สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส. ม.อ.)

directions_run

การขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยังยืนส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะจังหวัดสงขลาและพัทลุง

การประชุมรับฟังความคิดเห็นการพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสาธารณะในระดับชาติเรื่อง คุณภาพความปลอดภัยของผักและผลไม้ในมาตรฐานอาหารฮาลาล14 กันยายน 2569
14
กันยายน 2569รายงานจากพื้นที่ โดย wanna
  • LINE_ALBUM_14อาหารฮาลาน_261007_4.jpg
  • LINE_ALBUM_14อาหารฮาลาน_261007_3.jpg
  • LINE_ALBUM_14อาหารฮาลาน_261007_2.jpg
  • LINE_ALBUM_14อาหารฮาลาน_261007_1.jpg
circle
กิจกรรมที่ปฎิบัติรายละเอียดของการทำกิจกรรมที่ได้ปฎิบัติจริง

ดร.อรวิทย์ บุญชม และคณะทีมวิชาการสถาบันฮาลาล ได้ศึกษาทบทวนโมเดลการบูรณาการมาตรฐานอาหารปลอดภัยร่วมกับอาหารฮาลาลในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทย เป้าหมายและผลกระทบหลักศาสนาอิสลามกล่าวถึงความสะอาดและความปลอดภัยไว้แล้ว การรับรองมาตรฐานที่บูรณาการประเด็นนี้จะช่วยคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและผู้บริโภคมุสลิมทั่วโลก ข้อมูลผลการศึกษาทบทวนวรรณกรรมและโมเดล 3 รูปแบบ จากมาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย
ดร.อรวิทย์ บุญชม และคณะนำเสนอการทบทวนวรรณกรรมและการวิเคราะห์ การตรวจพืชผักตามหลักฮาลาลไม่ได้ดูแค่ตัวสินค้า (ซึ่งฮาลาลโดยธรรมชาติ) แต่ต้องใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตรวจหาสารเคมีปนเปื้อนตกค้างที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า มุ่งเน้นการบูรณาการความปลอดภัย ความยั่งยืน (Sustainability) และหลักศาสนา เพื่อสร้างระบบอาหารยุคใหม่ พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความแน่ใจด้านความปลอดภัยของอาหาร การเลือกซื้อจึงพิจารณาตราฮาลาลของประเทศไทยเพื่อความมั่นใจ สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ร่วมมือกับ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในการพัฒนาการตรวจสารเคมีและอบรมบุคลากร การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยุคดิจิทัลต้องพึ่งพาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มาตรฐานและการรับรองฮาลาลในประเทศไทย ประเทศไทยใช้โครงสร้าง Certificate Body (CB) ผ่านคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (มีมากกว่า 40 จังหวัด) ทำหน้าที่ส่งผู้ตรวจการฮาลาลไปดูแลผู้ประกอบการ ประเทศไทยกำลังผลักดันการจัดตั้ง HAB (Halal Accreditation Body) หรือสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งชาติ ทำหน้าที่รับรองและกำกับดูแลหน่วยตรวจ (CB) อีกชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือระดับสากลตามมาตรฐาน SMIIC/OIC และแก้ปัญหาข้อจำกัดทางการค้า ข้อจำกัดและข้อคิดเกี่ยวกับอาหารฮาลาล อาหารฮาลาลต้องปราศจากนายิสหรือนะญิส (สิ่งสกปรก ปฏิกูลหรือสิ่งโสโครกที่น่ารักเกียจ/สืบเนื่องทางศาสนา) และสารเคมีอันตราย โดยต้องคุมเข้มตั้งแต่การผลิต โลจิสติกส์ (Halal Logistics) การจัดเก็บ จนถึงมือผู้บริโภค ข้อเข้าใจผิด: "อาหารฮาลาล = อาหารดีต่อสุขภาพเสมอไป" ไม่จริงเสมอไป หากอาหารนั้นมีน้ำตาล โซเดียม หรือไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในกลุ่มผู้บริโภค การบูรณาการเกณฑ์ด้านสุขภาพ (Tayyiban) เข้ากับมาตรฐานฮาลาลเดิม จะช่วยยกระดับความปลอดภัยให้ผู้บริโภคทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะมุสลิม แนวโน้มตลาดและปัจจัยการเติบโต มูลค่าตลาดฮาลาลเติบโตขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลักจำนวนประชากรมุสลิมที่เพิ่มขึ้น (จาก 1,000 กว่าล้านคน เข้าใกล้ 2,000 ล้านคน)กำลังซื้อและรายได้ของประชากรมุสลิมที่เพิ่มขึ้นผู้คนทั่วไปหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งตรงกับหลักการ Halalan Tayyiban (ฮาลาลและดีต่อสุขภาพ) ความเสี่ยงและปัญหาในห่วงโซ่อาหาร ตรวจพบความเสี่ยงจากสารเคมีเกษตรปนเปื้อนสูง (ข้อมูลปี 2566 มีการนำเข้านำเข้าสารเคมีเกษตรกว่า 140,000 ตัน) สารเคมีตกค้างส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร (พบผู้ป่วยจากสารเคมีกว่า 27,000 ราย และประชากรเกษตรกรกว่า 22% อยู่ในภาวะเสี่ยง) สารเคมีและโลหะหนักสามารถสะสมผ่านห่วงโซ่อาหาร ส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้บริโภคทั้งระยะสั้นและระยะยาว การยกระดับมาตรฐานอาหาร ผักและผลไม้สดเสี่ยงต่อการปนเปื้อนทั้งทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ และสิ่งต้องห้ามทางศาสนา ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์มีหน้าที่ตรวจวัดปริมาณสารปนเปื้อน แต่การการันตีหรือรับรองสถานะ "ฮาลาล" จะต้องดำเนินการโดยองค์กรศาสนา
