สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส. ม.อ.)

directions_run

โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

ประชุมคณะกรรมการนโยบายสาธารณะ จ.ภูเก็ต20 กุมภาพันธ์ 2569
20
กุมภาพันธ์ 2569รายงานจากพื้นที่ โดย Yuttipong.k
  • ncds ภูเก็ต_.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_145.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_144.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_141.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_140.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_131.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_130.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_71.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_70.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_69.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_68.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_67.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_65.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_64.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_63.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_62.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_61.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_60.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_59.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_58.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_57.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_56.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_55.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_54.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_53.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_52.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_51.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_49.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_48.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_47.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_46.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_45.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_44.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_43.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_42.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_41.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_40.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_39.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_37.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_36.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_35.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_34.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_33.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_32.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_31.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_30.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_27.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_26.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_25.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_24.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_23.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_22.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_21.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_20.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_19.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_18.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_17.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_16.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_15.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_14.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_13.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_12.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_11.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_10.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_9.jpg
  • LINE_ALBUM_20 ก.พ.69 ncds ภูเก็ต_260221_8.jpg
circle
กิจกรรมที่ปฎิบัติรายละเอียดของการทำกิจกรรมที่ได้ปฎิบัติจริง

วาระการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เป้าหมาย ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ วันศุกร์ที่ ๒o กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙  เวลา ๑๓.๓o – ๑๖.๓o น. สถานที่ ห้องประชุมพระแทว ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต วาระที่ ๑  ประธานแจ้งที่ประชุม
๑.๑ คำสั่งจังหวัดภูเก็ตเรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานบูณาการกลไกความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เป้าหมาย ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life)
วาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม (ไม่มี) วาระที่ ๓ เรื่องเพื่อทราบ
๓.๑ สถานการณ์ปัญหาสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต
โดย ผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ๓.๒ นโยบายทิศทางและแผนพัฒนาสุขภาพขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดย นายเรวัต อารีรอบ
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ๓.๓ แนวทางการเสริมสร้างสุขภาวะ 3 กลุ่มวัย (วัยเด็ก: ธรรมนูญโรงเรียน, วัยทำงาน: Healthy Workplace, ผู้สูงอายุ: Living Will)  ในจังหวัดภูเก็ต โดย นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะภาคใต้ ๓.๔ ผลการดำเนินงานบูรณาการกลไกสุขภาพระดับจังหวัด ภูเก็ต : สุขภาวะเพื่อชีวิตแห่งอนาคต (Phuket Health for Future of Life) โดย ดร.จตุรงค์ คงแก้ว ตำแหน่ง อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ภูเก็ต คณะทำงานภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life)
๓.๕ สรุปสาระสำคัญจากการทำ foresight เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัดภูเก็ต
โดย ผู้แทนคณะทำงาน ๓.๖  แผนการดำเนินงานขับเคลื่อนภูเก็ตเมืองต้นแบบในการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs Ecosystem  ในจังหวัดภูเก็ต โดย ดร.เพ็ญ  สุขมาก
      ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ๓.๖.๑ แนวทางการขับเคลื่อนในเขตชุมชนเมือง
(นำเสนอโดย: คุณเพ็ญจมาส ศิริกิจวัฒนา คณะทำงาน ย่านบ่านซ้าน) ๓.๖.๒ แผนการออกแบบกิจกรรมในพื้นที่สวนสาธารณะเทศบาลกระทู้
(นำเสนอโดย: ภก.พิษณุพงศ์ ทองสีดำ ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มงานบริการทางการแพทย์ อบจ.ภูเก็ต)

วาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา
๔.๑ แนวทางและกลไกการดำเนินงานการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่งในชีวิตประจำวัน และสร้างสภาพแวดล้อมลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs Ecosystem  ในจังหวัดภูเก็ต
๔.๑.๑ ร่างคณะอนุกรรมการ/คณะทำงาน ประเด็นย่อยเช่น คณะทำงานธรรมนูญสุขภาพโรงเรียนคณะทำงานการขับเคลื่อน NCD Ecosystem ในภาคเอกชน  และคณะทำงานการขับเคลื่อนในระดับท้องถิ่น
โดย ดร.เพ็ญ  สุขมาก
      ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

circle
ผลที่เกิดขึ้นจริงผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) / ผลสรุปที่สำคัญของกิจกรรม

วาระการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เป้าหมาย
ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life) ครั้งที่ 1/2569 วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 13.30 – 16.30 น. สถานที่ ห้องประชุมพระแทว ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

วาระที่ 1  ประธานแจ้งที่ประชุม
1.1 คำสั่งจังหวัดภูเก็ตเรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานบูณาการกลไกความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เป้าหมาย ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life)
ดร.เพ็ญ สุขมาก แจ้งต่อที่ประชุมว่า สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการริเริ่มโครงการ Phuket for the Future of Life ตั้งแต่ปี 2567 – 2568 เป็นระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา ปัจจุบันเข้าสู่การดำเนินโครงการปีที่ 3 โดยในระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มูลค่าทั้งสิ้นปีละ 4 ล้านบาท โดยได้ดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดภูเก็ต ผ่านกลไกสมัชชาและความร่วมมือกับภาคเอกชน พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เพื่อขับเคลื่อนพัฒนางานเชิงกลไกจนเป็นผลสัมฤทธิ์ ได้แก่ กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยแกนนำด้วยหลัก 4 อ. 2 ส. แก่กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขในจังหวัดภูเก็ต, กิจกรรมผู้สูงอายุสุขภาพดีแห่งอนาคตจังหวัดภูเก็ต "การรู้เท่าทันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสังคม ออนไลน์ (Social Media) เป็นไปด้วยความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)", อบรมเชิงปฏิบัติการการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมของนักเรียน และ โครงการ Triple-P (Positive Parenting Program) เป็นต้น การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านสุขภาวะ จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2569 สถานการณ์และความท้าทายด้านสุขภาวะ ก้าวสู่ปีที่ 3 ของการดำเนินงาน สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้ประเมินและวิเคราะห์ความท้าทายด้านสุขภาวะที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของประชากรในพื้นที่ พบ 5 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ 1) กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง 2) โรคเนื้องอกและมะเร็ง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากวิถีชีวิตในบริบทสังคมเมือง 3) อุบัติเหตุทางจราจร รวมถึงปัจจัยความเครียดจากการสัญจรบนท้องถนน 4) โรคไตเรื้อรัง 5) ปัญหาสุขภาพจิต กลไกความร่วมมือแบบพหุภาคี เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ในปี 2569 จึงได้จัดตั้ง "คณะทำงานบูรณาการกลไกความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ต" โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน และ คุณอัญชลี วานิชเทพบุตร เป็นที่ปรึกษา กลไกนี้เป็นการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ภาคประชาสังคม โดยมี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต และ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นแกนนำด้านวิชาการ ทั้งนี้ มีเป้าหมายและพันธกิจเชิงนโยบาย คณะทำงานฯ มีพันธกิจหลักในการสังเคราะห์ข้อมูลสุขภาวะแบบองค์รวมทั้ง 4 มิติ (กาย ใจ สังคม และปัญญา) เพื่อวางยุทธศาสตร์และหนุนเสริมกระบวนการทำงานของคณะกรรมการฯ โดยมุ่งเป้าขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่ "การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของประชาชน" ควบคู่กับการ "ยกระดับนโยบายด้านสุขภาวะแก่คนทุกช่วงวัย" อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม (ไม่มี)

วาระที่ 3 เรื่องเพื่อทราบ
3.1 สถานการณ์ปัญหาสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต
นายแพทย์ดุษฎี คงตระกูลทรัพย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวให้ข้อมูลแก่ที่ประชุมถึงสถานการณ์สุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของประชาชน โดยเมื่อพิจารณาในบริบทของจังหวัดภูเก็ต พบว่าปัญหา NCDs มีแนวโน้มสอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ และส่งผลกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุขอย่างมีนัยสำคัญ

