สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส. ม.อ.)

directions_run

โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส. ม.อ.)
การจัดประชุม Phuket Healthy Workplace Forum : ผนึกกำลังองค์กรนำร่องขับเคลื่อนสถานประกอบการสุขภาวะเพื่ออนาคตคนภูเก็ต15 พฤษภาคม 2569
15
พฤษภาคม 2569รายงานจากพื้นที่ โดย nell.monchanok98
circle
กิจกรรมที่ปฎิบัติรายละเอียดของการทำกิจกรรมที่ได้ปฎิบัติจริง

กำหนดการประชุม การประชุม "Phuket Healthy Workplace Forum: ผนึกกำลังองค์กรนำร่องขับเคลื่อน สถานประกอบการสุขภาวะ เพื่ออนาคตคนภูเก็ต" ในวันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมไนยาง โรงแรม Nap Patong จ.ภูเก็ต วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมขององค์กรนำร่องสู่การเป็นสถานประกอบการสุขภาวะและองค์กรปลอด NCDs
2. เพื่อสนับสนุนให้องค์กรมีระบบข้อมูลสุขภาพและข้อมูลกิจกรรมทางกายของพนักงาน สำหรับใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ ออกแบบกิจกรรม และติดตามผลอย่างเป็นรูปธรรม
3. เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือและต้นแบบการดำเนินงาน Healthy Workplace ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และเครือข่ายองค์กรในจังหวัดภูเก็ต

เวลา                  กิจกรรม 08.30 – 09.00 น.  ลงทะเบียน และกิจกรรมสร้างเครือข่ายองค์กรนำร่อง 09.00 – 09.20 น.  กล่าวต้อนรับ ชี้แจงเป้าหมายการขับเคลื่อน Phuket Healthy Workplace และ                               ทบทวนผลการประชุมครั้งที่ผ่านมา   โดย: ดร.เพ็ญ สุขมาก (ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) 09.20 – 09.50 น.  แนวทางการขับเคลื่อนองค์กรต้นแบบสุขภาวะและการสร้างสภาพแวดล้อมองค์กรปลอด
                              NCDs จังหวัดภูเก็ต           โดย: สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) 09.50 – 10.00 น.  พักรับประทานอาหารว่าง 10.00 – 11.00 น.  แนวทางการขับเคลื่อน: การก้าวสู่องค์กรสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต (Phuket Healthy
                              Workplace) โดย: ดร.นางศุภลักษณ์ ดำรงค์เชื้อ (นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ ด้านส่งเสริมพัฒนา
                สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต) 11.00 – 12.00 น.  เกณฑ์และมาตรฐานการดำเนินงานการก้าวสู่องค์กรสุขภาวะ วิธีการสมัครและส่งผลงาน โดย: น.ส.ซูฮานา เจ๊ะกา และ น.ส.ศรัณยา สระวารี (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต) เวลา                  กิจกรรม 12.00 – 13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน 13.00 – 14.30 น.  Workshop: การดำเนินงานในหัวข้อ (นโยบายองค์กร, แนวทางการประเมินสุขภาพใน                               องค์กร, แนวทางการปรับสภาพแวดล้อมในองค์กร และแนวทางการดำเนินงานด้าน                               สุขภาพจิต)
                              โดย: น.ส.ซูฮานา เจ๊ะกา และ น.ส.ศรัณยา สระวารี (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต) 14.30 – 14.45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง 14.45 – 16.15 น.      จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) การดำเนินงานองค์กรสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต
โดย: ดร.เพ็ญ สุขมาก (ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) และสถานประกอบการนำร่อง 16.15 – 16.30 น.  สรุปมติที่ประชุม นัดหมายการดำเนินงานระยะถัดไป และปิดการประชุม โดย ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน

(หมายเหตุ: กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม)

circle
ผลที่เกิดขึ้นจริงผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) / ผลสรุปที่สำคัญของกิจกรรม

