โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง
messageImage_1767947432742_0.jpg
messageImage_1767946013124_0.jpg
messageImage_1767945951231_0.jpg
1767948839414_0.jpg
1767948702228_0.jpg
1767948582085_0.jpg
1767947858253_0.jpg
ประชุมการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ
ประชุมการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ
วันที่ 9 มกราคม 2569
จากการประชุมเพื่อวางแผนการพัฒนาหลักสูตรการอบรมด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ โดยมีเป้าหมายหลักในการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะฝ่ายช่างโยธา กองสาธารณสุข และผู้บริหารระดับนโยบาย ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity - PA) และลดภาวะเนือยนิ่ง
ประเด็นสำคัญจากการประชุมคือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเน้นให้ อปท. ส่งผู้เข้าร่วมเป็นทีม (ประกอบด้วยฝ่ายช่าง, สาธารณสุข และฝ่ายนโยบาย) เพื่อให้เกิดการผลักดันโครงการได้จริงหลังการอบรม นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนกำหนดการจัดอบรมจากเดิมเดือนมีนาคมเป็นเดือนเมษายน โดยจะนำร่องจัดอบรมรุ่นแรกในพื้นที่เครือข่ายเทศบาลนครยะลา ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่ภูเก็ตและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
หลักสูตรจะเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Practice-based Learning) ลดทฤษฎี และให้ผู้เข้าอบรมได้พัฒนาชิ้นงานจากบริบทพื้นที่ของตนเองจริง ทั้งนี้ ทีมผู้พัฒนาหลักสูตรจะเข้าร่วมงาน "City Health Policy Workshop" ที่รัฐสภาในวันที่ 22 มกราคม เพื่อรับฟังแนวคิดจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ และนำมาปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรให้มีความทันสมัยและครอบคลุมมิติสุขภาวะที่กว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้หลักสูตรมีความเข้มข้นและสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภาพรวมโครงการและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร โครงกการพัฒนาหลักสูตรอบรมเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะในการออกแบบและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาวะ • เป้าหมายหลัก: เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถออกแบบพื้นที่สุขภาวะที่ตอบสนองต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity - PA) และลดภาวะเนือยนิ่ง โดยพิจารณาถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ • แนวคิดสำคัญ: หลักสูตรจะครอบคลุมตั้งแต่หลักการพื้นฐานด้านสถาปัตยกรรมเพื่อสุขภาวะ, การออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งานทุกกลุ่ม (Universal Design), กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน, ไปจนถึงการประยุกต์ใช้กับพื้นที่จริง เช่น สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ว่างในชุมชน • ความเชื่อมโยงกับโครงการอื่น: หลักสูตรนี้ต่อยอดมาจากโครงการจัดการภัยพิบัติ และมีความเชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในพื้นที่ต่างๆ เช่น ยะลา, ภูเก็ต และพื้นที่นำร่องอื่นๆ