จังหวัดภูเก็ตมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ประมาณ 400,000 คน มีประชากรแฝงชาวต่างชาติประมาณ 170,000 คน และมีจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีประมาณ 6.8–7.5 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 500,000 คนต่อเดือน ส่งผลให้จำนวนประชากรที่ใช้ทรัพยากรด้านสาธารณสุขจริงมีมากกว่า 1 ล้านคน หากแยกประเภทตามช่วงวัย พบว่า  อันดับ 1 วัยทำงาน มีจำนวนสูงที่สุด คิดเป็นอัตรา 54.62 อันดับ 2 วัยผู้สูงอายุ คิดเป็นอัตรา 14.59 อันดับ 3 วัยรุ่น คิดเป็นอัตรา 12.97 อย่างไรก็ตาม การจัดสรรทรัพยากรด้านสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขยังคงอ้างอิงจากฐานประชากรตามทะเบียนราษฎร์จำนวน 400,000 คน จึงก่อให้เกิดภาระด้านบริการที่สูงกว่าศักยภาพตามกรอบแผนที่กำหนดไว้
สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีผู้ป่วยโรคเบาหวานประมาณ 17,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 5 ของประชากร และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 38,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากร ทั้งนี้ พบแนวโน้มผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณวันละ 3–4 ราย สะท้อนถึงภาระโรคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในด้านพฤติกรรมเสี่ยง พบว่าการบริโภคโซเดียมของประชาชนยังคงสูงเกินกว่าค่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ ซึ่งกำหนดให้บริโภคไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ขณะที่ค่าเฉลี่ยการบริโภคโซเดียมของประเทศไทยอยู่ในระดับมากกว่า 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับพื้นที่ภาคใต้เคยมีค่าเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 4,100 มิลลิกรัมต่อวัน (ปี 2562) และแม้ปัจจุบันจะลดลงเหลือประมาณ 3,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ยังคงสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดอย่างมีนัยสำคัญ

สาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในจังหวัด เมื่อพิจารณาตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง ปอดบวม การติดเชื้อ โรคหัวใจขาดเลือด ไตวาย และอุบัติเหตุ ทั้งนี้ พบว่าอย่างน้อย 3 ใน 7 สาเหตุการเสียชีวิตหลักมีปัจจัยพื้นฐานมาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคไตวาย นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าประมาณร้อยละ 75 ของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีสาเหตุจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือด เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างภาระต่อระบบบริการสาธารณสุขในระยะยาว ผลการดำเนินงานด้านการควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข พบว่ายังไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนด โดยภาพรวมสามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ได้เฉลี่ยประมาณร้อยละ 57 ทั้งนี้ ในบางพื้นที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนามาตรการและกลไกสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหา คือ การป้องกันและลดผู้ป่วยรายใหม่ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ การส่งเสริมการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการลดการบริโภคโซเดียม โดยดำเนินงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงแรม สถานศึกษา และเรือนจำ รวมทั้งขยายความร่วมมือกับภาคประชาชนในการรณรงค์อาหารสุขภาพและโครงการ “ลดพุง ลดโรค” เพื่อควบคุมและลดภาระโรค NCDs ในระยะยาว 3.2 นโยบายทิศทางและแผนพัฒนาสุขภาพขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์บัญชา ค้าของ ที่ปรึกษาพิเศษนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานด้านสาธารณสุขขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภูเก็ต ภายหลังการถ่ายโอน โรงพยาบาลส่งเสริมตำบล (รพ.สต.) ซึ่งนับเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญและเป็นโอกาสในการพัฒนาระบบสุขภาพของจังหวัดให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่มากยิ่งขึ้น

นโยบายของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย          การรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน และการผลักดันแนวคิด “Healthy City” โดยมีการพัฒนาสวนสาธารณะเพื่อสุขภาพครบทั้ง 3 อำเภอ ภายใต้โครงการ “3 อ่าง 3 เภอ” ได้แก่ พื้นที่โรงเหล้าเก่ากะทู้ (แล้วเสร็จ) พื้นที่เรือนจำ (คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน) และพื้นที่ทุ่งถลาง–ชนะศึก (อยู่ระหว่างดำเนินการ) ด้านการป้องกันและควบคุมโรค รพ.สต. ทั้ง 21 แห่งในจังหวัดเป็นกลไกหลักในการให้บริการปฐมภูมิและขับเคลื่อนกิจกรรมสุขภาพในชุมชน โดยกำหนดการบริหารจัดการในลักษณะ “โซน” เพื่อเสริมความเข้มแข็งเชิงพื้นที่ ทั้งนี้ อบจ. มีการสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณสุขในสัดส่วนสูงสุดขององค์กร โดยจัดสรรงบประมาณให้โรงพยาบาลปีละกว่า 300 ล้านบาท รวมทั้งมีกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งเดิมมุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และปัจจุบันขยายขอบเขตสู่การสร้างเสริมสุขภาพ ในส่วนของการรักษาพยาบาล อบจ. สนับสนุนการดำเนินงานของ รพ.สต. และศูนย์ไตเทียม โดยมีแผนขยายให้ครอบคลุมทุกอำเภอ พร้อมทั้งพัฒนาระบบบริการฟื้นฟู อาทิ การดูแลผู้ป่วยประคับประคอง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ

ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ อบจ. ได้พัฒนาระบบบริการสุขภาพออนไลน์ อาทิ แพลตฟอร์ม Line Official สำหรับลงทะเบียนรับบริการ การขอกายอุปกรณ์ การนัดหมายตรวจคัดกรอง รวมถึงโครงการ “สถานีสุขภาพ” เป้าหมาย 157 จุด ให้บริการตรวจสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง และพบแพทย์ออนไลน์ (ปัจจุบันนำร่อง 3 แห่ง) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการและลดความแออัดในโรงพยาบาล ทั้งนี้ มีฐานข้อมูลประชาชนในระบบประมาณ 30,000 ราย
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังประสบข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณ กองสาธารณสุขของ อบจ. มีจำนวนบุคลากรจำกัด ขณะที่แพทย์ประจำมีจำนวน 10 คน หมุนเวียนดูแล รพ.สต. 21 แห่ง ส่งผลให้ภารกิจด้านการรักษามีสัดส่วนมากกว่างานสร้างเสริมสุขภาพ จึงมีความจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ตัวอย่างการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ โครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งได้รับการสนับสนุนชุดตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนการคัดกรองจากปีละประมาณ 1,000 ราย เป็นกว่า 10,000 ราย สะท้อนศักยภาพของ อบจ. ในการขับเคลื่อนงานเชิงรุก

ในระยะต่อไป มีแนวคิดพัฒนา รพ.สต. ให้เป็น “ห้องปฏิบัติการสุขภาพชุมชน” ครอบคลุมการดูแลกลุ่มแม่และเด็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุ รวมทั้งการพัฒนาคลินิกสุขภาพระดับพรีเมียมที่สอดคล้องกับบริบทจังหวัดท่องเที่ยว เช่น คลินิกประเมินการนอนหลับ คลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง ศูนย์ Health Tech และศูนย์บริการคุณภาพชีวิตชุมชนสำหรับดูแลผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ การขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขของจังหวัดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ข้าราชการ นักวิชาการ และฝ่ายการเมือง เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

3.3 แนวทางการเสริมสร้างสุขภาวะ 3 กลุ่มวัย (วัยเด็ก: ธรรมนูญโรงเรียน, วัยทำงาน: Healthy Workplace, ผู้สูงอายุ: Living Will)&nbsp; ในจังหวัดภูเก็ต<br />

นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะภาคใต้ กล่าวให้ข้อมูลแก่ที่ประชุมเกี่ยวกับโครงสร้างคณะทำงานของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประกอบด้วยการบูรณาการ 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคสังคม (ภาคเอกชนและภาคประชาชน) โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และมีภารกิจหลักในการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพของประเทศ สช. มีบทบาทในการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ การจัดทำรายงานสถานการณ์ระบบสุขภาพ ตลอดจนการพัฒนาและผลักดันนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพแบบมีส่วนร่วม โดยยึดหลัก “สุขภาพ 4 มิติ” ได้แก่ มิติทางกาย จิต ปัญญา และสังคม ซึ่งครอบคลุมปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ มิได้จำกัดเฉพาะการเจ็บป่วยทางร่างกายเท่านั้น ทั้งนี้ การพัฒนานโยบายอาศัยเครื่องมือหลากหลาย อาทิ สมัชชาสุขภาพ การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และการส่งเสริมสิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ เช่น การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับการยื้อชีวิต (Living Will) สิทธิในการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ภายหลังการประชุมหารือร่วมกับ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ประเด็นการดำเนินงานด้านสุขภาพของประชาชนจังหวัดภูเก็ต มีความสอดคล้องกับสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของประชากรไทยร้อยละ 75–80 และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 9.7 ของ GDP รวมถึงความสูญเสียด้านผลิตภาพแรงงานคิดเป็นมูลค่าประมาณ 91,500 ล้านบาท (ร้อยละ 0.5 ของ GDP) นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ยังอธิบายแก่ที่ประชุมเพิ่มเติม เกี่ยวกับปัจจัยกำหนดสุขภาพประกอบด้วย ระบบบริการสุขภาพร้อยละ 10 พันธุกรรมร้อยละ 20 และพฤติกรรมรวมถึงสภาพแวดล้อมร้อยละ 70 (พฤติกรรมร้อยละ 50 และสภาพแวดล้อมร้อยละ 20) ดังนั้น การลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่จำเป็นต้องมุ่งดำเนินการในส่วนของปัจจัยร้อยละ 70 ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เนื่องจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพียงลำพังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนได้โดยตรง และมีแนวทางการดำเนินงานแบ่งตามกลุ่มวัย ดังนี้ 1) เห็นควรส่งเสริมการจัดทำ “ธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา” เพื่อสร้างข้อตกลงและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของนักเรียน โดยเริ่มดำเนินการในโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวน 5 แห่ง และประสานความร่วมมือกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทั้งนี้ มีแนวโน้มขยายผลสู่โรงเรียนอื่นและชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างความร่วมมือในการดูแลสุขภาวะเด็กอย่างเป็นระบบ

2) กลุ่มวัยทำงาน จากข้อมูลพบว่าอายุของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรค NCDs มีแนวโน้มลดลง ส่งผลกระทบต่อศักยภาพแรงงานและผลิตภาพขององค์กร จึงเสนอแนวคิด “Healthy Workplace” โดยส่งเสริมให้องค์กรพัฒนาสภาพแวดล้อมทั้งทางกายภาพ สังคม และวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี พร้อมทั้งพัฒนา “NCDs Ecosystem” เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การเข้าถึงพื้นที่ออกกำลังกาย อาหารสุขภาพราคาที่เหมาะสม การประยุกต์ใช้หลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และกลไกจูงใจทางการคลัง

3) กลุ่มผู้สูงอายุ เสนอให้ส่งเสริมความรู้เรื่องการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับการยื้อชีวิต (Living Will) ควบคู่กับการพัฒนาระบบดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) และการสนับสนุนผู้ดูแล (Care Giver) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง
การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านการป้องกัน NCDs จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงการสนับสนุนบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้สู่ชุมชน เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัย

3.4 ผลการดำเนินงานบูรณาการกลไกสุขภาพระดับจังหวัด ภูเก็ต : สุขภาวะเพื่อชีวิตแห่งอนาคต (Phuket Health for Future of Life)<br />

ตัวแทน ดร.จตุรงค์ คงแก้ว ตำแหน่ง อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ภูเก็ต คณะทำงานภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life) กล่าวให้ข้อมูลแก่ที่ประชุมถึงความก้าวหน้าการขับเคลื่อนกลไกกองทุนเพื่อสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต ในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมจำนวน 16 หน่วยงาน ส่งผลให้เกิดความร่วมมือเชิงระบบ ลดการดำเนินงานแบบแยกส่วน และสร้างกรอบความร่วมมือระยะยาวระหว่างภาคีเครือข่าย ที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินแคมเปญส่งเสริมโครงการ Triple P (Positive Parenting Program) และโครงการพัฒนาเครือข่ายพี่เลี้ยงเพื่อสนับสนุนการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทางวิชาการและภาคบริการสุขภาพ อาทิ กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก ปัญหาพัฒนาการเด็กเล็ก โดยเฉพาะกรณีภาวะออทิสติกเทียม ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญต่อคุณภาพทุนมนุษย์ของจังหวัด ทั้งนี้ จากประสบการณ์การอบรมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ผ่านมา พบว่าผู้ปกครองบางส่วนยังไม่ยอมรับว่าเด็กมีความเสี่ยงด้านพัฒนาการ ส่งผลต่อการเข้าถึงกระบวนการดูแลและแก้ไขปัญหา ดังนั้น โครงการดังกล่าวจึงออกแบบให้เป็นความร่วมมือระหว่าง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ปกครอง เด็ก และครู เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ให้ผู้ปกครองเห็นความแตกต่างด้านพัฒนาการของเด็กอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การยอมรับและแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเหมาะสม แนวทางการดำเนินงานมิได้แยกเด็กที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนออกจากเด็กทั่วไป แต่จัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมร่วมกันทั้งหมด ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจและยอมรับมากขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 4 ครั้งต่อภาคการศึกษา ผลการดำเนินงานเบื้องต้น พบว่า เทศบาลตำบลวิชิตได้ให้การยอมรับและบรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลอยู่ระหว่างจัดทำแผนเพื่อรองรับการดำเนินงานในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นควรสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพเด็กและครอบครัวในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