รายงานการประชุม "Phuket Healthy Workplace Forum:
ผนึกกำลังองค์กรนำร่องขับเคลื่อนสถานประกอบการสุขภาวะ เพื่ออนาคตคนภูเก็ต" วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมไนยาง โรงแรม Nap Patong จ.ภูเก็ต

วาระที่ 1 ชี้แจงเป้าหมายการขับเคลื่อน Phuket Healthy Workplace และ ทบทวนผลการประชุม เมื่อ วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดร.เพ็ญ สุขมาก กล่าวแก่ที่ประชุมเกี่ยวกับแนวคิด “สุขภาวะ” ในมิติการมุ่งเน้นความสมดุลเชิงบูรณาการระหว่าง กาย จิต สังคม และปัญญา ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดเพียงการปราศจากโรค ไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยสถานะสุขภาพของประชาชนถูกหล่อหลอมผ่าน “ปัจจัยกำหนดสุขภาพ” ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และพฤติกรรมส่วนบุคคล ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตได้จัดตั้งกลไกความร่วมมือไตรภาคีระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกชน Phuket for the Future of Life ภายใต้โครงการชื่อว่า Phuket Healthy Workplace เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมสุขภาพองค์รวมเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์สำคัญคือการยกระดับ “ความรอบรู้ทางสุขภาพ” (Health Literacy) จากระดับความรู้สู่ระดับปัญญา เพื่อให้ประชาชนสามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานในสถานประกอบการและธุรกิจบริการ ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงมุ่งส่งเสริมกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างภารกิจและการใช้ชีวิต (Work-Life Balance) อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวภูเก็ตอย่างยั่งยืน

วาระที่ 2 ชี้แจงแนวสถานการณ์ปัญหาสุขภาพของประชากรไทย ผลกระทบทางการเงินและการคลังของประเทศไทย และพิมพ์เขียวการออกแบบมาตรการลด NCDs  และแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรต้นแบบสุขภาวะและการสร้างสภาพแวดล้อมองค์กรปลอด NCDs จังหวัดภูเก็ต โดย นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)

นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร อ้างถึงผลการศึกษาวิจัย ระบุว่า สุขภาพที่ดีของประชาชนขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านพฤติกรรม ร้อยละ 50 สิ่งแวดล้อม ร้อยละ 20 พันธุกรรม ร้อยละ 20 และระบบบริการสุขภาพ ร้อยละ 10 สะท้อนให้เห็นว่า “พฤติกรรม” และ “สิ่งแวดล้อม” เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดโรค โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การได้รับมลพิษทางอากาศ การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ รวมถึงภาวะความเครียด ซึ่งล้วนส่งผลให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง น้ำหนักเกิน โรคอ้วน น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง อันนำไปสู่การเกิดโรค NCDs ต่าง ๆ โดยปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตจากโรค NCDs มากกว่า 400,000 คนต่อปี คิดเป็นร้อยละ 81 ของการเสียชีวิตทั้งหมด และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
ด้วยเหตุนี้ สมัชชาสุขภาพ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการจัดทำกรอบแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการลดปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs ในกลุ่มโรงเรียน สถานประกอบการ และชุมชน โดยมุ่งเน้นการสร้าง “ระบบนิเวศสุขภาพ” ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity : PA) และการบริโภคอาหารที่เหมาะสม (Food) เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำเป็นต้องอาศัย “แรงจูงใจ” มากกว่าการบังคับ เนื่องจากแต่ละกลุ่มเป้าหมายมีความท้าทายและกลไกกระตุ้นที่แตกต่างกัน ดังนี้ โรงเรียน ความท้าทาย: การนั่งเรียนยาวนานตลอดทั้งวัน
กลไกการกระตุ้น: ระบบสะสมคะแนน และการเชื่อมโยงกับ Health Portfolio สถานประกอบการ  ความท้าทาย:  พฤติกรรมเนือยนิ่ง เกิน 1 ชั่วโมง และความเครียด กลไกการกระตุ้น: การประเมินความคุ้มค่า โบนัส และการลดต้นทุนแฝงจากการลาป่วย ชุมชน/ผู้สูงอายุ ความท้าทาย: ความปลอดภัยในการเคลื่อนไหว และการเข้าถึงอาหารต้านโรค กลไกกระตุ้น: พลังเครือข่ายครอบครัว สิทธิประโยชน์ระดับครัวเรือน การลดการบังคับและเพิ่มแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน จะช่วยให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยกระบวนการติดตามผลถือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งควรเน้นการวัด “การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม” ควบคู่กับการประเมินผลด้านสุขภาพ นอกจากนี้ ได้มีการเสนอแนวทางการออกแบบมาตรการสร้างสุขภาวะในองค์กรและสถานประกอบการ โดยควรคำนึงถึงเกณฑ์องค์กรสุขภาวะ ต้นทุนขององค์กร ประเด็นสุขภาวะที่ต้องการพัฒนา ระยะเวลาในการดำเนินงาน รวมถึงการสนับสนุนจากภายนอก ทั้งในด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ และกลไกดำเนินงาน ทั้งนี้ ได้มีการยกตัวอย่างกิจกรรมและโครงการส่งเสริมสุขภาพในองค์กรต่าง ๆ ได้แก่

