สถาบันนโยบายสาธารณะ (สนส. ม.อ.)

directions_run

โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง

แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)

กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. ติดตาม ประเมินผลการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น และนำผลการประเมินมาใช้ในการยกระดับขยายผลเชิงระบบและนโยบาย 8 ส.ค. 2568

 

 

 

 

 

2. เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่งในระดับจังหวัด 8 ส.ค. 2568

 

 

 

 

 

3. ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติว่าด้วยการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน และการผลักดันนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่งผ่านการมีส่วนร่วมของ สมาคมสันนิบาตเทศบาลจังหวัด และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยใช้ชุมชนท้องถิ 8 ส.ค. 2568

 

 

 

 

 

4. พัฒนารูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) ลดภาวะเนือยนิ่ง ที่สอดคล้องกับบริบทพหุวัฒนธรรมในพื้นที่นำร่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ 8 ส.ค. 2568

 

 

 

 

 

5. ระบบและกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ด้าน PA ระบบฐานข้อมูลติดตามข้อมูลสุขภาพตำบล (เช่นกลไกการสื่อสาร กลไกพี่เลี้ยง กลไกวิชาการ การพัฒนาศักยภาพ การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย) 8 ส.ค. 2568

 

 

 

 

 

ประชุม NCDs Ecosystem ณ ริชมอนด์ 29 ส.ค. 2568 29 ส.ค. 2568

 

การประชุมเวทีสรุปบทเรียน 8 จังหวัดนำร่อง ขับเคลื่อน NCDs Ecosystem การสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อลกโรคไม่ติดต่อฯ ในวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2568  ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น นนทบุรี

 

การประชุมได้ถอดบทเรียนการขับเคลื่อน NCDs Ecosystem ผ่านหลักการ 3:5:5 สานพลัง 3 ภาคส่วนในพื้นที่ โดย สรุปและแลกเปลี่ยนบทเรียนการสรางมาตรการในการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดโรคไม่ติดต่อ  สรุปและแลกเปลี่ยนบทบาท non-health sector ต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดโรคไม่ติดต่อ และ กำหนดแนวทางการนำมาตรการ เป็นนโยบายจังหวัด จากการประชุมทางสถาบันได้สานงานต่อเรื่องส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมนำร่องใน 4 จังหวัดได้แก่ น่าน กาญจนบุรี สุราษฏร์ธานี และยะลา และร่วมกันวางแผนดำเนินงานขับเคลื่อน

 

ประชุมวางแผนงาน PA 68 10 ก.ย. 2568

 

 

 

 

 

ประชุมกรอบการดำเนินงาน NCD ecosystem ที่ สช. 12 ก.ย. 2568 12 ก.ย. 2568

 

การประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ 1/2568

 

วันที่ 12 กันยายน 2568 ประชุมกรอบการดำเนินงาน NCD ecosystem ที่ สช. การประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ 1/2568 วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมสานใจ 1/2 ชั้น 6 อาคารสุขภาพแห่งชาติ ภายในกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มอ.สงขลานครินทร์ ได้นำเสนอแนวทางการบูรณาการทำงานเพื่อลดโรคไม่ติดต่อโดยการปรับสภาวะแวดล้อมสรรสร้างเพื่อพื้นที่สาธารณะ 4 ภาค

 

ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA 19 ก.ย. 2568 19 ก.ย. 2568

 

วันที่ 19 กันยายน 2568 ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA

 

ดร.เพ็ญ สุขมาก ผอ.สถาบันนโยบายสาธารณะ ม.อ. นายญัตติพงศ์ แก้วทอง น.ส.ฐิติชญา หนูสอน และ น.ส.มนชนก แก้วชูเชิด คณะทำงานโครงการ สนส.ประชุม วางแผนการขับเคลื่อน NCDs โดยมีกิจกรรม ดังนี้ 1. ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สสส.สช.สปสช. เพื่อร่วมกำหนดเป้าหมายในการพัฒนานโยบายสาธารณะในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง ของจังหวัดเป้าหมาย NCDs Ecosystem  จำนวน 4 จังหวัด คือจังหวัดน่าน  กาญจนบุรี ยะลา และสุราษฎร์ธานี 2. คณะทำงานจัดทำร่างแผนการดำเนินงาน 3. คณะทำงานชี้แจง NCDs  Ecosystem และกรอบแนวทางการดำเนินงาน และสร้างเครื่องมือและข Ecosystem และกรอบแนวทางการดำเนินงาน และสร้างเครื่องมือและขั้นตอนการ  4. ประชุมทำความร่วมมือกับจังหวัดเป้าหมาย NCDs Ecosystem เพื่อพัฒนาและออกแบบนโยบายสาธารณะ 5. พัฒนาศักยภาพคณะทำงาน แกนนำจังหวัดในการพัฒนาเครื่องมือการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ 6. คณะทำงานระดับจังหวัดเก็บรวบรวมข้อมูลตามเครื่องมือและวิเคราะห์ข้อมูลสการณ์ปัญหากิจกรรมทางกาย ขนาด/ความรุนแรง / ปัจจัยส่งเสริมสาเหตุปัจจัยเอื้อ 7. จัดประชุมกลุ่ม ภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่นกลไกสมัชชาจังหวัด ตัวแทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในระดับจังหวัดเพื่อจัดแผนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ 8. สนับสนุนการปฏิบัติการตามกิจกรรมสำคัญในการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง  9. ประเมินผลการขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายตามกิจกรรมริเริ่มสำคัญของจังหวัดนำร่อง  10. โครงการประเมินผลการขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายตามแผน และถอดบทเรียน

 

ประชุมชี้แจงโครงการร่วมกับทีมคณะทำงาน NCDs ทั้ง 4 จังหวัด 23 ก.ย. 2568 23 ก.ย. 2568

 

ประชุมชี้แจงโครงการร่วมกับทีมคณะทำงาน NCDs ทั้ง 4 จังหวัด

 

ดร.เพ็ญ สุขมาก ผอ.สถาบันนโยบายสาธารณะ ม.อ. นายญัตติพงศ์ แก้วทอง น.ส.ฐิติชญา หนูสอน และ น.ส.มนชนก แก้วชูเชิด คณะทำงานโครงการ สนส.ประชุมชี้แจงคณะทำงาน จ.น่าน กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี ยะลา แลกเปลี่ยนแผนกิจกรรมการดำเนินงานในพื้นที่ โดยทางคณะทำงานโครงการได้กำหนดวัน MOU ทำแผนและโครงการในลำดับต่อไป