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยตรวจสอบย้อนกลับและการรับรองที่ครอบคลุม จะช่วยสร้างความมั่นใจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุด

circle
ผลที่เกิดขึ้นจริงผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) / ผลสรุปที่สำคัญของกิจกรรม

สรุปความคิดเห็นการพัฒนาข้อเสนอฯ ดร.เพ็ญ สุขมาก สถาบันนโยบายสาธารณะ 1. ที่มาและวัตถุประสงค์ของโครงการ การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะอย่างสมดุล (ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง)มีเป้าหมายระดับประเทศในการจัดทำ ข้อเสนอเชิงนโยบาย ร่วมกับสถาบันฮาลาล และหน่วยงานรับรองมาตรฐาน (เช่น สำนักงานจุฬาราชมนตรี)เป็นการต่อยอดและดำเนินงานตามแนวทางที่ได้รับชี้แนะจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ สสส. 2. บริบทของระบบอาหารและสุขภาพ ระบบอาหารครอบคลุมตั้งแต่การผลิต (เพาะปลูก/ปศุสัตว์/ประมง) การแปรรูป ขนส่ง ตลาด การบริโภค ไปจนถึงการจัดการขยะอาหาร ปัญหาสุขภาพและอายุขัยเฉลี่ย (พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง 7 จังหวัด) ผู้หญิงมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 79–80 ปี แต่มีช่วงอายุขัยที่มีสุขภาวะดีเพียง 70 ปี (ต้องแบกรับภาระการป่วยประมาณ 9 ปี) ผู้ชายมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 75–76 ปี แต่มีช่วงอายุขัยที่มีสุขภาวะดีประมาณ 69 ปี (แบกรับภาระการป่วยประมาณ 5–6 ปี) สาเหตุสำคัญของความเสี่ยงต่อโรค NCDs เกิดจากความปลอดภัยของอาหารและคุณภาพโภชนาการ 3. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความท้าทาย (SWOT) จุดแข็ง (Strengths) 1. มีโครงสร้างเชิงสถาบันที่ชัดเจน มีการแบ่งบทบาทระหว่างหน่วยงานให้รับรองมาตรฐานฮาลาลและหน่วยงานตรวจการฮาลาลอย่างชัดเจน 2. มาตรฐานฮาลาลของไทยครอบคลุมมิติความปลอดภัย คุณภาพโภชนาการ และสุขาภิบาลตามห่วงโซ่อาหาร 3. มีเครือข่ายคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดครอบคลุมถึง 40 จังหวัด ซึ่งเป็นกลไกพื้นที่ที่เข้มแข็งและได้รับความไว้วางใจ 4. มีระบบมาตรฐานรองรับพื้นฐาน เช่น GMP และ HACCP จุดอ่อน (Weaknesses) 1. หน่วยงานต่างๆ ยังคงทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Silo) ขาดการเชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกัน 2. ข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมายและกลไกการกำกับดูแลในระดับพื้นที่ 3. ขาดระบบการแจ้งเตือนภัยด้านความปลอดภัยอาหารที่เข้าถึงง่าย 4. ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงการขอรับมาตรฐานฮาลาลได้ยาก โอกาส (Opportunities) 1. แนวคิดฮาลาลสอดคล้องกับเทรนด์โลกที่มุ่งเน้น อาหารปลอดภัย (Healthy Food) และความยั่งยืน 2. การนำเรื่องความปลอดภัยอาหารเข้าไปบูรณาการกับมาตรฐานฮาลาล จะช่วยปกป้องผู้บริโภคทั้งมุสลิมและประชากรโลก 3. เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น QR Code สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น ปัญหาและความท้าทาย (Challenges) 1. ศักยภาพและทรัพยากร (งบประมาณ/บุคลากร) ของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแต่ละแห่งยังไม่เท่ากัน 2. ผู้ประกอบการ/พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนมองว่าการทำมาตรฐานเป็นการเพิ่มภาระและต้นทุน 3. ความเสี่ยงเรื่องการแอบอ้างและการปลอมแปลงเครื่องหมายฮาลาล/อย. 4. ทางเลือกเชิงนโยบาย (กรณีศึกษาตัวอย่าง) ทางเลือกที่ 1 (ต้นแบบจากประเทศมาเลเซีย) มีระบบการตรวจฮาลาลและความปลอดภัยอาหารในกระบวนการเดียวทีมตรวจเดียวดำเนินการตั้งแต่วัตถุดิบถึงตราสัญลักษณ์ หากปรับใช้ในไทยจะเป็นไปในลักษณะดังนี้ ต้นน้ำ : คณะกรรมการอิสลามประจำจัง(กอจ.)ร่วมกับเกษตรจังหวัด ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ/แหล่งวัตถุดิบ ระบุที่มาของวัตถุดิบ ตลาด และโรงฆ่าสัตว์อย่างชัดเจน/ตรวจสารเคมีในวัตถุดิบต้นทางโดยเกษตรจังหวัดกรมวิชาการเกษตรสุ่มตรวจแปลงความต้นทางก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปออกผลตรวจเบื้องต้นเก็บไว้เป็นฐานข้อมูล/อบรมผู้ประกอบการเรื่องเกณฑ์คู่โดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดร่วมกับสำนักสาธารณสุขจังหวัดจัดอบรมให้ผู้ประกอบการเข้าใจเกณฑ์ฮาลาลและความปลอดภัยอาหารไปพร้อมกันก่อนยื่นขอตรา กลางน้ำ : จัดตั้งทีมตรวจประเมินร่วม/ใช้แบบสำรวจ checklist ตรวจร่วมครอบคลุม 4 มิติแหล่งวัตถุดิบ,กระบวนการผลิต,ป้องกันปนเปื้อนสุขลักษณะจุลินทรีย์สารเคมีโลหะหนักควบคู่กับหลักศาสนา/พิจารณาผลรวมโดยกอจ.