สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส. ม.อ.)

directions_run

โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส. ม.อ.)
การประชุม "ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" ครั้งที่ 218 พฤษภาคม 2569
18
พฤษภาคม 2569รายงานจากพื้นที่ โดย nell.monchanok98
circle
กิจกรรมที่ปฎิบัติรายละเอียดของการทำกิจกรรมที่ได้ปฎิบัติจริง

กำหนดการ การประชุม "ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" ครั้งที่ 2 ในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้ลานมังกร ชั้น 2 สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร)
อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต วัตถุประสงค์:
1. เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วยการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน และการผลักดันนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่งผ่านการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยใช้ชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานในพื้นที่เป้าหมายสู่การปฏิบัติ
2. เพื่อผลักดันต้นแบบและแบบสถาปัตยกรรมพื้นที่สุขภาวะที่พัฒนาขึ้นแล้ว ไปสู่การปฏิบัติเชิงนโยบายและการดำเนินงานจริงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย โดยบูรณาการการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้สอดคล้องกับบริบทสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และทรัพยากรของพื้นที่ 3. เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อม NCDs Ecosystem การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง ในระดับจังหวัด กลุ่มเป้าหมาย - ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครภูเก็ต: (กองยุทธศาสตร์, กองช่าง, กองสาธารณสุข) จำนวน 4 คน
- ผู้นำชุมชนในเขตเมืองเก่าภูเก็ต จำนวน 15 คน
- เครือข่ายสถาปนิก จำนวน 5 คน
- เครือข่ายภาคประชาสังคม จำนวน 5 คน
- เครือข่ายภาคเอกชน จำนวน 2 คน
- สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จำนวน 4 คน
- คณะทำงานโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายจังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 คน
รวม 40 คน

เวลา                  กิจกรรม 08.30 – 09.00 น.    ลงทะเบียน
09.00 – 09.30 น.    กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์ ชี้แจงเป้าหมายการดำเนินงาน และทบทวนสรุปผลจากการประชุม "ย่าง-ย่าน-สุข" ครั้งที่ 1
ที่ผ่านมา โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 09.30 – 10.45 น.      แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะ                                 เนือยนิ่ง และแนวคิดการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในบริบทเมืองเก่าภูเก็ต โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 10.45 – 11.00 น.    พักรับประทานอาหารว่าง

เวลา                  กิจกรรม 11.00 – 12.00 น.    เสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น: วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา และโอกาสในการพัฒนาพื้นที่                               สุขภาวะร่วมกันของภาคีเครือข่าย โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน 12.00 – 13.00 น.    พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00 – 13.30 น.    นำเสนอโครงการการขับเคลื่อนกิจกรรมย่านเมืองเก่า และข้อเสนอแนวทางการขับเคลื่อน                               ต่อคณะทำงานผู้บริหารเทศบาล
1) Active Space – ปิดถนนซอยรมณีย์ (Car-free Sunday) 2) Walkability & Comfort – ปรับปรุงทางเท้า 3) Urban Connectivity – ระบบป้ายและการเชื่อมย่าน 4) Community Pocket Green – พื้นที่สีเขียวขนาดย่อม 5) Active Program – เดินดูบ้านแลเมืองโดย ผู้แทนจากเครือข่ายสถาปนิก ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน 13.30 – 14.00 น.    ให้ข้อคิดเห็นแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ ฯ โดย 1) นายกเทศบาลเมืองภูเก็ต 2) รองนายกเทศบาล 3) คณะทำงานผู้บริหาร 14.00 – 14.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง 14.15 – 15.30 น. กิจกรรม Workshop: "ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ย่าง-ย่าน-สุข" แบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นเพื่อออกแบบแนวทาง/กิจกรรมในการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะใน           ย่านเมืองเก่าภูเก็ตอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ดร.เพ็ญ สุขมาก และทีมคณะทำงาน ร่วมเป็นพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม 15.30 – 16.00 น.    การนำเสนอผลจากการระดมความคิดเห็น
นำเสนอโครงร่างและแนวคิดของแต่ละกลุ่ม พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากวิทยากรและ
          ผู้เข้าร่วมประชุม 16.00 – 16.30 น.    บทบาทความร่วมมือของภาคีเครือข่าย วางแผนแนวทางการขับเคลื่อนโครงการร่วมกัน
สรุปมติที่ประชุม นัดหมายการดำเนินงานในระยะถัดไป และปิดการประชุม โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