 

ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA 3 ต.ค. 2568 3 ต.ค. 2568

 

ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA

 

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA
คณะทำงานโครงการวางแผนการดำเนินงานและงบประมาณ โดยกิจกรรมมีดังนี้
- วันที่ 4 ต.ค.68 ประชุม zoom กับ ทีม สช.
- วันที่ 10 ต.ค.68 ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ NCDs และ PA เนือยนิ่ง ร่วมพัฒนาข้อเสนอนโยบายร่วมกัน
- วันที่ 5-7 พ.ย.68 ประชุม  SEAPA ณ กรุงเทพพมหานคร
- กำหนดวันนัดหมาย MOU ในจังหวัดนำร่อง NCDs

 

ประชุมกับทีม สช.เตรียมงาน ncds ยะลา 9 ต.ค. 2568

 

 

 

 

 

ประชุมความร่วมมือหน่วยงาน MOU จ.ยะลา 10 ต.ค. 2568

 

 

 

 

 

ทีม PA นัดคุยกับสมัชชาสุขภาพยะลา เตรียมงาน MOU NCDs 22 ต.ค. 2568

 

 

 

 

 

ประชุมชี้แจงการประชุมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายNCDs 4 จังหวัด ประชุมเตรียม MOU ยะลา กับ สช.และ สสส. 29 ต.ค. 2568

 

 

 

 

 

WS การทำแผน PA กับพี่เลี้ยง และร่วมงาน SEAPAC 2025 ณ เซ็นทาราแกรนด์ บางกอก 5 พ.ย. 2568

 

 

 

 

 

ประชุมกับทีม HIA PA 7 พ.ย. 2568

 

 

 

 

 

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ลด NCDs จ.ยะลา 12 พ.ย. 2568

 

 

 

 

 

พัฒนาศักยภาพเครือข่ายการขับเคลื่อนลด NCDs เพิ่ม PA ลดเนือยนิ่ง/ IHPP สถานการณ์พฤติกรรมสุขภาพและสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมระดับพื้นที่ 14 พ.ย. 2568

 

 

 

 

 

ประชุมแผนงาน PA ภูเก็ต 9 ธ.ค. 2568

 

 

 

 

 

ประชุมเตรียมงานกับทีมกาญจนบุรี คุยกิจกรรม PA และเวที MOU 11 ธ.ค. 2568

 

 

 

 

 

ประชุม PA พหุวัฒนธรรม 12 ธ.ค. 2568

 

 

 

 

 

WS ภาคเอกชนภูเก็ต 15 ธ.ค. 2568

 

 

 

 

 

ประชุมหน่วยงานเตรียม MOU ที่ จ.น่าน 19 ธ.ค. 2568

 

 

 

 

 

ทีม PA ประชุมกับ We park สสส. พื้นที่สุขภาวะ 22 ธ.ค. 2568

 

 

 

 

 

MOU PA kick off สุราษฎร์ธานี 24 ธ.ค. 2568

 

 

 

 

 

ประชุมหารือความคืบหน้าเวที kick off จังหวัดกาญจนบุรี 9 ม.ค. 2569 9 ม.ค. 2569

 

ประชุมหารือความคืบหน้าเวที kick off จังหวัดกาญจนบุรี

 