• แอปพลิเคชัน ThaiSook AI Coach สำหรับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในองค์กร ผ่านระบบการแข่งขันออนไลน์ เช่น การจัดทำแผนลดน้ำหนัก และระบบบันทึกอาหารพร้อมคำนวณแคลอรี • โครงการ MRTA Buddy System (เดินสะสม + ลดน้ำหนัก + ดูแลกันเป็นคู่) • กิจกรรม 45 Day Step Challenge ของ Centara Anda Dhevi Resort & Spa • กิจกรรมการแข่งขันนับก้าวเดินของโรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ • โครงการ BDG Step Challenge สะสม 6,000 ก้าวต่อวัน ของบริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด

แนวทางดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาวะในหน่วยงานและชุมชนได้อย่างเหมาะสมต่อไป

วาระที่ 3 แนวทางการขับเคลื่อน : การก้าวสู่องค์กรสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต (Phuket Healthy Workplace) โดย นางศุภลักษณ์  ดำรงค์เชื้อ  นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

นางศุภลักษณ์  ดำรงค์เชื้อ  กล่าวแก่ที่ประชุมเกี่ยวกับ โครงสร้างสถาปัตยกรรม “องค์กรแห่งความสุข” (Happy Workplace) การประเมินองค์กรแห่งความสุข มุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) องค์กรมีความสะอาด ปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดี 2) บุคลากรมีความสุข มีชีวิตชีวา และมี Work-Life Balance โดยมีมาตรฐานตัวชี้วัดหลัก 5 ด้าน ดังนี้ 1. การสนับสนุนจากผู้บริหาร ผู้บริหารให้การเห็นชอบ สนับสนุนนโยบาย และผลักดันการดำเนินงานด้านองค์กรแห่งความสุขอย่างชัดเจน 2. การส่งเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงโรค มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อลดโรคและพฤติกรรมเสี่ยง เช่น o การจัดบริการอาหารสุขภาพในโรงอาหาร (Canteen)
o การดำเนินงานตามมาตรฐาน SAN ของกรมอนามัย
o การพัฒนาเมนูสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุข
3. สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย สถานที่ทำงานมีความสะอาด เป็นระเบียบ ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น o ไม่มีสิ่งกีดขวางหรือจุดเสี่ยงสะดุดล้ม
o มีมาตรการและแผนฉุกเฉินด้านความปลอดภัย
o มีการดูแลสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่และเอื้อต่อการทำงาน
4. กายและใจเป็นสุข ส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตของบุคลากร เพื่อให้เกิดความสุขในการทำงาน มีพลัง และมีความมั่นใจในตนเอง 5. การติดตามและประเมินผลลัพธ์ การจัดเก็บเอกสาร หลักฐาน และผลการดำเนินงานที่สะท้อนให้เห็นว่า o มีการดำเนินงานจริง
o เกิดผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน


ทั้งนี้ โครงการ Phuket Healthy Workplace มีการกำหนดเกณฑ์การประเมินทั้งสิ้น 41 ข้อ โดยแบ่งเป็น 4 หมวด 41 รายการย่อย ดังนี้ 1. หมวดนโยบายและการสนับสนุนจากผู้บริหาร จำนวน 7 ข้อ
2. หมวดส่งเสริมสุขภาพ ห่างไกลโรค จำนวน 13 ข้อ
3. หมวดสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย จำนวน 10 ข้อ
4. หมวดกายใจเป็นสุขและสุขภาพจิตดี จำนวน 7 ข้อ

หน่วยงานที่สนใจ สามารถแจ้งความประสงค์การสมัครเข้าร่วมโครงการโดยดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ 1. สมัครเข้าร่วมโครงการ
2. ประเมินตนเองตามเกณฑ์ที่กำหนด
3. จัดเตรียมและแนบหลักฐานประกอบการประเมิน
4. เข้ารับการตรวจประเมินและรับรองผลการดำเนินงาน

โดยทางสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ ระหว่าง เดือน มีนาคม – กันยายน 2569 โดยระบุช่วงเวลานำส่งเอกสารดังนี้ o วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ส่งใบสมัครเข้าร่วมโครงการ
o วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ส่งแผนงานจัดทำและดำเนินโครงการ o วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ส่งไฟล์ผลงาน ตามเกณฑ์ 4 หมวย 41 หัวข้อย่อย พร้อมส่งเอกสารฉบับจริงแก่ทางสาธารณสุข

ขั้นตอนการดำเนินงานและกระบวนการประเมินรางวัล (Roadmap to Excellence) เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีระบบและได้มาตรฐาน จึงกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานออกเป็น 6 ระยะหลัก ดังนี้ 1. การสมัครเข้าร่วมโครงการ (Registration): สถานประกอบการหรือองค์กรยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 2. กระบวนการพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำ (Mentorship & Self-Assessment Coaching): ทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและเตรียมความพร้อมในการจัดทำแบบประเมินตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐาน 3. การยื่นขอรับการประเมินตนเอง (Self-Assessment Submission): องค์กรรวบรวมข้อมูลและหลักฐานการดำเนินงาน ยื่นต่อคณะกรรมการเพื่อขอรับการประเมินอย่างเป็นทางการ 4. การลงพื้นที่ตรวจประเมิน (Site Audit & Evaluation): ทีมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานจริงในสถานที่ประกอบการ 5. การสรุปผลการดำเนินงาน (Performance Synthesis): รวบรวมและวิเคราะห์คะแนนจากคณะกรรมการเพื่อสรุปผลสัมฤทธิ์ของโครงการในภาพรวม 6. การพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ (Award Ceremony): มอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นและผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขภาวะที่ยั่งยืน รางวัล กระทรวงสาธารณสุข กำหนดระดับรางวัล 4 เกณฑ์ 4 รางวัล ดังนี้ 1. Healthy Workplace Happy for life: ใบรับรอง 5 ระดับ พื้นฐาน ดี ดีมาก ดีเยี่ยม ดีเด่น 2. สถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข: ใบประกาศ และโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ 3. สถานประกอบกิจการส่งเสริมสุขภาพและองค์กรสุขภาวะต้นแบบ ระดับเขต และระดับประเทศ 4. สถานประกอบการสาวไทยแก้มแดง