(หมายเหตุ: กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม)

circle
ผลที่เกิดขึ้นจริงผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) / ผลสรุปที่สำคัญของกิจกรรม

รายงานการประชุม การประชุม "ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" ครั้งที่ 2 วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้ลานมังกร ชั้น 2 สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร)
อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

วาระที่ 1 ที่มาและความสำคัญของการจัดทำโครงการ วัตถุประสงค์ของโครงการ ย่าง – ย่าน – สุข เมืองเก่า Physical Activity โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการ สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)
สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ดำเนินโครงการลดภาวะเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) เพื่อแก้ปัญหาอัตราความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ในจังหวัดภูเก็ต ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ส่งผลให้ค่าครองชีพและการเดินทางมีอัตราค่าบริการค่อนข้างแพง ทำให้ประชาชนเปลี่ยนจากการเดินทางโดยใช้ขนส่งสาธารณะมาพึ่งพารถยนต์เป็นหลักและขาดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางร่างกาย
โครงการนี้จึงมุ่งขับเคลื่อนแนวคิด “เมืองเดินได้” (Walkable City) การเดินเชื่อมย่าน และการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ (Active Transportation) โดยผสานพลังร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชนสถานศึกษา และภาคประชาชน อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต กรมโยธาธิการและผังเมือง นักออกแบบสร้างสรรค์เมือง ภาคเศรษฐกิจ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และภาคประชาชนชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อลดการใช้รถยนต์และออกแบบพื้นที่สาธารณะรวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์ส่งเสริมอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน
การบูรณาการความร่วมมือแต่ละหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อสุขภาพและการลดโรค NCDs ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น แต่ยังสร้าง ผลกระทบเชิงบวกแบบทวีคูณ (Multiplier Effect) ด้วยการปลุกวิถีชีวิตย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้กลับมาคึกคัก กระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจท้องถิ่นจากการเดินเท้าท่องเที่ยว ทั้งยังช่วยพลิกโฉมภูมิทัศน์เมืองสู่เมืองน่าอยู่สุขภาวะดี ซึ่งจะช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และยกระดับภาพลักษณ์ของภูเก็ตสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะอย่างยั่งยืน” (Sustainable Health & Wellness City) ในระดับสากล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายโดยภาครัฐต่อไป

วาระที่ 2 นำเสนอผลการประชุมระดมความคิดความต้องการพัฒนาพื้นที่เมืองเก่า ภายใต้ หัวข้อ “ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะในย่านเมืองเก่าภูเก็ต” เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569
จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ ณ โรงแรมเพิร์ล เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เพื่อร่วมกันผลักดันข้อเสนอนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่นำร่องย่านเมืองเก่า โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายและชุมชนผ่านการประชุมและกิจกรรมเวิร์กช็อป ได้ข้อสรุปแนวทางการพัฒนาใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1) Urban Connectivity – ระบบป้ายสื่อสารและการเชื่อมโยงย่าน ที่ประชุมเสนอให้มีการพัฒนาระบบป้ายสื่อสารและป้ายบอกเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างย่าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรและสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ชุมชน โดยออกแบบสัญลักษณ์ให้เป็นสากล เข้าใจง่าย เช่น ห้องน้ำ จุดจอดรถ และแหล่งเรียนรู้ ควบคู่กับการสะท้อนเอกลักษณ์พื้นที่ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากนี้ มีข้อเสนอให้จัดทำแผนที่แสดงจุดสำคัญของเมืองอย่างละเอียด เช่น จุดจอดรถ ห้องน้ำสาธารณะ ตลาด ศาลเจ้า และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ย่านเมืองเก่าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของการจัดทำ Guidebook มีข้อเสนอให้นำเสนอในรูปแบบ Storytelling เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ บรรยากาศ และคุณค่าของเมืองเก่า ผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์ เช่น การเล่าเรื่องในลักษณะ Diary หรือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง รวมถึงแนวคิดการพัฒนา Writer Residency เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเขียนเข้ามาพำนักและถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองในมิติที่หลากหลาย พร้อมทั้งผนวกกิจกรรมหรือเกมภายในเล่ม เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมในการเดินสำรวจเมือง ทั้งนี้ ยังมีข้อเสนอในการพัฒนาป้ายสื่อสาร Onsite บริเวณพื้นฟุตบาท ผนังอาคาร และพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลของย่านมีความกลมกลืนกับบรรยากาศและวิถีชีวิตของชุมชน พื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน  ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน: ชุมชนบ้านซ้าน – จุ้ยตุ่ย (เน้นวิถีตลาดสดและวัฒนธรรมศาลเจ้า) • ย่านเมืองเก่า: ชุมชนเมืองเก่า, ชุมชนเมืองเก่าชาร์เตอร์ดแบงก์ และชุมชนซินหล่อ (เน้นสถาปัตยกรรมและย่านเศรษฐกิจโบราณ)