ประชุมหารือความคืบหน้าเวที kick off จังหวัดกาญจนบุรี วัน ศุกร์ 9 มกราคม 2569
การประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 โดยมีกิจกรรมสำคัญคือพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) การแถลงข่าว และการจัดบูธนิทรรศการ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 150 คน
1. การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผู้ลงนามและการปรับแก้เอกสาร MOU มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กน้อย โดยทางผู้ประสานงาน จะดำเนินการปรับแก้และส่งฉบับสมบูรณ์ (Final) ให้ทุกฝ่ายตรวจสอบก่อนการพิมพ์ กระบวนการและพิธีการลงนาม: • ข้อกังวลเรื่องพื้นที่บนเวที: มีความกังวลว่าเวทีมีขนาดเล็ก ไม่สามารถรองรับผู้ลงนาม MOU ทั้งหมดประมาณ 20 กว่าคนพร้อมกันได้ • แนวทางแก้ไขที่เสนอ: 1. แบ่งเป็นชุด: ให้ผู้ลงนามขึ้นเวทีเป็นชุดๆ ละ 5-10 คน เพื่อถ่ายภาพ แล้วสลับให้ชุดต่อไปขึ้นมา ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและบริหารจัดการพื้นที่ได้ดีขึ้น 2. จัดพิธีด้านล่างเวที: จัดโต๊ะลงนามพร้อมตกแต่งดอกไม้บริเวณด้านล่างเวที และหลังจากลงนามเสร็จจึงเชิญผู้ลงนามทั้งหมดขึ้นไปถ่ายภาพหมู่บนเวที 3. ประยุกต์จากงานอื่น: ข้อเสนอจากทีม สช. แนะนำให้จัดจุดลงนามแยกต่างหากก่อนเริ่มพิธีการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทยอยลงนาม เมื่อถึงเวลาบนเวทีจะเป็นเพียงการถือเอกสาร MOU เพื่อถ่ายภาพ ซึ่งจะช่วยลดความกังวลเรื่องลายเซ็นไม่ครบและประหยัดเวลาได้อย่างมาก • การเตรียมการล่วงหน้า: สำหรับผู้ลงนามที่ยืนยันแล้วว่าไม่สามารถมาร่วมงานได้ ผู้จัดงานสามารถนำเอกสารไปให้ลงนามล่วงหน้าก่อนวันงานได้ 2. การจัดการ กำหนดการและสถานที่: • กำหนดการ: ยังคงเป็นไปตามแผนเดิม โดยกิจกรรมจะเริ่มในเวลา 8:30 น. และสิ้นสุดเวลา 12:30 น. มีการเน้นย้ำเรื่องการตรงต่อเวลาเนื่องจากมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมงานจำนวนมาก • สถานที่: กิจกรรมทั้งหมดจะจัดขึ้นภายในห้องประชุมห้องเดียว ซึ่งนำไปสู่การพิจารณาเรื่องการจัดสรรพื้นที่สำหรับบูธ การแถลงข่าว และที่นั่งผู้เข้าร่วม กลุ่มเป้าหมายและผู้เข้าร่วม: • จำนวนเป้าหมาย: ตั้งไว้ที่ 150 คน (ตัวเลขนี้ไม่รวมทีมงานจากส่วนกลางและคณะทำงานในพื้นที่) โดยสามารถปรับเพิ่มลดได้ตามความเหมาะสม • การจัดสรร: กลุ่มเป้าหมายถูกแบ่งตามพื้นที่ ได้แก่ ห้วยกระเจา 50 คน, กลุ่มของพี่อร 50 คน, และมหาวิทยาลัยราชภัฏ 23 คน (อาจเกินได้เล็กน้อย) ส่วนกลุ่มนักเรียนจากปรัชญาอยู่ระหว่างการยืนยันจำนวนเนื่องจากตรงกับกิจกรรมกีฬาสีของอำเภอ • การเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วม: เนื่องจากมีผู้บริหารระดับสูงและทีมงานจาก สช. เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก (ทีม สช. ประมาณ 10 คน) จึงมีการแนะนำให้ผู้จัดในพื้นที่เชิญผู้เข้าร่วมเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด หรือประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองที่เดินทางสะดวก เพื่อให้บรรยากาศในงานดูไม่โหรงเหรง การลงทะเบียน: • รูปแบบการลงทะเบียน: จากเดิมที่วางแผนให้เป็นการลงนามสดหน้างาน (เซ็นสด) ได้ปรับเป็นรูปแบบผสมผสาน โดยจะใช้ข้อมูลจาก QR Code ที่ผู้เข้าร่วมได้ตอบรับล่วงหน้า มาจัดทำเป็นแบบฟอร์มลงทะเบียน • ขั้นตอนการดำเนินงาน: 1. พี่เอิร์คจะส่งข้อมูลผู้ที่ตอบรับผ่านลิงก์ให้กับทีมลงทะเบียน (กุ๊ก) 2. ทีมลงทะเบียนจะจัดทำแบบฟอร์มรายชื่อผู้เข้าร่วมที่ทราบแน่นอนแล้ว 3. สำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า สามารถลงชื่อเพิ่มเติมที่หน้างานได้ • เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน: ทีมงานในพื้นที่จะจัดหาเจ้าหน้าที่ (เช่น นักศึกษา) มาช่วยอำนวยความสะดวกที่โต๊ะลงทะเบียน ซึ่งจะช่วยให้การจัดการง่ายขึ้นเนื่องจากรู้จักผู้เข้าร่วมจากพื้นที่ต่างๆ 3. การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ การแถลงข่าว: • การหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการแถลงข่าว เนื่องจากกิจกรรมทั้งหมดจัดในห้องประชุมเดียว จึงมีความกังวลเรื่องเสียงรบกวนซึ่งกันและกัน • ทางเลือกที่พิจารณา: 1. บนเวที: เป็นแนวคิดแรก แต่ถูกท้วงติงว่าจะทำให้เกิดช่วงเวลาที่น่าเบื่อ (Dead Air) สำหรับผู้เข้าร่วมที่รออยู่ด้านล่าง 2. บริเวณบูธภายในห้องประชุม: อาจทำได้หากบูธมีความสวยงาม แต่ต้องจัดการให้ภายในห้องประชุมเงียบ ซึ่งทำได้ยาก 3. นอกห้องประชุม: บริเวณหน้าห้องประชุมมีพื้นที่โล่ง สามารถวางฉากหลัง (Backdrop) ได้ แต่ต้องพิจารณาเรื่องอุปกรณ์ไมโครโฟนสำหรับสัมภาษณ์เพื่อให้ได้เสียงที่ชัดเจน บูธนิทรรศการและสื่อประกอบ: • ผู้จัดบูธ: มีบูธที่ยืนยันแล้ว 3 บูธ ได้แก่ บูธของหนองตากยา, ห้วยกระเจา และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) • อุปกรณ์และสื่อ: ทีม สช. จะนำ "Ecosystem" 2 ชิ้น และฉากหลัง (Backdrop) ของตนเองมาติดตั้ง

 

ประชุมการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ 9 ม.ค. 2569 9 ม.ค. 2569

 

ประชุมการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ

 

ประชุมการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ วันที่ 9 มกราคม 2569
จากการประชุมเพื่อวางแผนการพัฒนาหลักสูตรการอบรมด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ โดยมีเป้าหมายหลักในการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะฝ่ายช่างโยธา กองสาธารณสุข และผู้บริหารระดับนโยบาย ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity - PA) และลดภาวะเนือยนิ่ง ประเด็นสำคัญจากการประชุมคือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเน้นให้ อปท. ส่งผู้เข้าร่วมเป็นทีม (ประกอบด้วยฝ่ายช่าง, สาธารณสุข และฝ่ายนโยบาย) เพื่อให้เกิดการผลักดันโครงการได้จริงหลังการอบรม นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนกำหนดการจัดอบรมจากเดิมเดือนมีนาคมเป็นเดือนเมษายน โดยจะนำร่องจัดอบรมรุ่นแรกในพื้นที่เครือข่ายเทศบาลนครยะลา ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่ภูเก็ตและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป หลักสูตรจะเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Practice-based Learning) ลดทฤษฎี และให้ผู้เข้าอบรมได้พัฒนาชิ้นงานจากบริบทพื้นที่ของตนเองจริง ทั้งนี้ ทีมผู้พัฒนาหลักสูตรจะเข้าร่วมงาน "City Health Policy Workshop" ที่รัฐสภาในวันที่ 22 มกราคม เพื่อรับฟังแนวคิดจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ และนำมาปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรให้มีความทันสมัยและครอบคลุมมิติสุขภาวะที่กว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้หลักสูตรมีความเข้มข้นและสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรม

  1. ภาพรวมโครงการและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร โครงกการพัฒนาหลักสูตรอบรมเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะในการออกแบบและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาวะ • เป้าหมายหลัก: เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถออกแบบพื้นที่สุขภาวะที่ตอบสนองต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity - PA) และลดภาวะเนือยนิ่ง โดยพิจารณาถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ • แนวคิดสำคัญ: หลักสูตรจะครอบคลุมตั้งแต่หลักการพื้นฐานด้านสถาปัตยกรรมเพื่อสุขภาวะ, การออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งานทุกกลุ่ม (Universal Design), กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน, ไปจนถึงการประยุกต์ใช้กับพื้นที่จริง เช่น สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ว่างในชุมชน • ความเชื่อมโยงกับโครงการอื่น: หลักสูตรนี้ต่อยอดมาจากโครงการจัดการภัยพิบัติ และมีความเชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในพื้นที่ต่างๆ เช่น ยะลา, ภูเก็ต และพื้นที่นำร่องอื่นๆ

  2. ทีมงานและเครือข่ายความร่วมมือ โครงการนี้อาศัยความร่วมมือจากทีมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายสถาปนิกหลายภาคส่วน บทบาท รายชื่อบุคคล/หน่วยงาน หมายเหตุ ทีมพัฒนาหลักสูตรหลัก • อาจารย์ภวัฒน์ • อาจารย์อัศนัย • อาจารย์หนุ่ย รับผิดชอบการออกแบบเนื้อหาและกระบวนการสอนในหัวข้อหลัก 1-4 ผู้ประสานงานโครงการ • อาจารย์เพ็ญ • ญัตติพงศ์ • ฐิติชญา • มนชนก บริหารจัดการโครงการ, ประสานงาน, และดูแลด้านงบประมาณ เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ • อ.พนิต • คุณยศพล • อาจารย์ปณิทัศน์ คุณภารณี • ทีมสถาปนิกอาสา ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา, ผู้ให้ความเห็นต่อร่างหลักสูตร, และอาจร่วมเป็นวิทยากร หน่วยงานสนับสนุน • สสส. • สภาวิชาชีพสถาปัตย์ ให้การสนับสนุนและอาจเข้ามามีส่วนร่วมในการรับรองหลักสูตร

  3. การพัฒนาหลักสูตร: เนื้อหาและกระบวนการ หลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการนำไปใช้ได้จริง โดยผสมผสานระหว่างภาคทฤษฎีและปฏิบัติการอย่างเข้มข้น 3.1 โครงสร้างเนื้อหาหลักสูตร เนื้อหาหลักแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อสำคัญ:

  4. หลักการออกแบบเพื่อปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะตามบริบทพื้นที่: วิเคราะห์พื้นที่และแนวคิดพื้นฐาน
  5. แนวคิดและกระบวนการออกแบบโดยชุมชนมีส่วนร่วม: เน้นกระบวนการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่
  6. หลักการและแนวคิดการออกแบบตามหลักสถาปัตยกรรม: ความปลอดภัย, กายศาสตร์ (Ergonomics), Universal Design
  7. ฝึกปฏิบัติการ (Workshop): การนำความรู้จากหัวข้อ 1-3 มาประยุกต์ใช้กับกรณีศึกษาหรือพื้นที่จริง
  8. กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของท้องถิ่น: ให้ความรู้ด้านระเบียบราชการเพื่อการผลักดันโครงการ (จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากท้องถิ่นมาบรรยาย) 3.2 รูปแบบการเรียนการสอน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าควรหลีกเลี่ยงการบรรยายเพียงอย่างเดียว (Lecture-based) และเน้นรูปแบบดังต่อไปนี้: • การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Workshop-based): จัดกลุ่มผู้เรียนเพื่อระดมสมองและออกแบบโครงการสำหรับพื้นที่ของตนเอง • การใช้กรณีศึกษาจริง (Case Study): นำปัญหาและความต้องการจากพื้นที่ของผู้เข้าอบรมมาเป็นโจทย์ในการออกแบบ • การลงพื้นที่จริง (Site Visit): อาจใช้พื้นที่ในเทศบาลคอหงส์ (หาดใหญ่) หรือพื้นที่นำร่องอื่นเป็นสถานที่ศึกษาและทดลองออกแบบ • การพัฒนาชิ้นงาน (Project-based): ผู้เข้าอบรมจะต้องพัฒนาข้อเสนอโครงการหรือแบบร่างเบื้องต้นสำหรับพื้นที่ของตนเอง เพื่อนำเสนอในวันสุดท้ายของหลักสูตร

3.3 โมเดลการอบรม (เสนอโดย อ.อัศนัย) โมดูล หัวข้อ กิจกรรม 1 ทำความเข้าใจผู้ใช้และบริบท (User & Context) บรรยายเรื่อง PA, ภาวะเนือยนิ่ง และกลุ่มเป้าหมาย (เช่น ผู้สูงอายุ) 2 การสำรวจและวิเคราะห์พื้นที่ (Site Analysis) เรียนรู้เทคนิคการวิเคราะห์พื้นที่ที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ 3 การมีส่วนร่วม (Participation) Workshop แลกเปลี่ยนกลยุทธ์และปัญหาของแต่ละพื้นที่ 4 หลักการออกแบบ (Design Principles) บรรยายหลักการออกแบบพื้นฐาน (Safety, Universal Design) 5 การศึกษาจากพื้นที่จริง (Case Study Visit) ลงพื้นที่สวนสาธารณะตัวอย่าง (เช่น ยะลา, หาดใหญ่) 6 การปฏิบัติการออกแบบ (Design Workshop) ทำงานกลุ่มเพื่อพัฒนาแนวคิดการออกแบบเบื้องต้น 7 การนำไปปฏิบัติ (Implementation) บรรยายเรื่องการประมาณราคา, การจัดซื้อจัดจ้างโดย จนท.ท้องถิ่น 8 การนำเสนอและสรุปผล (Presentation & Wrap-up) นำเสนอผลงานกลุ่มและสรุปภาพรวม

  1. กลุ่มเป้าหมายและการคัดเลือก เพื่อให้การอบรมเกิดประสิทธิผลสูงสุด ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน • องค์ประกอบของผู้เข้าร่วม: ควรมาจาก อปท. เดียวกันเป็นทีม 3 คน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายและโครงการต่อได้ ประกอบด้วย:   1. เจ้าหน้าที่กองช่าง: ผู้มีความรู้ด้านเทคนิคและการออกแบบ   2. เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข: ผู้มีความเข้าใจในมิติสุขภาพของชุมชน   3. ผู้บริหาร/ฝ่ายนโยบาย: เช่น ผู้อำนวยการกอง, หัวหน้าสำนักปลัด หรือปลัด เพื่อให้สามารถผลักดันโครงการเข้าสู่แผนงานและงบประมาณได้ • จำนวนที่รับ: รุ่นละประมาณ 30 คน (เช่น 10 อปท. แห่งละ 3 คน) • กระบวนการคัดเลือก: จะใช้ "แบบสอบถามก่อนการสมัคร" เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญจากผู้สมัคร ดังนี้:   ◦ สถานะโครงการด้านพื้นที่สุขภาวะที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน   ◦ แนวคิดหรือแผนงานที่ต้องการจะพัฒนาในอนาคต   ◦ ปัญหาและศักยภาพของพื้นที่   ◦ ความตั้งใจในการนำผลลัพธ์จากการอบรมไปบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นหรือข้อบัญญัติ (ข้อเสนอจาก อ.หนุ่ย เพื่อวัดความมุ่งมั่นและติดตามผล)