วาระที่ 4 เกณฑ์และมาตรฐานการดำเนินงานการก้าวสู่องค์กรสุขภาวะ  วิธีการสมัครและส่งผลงาน โดย  นางสาวซูฮานา เจ๊ะกา นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ และ นางสาวศรัญยา สระวารี นักสาธารณสุขปฏิบัติการ  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ได้อธิบายขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้องค์กรเข้าใจหลักเกณฑ์ วิธีการจัดเตรียมเอกสาร และแนวทางการประเมิน โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยแนะนำการกรอกใบสมัคร  การจัดเตรียมหลักฐาน และการส่งเอกสารประกอบการประเมิน ดังต่อไปนี้ คือ

กระบวนการดำเนินงานประกอบด้วย 1. สมัครเข้าร่วมโครงการ
2. ประเมินตนเองตามเกณฑ์
3. แนบหลักฐานประกอบตามข้อกำหนด
4. เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินและรับรองผล
สรุปหลักเกณฑ์การประเมินในโครงการ Phuket Healthy Workplace ดังต่อไปนี้ หมวดที่ 1 การสนับสนุนขององค์กร และการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน (7 ข้อ) 1. องค์กร มีการกําหนด นโยบายและกลไกในการดําเนินงานโครงการภูเก็ตเมืองเพื่อสุข ภาวะแห่งอนาคตและการมีส่วนร่วมของบุคลากร ตั้งคณะกรรมการจากทุกระดับ/ทุกแผนก
2. องค์กรมีการวิเคราะห์ข้อมูล และประเมินความเสี่ยงพร้อมทั้งมีการเรียงลําดับความสําคัญของความเสี่ยงที่พบ จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและติดตามผล
3. องค์กร มีการวางแผนงาน งบประมาณ แผนการจัดการความเสี่ยง และวางระบบติดตามการดำเนินการ 4. องค์กร มีช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์แผนงาน โครงการฯ กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง และช่องทางให้คําปรึกษาแก่ผู้ปฏิบัติงาน 5. องค์กร มีการส่งเสริมโครงการ/กิจกรรมที่แสดงถึงการใส่ใจ ด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมระหว่างองค์กร และชุมชน
6. องค์กร มีนวัตกรรมในการป้องกันการเกิดโรค หรือ พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพตาม ความเสี่ยงที่ได้จัดลําดับความสําคัญขององค์กร
7. องค์กร มีขยายการดําเนินงานโครงการฯ ไปยังหน่วยงานอื่น

หมวดที่ 2 ส่งเสริมสุขภาพห่างไกลโรค (13 ข้อ) 8. องค์กร มีการจัดทําข้อมูลสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และการสรุปสถานการณ์สุขภาพใน ภาพรวมขององค์กร
9. องค์กร มีการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ตามความเสี่ยงขององค์กร เฝ้าระวังโรคจากการทำงาน
10. องค์กร มีการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคจากการประกอบ อาชีพตามความเสี่ยงขององค์กร ป้องกันโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่
11. องค์กร แจ้งข้อมูลที่จําเป็ นเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรค จากการประกอบอาชีพแก่ พนักงาน
12. องค์กร มีระบบการแจ้งกรณี พบผู้ปฏิบัติงานเป็นหรือสงสัยว่าเป็นโรคจากการประกอบอาชีพ
13. องค์กร มีการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อ และ โรคติดต่ออุบัติใหม่
14. องค์กร มีการให้บริการรักษาพยาบาลเบื้องต้น และ วางระบบการส่งต่อผู้ปฏิบัติงาน
15. องค์กร มีการดําเนินการส่งเสริม ลด เลิก บุหรี่ สุรา และสิ่งเสพติด ส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกาย
16. องค์กร มีการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดกิจกรรมส่งเสริม โภชนาการให้ผู้ปฏิบัติงาน
17. องค์กร มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมโภชนาการให้ผู้ปฏิบัติงาน (กรณีหน่วยงานที่มีโรงอาหาร)
18. องค์กร มีการจัดการสถานที่รับประทานอาหาร จําหน่าย อาหาร และเตรียมปรุง ประกอบอาหารให้ถูกต้องตาม หลักสุขาภิบาลอาหารของกรม อนามัย
19. องค์กร มีการดําเนินการส่งเสริมการออกกําลังกาย หรือกิจกรรมทางกายให้ผู้ปฏิบัติงาน ให้ความรู้ด้านอาชีวอนามัย
20. องค์กร มีการดําเนินการส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากให้ผู้ปฏิบัติงาน