2) Walkability & Comfort – การปรับปรุงทางเท้าและสภาพแวดล้อม ที่ประชุมเสนอแนวทางการพลิกโฉมทางเท้าให้เป็น “เส้นทางเดินได้ เดินดี” เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยดึงดูดคนให้เข้าชมร้านค้าและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยจะเริ่มจากการจัดระเบียบและขอคืนพื้นที่ทางเท้าสาธารณะ ด้วยการทำความเข้าใจกับร้านค้าในพื้นที่ พร้อมประสานเทศบาลช่วยย้ายสิ่งกีดขวาง เช่น ป้าย เสา ถังขยะ หรือต้นไม้ที่บดบังทางเดิน ควบคู่ไปกับการซ่อมแซมพื้นผิวทางเท้าเดิมให้เรียบเนียน เดินง่าย ไม่สะดุด นอกจากนี้ จะเติมความร่มรื่นและน่าเดินด้วยการเพิ่มร่มเงา (Shading) จัดระบบแสงสว่างให้ปลอดภัยในยามค่ำคืน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยยังคงรักษาต้นไม้เดิมที่มีคุณค่าไว้ พร้อมทั้งนำวัสดุเก่าในท้องถิ่นมาดีไซน์ใหม่เป็นจุดนั่งพักผ่อน (Street Furniture) ที่กลมกลืนกับวิถีชุมชน ในส่วนของการจัดสรรพื้นที่ จะใช้การขีดสีตีเส้นแบ่งโซนกิจกรรมตามช่วงเวลา (เช่น เปิดพื้นที่ค้าขายหรือกิจกรรมพิเศษวันเสาร์-อาทิตย์) มีการป้ายบอกระยะทางและไฮไลท์จุดท่องเที่ยวถัดไปเพื่อดึงดูดใจ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงรุก (Active Program) อย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกเมืองให้มีชีวิตชีวาและใช้งานพื้นที่สาธารณะได้อย่างคุ้มค่าที่สุด พื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน-จุ้ยตุ่ย (จุดเริ่มต้นวิถีวัฒนธรรมและปากท้อง):
ปักหมุดตั้งแต่บริเวณหน้าวัดขจรรังสรรค์ ลากยาวเชื่อมต่อไปตามถนนกระบี่ และถนนระนอง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของย่านตลาดสดและศาลเจ้า • ย่านซินหล่อ (เส้นทางสถาปัตยกรรมและชุมชนดั้งเดิม):
เชื่อมต่อตั้งแต่บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์ (อาคารโบราณที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ) ไปจนถึงสี่แยกถนนดีบุกตัดกับถนนเยาวราช • ย่านชาร์เตอร์ดแบงก์ (ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์):
เริ่มจากสี่แยกมิวเซียมภูเก็ต (พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตนครา) ทอดยาวไปจนถึงสามแยกอาคาร Vela Phuket Old Town เพื่อเชื่อมร้อยพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์