ออกตราได้เฉพาะกรณีผ่านทั้ง 2 มิติหากไม่ผ่านด้านความปลอดภัยต้องแก้ไขก่อนออกตราแม้ผ่านหลักศาสนาแล้ว/ขึ้นทะเบียนและออกหนังสือรับรอง ปลายน้ำ : สุ่มตรวจสินค้าในตลาดโดยสารสุขจังหวัดอยสุ่มตรวจสินค้าที่มีตราฮาลาลในจังหวัดร้านค้าเป็นระยะตามแผนเฝ้าระวัง/ต่ออายุตราตามรอบตรวจร่วมตรวจซ้ำทั้ง 2 มิติทุกรอบต่ออายุ/สื่อสารสร้างความเชื่อมั่นกอจ.ร่วมกับอปท.ประชาสัมพันธ์ว่าตราฮาลาลในจังหวัดนี้ผ่านการตรวจคู่เพื่อสร้างจุดขายและความเชื่อมั่น ทางเลือกที่ 2 ต้นแบบจากอินโดนีเซีย ใช้อำนาจของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดออกระเบียบบังคับเอกสารความปลอดภัยเป็นเงื่อนไขก่อนออกตราโดยไม่ต้องรอแก้กฎหมายระดับชาติ หากปรับใช้ในไทยจะเป็นไปในลักษณะดังนี้ ต้นน้ำ : ร่างและประกาศระเบียบบังคับ/แจ้งเวียนและให้ระยะผ่อนปรน/ผู้ประกอบการขอผลตรวจ กลางน้ำ : ตรวจสอบเอกสารก่อนรับคำขอ/ตรวจหลักศาสนาตามปกติ/อนุมัติหรือปฏิเสธ ปลายน้ำ : ติดตามวันหมดอายุผลตรวจ/รายงานผลต่อCICOTส่วนกลาง/เปิดแพร่ต่อผู้บริโภค ทางเลือกที่ 3 ต้นแบบจากซาอุดีอาระเบีย รูปแบบการเชื่อมบูรณาการข้อมูลผ่าน MOU ใช้ข้อตกลงความร่วมมือแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่มีอยู่แล้วเพื่อแจ้งเตือนเพิกถอนตราเมื่อพบปัญหาโดยไม่ต้องรวมหน่วยงานหรือแก้ระเบียบ ต้นน้ำ : เจรจาและลงนาม MOU/กำหนดผู้ประสานงานกลาง/ออกแบบระบบแจ้งเตือน กลางน้ำ : ตรวจสอบตามภาระปกติ/คัดกรองและส่งผลตรวจที่เกี่ยวข้อง/รับและประมวลผลข้อมูล ปลายน้ำ : พิจารณาระงับหรือเพิกถอนตรา/แจ้งผู้ประกอบการและแนวทางแก้ไข/เผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ/ประเมินผลประจำปี ข้อแลกเปลี่ยนจากผู้เข้าร่วมประชุม 1. ข้อเสนอแนะจาก ดร.ซูเฟียนา ซารีแซ
เสนอแนวคิดการบูรณาการมาตรฐาน โดยมองเป็นปิรามิด 3 ขั้น
- ฐานราก (ปลอดภัย) : อาหารทุกชนิดต้องปลอดภัยเป็นพื้นฐานแรก ไม่ว่าจะฮาลาลหรือไม่
- ขั้นกลาง (ฮาลาล) : ตรวจสอบกระบวนการตามหลักศาสนา (เช่น การเชือด, วัตถุดิบเจือปน, สารสารเคมีเคลือบผิว) - ยอดปิรามิด (ตอยยิบัน): อาหารนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพ สรุปการบูรณาการจากฐานความปลอดภัย ightarrow ฮาลาล ightarrow ตอยยิบัน (ดีต่อสุขภาพ) 2. ข้อเสนอแนะจาก นาย อดุลยศักดิ์ หมัดหมัน สตูล สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ขอทำความเข้าใจจุดเริ่มต้นของบัญญัติอิสลาม ฮาลาลต้องคู่กับ "ตอยยิบัน" (คุณลักษณะที่ดี/ปลอดภัย) ตามหลักการในอายะฮ์กุรอาน ตามฮะดีษ สิ่งที่ไม่ชัดเจนระหว่างฮาลาลและฮะรอมถือเป็น "ชุบฮาต" (ข้อคลุมเครือ) ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงผู้ประกอบการต้องมีเจตนาถูกต้องตามหลักศาสนาเพื่อการรับรอง ไม่ใช่ทำเพื่อผลประโยชน์ทางกายภาพเท่านั้น ตามฮะะดีษระบุว่าการอธรรมต่อผู้อื่น (รวมถึงการทำอาหารที่ไม่ปลอดภัย/ไม่มีประโยชน์) ถือเป็นการละเมิด และผู้รับประทานอาหารที่ไม่ฮาลาล การดุอาอ์และการละหมาดจะไม่ถูกตอบรับ เช่นกรณีที่สตูล มีบุคคลหนึ่งไลฟ์ในอ.ทุ่งหว้าในตลาดสุ่มร้านอาหารที่ไม่ใช่มุสลิมแต่ใส่ฮิญาบขายของจ้างคนขายผู้ช่วยที่เป็นมุสลิม จึงไปแจ้งต่อสำนักงานอิสลามประจำจังหวัด แต่ไม่สามารถไปบังคับเขาให้เอาผ้าคลุมออกหรือปลดสัญลักษณ์ฮาลาลที่เขียนขึ้นเองลงได้ ดังนั้น ปัญหาด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายไทยให้แค่การรับรองแก่ กอจ. แต่ไม่มีอำนาจตรวจจับ หรือบังคับใช้บทลงโทษกรณีทำผิดการที่ร้านค้าติดป้ายภาษาอาหรับหรือเขียนป้ายฮาลาลเอง ยังไม่มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนในการเข้าไปตรวจสอบหรือเอาผิดไม่มีตรวจเยี่ยมไม่มีการตรวจจับ ไม่มีอำนาจสั่งให้ปลด ผ้าคลุมออกหรือคนที่เขียนตราฮาลาลขึ้นเองเป็นการทำมาแต่ดั้งเดิมไม่มีความผิดตามกฏหมาย เมื่อไหร่ที่เราอ้างโมเดลของประเทศมาเลเซียจะเป็นคนบริบทโดยสิ้นเชิงกับของไทยถ้าในเรื่องของกฎหมายในไทยยังต้องแก้อีกเยอะมาก