ทีมงานและเครือข่ายความร่วมมือ โครงการนี้อาศัยความร่วมมือจากทีมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายสถาปนิกหลายภาคส่วน บทบาท รายชื่อบุคคล/หน่วยงาน หมายเหตุ ทีมพัฒนาหลักสูตรหลัก • อาจารย์ภวัฒน์ • อาจารย์อัศนัย • อาจารย์หนุ่ย รับผิดชอบการออกแบบเนื้อหาและกระบวนการสอนในหัวข้อหลัก 1-4 ผู้ประสานงานโครงการ • อาจารย์เพ็ญ • ญัตติพงศ์ • ฐิติชญา • มนชนก บริหารจัดการโครงการ, ประสานงาน, และดูแลด้านงบประมาณ เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ • อ.พนิต • คุณยศพล • อาจารย์ปณิทัศน์ คุณภารณี • ทีมสถาปนิกอาสา ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา, ผู้ให้ความเห็นต่อร่างหลักสูตร, และอาจร่วมเป็นวิทยากร หน่วยงานสนับสนุน • สสส. • สภาวิชาชีพสถาปัตย์ ให้การสนับสนุนและอาจเข้ามามีส่วนร่วมในการรับรองหลักสูตร
การพัฒนาหลักสูตร: เนื้อหาและกระบวนการ หลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการนำไปใช้ได้จริง โดยผสมผสานระหว่างภาคทฤษฎีและปฏิบัติการอย่างเข้มข้น 3.1 โครงสร้างเนื้อหาหลักสูตร เนื้อหาหลักแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อสำคัญ:
- หลักการออกแบบเพื่อปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะตามบริบทพื้นที่: วิเคราะห์พื้นที่และแนวคิดพื้นฐาน
- แนวคิดและกระบวนการออกแบบโดยชุมชนมีส่วนร่วม: เน้นกระบวนการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่
- หลักการและแนวคิดการออกแบบตามหลักสถาปัตยกรรม: ความปลอดภัย, กายศาสตร์ (Ergonomics), Universal Design
- ฝึกปฏิบัติการ (Workshop): การนำความรู้จากหัวข้อ 1-3 มาประยุกต์ใช้กับกรณีศึกษาหรือพื้นที่จริง
- กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของท้องถิ่น: ให้ความรู้ด้านระเบียบราชการเพื่อการผลักดันโครงการ (จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากท้องถิ่นมาบรรยาย) 3.2 รูปแบบการเรียนการสอน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าควรหลีกเลี่ยงการบรรยายเพียงอย่างเดียว (Lecture-based) และเน้นรูปแบบดังต่อไปนี้: • การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Workshop-based): จัดกลุ่มผู้เรียนเพื่อระดมสมองและออกแบบโครงการสำหรับพื้นที่ของตนเอง • การใช้กรณีศึกษาจริง (Case Study): นำปัญหาและความต้องการจากพื้นที่ของผู้เข้าอบรมมาเป็นโจทย์ในการออกแบบ • การลงพื้นที่จริง (Site Visit): อาจใช้พื้นที่ในเทศบาลคอหงส์ (หาดใหญ่) หรือพื้นที่นำร่องอื่นเป็นสถานที่ศึกษาและทดลองออกแบบ • การพัฒนาชิ้นงาน (Project-based): ผู้เข้าอบรมจะต้องพัฒนาข้อเสนอโครงการหรือแบบร่างเบื้องต้นสำหรับพื้นที่ของตนเอง เพื่อนำเสนอในวันสุดท้ายของหลักสูตร
3.3 โมเดลการอบรม (เสนอโดย อ.อัศนัย) โมดูล หัวข้อ กิจกรรม 1 ทำความเข้าใจผู้ใช้และบริบท (User & Context) บรรยายเรื่อง PA, ภาวะเนือยนิ่ง และกลุ่มเป้าหมาย (เช่น ผู้สูงอายุ) 2 การสำรวจและวิเคราะห์พื้นที่ (Site Analysis) เรียนรู้เทคนิคการวิเคราะห์พื้นที่ที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ 3 การมีส่วนร่วม (Participation) Workshop แลกเปลี่ยนกลยุทธ์และปัญหาของแต่ละพื้นที่ 4 หลักการออกแบบ (Design Principles) บรรยายหลักการออกแบบพื้นฐาน (Safety, Universal Design) 5 การศึกษาจากพื้นที่จริง (Case Study Visit) ลงพื้นที่สวนสาธารณะตัวอย่าง (เช่น ยะลา, หาดใหญ่) 6 การปฏิบัติการออกแบบ (Design Workshop) ทำงานกลุ่มเพื่อพัฒนาแนวคิดการออกแบบเบื้องต้น 7 การนำไปปฏิบัติ (Implementation) บรรยายเรื่องการประมาณราคา, การจัดซื้อจัดจ้างโดย จนท.ท้องถิ่น 8 การนำเสนอและสรุปผล (Presentation & Wrap-up) นำเสนอผลงานกลุ่มและสรุปภาพรวม