3) Community Pocket Green – พื้นที่สีเขียวขนาดย่อมเพื่อชุมชน ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวขนาดย่อม (Pocket Green) ในระดับชุมชน โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพและปรับปรุงภูมิทัศน์ของพื้นที่ขนาดเล็กให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและสันทนาการ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างพื้นที่พบปะเชิงสังคมในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ (Healing for Elderly) รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ “ทางใจ” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แนวทางการพัฒนาประกอบด้วยการจัดองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ระบบแสงสว่าง (Lighting), เฟอร์นิเจอร์สาธารณะ (Street Furniture), ระบบความปลอดภัย (CCTV) และป้ายสื่อสารข้อมูลที่เชื่อมโยงกับแนวคิด Urban Connectivity เพื่อให้พื้นที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีความต่อเนื่องทางข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ควบคู่กัน เพื่อส่งเสริมความสุขและการเรียนรู้ในชุมชน เช่น กิจกรรมอ่านหนังสือ การเล่าเรื่องเก่า–ใหม่ เวิร์กช็อปงานฝีมือท้องถิ่น และกิจกรรมแลกเปลี่ยนภูมิปัญญา เพื่อถ่ายทอดรากเหง้าและอัตลักษณ์ของพื้นที่สู่คนรุ่นใหม่ พื้นที่นำร่องที่เสนอสำหรับการพัฒนา ได้แก่ • ย่านบ้านซ้าน–จุ้ยตุ่ย (ศูนย์กลางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณชุมชน):
ปักหมุดการพัฒนาที่ วัดขจรรังสรรค์ (วัดเหนือ) เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้รองรับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและเชื่อมโยงกับย่านตลาดดั้งเดิม • ย่านเมืองเก่า (หัวใจประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์เมือง):
มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่รอบ วัดมงคลนิมิต พระอารามหลวง (วัดกลาง) ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจกลางเมืองเก่า เพื่อยกระดับให้เป็นจุดหมายตาและพื้นที่สาธารณะที่สง่างาม • ย่านซินหล่อ (เสน่ห์วิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมระดับตํานาน):
ครอบคลุมโครงข่ายตรอกซอกซอยและอาคารอนุรักษ์ ตั้งแต่พื้นที่หลังพิพิธภัณฑ์ไทยหัว ต่อเนื่องไปยังตรอกสุ่นอุทิศ และบริเวณหน้าบ้านอังม่อหลาวหลวงอำนาจนรารักษ์ เพื่อปลุกชีวิตให้ย่านดั้งเดิมน่าเดินและเปี่ยมด้วยเรื่องราว • ย่านชาร์เตอร์ดแบงก์ (ประตูสู่เมืองเก่าและพื้นที่สร้างสรรค์):
พลิกโฉม สวนหย่อมตรงข้ามอาคารหอนาฬิกา (มิวเซียมภูเก็ต) ให้เป็นพื้นที่ต้อนรับ (Welcome Zone) และจุดพักผ่อนหย่อนใจที่มีชีวิตชีวา เชื่อมต่อผู้คนเข้าสู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจท่องเที่ยวหลัก