3. ข้อเสนอแนะจาก น.ส.รศนา ศาสน์พิสุทธิกุล เภสัชกรเชี่ยวชาญ สสจ.ปัตตานี สสจ.ปัตตานีเคยทำงานร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เพื่อสร้างความร่วมมือเรื่องมาตรฐานฮาลาลและตอยยิบัน (ความปลอดภัยของอาหาร)คณะกรรมการอิสลามฯ ไม่มีอำนาจทางกฎหมายโดยตรง แต่ อย. มีอำนาจตามกฎหมายส่วนแนวทางการดำเนินงานนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลตรวจสอบและเผื่อแพร่ข้อมูลอาหารที่ผลิตในจังหวัดปัตตานี ซึ่งได้รับการรับรองฮาลาลแล้วแต่ยังไม่ได้มาตรฐาน อย. ในด้านการกำหนดเงื่อนไขและมาตรฐาน กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่จะขอรับรองฮาลาล ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย. ก่อน สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ได้ประยุกต์ใช้ระบบ HASAP/HALAM โดยนำแนวคิด HACCP มาปรับใช้ เพื่อตรวจสอบและป้องกันการปนเปื้อนสิ่งฮารอมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการล้าง และกระบวนการผลิต การตรวจประเมินร่วมกัน จัดตั้งทีมทำงานร่วมกันระหว่าง อย. และคณะกรรมการอิสลามฯ ลงพื้นที่ตรวจโรงงาน โดยเชื่อมโยงเกณฑ์ฮาลาลกับมาตรฐาน GMP และ HACCP ของ อย. หากพบปัญหาสินค้าปลอมแปลงฮาลาล หรือมีการเจือปนสารที่ไม่ปลอดภัย จะใช้กลไกทางกฎหมายของ อย. ดำเนินการ (เช่น ข้อหาอาหารไม่บริสุทธิ์หรืออาหารปลอม) การทำงานในลักษณะนี้ยังขาดความยั่งยืนเชิงระบบ เนื่องจากขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเป็นหลัก โดยฝ่ายคณะกรรมการอิสลามฯ มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานนี้เพียงไม่กี่คน (ประมาณ 2–3 คน) หากต้องการให้เกิดความยั่งยืน ต้องมีการผลักดันและกำหนดให้แนวทางความร่วมมือนี้กลายเป็นกฎ ระเบียบ หรือประกาศทางราชการอย่างเป็นรูปธรรม 4. ข้อเสนอแนะจาก นายสันติ ใจจ้อง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุข จ.ตรัง บริบทพื้นที่และการขับเคลื่อน: จ.ตรัง ไม่ได้มีประชากรมุสลิมจำนวนมากแต่ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องอาหารฮาลาลอย่างต่อเนื่อง แม้ส่วนงานสาธารณสุขจังหวัดยังไม่มีนโยบายเฉพาะ แต่ได้ส่งเสริมโรงพยาบาลในพื้นที่ให้ผ่านการรับรองมาตรฐานฮาลาล เพื่อรองรับผู้รับบริการมุสลิม ในมุมมองเรื่องฮาลาลกับสุขภาพ: นิยามของอาหารฮาลาลควรรวมถึงการเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย โดยเฉพาะการลดหวาน มัน เค็ม เพื่อป้องกันโรค NCDs ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้รวมถึง จ.ตรัง มีสถิติผู้ป่วย NCDs ในระดับสูง ข้อกังวลเรื่องวัตถุดิบต้นน้ำ (ผักและผลไม้)พบปัญหาตกค้างของสารเคมีในผักและผลไม้ โดยเฉพาะสินค้านำเข้า (เช่น จากประเทศจีน) ที่มีราคาถูกผิดปกติ ได้มีการสุ่มตรวจพบสารตกค้างเกินมาตรฐานบ่อยครั้ง แต่ขาดระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และไม่แน่ชัดว่าสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานได้ถูกทำลายหรือนำกลับจริงหรือไม่ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องวางระบบควบคุม การส่งเสริมร้านอาหารกลางน้ำ จ.ตรัง ใช้แนวทางยกระดับร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Clean Food Good Taste ให้พัฒนาต่อยอดไปสู่การรับรองเป็นร้านอาหารฮาลาล โดยเป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานในพื้นที่ ข้อเสนอเชิงนโยบาย เสนอให้กำหนดนโยบายครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ (วัตถุดิบปลอดภัย), กลางน้ำ (ผู้ปรุง/ผู้ประกอบการ), ไปจนถึงปลายน้ำ (ผู้บริโภค) เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาวะอย่างครบวงจร 5. ข้อเสนอแนะจากนายสูไฮมี มะเกะ หัวหน้าฝ่ายกิจการฮาลาน สำนักกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ปัญหาของการการพัฒนาฮาลาลในอดีตมักเป็นเพียง "โครงการปีต่อปี" เมื่อจบโครงการ ความต่อเนื่องหรือความสำคัญก็หมดลง ประชาชนและผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจเรื่องสารปนเปื้อน ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีอันตรายในพืชผลไม้ (เช่น ส้มโชกุน, แตงโม) พืชผลไม้ทั่วไปถูกมองว่า "อนุมัติให้รับประทานได้" ตามหลักการอยู่แล้ว จึงทำเครื่องหมายรับรองฮาลาลได้ยาก แต่ปัญหาที่แท้จริงคือเรื่องสารเคมีปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต้องการให้เรื่องนี้ถูกกำหนดเป็น "นโยบายระดับประเทศ" เพื่อความต่อเนื่องและยั่งยืน นิยามคำว่า "ฮาลาล" ในบริบทนี้ ต้องครอบคลุมถึง "ความปลอดภัยและคุณภาพ" (ไม่ปนเปื้อนสารอันตรายต่อชีวิต) ไม่ใช่แค่การอนุมัติทางศาสนาเพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและอนุมัติให้บริโภคได้ ควรได้รับตราหรือการรับรองที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติและผู้บริโภคทุกคน 6. ดร.เพ็ญ สุขมาก กล่าวถึง ประเด็นเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐาน : เสนอแนวคิดเรื่อง "Traceability" (ระบบตรวจสอบย้อนกลับ) เพื่อสร้างความรอบรู้ให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน อธิบายโครงสร้างระดับมาตรฐาน (Pyramid) ว่าฮาลาลต้องเริ่มต้นจากฐานรากคือ "ความปลอดภัย" ก่อน 7. ข้อเสนอแนะการเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐ: เสนอให้ใช้มาตรฐานการรับรองต้นทางที่มีอยู่แล้วจากกระทรวงเกษตรฯ หรือ สวพ. มาเป็นฐานในการยกระดับสู่ฮาลาล เช่น
1. GAP (Good Agricultural Practices): การรับรองรายแปลง/รายผลผลิต (เช่น พริก, มะม่วง, แตงโม, ปศุสัตว์)
2. PGS (Participatory Guarantee Systems): ระบบรับรองแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกร Organic Thailand: มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่มีความเข้มข้นสูง หากเกษตรกรได้มาตรฐานต้นทาง (GAP / PGS / Organic) เหล่านี้แล้ว ควรนำมาใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาต่อยอดเพื่อออกใบรับรองฮาลาลได้ง่ายขึ้น 8. ข้อเสนอแนะจาก ดร.ซูเฟียนา ซารีแซ มาตรฐานและการแยกประเภทฮาลาล: สินค้าเกษตรส่วนใหญ่เป็นฮาลาลในตัวเอง (เช่น ผัก พืช ผลไม้) เว้นแต่สารมึนเมา (เช่น กัญชา หรือกระท่อม ที่บางมุมมองของอิสลามถือว่าไม่ฮาลาลเมื่อเกิดความมึนเมา) หรือเกิดการปนเปื้อนในกระบวนการบรรจุ (เช่น ผู้แพ็คบริโภคหมูก่อนมาบรรจุข้าว) สินค้าประเภทนี้จึงต้องรับรองที่ "กระบวนการ" ไม่ใช่ตัววัตถุดิบ ซึ่งฮาลาลต้องครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่วนสินค้าเกษตรที่เป็นสัตว์ ต้องผ่านการเชือดตามหลักการฮาลาล 9. แนวทางบูรณาการและการบริหารจัดการ ภารกิจหน่วยงาน: เสนอแบ่งงาน 2 ระดับ คือ ภารกิจปกติของหน่วยงาน (ดูแลมาตรฐานพื้นฐาน เช่น GAP, Livestock QA) และการบูรณาการดูแลความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานอื่น (เกษตร, ปศุสัตว์, สาธารณสุข) โครงสร้างและนโยบาย: ต้องกำหนด "เจ้าภาพหลัก" วางแนวทางแก้ปัญหาเมื่อพบความเสี่ยง และบูรณาการชุดข้อมูลร่วมกัน โดยมุ่งเป้าพัฒนาเป็นโมเดลเพื่อเสนอเป็นนโยบายระดับประเทศ พร้อมจัดทำ SOP ร่วมกัน การสร้าง Risk Level: เสนอให้จัดทำระดับความเสี่ยง (Risk Level) เพื่อแยกแประเด็นความไม่ปลอดภัยทั่วไป ความไม่ปลอดภัยสาธารณะ และจุดเชื่อมโยงที่ส่งผลต่อความเป็นฮาลาล ความตระหนักรู้ของผู้ประกอบการ: ผู้ประกอบการบางส่วนในพื้นที่ภาคใต้ยังขาดความเข้าใจ โดยมองว่าฮาลาลอยู่ใน DNA อยู่แล้ว ทั้งที่กระบวนการผลิตยังไม่ถูกต้อง (เช่น การใช้น้ำหมัก/น้ำขุ่นในนาข้าว) จึงจำเป็นต้องสร้าง Risk Level และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเมืองอาหารปลอดภัยและฮาลาลที่ยั่งยืน 10. ข้อเสนอแนะจาก ดร.อรวิทย์ บุญชุม ประเด็นสารตกค้างและการตกค้างในสัตว์: ยกตัวอย่างผักผลไม้ที่มีสารตกค้างซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายถือว่าฮารอม (ต้องทิ้งไว้ให้สารตกค้างหมดก่อนจึงรับประทานหรือรับรองฮาลาลได้) และกรณีวัวกินอาหารผสมเลือดหมู ซึ่งตามหลักการต้องนำไปเลี้ยงในพื้นที่สะอาดระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้ร่างกายวัวสะอาด (Purification) จึงจะนำมาเชือดได้ ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ในไทยที่สามารถนำมาตั้งมาตรฐานและชี้ให้เห็น Point of View เรื่องความปลอดภัยได้ การบูรณาการมาตรฐานและโมเดลการทำงาน:เห็นด้วยกับการบูรณาการมาตรฐานฮาลาลร่วมกับมาตรฐานอื่น โดยเริ่มต้นที่พืชผักผลไม้ และมีการเตรียมไว้ 3 โมเดลการดำเนินงาน (เปิดรับโมเดลที่ 4 หากมี 11.ข้อเสนอแนะเพิ่ม) ชี้ให้เห็นว่ามาตรฐานฮาลาลเป็น "มาตรฐานสมัครใจ" ต่างจากมาตรฐาน อย. ที่เป็น "มาตรฐานบังคับ" การสร้างความเข้าใจเรื่องฮาลาล: สังคมมักมองว่า "มุสลิมทำ = ฮาลาล" ซึ่งในความเป็นจริงอาจไม่ถูกต้องเสมอไป แต่การสื่อสารต้องระมัดระวังเรื่องความรู้สึก โดยเน้นย้ำว่าฮาลาลคือ "มาตรฐานสากลที่ได้รับความยินยอม" เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล 12. ข้อเสนอแนะจาก นส.รศนา ศาสน์พิสุทธิกุล สสจ.ปัตตานี เห็นด้วยกับโมเดลอันดับที่ 3 การดำเนินงานในปัจจุบัน ทางเลือกที่สามารถทำได้คือ ทางเลือกที่ 3 ซึ่งแม้จะมีข้อจำกัดเรื่องความยั่งยืนเนื่องจากขาดกระบวนการทำงานในลักษณะนี้มาพอสมควร แต่ก็มีความเหมาะสมในการเริ่มทำในระยะสั้น  โดยการดำเนินงานตามภารกิจหลักให้แต่ละหน่วยงานดำเนินงานตามภารกิจเดิมที่มีอยู่ เช่น  เกษตรดำเนินการเรื่อง GAP  ปศุสัตว์ดำเนินการเรื่อง "ปศุสัตว์ OK"  สาธารณสุข/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจเฝ้าระวังตามภารกิจปกติ  บูรณาการร่วมกันทั้งในด้าน ข้อมูล และ การออกแบบกระบวนการ  ซึ่งจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบหรือ "เจ้าภาพหลัก"  ต้องกำหนดแนวทางหากตรวจพบความเสี่ยงหรือความไม่ปลอดภัยว่าจะจัดการอย่างไร และยังคงใช้กฎหมายหรือภารกิจของหน่วยงานหลักเดิมหรือไม่  การจัดทำชุดข้อมูลร่วมกันเพื่อใช้ข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานในอนาคต เช่น เมื่อฝ่ายฮาลาลลงตรวจและพบวัตถุดิบ/ผัก จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังเกษตร ปศุสัตว์ และสาธารณสุขได้  การพัฒนาสู่ระดับนโยบาย (ระยะกลาง)หากมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสรุปออกมาเป็นรูปแบบ (Model) ได้ ควรผลักดันเสนอเป็น นโยบายระดับประเทศ/ภาครัฐ เพื่อสร้างความยั่งยืน  จัดทำ SOP (แนวทางปฏิบัติมาตรฐาน) ร่วมกันเพื่อกำหนดเกณฑ์ความไม่ปลอดภัย (ทั้งมาตรฐานสากล/สาธารณสุข และมาตรฐานฮาลาล/ฮารอม)  การสร้างความเข้าใจและการพัฒนา HL (Halal Literacy)การปรับเปลี่ยนความคิด (Mindset)ไม่ควรมองว่าความเป็นมุสลิมจะเข้าใจเรื่องฮาลาลถูกต้องทั้งหมดโดยอัตโนมัติ  ด้านปัญหาที่พบจากการตรวจผู้ประกอบการมุสลิม พบว่ายังมีระบบที่ไม่ถูกต้อง เช่น ขั้นตอนการล้าง 3 น้ำ (ความแตกต่างระหว่างน้ำไหลผ่านกับน้ำขัง)  แนวทางต้องเร่งสร้าง HL (Halal Literacy) เพื่อปรับระบบคิดและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง  เป้าหมายในภาพรวมไม่ใช่เพียงแค่ขยายฮาลาลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ต้องมองในระดับสากล เพื่อให้ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยที่ได้มาตรฐานฮาลาลส่งออก
13. ข้อเสนอแนะจากผศ. ดร.อธิพันธ์ เสียมไหม สนับสนุน Sandbox และทางเลือกที่ 3: เห็นด้วยกับการจัดทำ Sandbox โดยเฉพาะผักและผลไม้ และเห็นว่า "ทางเลือกที่ 3" (การบูรณาการมาตรฐาน) มีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากเห็นภาพความร่วมมือที่ชัดเจนระหว่างฝั่งสาธารณสุข (อย.) และคณะกรรมการอิสลาม ข้อกังวลด้านนวัตกรรมผักและผลไม้ แม้ผักผลไม้สดจะฮาลาลโดยธรรมชาติ แต่ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่อาจกระทบต่อมาตรฐานฮาลาล เช่น การใช้สารเคลือบ/แว็กซ์ยืดอายุการขนส่ง, การใช้เจลาตินหรือเอนไซม์ในผักผลไม้แปรรูป, การผสมสารจากกัญชา หรือกระบวนการหมักถั่ว/พืชผลที่ก่อให้เกิดแอลกอฮอล์ การจัดทำมาตรฐานการทำงาน เสนอให้เน้นย้ำเรื่องมาตรฐานแนวปฏิบัติ (Standard Operating Procedures) และระบบการตรวจประเมินให้มีความชัดเจน เพื่อขจัดความคลุมเครือในเรื่องใหม่ๆ มาตรฐานมีอยู่ด้วยกันหลายส่วน หากเราบูรณาการร่วมกันได้ก็จะดีทั้งส่วนของผู้ตรวจแล้วก็ผู้รับการตรวจ เพียงแต่มาตรฐานของฮาลาลจะเป็นมาตรฐานสมัครใจซึ่งจะแตกต่างกันบ่างมาตรฐานที่เป็น อย. ซึ่งอย.จะเป็นมาตรฐานภาคบังคับ ส่วนฮาลาลคนมุสลิม เป็นคนปรุงหรือเป็นคนทำซึ่งถือเป็นประเด็นที่อาจจะต้องลงรายละเอียดคือบางครั้ง ถึงเป็นมุสลิมทำก็ไม่แน่ว่าจะฮาลาลเพราะว่ามันก็มีเรื่องของความรู้สึก ควรมองว่าฮาลาลเป็นเรื่องของมาตรฐานในแง่ของศาสนา อันนั้นเราก็ไม่ไปแตะควระรณรงค์และช่วยเรื่องของการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวของสินค้า รวมถึงช่วยในเรื่องของการขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจ 14. ข้อเสนอแนะจากนายพิทักษ์ อาดมะแร๊ะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาตรฐานเกี่ยวกับ ผักและผลไม้ฮาลาล ยังไม่มีใครทำมาก่อน เมื่อพิจารณามาตรฐานของ สมอ. (TISI) หรือหน่วยงานอื่นๆ พบว่ายังไม่มีเรื่องนี้โดยตรง เนื่องจากเป็นการบูรณาการเข้ากับตัวมาตรฐาน แต่มาตรฐานที่แยกออกมาเฉพาะนั้นยังไม่มี ผลลัพธ์ของโครงการ (Output):สิ่งที่จะออกมาจะเป็นมาตรฐาน หรือแนวทางการดำเนินงานอย่างไร (ฝากคำถามถึงทีมงาน) แนวทางที่เป็นไปได้ (ตามที่ อย. ปัตตานี เสนอ): น่าจะเป็น ทางเลือกที่ 3 คือการทำ MOU ที่ผ่านมามีความร่วมมือระหว่าง สาธารณสุข กับ คณะกรรมการอิสลาม เช่น สินค้าอาหารแปรรูปควรได้รับ อย. ก่อน แล้วจึงขอรับรองฮาลาล ซึ่งจุดนี้สามารถขยายผลต่อได้ จากนั้นจึงเขยิบไป ทางเลือกที่ 1 (การบูรณาการมาตรฐาน) และ ทางเลือกที่ 2 (การบังคับใช้ในแนวทางปฏิบัติ) ตามลำดับ ข้อคิดเห็นด้านหลักการฮาลาลในผักและผลไม้ โดยปกติ ผักและผลไม้มีความเป็นฮาลาลในตัวเองอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเจริญขึ้น มีการใช้นวัตกรรมต่างๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น สารเคลือบผิว เพื่อยืดอายุการส่งออก (เช่น สารเชลแล็กจากแมลง) นำมาเคลือบผัก ผลไม้ แอปเปิ้ล กระบวนการแปรรูป การใช้เจลาตินเพื่อเพิ่มความข้นหนืด หรือการใช้อย่างเอนไซม์เพื่อให้น้ำผลไม้ใสขึ้น สิ่งต้องห้าม เช่น กัญชา หรือการนำผักและผลไม้ไปหมักจนเกิดการมึนเมา/เกิดแอลกอฮอล์ (เช่น การหมักถั่วเหลือง) ซึ่งจะมีเกณฑ์มาควบคุมดูแล เรื่องการขนส่งต้องระวังการปนเปื้อนจากสิ่งต้องห้าม  การจัดทำมาตรฐานนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ดีมาก และจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เนื่องจากประเทศไทยมีการส่งออกผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจำนวนมาก จึงควรมีการจัดระดับและกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจนต่อไป 15. ดร.