กลุ่มเป้าหมายและการคัดเลือก เพื่อให้การอบรมเกิดประสิทธิผลสูงสุด ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน • องค์ประกอบของผู้เข้าร่วม: ควรมาจาก อปท. เดียวกันเป็นทีม 3 คน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายและโครงการต่อได้ ประกอบด้วย: 1. เจ้าหน้าที่กองช่าง: ผู้มีความรู้ด้านเทคนิคและการออกแบบ 2. เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข: ผู้มีความเข้าใจในมิติสุขภาพของชุมชน 3. ผู้บริหาร/ฝ่ายนโยบาย: เช่น ผู้อำนวยการกอง, หัวหน้าสำนักปลัด หรือปลัด เพื่อให้สามารถผลักดันโครงการเข้าสู่แผนงานและงบประมาณได้ • จำนวนที่รับ: รุ่นละประมาณ 30 คน (เช่น 10 อปท. แห่งละ 3 คน) • กระบวนการคัดเลือก: จะใช้ "แบบสอบถามก่อนการสมัคร" เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญจากผู้สมัคร ดังนี้: ◦ สถานะโครงการด้านพื้นที่สุขภาวะที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ◦ แนวคิดหรือแผนงานที่ต้องการจะพัฒนาในอนาคต ◦ ปัญหาและศักยภาพของพื้นที่ ◦ ความตั้งใจในการนำผลลัพธ์จากการอบรมไปบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นหรือข้อบัญญัติ (ข้อเสนอจาก อ.หนุ่ย เพื่อวัดความมุ่งมั่นและติดตามผล)
แผนการดำเนินงาน ที่ประชุมได้หารือและปรับเปลี่ยนไทม์ไลน์เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ • กำหนดการอบรม: ◦ แผนเดิม: 21-22 มีนาคม ◦ ปัญหา: เป็นวันเสาร์-อาทิตย์ซึ่งไม่สะดวกต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และตรงกับช่วงสอบปลายภาคและส่งเกรดของมหาวิทยาลัย ◦ แผนใหม่: สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายน (หลังสงกรานต์) เช่น ช่วงวันที่ 20-24 เมษายน เพื่อให้มีเวลาในการพัฒนาและรับฟังความเห็นต่อหลักสูตรอย่างเพียงพอ • รูปแบบการจัด: อาจจัด 2 ครั้ง ครั้งละ 2-3 วัน โดยเว้นช่วงให้ผู้เข้าอบรมกลับไปทำการบ้านหรือเก็บข้อมูลเพิ่มเติม • พื้นที่นำร่อง (Pilot Site): ◦ รุ่นที่ 1: จะเน้นกลุ่มเป้าหมายจาก เทศบาลนครยะลาและเครือข่าย 10 อปท. โดยอาจจัดอบรมที่หาดใหญ่และใช้พื้นที่เทศบาลคอหงส์เป็นพื้นที่ฝึกปฏิบัติการ เพื่อทดสอบและปรับปรุงหลักสูตร ◦ รุ่นที่ 2: ขยายผลไปยัง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมี อบจ. และท้องถิ่นอื่นที่แสดงความสนใจ • กระบวนการรับรองหลักสูตร: 1. ร่างฉบับที่ 1: ทีมอาจารย์จัดทำเนื้อหาและโครงสร้าง 2. รับฟังความเห็นครั้งที่ 1 (ผู้เชี่ยวชาญ): นำเสนอร่างต่อเครือข่ายสถาปนิก (เช่น ทีม VPARK) ในเวทีที่กรุงเทพฯ 3. รับฟังความเห็นครั้งที่ 2 (ผู้ใช้งาน): จัดเวทีรับฟังความเห็นจากตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย (อปท. ยะลา, ภูเก็ต, คอหงส์) 4. ปรับปรุงและสรุปหลักสูตร: ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะและจัดทำหลักสูตรฉบับสมบูรณ์ก่อนเปิดรับสมัคร
โอกาสเชิงกลยุทธ์: การเข้าร่วม City Health Policy Workshop ทีมงานจะใช้โอกาสจากการเข้าร่วม Workshop สำคัญเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับหลักสูตร • ชื่องาน: City Health Policy Workshop • ผู้จัด: wePARK, Thai PBS และภาคีเครือข่าย • วันและสถานที่: วันจันทร์ที่ 22 มกราคม ณ รัฐสภา กรุงเทพฯ • วัตถุประสงค์การเข้าร่วม: ◦ เพื่อรับฟังแนวคิดและมุมมองจากสถาปนิกและนักพัฒนาเมืองระดับประเทศ ◦ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ ◦ เพื่อนำไอเดียที่ได้มาปรับปรุงและยกระดับเนื้อหาของหลักสูตรให้ครอบคลุมมิติสุขภาวะที่หลากหลายขึ้น เช่น พื้นที่รกร้าง, เมืองสำหรับผู้สูงอายุ, เมืองที่ยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ
