โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

S__26705936_0.jpg
S__26705935_0.jpg
S__26705934_0.jpg
S__26574872_0.jpg
S__26574866_0.jpg
S__26574865_0.jpg
S__26574864_0.jpg
S__26574863_0.jpg
S__26574862_0.jpg
S__26566692_0.jpg
การประชุมระดมสมองภาคีเครือข่าย โครงการ การประเมินผลการดำเนินงานของ “แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย” ปี 2564 -2567 วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ เวลา รายละเอียด 09.00 - 09.30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุม 09.30 – 09.45 น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์ และภาพรวมการประชุม โดย รศ.ดร.มนทกานติ์ เชื่อมชิต และคณะผู้วิจัย 09.45 – 10.15 น. นำเสนอผลการประเมินระยะกลาง (Mid-term Evaluation) แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (แผน 9) โดย รศ.ดร.มนทกานติ์ เชื่อมชิต 10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง 10.30 – 11.40 น. การประชุมระดมสมองภาคีเครือข่าย “ทิศทางการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายของประเทศไทยในอนาคต” ประเด็นหารือ • ความสำเร็จและบทเรียนสำคัญจากการดำเนินงานส่งเสริมกิจกรรมทางกาย • ความท้าทายและอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในบริบทปัจจุบัน • กลุ่มประชากรที่ยังเข้าไม่ถึงการมีกิจกรรมทางกายและแนวทางการเข้าถึงกลุ่มดังกล่าว/กลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับความสำคัญในระยะต่อไป • แนวโน้มและบริบทใหม่ที่ควรนำมาพิจารณาในการกำหนดทิศทางแผนในอนาคต • ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กลไกสนับสนุน และแนวทางการดำเนินงานเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่งของประชาชนไทย 11.40 – 11.55 น. สรุปประเด็นสำคัญและข้อเสนอแนะจากการประชุม 11.55 – 12.00 น. กล่าวปิดการประชุม
ข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน จากสถาบันนโยบายสาธารณะ
1. มุ่งสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน
จากการประเมินพบว่าระบบและเครือข่ายมีความก้าวหน้าแล้ว แต่ผลลัพธ์ระดับประชากรยังเปลี่ยนไม่มา
ดังนั้นระยะต่อไปควรมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนให้เกิดกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ
และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior)
2. เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ยังมีกิจกรรมทางกายน้อย พัฒนามาตรการสำหรับกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึง
3. ขยาย Active Environment ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
จากพื้นที่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ ควรขยายสู่ระดับจังหวัดและประเทศ
4. ผลักดันนโยบายสู่ระดับจังหวัดและท้องถิ่น
สร้างกลไกให้เรื่องกิจกรรมทางกายถูกบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด แผนท้องถิ่น งบประมาณประจำปี
กองทุนสุขภาพตำบล นโยบายของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน
5. พัฒนาระบบข้อมูลและ Digital Monitoring พัฒนาระบบติดตามผลแบบ Real-time
6. สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนมากขึ้น ขยายบทบาทของ บริษัทเอกชน ผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า
Developers Startup สื่อมวลชน ให้ร่วมลงทุนและร่วมสร้าง Active Society
7. พัฒนางานวิจัยและเศรษฐศาสตร์กิจกรรมทางกาย
สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์เพิ่มเติม เช่น SROI Cost-effectiveness Economic Evaluation Return on
Investment Policy Brief เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
8. สื่อสารสาธารณะอย่างต่อเนื่องเปลี่ยนจากการรณรงค์เป็น Social Movement Community Campaign
Digital Campaign เพื่อทำให้ “การขยับ” เป็นค่านิยมของสังคมไทย