3.5 สรุปกลยุทธ์แนวทางการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองภูเก็ต Phuket Foresight 2030 เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีเสาหลัก (Pillars) 7 มิติ<br />

ผู้แทนคณะทำงาน นายรังสิมันตุ์ กิ่งแก้ว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงบทเรียนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตพึ่งพาภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวในสัดส่วนประมาณร้อยละ 70–80 ส่งผลให้จังหวัดมีความเปราะบางต่อความผันผวนภายนอก ดังนั้น จังหวัดจึงได้จัดทำกระบวนการกำหนดอนาคตจังหวัด (Phuket Foresight 2030) และกำหนดกรอบการพัฒนา 10 เสาหลัก ภายหลังการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 5 ปี ได้มีการทบทวนและปรับทิศทางการพัฒนา โดยกำหนดแนวคิดใหม่ “Sustainable Wellness” ควบคู่กับการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวของเมือง (Resilient City) เพื่อให้จังหวัดสามารถปรับตัวและฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็งเมื่อเผชิญวิกฤต
วิสัยทัศน์จังหวัดภูเก็ต ปี 2030 กำหนดให้เป็น “เกาะแห่งความสุขของทุกคน และศูนย์กลางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นบ้านของคนที่มีทักษะ” โดยมีฐานสำคัญคือ คน วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์ 7 ด้าน GEM3S3F2T 1. Creative Gastronomy City 2. Global Knowledge Hub 3. Maritime Industry Center 4. Mice & Mega Event City 5. Longevity City 6. Smart City Initiative 7. Smart Agriculture

ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนเมืองภูเก็ตทั้ง 7 มิติหลัก พบมีความเกี่ยวเนื่องกับการบูรณาการประเด็นสำคัญจาก 4 กลุ่ม คือ สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น SME, ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณค่า (High - Value Based Tourism), Smart Economy ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอัจฉริยะด้วยดิจิทัลและข้อมูล (Data Driven), และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพพร้อมการพัฒนาที่ยั่งยืน (Biodiversity & Sustainability) ซึ่งหนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับการลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต Longevity การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี ในช่วงท้ายการประชุม ที่ประชุมเห็นควรบูรณาการแนวคิด Sustainable Wellness เข้ากับการพัฒนาเมืองในทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดในระยะยาว โดยมีการเชื่อมโยงกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary lifestyle) และวิถีชีวิตเมือง จึงเสนอให้ภาคเอกชนเป็นหน่วยงานนำร่องในการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ 1. การจัดการคุณภาพอาหารในสถานประกอบการ: ส่งเสริมให้องค์กรจัดบริการอาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมแก่พนักงาน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อ NCDs 2. การส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อการเดิน (Walkable City): พัฒนาเมืองให้เอื้อต่อการเดินและการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง ลดการพึ่งพายานยนต์ส่วนบุคคล โดยเฉพารถจักรยานยนต์ รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ภายในระยะเวลา 15 นาที