  2. แผนการดำเนินงาน ที่ประชุมได้หารือและปรับเปลี่ยนไทม์ไลน์เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ • กำหนดการอบรม:   ◦ แผนเดิม: 21-22 มีนาคม   ◦ ปัญหา: เป็นวันเสาร์-อาทิตย์ซึ่งไม่สะดวกต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และตรงกับช่วงสอบปลายภาคและส่งเกรดของมหาวิทยาลัย   ◦ แผนใหม่: สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายน (หลังสงกรานต์) เช่น ช่วงวันที่ 20-24 เมษายน เพื่อให้มีเวลาในการพัฒนาและรับฟังความเห็นต่อหลักสูตรอย่างเพียงพอ • รูปแบบการจัด: อาจจัด 2 ครั้ง ครั้งละ 2-3 วัน โดยเว้นช่วงให้ผู้เข้าอบรมกลับไปทำการบ้านหรือเก็บข้อมูลเพิ่มเติม • พื้นที่นำร่อง (Pilot Site):   ◦ รุ่นที่ 1: จะเน้นกลุ่มเป้าหมายจาก เทศบาลนครยะลาและเครือข่าย 10 อปท. โดยอาจจัดอบรมที่หาดใหญ่และใช้พื้นที่เทศบาลคอหงส์เป็นพื้นที่ฝึกปฏิบัติการ เพื่อทดสอบและปรับปรุงหลักสูตร   ◦ รุ่นที่ 2: ขยายผลไปยัง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมี อบจ. และท้องถิ่นอื่นที่แสดงความสนใจ • กระบวนการรับรองหลักสูตร:   1. ร่างฉบับที่ 1: ทีมอาจารย์จัดทำเนื้อหาและโครงสร้าง   2. รับฟังความเห็นครั้งที่ 1 (ผู้เชี่ยวชาญ): นำเสนอร่างต่อเครือข่ายสถาปนิก (เช่น ทีม VPARK) ในเวทีที่กรุงเทพฯ   3. รับฟังความเห็นครั้งที่ 2 (ผู้ใช้งาน): จัดเวทีรับฟังความเห็นจากตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย (อปท. ยะลา, ภูเก็ต, คอหงส์)   4. ปรับปรุงและสรุปหลักสูตร: ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะและจัดทำหลักสูตรฉบับสมบูรณ์ก่อนเปิดรับสมัคร

  3. โอกาสเชิงกลยุทธ์: การเข้าร่วม City Health Policy Workshop ทีมงานจะใช้โอกาสจากการเข้าร่วม Workshop สำคัญเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับหลักสูตร • ชื่องาน: City Health Policy Workshop • ผู้จัด: wePARK, Thai PBS และภาคีเครือข่าย • วันและสถานที่: วันจันทร์ที่ 22 มกราคม ณ รัฐสภา กรุงเทพฯ • วัตถุประสงค์การเข้าร่วม:   ◦ เพื่อรับฟังแนวคิดและมุมมองจากสถาปนิกและนักพัฒนาเมืองระดับประเทศ   ◦ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ   ◦ เพื่อนำไอเดียที่ได้มาปรับปรุงและยกระดับเนื้อหาของหลักสูตรให้ครอบคลุมมิติสุขภาวะที่หลากหลายขึ้น เช่น พื้นที่รกร้าง, เมืองสำหรับผู้สูงอายุ, เมืองที่ยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ

 

เวทีสมัชชาสุขภาพ จังหวัดยะลา 23 ก.ค. 2568 23 ก.ค. 2568

 

โครงการ PA เข้าร่วมเวทีสมัชชาสุขภาพ จังหวัดยะลา “สานพลังสร้างยะลาเมืองแห่งความสุข ลดโรค ลดภัย สู่ยั่งยืน”
“สานพลังลดโรค ลดภัย สู่ยะลาเมืองแห่งความสุขที่ยั่งยืน”
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ณ มูลนิธิศูนย์กลางอิสลามเพื่อการพัฒนายะลา จ.ยะลา

 

  1. เกิดข้อเสนอการมีกิจกรรมทางกาย และลดภาวะเนือยนิ่งของจังหวัดยะลา ที่นำมาสื่อสารและร่วมประกาศเจตนารมณ์ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง โดยกไกสมัชชาจังหวัดยะลา เมื่อคราวการจัดงานสมัชชาจังหวัดยะลา วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 โดยมีการประกาศเจตนารมณ์สานพลัง รายละเอียดตามเอกสารแนบ และมีหน่วยงานมาร่วมจำนวน 17 องค์กร ประกอบด้วย 1) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 2) สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ 3) องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา 4) โรงพยาบาลยะลา 5) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา 6) ศูนย์อนามัยที่ 12 จังหวัดยะลา 7) เทศบาลนครยะลา 8) สำนักงานเกษตรและสกรณ์ จังหวัดยะลา 9) สำนักงานเกษตร จังหวัดยะลา 10) สมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลา 11) สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา 12) ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดยะลา (พอช) 13) Node Flage ship จังหวัดยะลา 14) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา 15) กรมการพัฒนาชุมชน จังหวัดยะลา 16) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดยะลา 17) สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ทางสถาบันนโยบายสาธารณะได้การประกาศเจตนารมณ์สานพลังขับเคลื่อนดังนี้
1) บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในจังหวัดยะลา ในการพัฒนาข้อเสนอนโยบายเพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง และส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะพื้นที่จังหวัดยะลา
2) พัฒนา Road map แนวทางการขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบาย ด้านการส่งเสริมกิจกรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่งและการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ ในบ้าน ชุมชน สถานศึกษา หน่วยงาน องค์กร และสถานประกอบการ ที่สอดคล้องกับบริบทพหุวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง และส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะของประชาชนทุกช่วงวัย
3) ร่วมกันพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง และส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะเช่น ระบบฐานข้อมูลสถานการณ์และผลลัพธ์ ข้อมูลสุขภาพตำบล ระบบการพัฒนาศักยภาพ ระบบการจัดการความรู้ และกลไกการสื่อสาร เพื่อการเปลี่ยนแปลงทั้งระดับนโยบายและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 4) การพัฒนาทักษะและขีดความสามารถของหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย และใช้กลไกการสื่อสารเพื่อสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน สร้างความตระหนัก และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง และส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ 5) สนับสนุนและบูรณาการความร่วมมือกลไกวิชาการ สถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดยะลา ในการหนุนเสริมการทำงานทั้งด้านการพัฒนาระบบข้อมูลพื้นฐาน การติดตามประเมินผลเพื่อการเรียนรู้และพัฒนา การจัดการความรู้ เพื่อสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่งและการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ

  1. การดำเนินงานระยะต่อไป สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยการสนับสนุนของสำนัก 5 สสส. จะจัดทำ Roadmap และแผนการขับเคลื่อนโดยบูรณาการกับประเด็นการส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม เอกชนร่วมกัน

 

การวางแผนกิจกรรมขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย: งาน MOU, SEAPAC2025 และอื่นๆ 29 ก.ย. 2568 29 ก.ย. 2568

 

การวางแผนกิจกรรมขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย: งาน MOU, SEAPAC2025 และอื่นๆ

 

สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม: การวางแผนกิจกรรมขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
วันที่ 29 กันยายน 2568 ณ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดร.เพ็ญ สุขมาก ผอ.สถาบันนโยบายสาธารณะ ม.อ. นายญัตติพงศ์ แก้วทอง น.ส.ฐิติชญา หนูสอน และ น.ส.มนชนก แก้วชูเชิด
คณะทำงานโครงการได้วางแผนงานกิจกรรม 5 แผนตาม ได้แก่
1. แผนงานกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติติการแบบมีส่วนร่วมในงาน “งานสัมมนาวิชาการด้านกิจกรรมทางกายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025 South-East Asia Physical Activity Conference 2025 (SEAPAC 2025)” โดย สนส.ม.อ.มีประเด็นเตรียม 2 ส่วนได้แก่ 1) จัด Workshop การทำแผนงานส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านโปรแกรมออนไลน์ 2) การพัฒนาบทความวิชาการ โดยส่งบทคัดย่อเข้าร่วมงานภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2568
- บทความวิชาการประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ผลกระทบในภาพรวมและข้อเสนอเชิงนโยบายโดยใช้กรอบการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และ 2) การสังเคราะห์โมเดลการขับเคลื่อน PA ในระดับ อปท. จำนวน 6 รูปแบบ ที่ได้จากการดำเนินงานในพื้นที่ 30-40 แห่ง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) และข้อมูลเปรียบเทียบก่อน-หลัง (Pre-post Test) เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของ PA 2. แผนงานกิจกรรม MOU ลด NCDs ลดเนือยนิ่ง เพิ่ม PA โดย สนส.มอ.จะมีการออกแบบนโยบายสาธารณะร่วมกับภาคีในวันที่ 10 ต.ค.นี้ และจัดเวที MOU ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะมีหน่วยงานกว่า 28 องค์กรในจังหวัดยะลา
3. แผนงานกิจกรรมประเมิน HIA มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ นัดหมายทีมประเมินฯ เพื่อหารือแนวทางการประเมินมติสมัชชา 4. แผนงานกิจกรรม PA ภูเก็ต สานต่องาน 4 สวนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และติดตามและขับเคลื่อนโครงการที่จังหวัดภูเก็ต 5. การจัดการข้อมูลต่างๆ การย่อเอกสารเสนอโครงการ (Concept Proposal) ความยาว 1 หน้าเพื่อเสนอต่อสภากาชาดไทย 6. การจัดการประสานงานต่างๆ
--------------------------------------------------------------------------------

  1. แผนงานกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติติการแบบมีส่วนร่วมในงาน “งานสัมมนาวิชาการด้านกิจกรรมทางกายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025 South-East Asia Physical Activity Conference 2025 (SEAPAC 2025)”
    โดย สนส.ม.อ.มีประเด็นเตรียม 2 ส่วนได้แก่ 1) จัด Workshop การทำแผนงานส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านโปรแกรมออนไลน์ 2) การพัฒนาบทความวิชาการ โดยส่งบทคัดย่อเข้าร่วมงานภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2568

- บทความวิชาการประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ผลกระทบในภาพรวมและข้อเสนอเชิงนโยบายโดยใช้กรอบการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และ 2) การสังเคราะห์โมเดลการขับเคลื่อน PA ในระดับ อปท. จำนวน 6 รูปแบบ ที่ได้จากการดำเนินงานในพื้นที่ 30-40 แห่ง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) และข้อมูลเปรียบเทียบก่อน-หลัง (Pre-post Test) เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของ PA

  1. การจัดทำบทความวิชาการ จัดทำรายงานสังเคราะห์ผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) โดยให้แบ่งเนื้อหาการนำเสนอออกเป็น 2 ส่วนหลักที่เชื่อมโยงกัน 1.1 ผลกระทบและข้อเสนอเชิงนโยบาย
    ส่วนแรกของรายงานจะต้องนำเสนอผลการขับเคลื่อนในภาพรวม โดยมีแนวทางดังนี้: • ชื่อเรื่อง: "นโยบายสาธารณะในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" • กรอบการวิเคราะห์: ใช้กรอบการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment - HIA) เป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์และนำเสนอผล • เนื้อหา: o วิเคราะห์ผลกระทบ (Impact) ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ทั้งในเชิงบวกและลบ o สรุปผลลัพธ์ที่วัดผลได้ เช่น การมีกิจกรรมทางกาย (PA) ของประชาชนเพิ่มขึ้น o จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Recommendations) สำหรับการพัฒนานโยบายสาธารณะในภาพรวม 1.2 การสังเคราะห์โมเดลการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
    ส่วนที่สองของรายงานจะเน้นการนำเสนอโมเดลการทำงานที่เกิดขึ้นจากโครงการ โดยมีรายละเอียดดังนี้: • ชื่อเรื่อง: "โมเดลการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)" • ระเบียบวิธี: นำเสนอในรูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ซึ่งมีกระบวนการแบบ Plan-Do-Check-Act (PDCA) • เนื้อหา: o สังเคราะห์โมเดลการทำงานที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ออกมาเป็น 6 รูปแบบหลัก o อธิบายกระบวนการของแต่ละโมเดล ตั้งแต่การวิเคราะห์สถานการณ์ PA ในช่วงเริ่มต้น (Pre-test), การพัฒนาแผนงานและโครงการ, การนำไปปฏิบัติ (Implementation), จนถึงการวัดผลการเปลี่ยนแปลงของ PA หลังการดำเนินงาน (Post-test) o ใช้ข้อมูลเชิงปริมาณจากการสำรวจในพื้นที่ 30-40 แห่ง เพื่อยืนยันว่าโมเดลดังกล่าวสามารถเพิ่มระดับกิจกรรมทางกายของประชาชนได้จริง โดยเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการดำเนินโครงการ
  2. การวางแผนจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop Planning) มีการมอบหมายให้เตรียมการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เรื่องการทำแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) ในระดับท้องถิ่น โดยมีรายละเอียดที่ต้องจัดทำดังนี้ 2.1 วัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย • วัตถุประสงค์:
  3. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความเข้าใจในแนวคิดและกระบวนการจัดทำแผนงาน/โครงการส่งเสริม PA และลดภาวะเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ในระดับกองทุนตำบลและท้องถิ่น
  4. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ในการจัดทำแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ • กลุ่มเป้าหมาย: o กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ: คัดเลือกแกนนำหรือพี่เลี้ยงจากจังหวัดที่ยังไม่เคยเข้ารับการอบรม หรือจังหวัดที่เป็นพื้นที่ขับเคลื่อนสำคัญ เช่น กาญจนบุรี, น่าน, อุบล เป็นต้น โดยเชิญจังหวัดละ 1 คน (ประมาณ 7 จังหวัด) 2.2 โครงสร้างและกำหนดการ (ระยะเวลา 1 ชั่วโมง) • การบรรยายให้ความรู้ o แนะนำภาพรวมและวิธีการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับทำแผน และทำความเข้าใจภาพรวมของแผนในกองทุนตำบล (บรรยายโดย อาจารย์พงค์เทพ) o อธิบายแนวทางและคู่มือการจัดทำแผนงานโครงการ PA และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (บรรยายโดย อาจารย์เพ็ญ) • การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) o ผู้เข้าร่วมลงมือปฏิบัติการจัดทำแผนผ่านระบบออนไลน์ โดยมีทีมวิทยากรและพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือ 2.3 ทีมงานและผู้รับผิดชอบ • วิทยากรหลัก: อาจารย์พงค์เทพ, อาจารย์เพ็ญ • วิทยากร/พี่เลี้ยงภาคปฏิบัติ: คุณเปิ้ล , คุณสมนึก และทีมงาน 3-4 คน