4) Active Program – กิจกรรมเดินดูบ้านและเมือง

กรอบแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการเดินเท้า (Active Program) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด “ศูนย์กลางแห่งวิถีชีวิตและการสัญจรอย่างมีพลัง” (Active Hub) ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการพัฒนา “กิจกรรมสร้างสรรค์เชิงรุก” (Active Program) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านการเดินเท้า (Walking Experience) มุ่งเปลี่ยนการเดินสัญจรในแต่ละย่านให้เป็นกิจกรรมที่เพลิดเพลิน น่าสนใจ และสามารถเชื่อมโยงรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม 1. การออกแบบเส้นทางและโครงสร้างเนื้อหารูปแบบการเล่าเรื่อง (Route & Storytelling Design) กลไกสำคัญในการปลุกชีวิตย่านประวัติศาสตร์ คือการออกแบบเส้นทางเดินเท้าท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน (Day & Night Trip) ในแต่ละชุมชน โดยนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นมาเป็นแกนหลักในการร้อยเรียงเรื่องราว (Storytelling) สะท้อนให้เห็นมิติทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และคุณค่าทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันใน 4 ชุมชนนำร่อง ดังนี้ • ชุมชนบ้านซ้าน–จุ้ยตุ่ย (วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมชั้นสูง):                                  ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านความคึกคักของตลาดเช้า ขรสชาติของขนมพื้นถิ่น ความเลื่อมใสศรัทธาในวัดและอ๊าม (ศาลเจ้า) ตลอดจนความสง่างามของคฤหาสน์โบราณอย่างอังม่อหลาว และบ้านชินประชา • ชุมชนชาร์เตอร์ดแบงก์ (ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และศิลปะสร้างสรรค์):                                เชื่อมโยงความเชื่อและการเรียนรู้ผ่านศาลเจ้าแสงธรรม พิพิธภัณฑ์ภูเก็ต งานศิลปะร่วมสมัย และเรื่องราวของคลองบางใหญ่ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในอดีต • ชุมชนซินหล่อ (สายสัมพันธ์และมรดกแห่งตะวันออก):                                                มุ่งเน้นการสะท้อนความกลมกลืนของวัฒนธรรมเพอรานากัน ศาสตร์แห่งอาหารท้องถิ่น และมนตร์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม • ชุมชนเมืองเก่า (หัวใจแห่งการอนุรักษ์และย่านการค้าโบราณ):                                            ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ผ่านพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว บรรยากาศการค้าขายของตลาดใหญ่ (ถนนถลาง) และสีสันของซอยรมณีย์ 2. การบริหารจัดการพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก (Spatial Management & Facilities) เพื่อให้การเดินเมืองเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง โครงการได้ผสาน “กิจกรรมนับก้าว” (Accountable Walk Count) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้พื้นที่หันมาเดินเท้ามากขึ้น ควบคู่ไปกับการจัดทำป้ายข้อควรปฏิบัติและข้อห้าม (Do & Don’t) เพื่อสร้างสุขลักษณะและความเข้าใจในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน (Facilities) รองรับไว้อย่างครบครัน อาทิ จุดบริการห้องน้ำ จุดคัดแยกขยะ จุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) พื้นที่จอดรถ และจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร (Dropping Area) ที่สะดวกและปลอดภัย 3. ภาคีเครือข่ายความร่วมมือและการขับเคลื่อน (Partnership & Collaboration) การแปรนโยบายสู่การปฏิบัติต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ เทศบาลในพื้นที่ ประกอบด้วย กรมการท่องเที่ยว กองช่างโยธาธิการ และกองการสิ่งแวดล้อม, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (TCDC Phuket), พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว, สมาคมการท่องเที่ยวภูเก็ต ตลอดจนกลุ่มนักสร้างสรรค์ และเครือข่ายภาคประชาชนในชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ รายละเอียดดังนี้

เพื่อให้การพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด "Active Hub" ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ที่ประชุมจึงมีข้อเสนอแนะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้:

  1. การจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการเฉพาะกิจ: ควรจัดตั้งและจัดจ้างคณะทำงานขับเคลื่อนการสร้างสรรค์เมือง “Active Hub” โดยตรง เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบ บริหารจัดการ และประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

  2. การจัดกิจกรรมเดินสำรวจเมืองเพื่อการออกแบบ (City Walk Workshop): ควรจัดกิจกรรมเดินสำรวจเส้นทางโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เช่น นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง และผู้แทนหน่วยงานรัฐ เพื่อร่วมกันค้นหาเรื่องราว อัตลักษณ์ และวิเคราะห์จุดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนส่งเสริมการเดินเท้าและการพัฒนาเมืองในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

วาระที่ 3 รับฟังคำถาม ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากที่ประชุม

สรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาเมืองเก่าภูเก็ต โดยได้ทำการจำแนกเนื้อหาออกเป็นประเด็นหลัก ดับลำดับความสำคัญ และแบ่งระยะเวลาการดำเนินงานออกเป็น "มาตรการที่สามารถทำได้ทันที (Quick Win)" และ "แผนงานระยะยาวที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ (Long-term Plan)" เพื่อให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องนำไปขับเคลื่อนต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม มีรายละเอียดดังนี้

  1. มิติด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสัญจร และการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Infrastructure & Universal Design) • ข้อจำกัดและการพัฒนาทางเท้า: ยอมรับข้อจำกัดเรื่องความกว้างของทางเท้าในบางจุด แต่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาบางเส้นทาง เช่น ถนนดีบุก ควรมุ่งเน้นการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเดินจากถนนถลางและพังงา ไปยังย่านบ้านซ้านและซินหล่อ เพื่อความต่อเนื่อง • การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design): เน้นย้ำให้การปรับปรุงทางเท้าต้องเอื้อต่อผู้ใช้วีลแชร์ (Wheelchair) และรถเข็นเด็ก โดยผิวสัมผัสต้องเรียบเสมอ ต่อเนื่อง และปลอดภัย • การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค: มีแผนนำสายไฟฟ้าลงดินที่ถนนระนอง (ร่วมทุนระหว่างเทศบาลและการไฟฟ้าภูมิภาค) ปรับปรุงคูเมือง และผิวถนน (Asphalt) รวมถึงการจัดทำระบบแสงสว่าง (Lighting) บริเวณวัดขจรรังสรรค์
  2. มิติด้านอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และการจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยว (Identity & Spatial Management) • การรักษาอัตลักษณ์ที่แท้จริง: เน้นย้ำการพัฒนาเมืองตามบริบทจริงของแต่ละชุมชน ไม่เลียนแบบพื้นที่อื่น เนื่องจากวิถีชีวิตเปลี่ยนไป และต้องระวังการพัฒนาท่องเที่ยวที่กระทบต่อการอยู่อาศัยของคนดั้งเดิม (เช่น ถนนถลางที่วิถีชีวิตดั้งเดิมลดลงไปมากแล้ว) • การมองภาพรวมเชิงพื้นที่ (Area-based Approach): สะท้อนว่าที่ผ่านมายังขาดการมองภาพรวมที่เชื่อมโยงระหว่าง ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิต และกิจกรรมของเมืองอย่างเป็นระบบ • การจัดระเบียบและการใช้พื้นที่ร่วมกัน: o ย่านเมืองเก่า: เสนอให้ปิดซอยรมณีย์ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป (แต่มีข้อท้วงติงว่าไม่เห็นด้วยเนื่องจากเป็นเส้นทางระบายการจราจร) o ถนนถลาง: เสนอให้ใช้การขีดสีตีเส้น/ดีไซน์บนพื้นถนนเพื่อจัดระเบียบวันคู่-วันคี่ แทนการตั้งป้ายเพิ่ม o ย่านบ้านซ้าน-ถนนระนอง: มีศักยภาพทำตลาดโต้รุ่ง (Night Market) โดยจัดระเบียบตั้งแผงค้าฝั่งเดียว เวลา 17.00 - 22.00 น. ตั้งแต่หน้าตลาดสดถึงวงเวียน เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร o
  3. มิติด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์และการส่งเสริมการท่องเที่ยว (Smart Tourism & Creative Programs) • ระบบข้อมูลหลายภาษา (QR Code): เสนอให้ทำระบบ QR Code เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาคารและจุดสำคัญในรูปแบบหลายภาษา (โดยปัจจุบันชุมชนซินหล่อได้ทำนำร่องไปแล้วด้วยงบประมาณชุมชน รวมถึงทำระบบแสงสีกลางวัน-กลางคืนด้วย) • การสร้างการจดจำ (Mascot): เสนอให้มีมาสคอตประจำเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดใจและสร้างการมีส่วนร่วม • การท่องเที่ยวเชิงศึกษาดูงาน: เสนอจัดทำเส้นทางเดินชมเมือง (Walking Route Trip) สำหรับคณะศึกษาดูงาน

แผนการดำเนินงานที่สอดรับกับระยะเวลาการดำเนินงาน (Action Plan) กลุ่มที่ 1: สิ่งที่สามารถดำเนินการได้ทันที (Quick Win / งบประมาณปี 2569) เป็นโครงการที่มีความพร้อม มีแผนงานรองรับแล้ว หรือสามารถใช้งบรายจ่ายประจำ/งบกองงานดำเนินการได้ทันที 1. การปรับปรุงภูมิทัศน์และพื้นที่สีเขียว: o จัดทำสวนหย่อมขนาดเล็ก (Pocket Garden) ในพื้นที่ส่วนกลางเมือง (ใช้งบรายจ่ายประจำปี 2569) o ปรับปรุงภูมิทัศน์สวนหย่อมบริเวณข้างธนาคารชาร์เตอร์ดให้สวยงามและเหมาะสม 2. การเพิ่มแสงสว่างและการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เมือง: o พัฒนาระบบแสงสว่าง (Lighting) บริเวณวัดขจรรังสรรค์ (ดำเนินการได้ทันที) o จัดวางเฟอร์นิเจอร์เมือง (Street Furniture) ในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ 3. ระบบนำทางและข้อมูลท่องเที่ยว: o จัดทำป้ายบอกทางเชื่อมย่าน (ใช้งบประมาณกองการท่องเที่ยว หรือสำนักช่าง) o ขยายผลการจัดทำ QR Code เล่าเรื่องหลายภาษา และระบบแสงสีตามรอยต้นแบบของชุมชนซินหล่อ o ออกแบบเส้นทางเดินชมเมือง (Walking Route Trip) เพื่อรองรับกลุ่มศึกษาดูงาน 4. การทดลองจัดระเบียบพื้นที่ (Sandbox): o การตีเส้น/ออกแบบสัญลักษณ์บนพื้นถนนถลางเพื่อจัดระเบียบที่จอดรถวันคู่-วันคี่ (แทนการเพิ่มป้าย) o ทดลองจัดระเบียบตลาดโต้รุ่ง (Night Market) ย่านบ้านซ้าน-ถนนระนอง (ตั้งแผงฝั่งเดียว 17.00 - 22.00 น.) 5. กลไกการบริหารจัดการเมืองอย่างมีส่วนร่วม: o จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเมือง โดยเลี่ยงข้อจำกัดการจ้างตรงด้วยการดำเนินงานผ่านการสนับสนุนของมูลนิธิย่านเมืองเก่าภูเก็ต และขอรับงบอุดหนุนจากเทศบาลแทน o การวางแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ร่วมกัน (Area-based Approach) ระหว่างนักออกแบบ ชุมชน และเทศบาล เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นความขัดแย้ง เช่น กรณีข้อเสนอการปิดซอยรมณีย์ ที่ต้องพิจารณาระหว่างผลกระทบด้านการจราจรกับประโยชน์ทางการท่องเที่ยวอย่างรอบคอบ

กลุ่มที่ 2: สิ่งที่ต้องดำเนินการในแผนระยะยาว (Long-term Plan / งบประมาณปี 2570) เป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใชังบประมาณสูง ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาเทศบาล หรือต้องทำประชาพิจารณ์ลดผลกระทบชุมชน 1. โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเท้า (Universal Design): o บูรณาการปรับปรุงทางเท้า (เน้นอารยสถาปัตยกรรม/วีลแชร์), คูเมือง และผิวถนน (Asphalt) ร่วมกับแผนงานเดินท่องเที่ยว โดยจัดทำประมาณการบรรจุในแผนงบประมาณปี 2570 หรือใช้เงินสะสมผ่านสภาเทศบาล o ขยายโครงข่ายทางเดินเท้าต่อเนื่องจากถนนถลาง-พังงา ไปยังถนนดีบุก ย่านบ้านซ้าน และย่านซินหล่อ อย่างเป็นระบบ 2. การนำสายไฟฟ้าลงดินและการปรับปรุงสถาปัตยกรรม: o ดำเนินโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินที่ถนนระนอง (ร่วมทุนกับการไฟฟ้า) o โครงการปรับปรุงหน้ากากอาคาร/หน้ากากตลาด (อนุมัติโครงการแล้ว อยู่ในขั้นตอนแผนงานต่อเนื่อง)


วาระที่ 4 ดร.เพ็ญ สุขมาก ได้กล่าวสรุปแนวทางการดำเนินโครงการต่าง ๆ แนวทางการจัดกิจกรรมเดินเมืองและการขับเคลื่อนอัตลักษณ์พื้นที่เมืองเก่าภูเก็ต

กรอบแนวคิดและกลไกการพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านกระบวนการส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย (Area-based Development through Co-creation) ดังนี้

  1. กระบวนการสำรวจและถอดรหัสบริบทพื้นที่ (Spatial Survey & Contextual Analysis) • การสำรวจย่านแยกรายชุมชน (Targeted City Walk): ใช้กระบวนการเดินเมือง (City Walk) เป็นเครื่องมือเชิงระเบียบวิธีวิจัยในการลงพื้นที่สำรวจจริง โดยจำแนกการศึกษาแยกเป็นรายชุมชน เพื่อทำความเข้าใจวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ที่มีความเฉพาะตัวและหลากหลายในแต่ละพิกัด • การสกัดชุดข้อมูลเชิงลึก (Micro Narrative): มุ่งเน้นการจัดทำฐานข้อมูลเรื่องเล่าขนาดเล็กหรือเรื่องเล่าในระดับชุมชน (Micro Narrative) เพื่อนำมาใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจ (Criteria) ในการออกแบบและการพัฒนาพื้นที่เชิงรูปธรรม (Physical Space) • กระบวนการร่วมสร้างสรรค์และการกำหนดอัตลักษณ์ (Co-creation & Identity Definition): จัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อหลอมรวมความต้องการของภาคประชาชน เข้ากับมุมมองเชิงวิชาชีพของนักสร้างสรรค์ นักออกแบบ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และปลัดเทศบาล เพื่อร่วมกันกำหนด "อัตลักษณ์ร่วมของพื้นที่" ที่สอดคล้องกับบริบทจริง

  2. การแปรผลลัพธ์สู่การปรับปรุงกายภาพเมือง (Physical & Visual Implementation) • นำชุดข้อมูลอัตลักษณ์และโครงเรื่อง (Narrative) ที่ได้จากชุมชน ไปถ่ายทอดลงบนพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย: o การจัดระเบียบเชิงกายภาพ: การขีดสีตีเส้นเพื่อแบ่งโซนกิจกรรม การสัญจร และพื้นที่เศรษฐกิจให้มีความชัดเจน o การสื่อสารทางสายตา (Visual Communication): การจัดทำระบบป้ายสื่อสารและป้ายบอกทางที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เพื่อสร้างสุนทรียภาพและการรับรู้แก่ผู้มาเยือน

  3. โครงสร้างการบริหารจัดการและกลไกความร่วมมือ (Governance & Partnership Structure) เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างมีเอกภาพและมีกฎหมายรองรับ ที่ประชุมจึงกำหนดบทบาทหน้าที่และโครงสร้างการบริหารจัดการไว้ดังนี้: • คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ (Steering Committee): จัดตั้งกลไกเชิงนโยบายเพื่อกำกับดูแล โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ: o นายกเทศมนตรี เป็น ประธานกรรมการ o กองช่างเทศบาล เป็น กรรมการฝ่ายปฏิบัติการและโยธา o มหาวิทยาลัย เป็น กรรมการและฝ่ายเลขานุการร่วม o ผู้แทนชุมชนที่เกี่ยวข้อง เป็น กรรมการภาคประชาชน

• บทบาทหน้าที่ของภาคีเครือข่าย (Stakeholder Roles): o เทศบาลนครภูเก็ต: ทำหน้าที่เป็น "เจ้าภาพหลัก" ในการบริหารจัดการพื้นที่ ขับเคลื่อนแผนงาน และบังคับใช้ข้อบัญญัติท้องถิ่น o มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์: ทำหน้าที่เป็น "แกนกลางการประสานงาน" สนับสนุนกระบวนการวิจัยเชิงพื้นที่ และอำนวยความสะดวกในกระบวนการส่วนร่วม o TCDC (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์): ทำหน้าที่สนับสนุนกระบวนการจัดกิจกรรม (Facilitation) เชื่อมโยงเครือข่ายนักออกแบบ นักเขียน และทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง o ผู้แทนชุมชนที่และภาคประชาชน: ผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมวิถีชีวิตย่านเมืองเก่าภูเก็ต และพัฒนาดูแลบำรุงพื้นที่ ตลอดถึงการดูแลต้อนรับแขกผู้มาเยือนในฐานะเจ้าบ้านที่ดี

• การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรบุคคล: o มอบหมายให้จัดทำแผนงานและกรอบเวลา (Timeline) ที่ชัดเจน เพื่อใช้ในการอนุมัติและจัดทำคำขอรับงบประมาณสนับสนุนตามระเบียบราชการ o พิจารณาจัดสรรค่าตอบแทนสำหรับกระบวนกร (Facilitator) ผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์ และสถาปนิกผู้คุมกระบวนการออกแบบ เพื่อจูงใจและยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์