3.6 แผนการดำเนินงานขับเคลื่อนภูเก็ตเมืองต้นแบบในการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง (NCDs Ecosystem) เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในจังหวัดภูเก็ต
ดร.เพ็ญ  สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้นำเรียนแก่ที่ประชุมว่า สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ดำเนินโครงการพัฒนา “เมืองสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 โดยมีเป้าหมายพัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ (Healthy Space Design) จำนวน 4–5 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ หาดป่าตอง ย่านเมืองเก่า สวนสาธารณะสะพานหิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต และบริเวณเขารัง โดยบางพื้นที่เป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับนักวิชาการด้านการออกแบบเมือง โดยผลการดำเนินโครงการในแต่ละพื้นที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม ดังนี้ 1) พื้นที่หาดป่าตอง ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในพื้นที่สาธารณะ และมีประชาชนใช้งานในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอุปกรณ์บางส่วนชำรุดและขาดการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงควรพิจารณากลไกการดูแลรักษาเพื่อความยั่งยืนของโครงการ 2) พื้นที่ย่านเมืองเก่า มีการออกแบบเส้นทางการเดิน (Walkable Route) โดยทำงานร่วมกับชุมชนและภาคธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับกิจกรรมทางกาย งานวิจัยสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยชี้ว่าการเพิ่มจำนวนผู้เดินในย่านการค้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งผลเชิงบวกต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ทั้งนี้ ได้มีการทดลองดำเนินการบางส่วนและพบว่ามีความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้เกิดผลในทางปฏิบัติ 3) สวนสาธารณะสะพานหิน พบการใช้พื้นที่เพื่อกิจกรรมทางกาย เช่น กีฬา Woodball อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของพื้นที่สาธารณะในการส่งเสริมสุขภาวะประชาชน 4) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต มีการพัฒนาตลาดบ้านซ้านในรูปแบบ Green Market ส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และสามารถสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 4 ล้านบาท

อ้างอิงจากโครงการที่ได้มีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 – 2568 ที่ผ่านมา และการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาวะประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2569 เนื่องจากข้อมูลชี้ว่าประชาชนมากกว่าร้อยละ 40 มีกิจกรรมทางกายต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้ ภายใต้ทรัพยากรและต้นทุนที่มีอยู่จึงมีความจำเป็นต้องต่อยอดและบูรณาการการดำเนินงานเพื่อเพิ่มระดับกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) ของประชาชนจังหวัดภูเก็ต สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงมีการส่งเสริมกิจกรรมทางกายควรดำเนินควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาวะอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน 3.6.1 แนวทางการขับเคลื่อนในเขตชุมชนเมือง
คุณเพ็ญจมาส ศิริกิจวัฒนา คณะทำงาน ย่านบ่านซ้าน ได้รวบรวมความคิดเห็นจากตัวแทนชุมชนต่าง ๆ และสังเคราะห์ออกมาเป็นข้อเสนอโครงการรวม 6 โครงการ ดังนี้ 1) โครงการปิดถนนซอยรมณีย์ (ย่านเมืองเก่า) - เสนอให้ปิดถนนตลอดทั้งวัน เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเดิน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งนี้ ร้านค้าในบริเวณดังกล่าวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี - แนวทางการประเมินผล จะดำเนินการเก็บข้อมูลจำนวนคนเดินก่อนและระหว่างการปิดถนน พร้อมทั้งการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบ คาดการณ์ว่าปริมาณคนเดินจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และยอดขายของร้านค้า เพิ่มขึ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

2) โครงการส่งเสริมความสามารถในการเดิน (Walkability and Walk Path) - เสนอการขอคืนพื้นที่ทางเท้าให้เป็นพื้นที่สาธารณะอย่างแท้จริง โดยประสานความร่วมมือกับเทศบาลและเจ้าหน้าที่เทศกิจ เพื่อจัดระเบียบและปรับปรุงทางเท้าให้ปลอดภัยและเอื้อต่อการสัญจรของประชาชน - เสนอให้มีการปรับปรุงแสงสว่าง เพิ่มที่นั่งพัก (Street Furniture) และจัดทำร่มเงา เพื่อลดความร้อน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการออกแบบ เช่น TCDC ในการพัฒนาแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงการขีดสีตีเส้น กำหนดขอบเขตและขยายขนาดทางเท้าให้สอดคล้องกับปริมาณคนเดิน - พื้นที่ทดลองครอบคลุมทุกชุมชนในย่านเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายประมาณ 1,500 คน โดยมีกลุ่มตัวอย่างศึกษา 300 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ คาดว่าจะสามารถเพิ่มการใช้ทางเท้าได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และลดการใช้รถจักรยานยนต์ในระยะทางสั้น - ขั้นตอนดำเนินงาน ประกอบด้วย 1) การสำรวจสภาพทางเท้า 2) บันทึกจุดเสี่ยง และ              3) ประเมินผลการเปลี่ยนแปลงภายหลังดำเนินการ 3 เดือน

3) โครงการเชื่อมโยงเมือง (Urban Connectivity) - พัฒนาระบบป้ายสัญลักษณ์และเส้นทางเดินเชื่อมโยงแต่ละย่าน

4) โครงการ Community Pocket Green – พื้นที่สีเขียวขนาดย่อม การจัดทำพื้นที่สีเขียวขนาดย่อม (Pocket Green) ในจุดสำคัญ เช่น บริเวณวัดมงคลนิมิต และลานหญ้าชาเตอร์ เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและส่งเสริมความสัมพันธ์ทางสังคมของคนในชุมชน

5) โครงการ Active Program จัดกิจกรรมเดินชมบ้านและเมือง โดยชุมชนชาเตอร์เป็นผู้ริเริ่ม เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมและเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนออกมาใช้พื้นที่สาธารณะมากขึ้น
6) โครงการ Active Hub - จัดตั้งศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างย่าน เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำเสนอปัญหา และร่วมกันพัฒนาแนวทางแก้ไข โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มคนสร้างสรรค์ นักวิชาการ และภาคประชาชนพบปะหารือกันอย่างสม่ำเสมอ (เดือนละ 3–5 ครั้ง) และร่วมกันพัฒนาโครงการที่เป็นรูปธรรม
จากการนำเสนอโครงการอ้างอิงข้อมูลข้างต้น ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการข้อเสนอทั้ง 6 โครงการ เนื่องจากมีความน่าสนใจและเล็งเห็นว่าโครงการมีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่เมืองเก่าและย่านใกล้เคียง จึงควรพิจารณาบูรณาการเข้าสู่แผนพัฒนาระดับท้องถิ่นและจังหวัดต่อไป และหนุนเสริมโดยหน่วยงานฟังก์ชั่นหลักของภาครัฐให้เกิดการสนับสนุนเชิงนโยบายสู่การขับเคลื่อนเมืองโดยภาคประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในการพัฒนาสุขภาวะที่ดีแก่ประชาชนอย่างแท้จริง

วาระที่ 4 เรื่องเพื่อพิจารณา
4.1 แนวทางและกลไกการดำเนินงานการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่งในชีวิตประจำวัน และสร้างสภาพแวดล้อมลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs Ecosystem  ในจังหวัดภูเก็ต
4.1.1 ร่างคณะอนุกรรมการ/คณะทำงาน ประเด็นย่อย
จากข้อมูลทั้งหมดข้างต้นที่ได้มีการนำเสนอแก่ที่ประชุม ในช่วงสุดท้ายผู้เข้าร่วมประชุมได้ให้ความเห็นเสนอแนะ สรุปข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ถึงแนวทางและกลไกการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ต ดังนี้

  1. เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision & Goals) • สร้างพิมพ์เขียวเมืองสุขภาวะ (Phuket City Blueprint): บูรณาการความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เป้าหมาย "เมืองสุขภาวะที่ดีสำหรับคนทุกช่วงวัย" • การออกแบบเมืองเพื่อสุขภาวะระยะยาว (Longevity by Design): นำโมเดลพื้นที่อายุยืนยาว (Blue Zone) ของสิงคโปร์มาประยุกต์ใช้ เช่น การพัฒนาระบบ Day Care สำหรับผู้สูงอายุ และการอบรมจิตวิทยาการดูแลสุขภาพ • เป้าหมายเชิงสุขภาพ: มุ่งเน้นการลดช่องว่างระหว่างอายุขัย (Life Span) และอายุสุขภาพ (Health Span) เพื่อให้ประชาชนมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

  2. การแบ่งกลุ่มเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ (Target Segmentation) • จำแนกตามช่วงวัย: แบ่งกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ วัยเด