  5. แผนงานกิจกรรม MOU ลด NCDs ลดเนือยนิ่ง เพิ่ม PA
    โดย สนส.มอ.จะมีการออกแบบนโยบายสาธารณะร่วมกับภาคีในวันที่ 10 ต.ค.นี้ และจัดเวที MOU ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะมีหน่วยงานกว่า 28 องค์กรในจังหวัดยะลา
    การจัดประชุมที่จังหวัดยะลา • วันที่: 10 ตุลาคม • วัตถุประสงค์: ประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ครอบคลุมทั้งด้านกิจกรรมทางกาย, อาหาร และอื่นๆ • ผู้เข้าร่วมที่คาดการณ์: ประมาณ 200-300 คน ประกอบด้วย o ผู้บริหารระดับสูง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด, เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
    o ภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานต่างๆ (ประมาณ 28 หน่วยงาน หน่วยงานละ 5-10 คน) o ตัวแทนภาคประชาสังคม และเครือข่ายภาคประชาชน

  6. แผนงานกิจกรรมประเมิน HIA มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
    นัดหมายทีมประเมินฯ เพื่อหารือแนวทางการประเมินมติสมัชชา

  7. แผนงานกิจกรรม PA ภูเก็ต สานต่องาน 4 สวนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และติดตามและขับเคลื่อนโครงการที่จังหวัดภูเก็ต การขับเคลื่อนโครงการที่จังหวัดภูเก็ต • ต้องมีการนัดหมายเพื่อหารือกับทีมงานในพื้นที่ ได้แก่ อบจ.ภูเก็ต, นายแพทย์บัญชา
    • เป้าหมายคือการออกแบบกิจกรรมเพื่อใช้ประโยชน์จากสวนสาธารณะ 4 แห่ง

  8. การจัดการข้อมูลต่างๆ การย่อเอกสารเสนอโครงการ (Concept Proposal)
    ความยาว 10 หน้าเพื่อเสนอต่อสภากาชาดไทย จัดทำ Concept Proposal: มอบหมายให้ "เอ็กซ์" สรุปภาพรวมโครงการทั้งหมด (ไม่ใช่เฉพาะส่วน NCD) ให้เหลือ ไม่เกิน 10 หน้า เพื่อให้อาจารย์อัจฉรานำไปเสนอต่อสภากาชาดไทย เนื้อหาประกอบด้วย: o ที่มาและความสำคัญ o ผลการดำเนินงานในเฟสที่ผ่านมา o แผนการดำเนินงานในเฟสต่อไป (วัตถุประสงค์, ผลลัพธ์, เครือข่ายความร่วมมือ)

  9. การจัดการประสานงานต่างๆ
    ประสาน • ผู้เข้าร่วมประชุม • การเดินทาง/ที่พัก • สถานที่ประชุม • หนังสือเชิญ • เอกสารประกอบการประชุม

สรุปและกำหนดการส่งมอบงาน ภารกิจ กำหนดส่ง / วันที่ 1. จัดทำร่างรายงานผลบทคัดย่อการวิจัย (2 ส่วน) นำเสนอความคืบหน้าใน วันศุกร์ที่ 3 ต.ค.68 2. จัดทำเอกสารเสนอโครงการ Workshop (วัตถุประสงค์, กำหนดการ) นำเสนอความคืบหน้าใน วันศุกร์ที่ 3 ต.ค.68 3. ประสานงานนัดหมายนายก อบจ. ยะลา ดำเนินการโดยเร็วที่สุด (ประชุมวันที่ 10 ต.ค.) 4. จัดทำหนังสือเชิญ MOU ประชุมที่ยะลา หลังจากได้วัน-เวลาที่แน่นอน 5. สรุป Concept Proposal (10 หน้า) เพื่อส่งให้อาจารย์อัจฉรา ส่งร่างเพื่อตรวจสอบก่อน วันศุกร์ที่ 3 ต.ค.68 6. นัดหมายประชุมทีมประเมิน HIA เรื่องการประเมินมติสมัชชา ดำเนินการนัดหมาย 7. นัดหมายทีมภูเก็ตเพื่อหารือการออกแบบกิจกรรมในสวนสาธารณะ ดำเนินการนัดหมาย 8. เตรียมการสำหรับ Workshop กับทีมพี่เลี้ยง วันที่ 5-7 พฤศจิกายน 9. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน PA South East Asia งานจัดขึ้นวันที่ 5-7 พฤศจิกายน

 

การประชุมวางแผนงานขับเคลื่อนลด NCDs เพิ่ม PA ลดเนือยนิ่ง ร่วมกับ สช. ผ่านระบบ zoom 4 ต.ค. 2568 4 ต.ค. 2568

 

การประชุมวางแผนงานขับเคลื่อนลด NCDs เพิ่ม PA ลดเนือยนิ่ง ร่วมกับ สช. ผ่านระบบ zoom

 

  1. ได้แผนงานขับเคลื่อนลด NCDs 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ น่าน กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี และยะลา
  2. ได้แผนงานประเมินมติสมัชชา PA ผ่านกระบวนการ HIA
  3. ได้แผนงานขับเคลื่อนการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกิจกรรมทางกายและลด NCds ผ่านสมาคมของท้องถิ่น ได้แก่ อบจ. เทศบาล และ อบต.