หมวดที่ 3 สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (10 ข้อ) 21. องค์กร มีการดําเนินงาน ด้านการยศาสตร์ในสถานที่ทํางาน
22. องค์กร มีการบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางาน ตามที่กฎหมายกําหนด
23. องค์กร มีการส่งเสริมการป้ องกันและการลดอุบัติเหตุในงาน
24. องค์กร มีการสร้างความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน
25. องค์กร มีการเตรียมความพร้อมรับและตอบสนองเหตุฉุกเฉินให้เหมาะสมต่อความ เสี่ยงขององค์กร 26. องค์กร มีการจัดสถานที่ให้มีความเป็ นระเบียบเรียบร้อย สะอาดและปลอดภัย 27. องค์กร มีการจัดการห้องส้วมตามมาตรฐานล้วมสาธารณะ ระดับประเทศ (HAS) 28. องค์กร มีการจัดการมูลฝอยทุกประเภทอย่างถูกสุขลักษณะ ตามข้อกําหนดหรือ กฎหมายที่ เกี่ยวข้อง 29. องค์กร มีการควบคุมป้ องกันสัตว์และแมลงพาหะนําโรคที่ปลอดภัย 30. องค์กร มีการจัดการนํ้าเสีย หรือสิ่งปฏิกูลตามหลัก สุขาภิบาลและกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง

หมวดที่ 4 กายใจเป็นสุขและคุณภาพชีวิต (7 ข้อ) 31. องค์กร มีการประเมินความต้องการของผู้ปฏิบัติงานในการจัดกิจกรรมนันทนาการ อย่างมีส่วนร่วม
32. องค์กร มีการจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เพื่อผ่อนคลายความเครียดและส่งเสริม ความสามัคคี่ของผู้ปฏิบัติงาน
33. องค์กร มีการประเมินความต้องการของผู้ปฏิบัติงานในการจัดกิจกรรมส่งเสริมและ ป้ องกัน ปัญหาสุขภาพจิต อย่างมีส่วนร่วม
34. องค์กร มีการดําเนินกิจกรรมส่งเสริมและป้ องกันปัญหา สุขภาพจิตให้กับผู้ปฏิบัติงาน
35. องค์กร มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตให้กับผู้ปฏิบัติงาน
36. องค์กร มีการประเมินความต้องการของผู้ปฏิบัติงานในการจัดกิจกรรมการเห็นคุณค่า ของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัวอย่างมีส่วนร่วม
37. องค์กร มีการดําเนินกิจกรรมการเห็นคุณค่าของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัว
หมวดที่ 5 การวัดผลลัพธ์การดําเนินงาน (4 ข้อ) 38. การคํานวณต้นทุนค่าใช้จ่ายการบาดเจ็บจากการทํางานในรอบปี (เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี ที่ผ่านมา)
39. การวัดอัตราการบาดเจ็บจากการทํางาน (IFR และ ISR)
40. การวัดผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
41. การวัดประสิทธิภาพการควบคุมโรคติดต่อหรือ โรคติดต่ออุบัติใหม่

วาระที่ 4 กิจกรรม Workshop: แบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม เพื่อเรียนรู้แนวทางการวางแผนดำเนินงานและจัดทำรายละเอียดเพื่อแนบประกอบผลงาน ในหัวข้อเกณฑ์ที่กำหนดทั้ง 41 รายการโดยละเอียด ประกอบด้วย
1. การกำหนดนโยบายขององค์กร / หน่วยงาน 2. แนวทางการประเมินสุขภาพในองค์กร 3. แนวทางการปรับสภาพแวดล้อมในองค์กร 4. แนวทางการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต