีสถานีวิทยุ ไม่มีการทำสื่อโดยผู้รับผิดชอบ แต่จะเน้นในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพและผลักดันให้เครือข่ายสามารถดำเนินงานร่วมกันได้ โดยใช้วิธีการขายประเด็นหรือขายไอเดียไปยังสื่อที่มีอยู่แล้ว ให้เข้ามาร่วมกันดำเนินงาน
ประเด็นที่ใช้ในการดำเนินงาน ประกอบด้วย การจัดการปัจจัยเสี่ยง การท่องเที่ยวชุมชน อาสาสมัคร อาหารปลอดภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช
จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางในการจัดทำสื่อ เพื่อสนับสนุนให้กับทุกโครงการย่อย มีการติดตามการนำเสนอชิ้นงานของโครงการย่อย และมีการนำชิ้นงานของโครงการย่อยที่เด่นๆ มาออกรายการ “กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้” โดยการไลฟ์สดทาง facebook
ประเด็นที่มีการขับเคลื่อน ประกอบด้วย การจัดการน้ำทั้งระบบ การจัดการอาหารปลอดภัย ซึ่งมีการติดตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ
มีการพัฒนาศักยภาพการใช้สื่อให้กับเครือข่ายผ่านทางสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค
นครศรีธรรมราชจะสนับสนุนการผลิตสื่อ สนับสนุนงบประมาณ ให้กับโครงการย่อย มีการลงทำกิจกรรม on Ground กับประเด็นย่อยๆ ต่างๆ ในพื้นที่ รวมไปถึงประเด็นโครงการย่อยของจังหวัดต่างๆ ด้วย
|
30 | 31 |
61. ประชุม กอง บก.สื่อสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่4/2561 |
||
วันที่ 4 กันยายน 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ- ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-
|
26 | 26 |
62. การผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้(สื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส สารคดีเชิงข่าว : ความมั่นคงทางอาหาร กับการสร้างฝายมีชีวิต) |
||
วันที่ 17 ตุลาคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่ร่วมเวทีประชาเข้าใจเนื้อหา กระบวนการ ผลิตชิ้นงานประกอบ รูปแบบสารคดีเชิงข่าว ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นความมั่นคงทางอาหารกับการสร้างฝายมีชีวิต
|
60 | 4 |
63. เวทีเสวนา “การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ภายใต้การจัดการตนเอง ผ่านเครือข่ายฝายมีชีวิต” |
||
วันที่ 18 ตุลาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเปิดเวทีสาธารณะ โดยมีผู้เข้าร่วมจากพื้นที่ 20 พื้นที่ และมีผู้แทนเข้าร่วม จากภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ โดยให้มีการตั้งคำถามในการเสวนาและให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและใช้การสื่อสารสาธารณะเพื่อให้คนที่ติดตามได้เห็นผ่านช่องทางการสื่อสาร และ มีการลงพื้นที่ให้เห็นความสำเร็จในการสร้างฝายและการใช้ประโยชน์การการสร้างฝายมีชีวิตในพื้นที่ตำบลวังอ่าง ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.ความร่วมมือจากภาคี
|
100 | 85 |
64. เวทีธรรมนูญฝาย(คลอง) พัฒนาเป็นกติกาชุมชนในการรักษาสายน้ำโดยการจัดทำธรรมนูญคลอง |
||
วันที่ 20 ตุลาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีธรรมนูญฝาย(คลอง) การทำเวทีประชาเข้าใจที่ชุมชนท้องถิ่นมีการประกาศเจตนารมณ์ และกติกาของชุมชน ในการรักษาสายน้ำโดยการจัดทำธรรมนูญคลอง โดยมีความมุ่งหมายที่ชัดเจนว่า ให้ชุมชนได้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และมีระบบสุขภาวะที่ดี ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต
เป็นการจัดทำเวทีประชาเข้าใจ โดยใช้พื้นที่ฝายมีชีวิต บ้านห้วยน้ำคลุ้ง ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เพื่อที่จะให้เกิดธรรมนูญสุขภาพ หรือ ธรรมนูญฝาย เป็นเครื่องมือหนึ่งของสมัชชาสุขภาพ ที่ดำเนินจากขาเคลื่อนในรูปแบบปฏิบัติการและให้ยกระดับเป็นธรรมนูญ เป็นการกำหนดกฏิการ่วมกันของคนในชุมชน เรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม
ผลลัพธ์
1.ความร่วมมือจากภาคี
|
40 | 8 |
65. การผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้(สื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส สารคดีเชิงข่าว : ข้าวไร่ งานเสริมชาวสวนยาง จ.นครศรีธรรมราช) |
||
วันที่ 29 ตุลาคม 2561 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่เพื่อผลิตชิ้นงานในรูปแบบสารคดีเชิงข่าว และสื่อสารทางช่องทีวี สาธารณะ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ข้าวไร่ งานเสริมชาวสวนยาง จ.นครศรีธรรมราช เป็นการลดรายจ่ายของครอบครัว และทำให้ สมาชิกได้รับประทานอาหารปลอดภัย ในช่วงที่รายได้จากการกรีดยางราคาตกต่ำ การปลูกข้าวไร่ในพื้นที่ที่มีการโค่นสวนยางจึงกลายเป็นงานเสริมเติมอิ่มของชาวบ้น จ.จันดี จ.นครศรีธรรมราช
|
500 | 4 |
66. ลงพื้นที่ในการผลิตสื่อ เพื่อเป็นข้อมูลกำหนดรูปแบบและจริยธรรมสื่อ (พื้นที่ 3 จังหวัด กับกลุ่มจิตอาสา “ญาลันนันบารู” ) |
||
วันที่ 31 ตุลาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่ในการผลิตสารคดี พื้นที่ 3 จังหวัด กับกลุ่มจิตอาสา “ญาลันนันบารู” ทำการสื่อสารการรวมตัวกลุ่มจิตอาสาเพื่อร่วมกันแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ที่เป็นเยาวชนโดยเฉพาะปัญหายาเสพติด การรวมตัวของคนในชุมชนที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มจิตอาสา“ญาลันนันบารู”โดยที่มีการสนับสนุนให้ความรู้ จากทุกภาคส่วนเช่น ฝ่ายความมั่นคง สาธารณสุข สถาบันการศึกษา ทีมจิตอาสาเหล่านี้ลุกขึ้นมาปกป้องเด็กและเยาวชนด้วยการเปิดพื้นที่ให้คนในครอบครัวครัวมีเวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้นมีกิจกรรมร่วมกันโดยเน้นการดูแลสุขภาพของคนในครอบครับ นอกจากนั้นยังได้รับการอบรมเพื่อการจัดเก็บข้อมูลทางด้านสุขภาพ และการเขียนโครงการเพื่อการเชื่อมร้อยกับแหล่งงบประมาณในพื้นที่ เช่น กองทุนตำบล 2.เกิดกลไกการแก้ปัญหาในครัวเรือน 3.เกิดจิตอาสาที่ไม่หวังผลตอบแทน 4.ความร่วมมือระหว่างภาครัฐแลชุมชนโดยการสื่อสารจากชุมชน 5.ความรู้และทักษะการจัดการเชิงระบบ เชื่อมโยงหน่วยงานองค์ในการช่วยเหลือได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น
|
3 | 3 |
67. เวทีสาธารณะ ร่วมสร้าง : วัดสร้างสุข (วัดสร้างคน คนสร้างวัด) |
||
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08:30-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีสาธารณะเพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต : เกิดเวทีสาธารณะที่เป็นวงคุยแลกเปลี่ยนและต้นทุนของแต่ละฝ่าย
|
8 | 8 |
68. เวทีเสวนา การสร้างความเข้าใจ ใช้อย่างถูกต้องกับการเท่าทัน E SPORT |
||
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08:30-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
2.บรรยายพิเศษ การสร้างความเข้าใจ ใช้อย่างถูกต้องกับการเท่าทัน ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.ผู้เข้าร่วมทุกคนจะสามารถนำความรู้กระจายต่อไปยังผู้อื่นๆได้ 2.โครงการจะสามารถนำความเห็นสรุปวิเคราะห์ให้เกิดเป็นข้อเสนอต่อสมัชชาชาติได้ 3.จะได้ผลลัพธ์จากวงเสวนาเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขหรือลดปัญหาในพื้นที่ได้
|
100 | 84 |
69. การผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้(สื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส รายงานสถานการณ์ น้ำท่วม) |
||
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 07:00-18:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่ในการเก็บข้อมูลเพื่อผลิตชิ้นงานในรูปแบบสารคดีเชิงข่าว และสื่อสารทางช่องทีวี สาธารณะ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต
|
500 | 4 |
70. เวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย |
||
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08:30-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ชี้แจงวัตถุประสงค์ ของกิจกรรม 2.นำเสนอบทสรุปและบทเรียนแห่งปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยระดับตำบล 3.เวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย แนวทางแก้ไขและการจัดการ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต
การสื่อสาร ปัญหาชุมชนผ่านช่องทาง onground และ online
|
300 | 8 |
71. เบิกจ่ายเงินสนับสนุนการปฎิบัติงานวิชาการพัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะภาคใต้ งวดที่3 |
||
วันที่ 6 ธันวาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำ- ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-
|
1 | 1 |
72. เวทีเสวนา การท่องเที่ยวโดยชุมชนกับความยั่งยืนที่ทำงานเชื่อมโยงที่เกิดรูปธรรม |
||
วันที่ 18 ธันวาคม 2561 เวลา 08:30-15:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีเสวนา การท่องเที่ยวโดยชุมชนกับความยั่งยืนที่ทำงานเชื่อมโยงที่เกิดรูปธรรม ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต การสื่อสารวงเสวนา เพื่อรณรงค์การท่องเที่ยวโดยชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อดูแลผืนป่า ผลลัพธ์ 1. เกิดการรับรู้ของสาธารณะต่อการเปิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีการจัดการ่วมกันของหลายภาคส่วน 2. กระบวนการสื่อสารทำให้เกิดการรับรู้และเข้าใจเจตนาของทุกฝ่ายทั้งฝ่ายผู้ที่ดำเนินการและฝ่ายผู้ใช้บริการรวมถึงชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่
|
100 | 108 |
73. หักภาษีดอกเบี้ยรับเงินฝากธนาคาร |
||
วันที่ 21 ธันวาคม 2561 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำไม่มี ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่มี
|
50 | 0 |
74. การผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้(สื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส สารคดีเชิงข่าว : รู้เท่าทัน E PORT) |
||
วันที่ 25 ธันวาคม 2561 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเพื่อผลิตงานในการสื่อสารสาธาณะผ่านช่องทาง ไทยพีบีเอส ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต ผลลัพธ์
|
500 | 3 |
75. การผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้(สื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส รายงานสถานการณ์พายุ ปาบึก) |
||
วันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่และรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติผ่านช่องทางการสื่อสารทางเพจสมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช และรายงานผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต ผลลัพธ์ :
|
500 | 4 |
76. การผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้(สื่อสาธารณะ สถานีโทรทัศน์ ไบรทีวี รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ) |
||
วันที่ 5 มกราคม 2562 เวลา 08:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่และรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติผ่านช่องทางการสื่อสารทางเพจ สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และสถานีโทรทัศน์ ไบรทีวี ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต ผลลัพธ์ :
|
500 | 4 |
77. เวทีเสวนา “มาปกป้องคลองท่าดี @ไชยมนตรี สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต คนเมืองนครศรีฯ” |
||
วันที่ 13 มกราคม 2562 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นเวทีเสวนาเกี่ยวกับฝายมีชีวิต ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เมืองนครศรีฯ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลผลิต
การสื่อสารแบบวงคุยผ่านช่องทาง online
|
50 | 7 |
78. ค่าตรวจบัญชี |
||
วันที่ 16 มกราคม 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำตรวจบัญชีโครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อสารสาธารณะ สู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมสุขภาวะ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นรายงานผลการตรวจบัญชีประจำงวดจากผู้ตรวจสอบบัญชี นำส่ง สจรส.เพื่อประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณงวดถัดไป
|
50 | 0 |
79. เวทีระดมความคิดเพื่อกำหนดกรอบหลักสูตรการใช้สมาร์ทโฟนในการตัดต่อคลิปวีดีโอ |
||
วันที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 09:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเพื่อระดมความคิดและกำหนดกรอบหลักสูตรการใช้สมาร์ทโฟนในการตัดต่อคลิปวีดีโอ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอ.กรกฎ จำเนียร การใช้สมาร์ทโฟน(โมโจ) รวมถึงกระบวนการผลิตต่างๆ การอบรมเราใช้ทฤษฎีไม่ได้ต้องใช้การปฏิบัติเป็น... ต้นทุน ทักษะ ความสนใจ อาศัยการกระตุ้นของผู้สอนหรือผู้อบรม อ.กรกฎ จำเนียร เป็นแบบเวิร์คช๊อป มีการทดลองทำกับชุมชนสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง ครึ่งวันเช้า ให้ความรู้เรื่องสื่อ การรู้เท่าทันสื่อ ช่วงบ่ายเรียนรู้การผลิตด้วยสมาร์ทโฟน เรียนรู้กระบวนการผลิตรายการโทรทัศน์ด้วยมือถือ สอนตัดต่อด้วยโปรแกรม กลางคืนให้การบ้าน ช่วงเช้าอีกวันเราจะได้ชิ้นงานของเด็ก คุณสมันญา รายการที่ผลิตจะเน้นเป็นคลิปสั้นๆ เพราะคนเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีสมาธิในการดูรายการที่ยาวๆ รายการจะต้องเป็นแบบเร้าใจ เนื้อเรื่องสั้นกระชับ เป้าหมาย 1. รู้เท่าทันสื่อ 2. ผลิตสื่อที่ปลอดภัย 3. สามารถนำไปใช้ได้จริงในสถานศึกษาและชีวิตประจำวัน รูปแบบของคลิป 1. คลิปมีความยาว 3-5 นาที หลักสูตร 1. “พัฒนาการสร้างสรรค์สื่อโดยใช้สมาร์ทโฟน” 1. คุณธรรม จริยธรรม
1.1 คุณธรรม จริยธรรมที่ต้องพัฒนา (ให้ตรงกับ มคอ.2)
|
10 | 10 |
80. ลงพื้นที่ในการผลิตสื่อ เพื่อเป็นข้อมูลกำหนดรูปแบบและจริยธรรมสื่อ (โครงการทำเล่นๆให้เป็นงาน) |
||
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำลงพื้นที่ในการผลิตสารคดี เกี่ยวกับโครงการทำเล่นๆให้เป็นงาน โดยวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จ.ตรัง ได้จัดระบบการศึกษาที่ส่งเสริมและเอื้อต่อการเรียนของนักศึกษา เน้นจบออกมา ต้องสามารถรับใช้สังคมได้ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จ.ตรัง ได้จัดระบบการศึกษาที่ส่งเสริมและเอื้อต่อการเรียนของนักศึกษา เน้นจบออกมา ต้องสามารถรับใช้สังคมได้ ปัญหาทางสังคมด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบให้สุขภาพของคนประสบกับโรคภัยไข้เจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จ.ตรัง ได้เห็นการดำเนินกิจกรรมเสริมนอกเวลาเรียน เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ โครงการทำเล่นๆให้เป็นงาน โดยให้นักศึกษา เลี้ยงไก่พันธ์ไข่ ไก่พื้นเมือง เป็ดไล่ทุ่ง ปลาดุก ปลูกผักปลอกสารพิษ ซึ่งเป็นกิจกรรมของสโมสรนักศึกษา กิจกรรมนี้เป็นการสร้างวินัย ความรับผิดชอบ การฝึกทักษะชีวิต หลังจากจบการศึกษาออกไป สิ่งที่เกิดตามมาคือ รายได้ที่เกิดจาการขายผลผลิต นอกจากนั้นยังได้นำสาขาภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย มาเป็นส่วนหนึ่งในสถานศึกษา การใช้สมุนไพรการบำบัดรักษา นวดแผนไทย และเชื่อมโยงไปถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นการพัฒนาผู้เรียนและการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนที่นอกเหนือจากการเข้าเรียนในห้องเรียน