 

ประชุมเตรียมงาน Workshop งาน SEAPAC 2025 17 ต.ค. 2568 17 ต.ค. 2568

 

ประชุมเตรียมงาน Workshop งาน SEAPAC 2025

 

ประชุมเตรียมงาน Workshop งาน SEAPAC 2025 วันที่ 17 ตุลาคม 2568 สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (PSU PPI) นำโดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมกับทีมศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK)

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการจัด Workshop เรื่อง “การพัฒนาและขับเคลื่อนแผนงานการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับท้องถิ่น” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของเวทีประชุมระดับนานาชาติ SOUTH-EAST ASIA PHYSICAL ACTIVITY CONFERENCE 2025 (SEAPAC 2025) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

การประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือแนวทางการดำเนินกิจกรรม เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และกระบวนการ Workshop เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านกิจกรรมทางกายในระดับพื้นที่ โดยมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือระหว่างภาคนโยบาย วิชาการ และท้องถิ่น

 

ร่วมออกแบบหลักสูตรและจะจัดหลักสูตร “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง สำหรับเครือข่ายสถาปนิกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” 18 ต.ค. 2568 18 ต.ค. 2568

 

ร่วมออกแบบหลักสูตรและจะจัดหลักสูตร  “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง สำหรับเครือข่ายสถาปนิกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”

 

วันที่ 18 ตุลาคม 2568 สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตตรัง และศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน ม.มหาสารคาม ร่วมออกแบบหลักสูตรและจะจัดหลักสูตร  “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง สำหรับเครือข่ายสถาปนิกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาความเข้าใจด้านการออกแบบพื้นที่สุขภาวะเชิงชุมชน ผ่านการเรียนรู้ทั้งออนไลน์ ภาคสนาม และการลงพื้นที่จริง โดยผู้เรียนจะได้รับคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ - ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ ม.อ. - อาจารย์ภวัต รอดเข็ม รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตตรัง - ผศ.อัศนัย เล่งอี้ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.อ. - อาจารย์ชุนันท์ วามะขัน ศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน ม.มหาสารคาม (MSU UDC) และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายศาสตร์ที่นำไปสู่การปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะองค์รวมของชุมชนต่อไป
เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหวและสุขภาวะของคนทุกวัยในชุมชน

 

การประชุมเพื่อหารือแนวทางการประเมินผลกระทบของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติว่าด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกาย 20 ต.ค. 2568 20 ต.ค. 2568

 

การประชุมเพื่อหารือแนวทางการประเมินผลกระทบของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติว่าด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกาย กิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรม ทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง วันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00-16.00 น. ผู้เข้าร่วมประชุม ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) รศ.ดร.พัชนา ใจดี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ดร.สัญชัย สูติพันธ์วิหาร คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นายญัตติพงศ์ แก้วทอง สนส.ม.อ. น.ส.ฐิติชญา หนูสอน สนส.ม.อ. น.ส.มนชนก แก้วชูเชิด สนส.ม.อ.

 

คณะทำงานได้หารือแลกเปลี่ยนการประเมินผลของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติว่าด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกาย 9 มติ
หลักการสำคัญของการประเมิน 1. ประเมินเพื่อการเรียนรู้และพัฒนา มุ่งสร้างการเรียนรู้จากการดำเนินงาน เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการมากขึ้น 2. ประเมินเพื่อเสริมพลังอำนาจและใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย การประเมินไม่เพียงมุ่งตรวจสอบผลลัพธ์ แต่เน้นการเสริมพลังให้แก่หน่วยงานและภาคีผู้ดำเนินงาน เพื่อใช้ข้อมูลประเมินเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงมติ แนวทาง หรือกลไกการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่และระดับประเทศ 3. สะท้อนผลการติดตามและประเมินต่อผู้รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีมประเมินทำหน้าที่ถ่ายทอดผลการติดตามและประเมินต่อ สช. กลไกสมัชชา หน่วยงานภาครัฐ และภาคีด้านนโยบาย เพื่อเชื่อมโยงกับการปรับข้อเสนอและการกำหนดนโยบายในระยะต่อไป 4. เน้นการประเมินแบบมีส่วนร่วม ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อร่วมกันค้นหาผลลัพธ์ คุณค่า และผลกระทบเชิงบวก–เชิงลบจากการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติว่าด้วยกิจกรรมทางกาย (PA) ที่ผ่านมา 5. นำข้อเสนอจากการประเมินสู่การปรับ Roadmap การขับเคลื่อน ผลการประเมินจะถูกใช้เป็นข้อมูลหลักในการปรับปรุง Roadmap เพื่อยกระดับข้อเสนอสมัชชาสุขภาพว่าด้วยการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) ให้เชื่อมโยงและเสริมพลังกับระบบ NCDs Ecosystem อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ผลผลิตและผลลัพธ์ของโครงการ 1. มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติว่าด้วย “การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น” ได้รับการยกระดับและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานหลักและภาคีที่เกี่ยวข้องในทุกมิติของมติ 2. เกิดแผนงาน โครงการ และกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการยกระดับและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติว่าด้วยการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทั้ง 9 มติหลัก ให้เกิดผลในเชิงระบบและพื้นที่ 3. เกิดผลกระทบเชิงนโยบายและสุขภาวะ จากการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย การบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในประเด็นกิจกรรมทางกาย 4. ประชาชนในกลุ่มเป้าหมายมีระดับกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายและโครงการตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาความรอบรู้ ค่านิยมเชิงบวก และพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกายที่ยั่งยืนมากขึ้น