เพ็ญ สุขมาก สรุปการสร้างทางเลือกพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย เน้นย้ำความสำคัญของโมเดลที่ 3: มองว่าโมเดลที่ 3 เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับการทดลองทำ Sandbox ในระดับพื้นที่ (เช่น ปัตตานี นราธิวาส สตูล) เพื่อพัฒนาไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติจริง (Practical Guideline) การวางโครงสร้างและภาคีเครือข่าย (ต้นน้ำ): - ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดร่วมมือกับหน่วยงานระดับจังหวัด (สสจ., เกษตร,      ปศุสัตว์, ประมง) จัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการ (Steering Board) และกำหนดจุดประสานงาน (Focal Point) - นำข้อมูลเกษตรกรที่ได้มาตรฐาน GAP อยู่แล้ว (เช่น กล้วย แตงโม) มายกระดับต่อยอด เพื่อลดขั้นตอน ไม่ต้องลงไปตรวจแปลงใหม่ตั้งแต่ต้น - เสริมการอบรมพัฒนาศักยภาพ เช่น มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ป้องกันการปนเปื้อน กระบวนการตรวจประเมินและการต่อยอด (กลางน้ำ - ปลายน้ำ): - ทำ Mapping รวบรวมแปลงเกษตรที่ผ่าน GAP และนำผลตรวจความปลอดภัยทางอาหารเดิมมาเชื่อมโยงกับการรับรองฮาลาล - ประกาศรับรองมาตรฐานยกระดับ เช่น "GAP Plus ฮาลาล" เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม - วางระบบการตรวจเช็กและต่ออายุรายปี เพื่อขับเคลื่อนให้กระบวนการนี้กลายเป็นงานประจำ (Routine) ในระยะยาว 16. ผู้เข้าร่วมประชุมสนับสนุนโมเดลที่ 3 สนับสนุนโมเดลที่ 3 เห็นตรงกันว่าโมเดลที่ 3 เป็นแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดในระยะแรก เนื่องจากไม่เพิ่มภาระงานเดิม (เกษตรตรวจรับรอง GAP และสาธารณสุขตรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารอยู่แล้ว) แต่ในอนาคตอาจยกระดับไปสู่โมเดล 1 หรือ 2 ได้ การวางแนวทางและ Sandbox: เสนอให้ใช้โมเดลนี้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ทำแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจน และทดลองทำ Sandbox ในบางจังหวัด โครงสร้างการทำงาน (ไม่มีใครเป็นเจ้าของเดี่ยว): อธิบายว่าตลอดห่วงโซ่การทำงาน เจ้าภาพหลักจะเปลี่ยนไปตามความเชี่ยวชาญ (เช่น เรื่องความปลอดภัยทางอาหาร สถาบันหรือสำนักงานเกษตรจะเป็นเจ้าภาพ) โดยมี คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เป็นจุดประสานงานสำคัญ (Focal Point) กระบวนการเชื่อมโยงข้อมูล: ไม่ต้องการให้คณะกรรมการอิสลามลงไปตรวจแปลงใหม่ แต่ใช้ข้อมูล Mapping แปลงที่ได้ GAP เดิมอยู่แล้ว (เช่น อำเภอท่าแพ มีแตงโมได้ GAP) แล้วเข้าไปเติมเต็มเฉพาะจุดที่ฮาลาลกำกับ เช่น ขั้นตอนการบรรจุภัณฑ์ (Packaging) โดยให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล หรือคณะกรรมการอิสลามเข้าช่วยอบรมความรู้ เป้าหมายปลายทาง: ไม่ใช่แค่การออกใบรับรอง แต่เป็นการยกระดับสินค้าให้ได้ทั้งมาตรฐานอาหารปลอดภัย (GAP) และมาตรฐานฮาลาล เพื่อเพิ่มมูลค่าและความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค 17. ข้อเสนอแนะจาก นาย อดุลยศักดิ์ หมัดหมัน สตูล สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ข้อจำกัดเรื่องบุคลากร กังวลว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีจำนวนน้อยและภารกิจแน่น ไม่สามารถลงพื้นที่ตรวจรายละเอียดร่วมกันได้ทั้งหมด จึงเสนอให้ดึง ภาคีเครือข่ายภาคสังคม/จิตอาสา เข้ามาร่วมขับเคลื่อนใน MOU ความชัดเจนเรื่องบทบาทและระเบียบ ตั้งคำถามถึงระเบียบการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน และถามความชัดเจนว่าคณะกรรมการอิสลามเป็นเจ้าภาพหลักโดยตรงในโมเดล 3 หรือไม่ 18. ดร.อรวิทย์ บุญชุม ข้อเสนอต่อกระบวนการตรวจ เสนอว่าหากแปลงเกษตรได้รับการรับรอง GAP จากเกษตรและสาธารณสุขแล้ว สำนักงานฮาลาลไม่จำเป็นต้องลงไปตรวจเรื่องสารตกค้างซ้ำซ้อน เพราะไม่มีความเชี่ยวชาญทางเคมี สามารถนำผลรับรองนั้นมาใช้เพื่อดำเนินกระบวนการต่อได้ทันที ความกังวลเรื่องจุดสุ่มเสี่ยงทางฮาลาลในแปลงเกษตรทักท้วงว่าการใช้ผล GAP เพียงอย่างเดียวโดยไม่ลงไปสำรวจ (Checklist) อาจเสี่ยงหลุดมาตรฐานฮาลาล เพราะมาตรฐานเกษตรทั่วไปไม่ได้คำนึงถึงประเด็นทางศาสนา เช่น ปุ๋ยอาจมาจากซากสัตว์ หรือสิ่งต้องห้าม (นายิส) ตามหลักศาสนา สารฉีดพ่น อาจมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 19. ข้อเสนอแนะจากผศ. ดร.