|
5 | 5 |
81. เวทีอบรมหลักสูตรการใช้สมาร์ทโฟน เพื่อการผลิตสื่อปลอดภัย ในกลุ่มเสี่ยง เด็กและเยาวชน |
||
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08:30-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.ชี้แจง วัตถุประสงค์ของโครงการ สื่อออนไลน์กับทิศทางการขับเคลื่อนโครงการ 2.รู้จักการวางแผน/ประเด็น/การเขียนโครงเรื่อง 3.รู้จักการถ่ายวีดีโอด้วยสมาร์ทโฟน - แบ่งกลุ่ม ทำสคริป วางแผนเตรียมพร้อมในการลงพื้นที่ ตัดต่อวีดี จากการลงพื้นที่ 4.ทบทวนเนื้อหา และเปิด VTR วันวาน 5.นำเสนอผลงานแต่ละกลุ่มและวิพาษ์ วิจารณ์คลิปวีดีโอ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสื่อในยุคปัจจุบันกับเทคโนโลยีกาสื่อสารที่ทันสมัย รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้จนวงการสื่อได้ขนานนามว่า “สื่อใหม่” ซึ่งมีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงคือเด็กเยาวชนทั้งในระบบและนอกระบบ การรับสื่อก่อให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบทั้งในทางบวกและทางลบนำไปสู่การสร้างเครือข่ายทางสังคมที่กว้างขวาง รวดเร็ว ทั้งนี้ข้อดีของการเปลี่ยนแปลงคือการกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้รับข่างสารได้โดยง่าย ทำให้เกิดการขาดความรู้สึกร่วมถึงปัญหานั้นๆอย่างแท้จริง นอกจากนั้นการรวมตัวที่ง่ายทำให้บุคคลทีสามหรือผู้บริโภคขาดความเชื่อถือของเนื้อหาหรือรูปแบบของการสื่อสาร การสื่อสารจึงเป็นปัจจัยลำดับต้นๆที่จะเพิ่มความขัดแย้งหรือการชี้นำสังคมไปในทางที่ผิดถ้าขาดการวิเคราะห์แยกแยะหรือการไม่รู้เท่าทัน นำเข้าข้อมูล การรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชน “รู้เท่าทันสื่อ” คือ ทักษะ หรือความสามารถในการ “ใช้สื่ออย่างรู้ตัว” และ “ใช้สื่ออย่างตื่นตัว” “การรู้เท่าทันสื่อ” คือความสามารถป้องกันตนเองจากการถูกจูงใจจากเนื้อหาของสื่อ ไม่หลงเชื่อเนื้อหาที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง แต่สามารถคิด วิเคราะห์ สงสัย และรู้จักตั้งค่าถามว่า จริงหรือไม่จริง ใครเป็นคนให้ข้อมูล เขาต้องการ สื่อสารอะไร มีจุดมุ่งหมายแอบแฝงหรือไม่ ต้องการสื่อสารให้ใคร และใครได้ประโยชน์ โดยการรับมือจากสื่อออนไลน์นั้นเราสามารถวิเคราะห์และพิจารณาเองได้ รวมถึงการรับมือกับข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ โดยข่าวในสื่ออาจจะเป็นข่าวสารที่เป็นข่าวลือหรือสื่อเกินจริง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเป็นฉบับ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐หรือที่คุ้นหูในชื่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กฎหมายดังกล่าวเป็นการแก้ไขกฎหมายเดิมอย่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี 2550 โดยหนึ่งในประเด็นที่มีการแก้ไขใหม่ คือ การแก้ไขมาตรา 14 เพื่อป้องกันการนำมาใช้ฟ้องหมิ่นประมาท เนื่องจากในอดีต มาตราดังกล่าวนำมาสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดกับ "เนื้อหา" บนโลกออนไลน์ ทั้งที่เจตนารมณ์ของกฎหมายมีขึ้นเพื่อการเอาผิดการกระทำต่อ "ระบบ" คอมพิวเตอร์ ชี้แจงเทคนิคการเตรียมอุปกรณ์สมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นเพื่อความพร้อมในการเข้าฝึกอบรม โดย นายพงษ์พัฒน์ ด่านอุดม
เทคนิคการใช้สมาร์ทโฟนผลิตคลิปวีดีโอ ลงพื้นที่ถ่ายภาพ และถ่ายคลิปสั้นๆด้วยสมาร์ทโฟน ผลที่ได้ - เกิดการทดลองหลักสูตร พบทั้งข้อดีและข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์บางส่วนของหลักสูตร เพื่อการปรับปรุงและแก้ไข - เกิดทีมพี่เลี้ยงจากการอบรมและพัฒนาศักยภาพเพื่อเป็นพี่เลี้ยงในการอบรมจริงทั้ง ๓ จังหวัด - ผู้เข้าอบรมสามารถผลิตคลิปเพื่อการสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์
|
30 | 27 |
82. เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ การออกแบบการสื่อสารเพื่อการอนุรักษ์ไว้ซึ่งภูมิปัญญา 9 ด้าน กับแนวการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี |
||
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08:30-16:00 น.กิจกรรมที่ทำ1.บรรยายในหัวข้อ “ภูมิปัญญา กับสังคมสุขภาวะ สู่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี”
2.สานเสวนา "การสื่อสารเพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ปราชญ์ 9 ด้านเพื่อรักษาซึ่งภูมิปัญญากับแนวการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ร่วมกันได้อย่างไร
3.ข้อมูลนำเข้า ภูมิปัญญาปราชญ์ 9 ด้านกับการออกแบบการสื่อสารเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1.สื่อสารการ ประชาสัมพันธ์การอนุรักษ์ภูมิปัญญา ทางภาคใต้ ที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ
2.เกิดความรู้ และตระหนักต่อภูมิปัญญา จากปราชญ์แต่ละสาขา เช่น ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี ภาษา สมุนไพร
|
100 | 100 |
83. เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ การออกแบบการสื่อสารเพื่อการอนุรักษ์ไว้ซึ่งภูมิปัญญา 9 ด้าน กับแนวการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ครั้งที่ 2 |
||
วันที่ 1 มีนาคม 2562 เวลา 08:00-16:00 น.กิจกรรมที่ทำเป็นกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ใช้ภูมิปัญญาปราชญ์ 9 ด้าน เบิกทางเชื่อมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแลกเปลี่ยนโดยใช้ข้อมูลที่ให้ยุทธศาสตร์ชาติัทั้ง 9 ด้านมาเป็นข้อมูลนำเข้าโดยให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแตะละปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน คือ ปัญหาจากคน สภาพแวดล้อม กลไก ว่าแต่ละปัจจัยนั้นมีปัญหามาจากอะไร ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกอ.รมน.ภาค 4 สร้างสัมพันธ์ เป็นกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ใช้ภูมิปัญญาปราชญ์ 9 ด้าน เบิกทางเชื่อมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พลตรี ทรงพล สุมนาวดี ผอ.ศปม.กอ.รมน. ภาค 4 เป็นประธานเปิดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 ของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เพื่อสร้างความเข้าใจให้สื่อมวลชนทุกแขนง กลุ่มแกนนำในชุมชนและกลุ่มเยาวชน ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารซึ่งจำทำให้การบิดเบือนข่าวสารที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ลดน้อยลงได้ และจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติในด้านความมั่งคงของชาติและนำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พันเอกภัทรชัย แทนขำ หัวหน้าแผนฯ ศปป.กอ. รมน. ภาค 4 ประชุมในครั้งนี้สร้างความเข้าใจให้ถูกต้องตามสัญญาประชาคมความเห็นร่วมไปสู่การสร้างความสามัคคีปรองดองและการช่วยกันขับเคลื่อนไปสู่ยุทธศาสตร์ 20 ปี สร้างเครือข่ายสื่อมวลชนในการเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนเพื่อต่อต้านการแสข่าวลือ โดยการนำเสนอข่าวสารคดีที่ดี ที่เกิดขึ้นในชุมชน และเพื่อให้สื่อมวลชน หรือกลุ่มบุคคล หรือบุคคลที่ทำหน้าที่สื่อสารมวลชนเป็นส่วนในการลดปัญกาความขัดแย้งที่เกิดจากการบิดเบือนข่าวสาร พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนโดยใช้ข้อมูลที่ให้ยุทธศาสตร์ชาติัทั้ง 9 ด้านมาเป็นข้อมูลนำเข้าโดยให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแตะละปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน คือ ปัญหาจากคน สภาพแวดล้อม กลไก ว่าแต่ละปัจจัยนั้นมีปัญหามาจากอะไร
|
150 | 8 |
84. เวทีเสวนา ฝายมีชีวิตบ้านคลองดิน ตอนที่ 1 |
||
วันที่ 4 มิถุนายน 2562 เวลา 08:00 น.กิจกรรมที่ทำ1วงเสวนาให้กลุ่มเป้าหมาย ได้แลกเปลี่ยนกระบวนการทำงาน การมืส่วนร่วม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยมี คุณอานนท์ มีศรี จากสมาคมสื่อชุมชนภาคใต้นครศรีธรรมราช และเครือข่ายสื่อสร้างสุข เป็นผู้ดำเนินรายการ 2.สื่อสารผ่านช่องทาง Facebook live และบันทึกรายการ อัพลง ยูทูป ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
|
8 | 0 |
85. เบิกจ่ายเงินสนับสนุนการปฎิบัติงานวิชาการ พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะภาคใต้ งวดที่4 |
||
วันที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำเบิกจ่ายเงินสนับสนุนการปฎิบัติงานวิชาการ พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะภาคใต้ งวดที่4 ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเบิกจ่ายเงินสนับสนุนการปฎิบัติงานวิชาการ พัฒนาเครือข่ายสื่อสาธารณะภาคใต้ งวดที่4
|
1 | 1 |
86. หักภาษีดอกเบี้ยรับเงินฝากธนาคาร |
||
วันที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 09:00 น.กิจกรรมที่ทำไม่มี ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่มี
|
50 | 0 |
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ผลผลิตโครงการ
| วัตถุประสงค์ | สถานการณ์ | เป้าหมาย | ผลผลิต | อธิบาย | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 1.ขยายเครือข่ายการสื่อสารสาธารณะด้านการสร้างเสริมสุขภาพให้ครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้ ตัวชี้วัด : เกิดเครือข่าย การสื่อสารสาธารณะ เพิ่มจากเดิม 7 จังหวัด เป็น 14 จังหวัด |
|
|||
| 2 | 2.สนับสนุนการผลิตสื่อและจัดรายการเพื่อการสื่อสารสาธารณะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ตัวชี้วัด : เครือข่ายสื่อที่เข้าร่วมโครงการ มีการผลิตสื่อ ในพื้นที่ของจังหวัดที่รับผิดชอบในประเด็นสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ทำการสื่อสารผ่านช่่องทาง ต่างๆ และทำการศึกษาวิเคราะห์ให้เห็นว่า รูปแบบของเนื้อหา รูปแบบของสื่อและวิธีการสื่อสาร อย่างไร ที่จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนได้ และเปลี่ยนแปลงอย่างไร |
|
|||
| 3 | 3.ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสื่อที่มีคุณภาพและจริยธรรมเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะและขับเคลื่อนประเด็นต่างๆในมิติสุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ตัวชี้วัด : สามารถ วิเคราะห์ กระบวนการสื่อสาร ให้เห็นถึงรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมและมีคุณภาพได้ และกำหนดแนวปฏบัติของนักสื่อสารชุมชน ที่มีจริยธรรมของนักสื่อสารเพื่อการสร้างสังคมสุขภาวะ |
|
ผู้เข้าร่วมโครงการ
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) |
|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด | ||
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) |
บทคัดย่อ*
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) 1.ขยายเครือข่ายการสื่อสารสาธารณะด้านการสร้างเสริมสุขภาพให้ครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้ (2) 2.สนับสนุนการผลิตสื่อและจัดรายการเพื่อการสื่อสารสาธารณะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย (3) 3.ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสื่อที่มีคุณภาพและจริยธรรมเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะและขับเคลื่อนประเด็นต่างๆในมิติสุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะทางจิตวิญญาณ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) ประชุมสร้างความเข้าใจคณะทำงาน กองบก. เครือข่าย " สื่อสร้างสุขภาคใต้" ครั้งที่ 1 (2) เวทีงานสมัชชาเพื่อนสื่อสาธารณะ ภาคใต้ ปี 2560 กับการสื่อสารประเด็นการขับเคลื่อนทางสังคม (3) เวทีสมัชชา "ขับเคลื่อนเมืองนคร สู่นครศรีฯ อยู่ดีมีสุข" (4) หักภาษีดอกเบี้ยรับเงินฝากธนาคาร (5) ประชุม กองบก.สื่อสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่ 1 (6) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช งวดที่ 1 (7) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดพังงา งวดที่ 1 (8) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดกระบี่ งวดที่ 1 (9) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดชุมพร งวดที่ 1 (10) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดพัทลุง งวดที่ 1 (11) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดสงขลา งวดที่ 1 (12) เวทีถกเถียงสาธารณะ ร้อยใจคนชุมพร ร่วมสร้างเมืองปลอดภัย กรณีศึกษา “อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล” (13) สานเสวนา ทางเลือก ทางรอด ของเยาวชนคนคอน ภายใต้ปัจจัยเลี่ยงต่อสุขภาพที่รุมเร้า (14) เวทีเตรียมงานสร้างสุขภาคใต้ปี 2561 ห้องย่อยการท่องเที่ยวโดยชุมชนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโซนอันดามัน (15) เวทีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศรีวิชัยสู่การสร้างพลังทางสังคม (16) สนับสนุนเครือข่ายกขป.เขต 11 สุราษฎร์ธานี (17) เวทีเสวนา สมุยโมเดล “เตรียมวางแผนกิจกรรมเดินรอบเกาะ” (18) เวทีถกเถียงสาธารณะ ”เสวนาการจัดการน้ำเมืองคอน ทั้งระบบแบบมีส่วนร่วม “ (19) เวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ (20) เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการพลังการสื่อสาร เผยเเพร่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสู่การเปลี่ยนแปลงสุขภาวะ (21) เวทีเชื่อมโยงเครือข่ายสื่อจังหวัดตรัง (22) เวทีประเด็นเหล้ากับระบบสุขภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (23) เวทีประเด็นอุบัติเหตุกับแผนพัฒนาจังหวัดระนอง (24) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดกระบี่ งวดที่ 2 (25) ค่าธรรมเนียมการโอนและค่าธรรมเนียมเช็ค (26) เวทีสาธารณะ“คนเมืองตรังบ้านโคกออกร่วมจัดการชุมชนอยู่ดีมีสุข” (27) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดตรัง งวดที่ 1 (28) ประชุม กองบก. สื่อสร้างสุขภาคใต้ ครั้งที่ 2 (29) สนับสนุนพื้นที่ ประเด็นสุขภาวะทางสังคมการจัดการปัจจัยเสี่ยงจังหวัดชุมพร งวดที่ 2 (30) ประชุมวิชาการ ประจำปี 2561 "สร้างคน สร้างงาน สร้างสุข สานพลังที่ก้าวข้ามขีดกำจัดสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน (31) เวทีสร้างสุขภาคใต้ ปี 2561 (32) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ จังหวัดตรังงวดที่ 1 (33) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส งวดที่ 1 (34) สนับสนุนประเด็นสุขภาวะทางสังคม ประเด็นระบบอาหาร (35) สนับสนุนประเด็นสุขภาวะทางสังคม ประเด็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (36) จัดประชุมร่างแนวปฏิบัติเพื่อกำหนดจริยธรรมสื่อในกระบวนการนโยบายสาธารณะ (37) จัดประชุมรูปแบบการสื่อสาร นโยบายสาธารณะ (38) สนับสนุนการเชื่อมโยงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้(การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ)ผ่านรายการกินอิ่ม นอนอุ่นบนแผ่นดินใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช งวดที่ 2 (39) ค่าตรวจบัญชีโครงการ (40) ค่าตรวจบันชี (41) ผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้ ประเด็นสุขภาวะ สนับสนุนงานสร้างสุขภาคใต้ (42) พัฒนาศักยภาพเพื่อการเรียนรู้การสื่อสารเพื่อสุขภาวะ 2 พื้นที่
ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...
หมายเหตุ *
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