อทิพันธ์ เสียมไหม พืช GMO หากมีการตัดต่อยีนมาจากพืชต้องห้าม (เช่น กัญชา) หรือยีนที่มาจากสัตว์ที่ไม่ฮาลาล พืชนั้นจะตกเป็นสิ่งต้องห้ามทางศาสนาทันที อาหารสัตว์/สิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับปลา หรือสัตว์ที่กินเนื้อ/สิ่งต้องห้าม ซึ่งตามหลักศาสนาโบราณต้องนำมากักบริโภคอาหารสะอาดก่อนช่วงหนึ่ง บทบาทของ กอจ. (คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด) เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับ กอจ. ในการตรวจผักและผลไม้ โดย กอจ. มีความเชี่ยวชาญในการตรวจวัตถุดิบอาหารและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป แนวทางการตรวจรับรองเสนอให้แบ่งหน้าที่ โดยปล่อยให้ขั้นตอนการปลูกและการดูแลสารเคมีเป็นหน้าที่ของมาตรฐาน GAP แล้วให้ กอจ. เข้ามามีบทบาทในขั้นตอนสุดท้าย (Finish Product) ก่อนออกสู่ตลาด โดยทำ การตรวจรับรองว่าผลไม้นั้นปราศจากสารเคมีในลิสต์ต้องห้าม ก่อนจะพิจารณาให้ตรารับรองฮาลาล เป้าหมายและคุณภาพสินค้าต้องการให้ปลายทางได้สินค้าที่ครบทั้ง 3 ด้าน คือ ปลอดภัย (กระบวนการผลิต/ปรุงดี) ถูกต้องตามหลักศาสนา (ฮาลาล) และมีคุณภาพโภชนาการสูง (ตอยยิบัน) ซึ่งแม้ช่วงแรกจะทำพร้อมกันทั้งหมดได้ยาก แต่ควรรวมเรื่องความปลอดภัยและฮาลาลเข้าด้วยกันก่อน การสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มมูลค่าหากสินค้ามีทั้งมาตรฐานความปลอดภัย (เช่น GAP หรือ Organic Thailand) และตราฮาลาลบนบรรจุภัณฑ์ จะช่วยสร้างความสบายใจแก่ผู้บริโภคมุสลิม เพิ่ม Demand ขยายสู่ตลาดโลก และช่วยยกระดับรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน การทำงานและผลกระทบเชิงระบบ โมเดลหลักเน้นให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดร่วมกับหน่วยงานภาคี จัดทำ Checklist, SOP และแชร์ข้อมูลร่วมกัน (เช่น ใช้ผลตรวจความปลอดภัยจากเกษตรและสาธารณสุข) โดย สามารถใส่ข้อเสนอหรือกิจกรรมที่กังวลเพิ่มเติมลงไปได้ การส่งเสริมเกษตรปลอดภัยตามแนวทางนี้ ช่วยลดการปนเปื้อนสารเคมีในดินและน้ำ สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านสุขภาวะ สังคม เศรษฐกิจ และจิตใจ ความตระหนักในหน้าที่การรับรองฮาลาล เน้นย้ำว่าระบบการรับรองฮาลาลเป็นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่ออัลลอฮ์ (Subhanu wa Ta'ala) ไม่สามารถอนุมัติโดยไม่ผ่านการประเมินหรือตรวจอย่างครบถ้วนได้ ตัวอย่างการพักสัตว์ก่อนเชือดยกตัวอย่างไก่ที่ขนส่งมาไกล 4-5 ชั่วโมง หากเชือดทันทีจะเกิดความเครียด ถ่ายเลือดออกไม่หมด ทำให้เนื้อออกสีเขียวและมีเชื้อโรคตกค้างในเลือด แต่หากกักพักให้คลายเครียด 1-2 ชั่วโมง ให้กินน้ำกินอาหารก่อนเชือด จะถ่ายเลือดได้ดีและได้เนื้อที่สดใสสวยงาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระบวนการผลิตมีผลต่อความสมบูรณ์ตามหลักฮาลาล ความกังวลในพืชผักแม้ผักผลไม้ (เช่น แตงโม) จะเป็นวัตถุดิบที่ฮาลาลในตัวเอง แต่ปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงจากสารเคมีตกค้าง หรือการใช้สารอาหารในระบบไฮโดรโปนิกส์ที่ทำให้พืชโตไวผิดปกติ จึงต้องเข้าไปประเมินและตรวจดูในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต ไม่สามารถมองแค่ตัววัตถุดิบอย่างเดียวได้ ข้อจำกัดการรับรองฮาลาลในปัจจุบันยกตัวอย่างกรณี "ข้าวโพดต้มในเซเว่น" ซึ่งได้รับตราฮาลาล แต่เป็นการรับรองเฉพาะ "กระบวนการต้มที่สะอาด" เท่านั้น ไม่ได้ย้อนกลับไปรับรองถึงคุณภาพหรือที่มาของวัตถุดิบข้าวโพดตั้งแต่ต้นทาง การสแกนตรวจสอบข้อมูลยืนยันว่าระบบตราฮาลาลในปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบข้อมูล วันหมดอายุ และการต่ออายุใบรับรองได้ทั้งหมดระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)สนับสนุนแนวคิดการใช้ QR Code สแกน

circle
กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม
จำนวน 30 คน จากที่ตั้งไว้ 0 คน
ประกอบด้วย

สถาบันฮาลาล, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง, สำนักงานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส, สนง.สาธารณสุขอำเภอนาบอน จ.นครศรีธรรมราช, สนง.สาธารณสุข จ.ตรัง สนง.คณะกรรมการอิสลามจังหวัดสตูล, สำนักงานอิสลามจังหวัดสงขลา,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี,ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สำนักงานปัตตานี), สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, สำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาส,สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา,สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล,สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกทม,สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา,สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล