แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
| กิจกรรม | ระยะเวลา | เป้าหมาย/วิธีการ | ผลการดำเนินงาน | ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข | |||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ตามแผน | ปฏิบัติจริง | ตามแผน | ปฏิบัติจริง | ตามแผน | ปฏิบัติจริง | ||
| 1. ติดตาม ประเมินผลการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น และนำผลการประเมินมาใช้ในการยกระดับขยายผลเชิงระบบและนโยบาย | 8 ส.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 2. เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่งในระดับจังหวัด | 8 ส.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 3. ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติว่าด้วยการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน และการผลักดันนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่งผ่านการมีส่วนร่วมของ สมาคมสันนิบาตเทศบาลจังหวัด และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยใช้ชุมชนท้องถิ | 8 ส.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 4. พัฒนารูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) ลดภาวะเนือยนิ่ง ที่สอดคล้องกับบริบทพหุวัฒนธรรมในพื้นที่นำร่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ | 8 ส.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| 5. ระบบและกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ด้าน PA ระบบฐานข้อมูลติดตามข้อมูลสุขภาพตำบล (เช่นกลไกการสื่อสาร กลไกพี่เลี้ยง กลไกวิชาการ การพัฒนาศักยภาพ การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย) | 8 ส.ค. 2568 |
|
|
|
|
|
|
| เวทีสมัชชาสุขภาพ จังหวัดยะลา | 23 ก.ค. 2568 | 23 ก.ค. 2568 |
|
โครงการ PA เข้าร่วมเวทีสมัชชาสุขภาพ จังหวัดยะลา “สานพลังสร้างยะลาเมืองแห่งความสุข ลดโรค ลดภัย สู่ยั่งยืน” |
|
ทางสถาบันนโยบายสาธารณะได้การประกาศเจตนารมณ์สานพลังขับเคลื่อนดังนี้
|
|
| ประชุม NCDs Ecosystem ณ ริชมอนด์ | 29 ส.ค. 2568 | 29 ส.ค. 2568 |
|
การประชุมเวทีสรุปบทเรียน 8 จังหวัดนำร่อง ขับเคลื่อน NCDs Ecosystem การสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อลกโรคไม่ติดต่อฯ ในวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น นนทบุรี |
|
การประชุมได้ถอดบทเรียนการขับเคลื่อน NCDs Ecosystem ผ่านหลักการ 3:5:5 สานพลัง 3 ภาคส่วนในพื้นที่ โดย สรุปและแลกเปลี่ยนบทเรียนการสรางมาตรการในการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดโรคไม่ติดต่อ สรุปและแลกเปลี่ยนบทบาท non-health sector ต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดโรคไม่ติดต่อ และ กำหนดแนวทางการนำมาตรการ เป็นนโยบายจังหวัด จากการประชุมทางสถาบันได้สานงานต่อเรื่องส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมนำร่องใน 4 จังหวัดได้แก่ น่าน กาญจนบุรี สุราษฏร์ธานี และยะลา และร่วมกันวางแผนดำเนินงานขับเคลื่อน |
|
| ประชุมกรอบการดำเนินงาน NCD ecosystem ที่ สช. | 12 ก.ย. 2568 | 12 ก.ย. 2568 |
|
การประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ 1/2568 |
|
วันที่ 12 กันยายน 2568 ประชุมกรอบการดำเนินงาน NCD ecosystem ที่ สช. การประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ 1/2568 วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมสานใจ 1/2 ชั้น 6 อาคารสุขภาพแห่งชาติ ภายในกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มอ.สงขลานครินทร์ ได้นำเสนอแนวทางการบูรณาการทำงานเพื่อลดโรคไม่ติดต่อโดยการปรับสภาวะแวดล้อมสรรสร้างเพื่อพื้นที่สาธารณะ 4 ภาค |
|
| ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA | 19 ก.ย. 2568 | 19 ก.ย. 2568 |
|
วันที่ 19 กันยายน 2568 ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA |
|
ดร.เพ็ญ สุขมาก ผอ.สถาบันนโยบายสาธารณะ ม.อ. นายญัตติพงศ์ แก้วทอง น.ส.ฐิติชญา หนูสอน และ น.ส.มนชนก แก้วชูเชิด คณะทำงานโครงการ สนส.ประชุม วางแผนการขับเคลื่อน NCDs โดยมีกิจกรรม ดังนี้ 1. ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สสส.สช.สปสช. เพื่อร่วมกำหนดเป้าหมายในการพัฒนานโยบายสาธารณะในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง ของจังหวัดเป้าหมาย NCDs Ecosystem จำนวน 4 จังหวัด คือจังหวัดน่าน กาญจนบุรี ยะลา และสุราษฎร์ธานี 2. คณะทำงานจัดทำร่างแผนการดำเนินงาน 3. คณะทำงานชี้แจง NCDs Ecosystem และกรอบแนวทางการดำเนินงาน และสร้างเครื่องมือและข Ecosystem และกรอบแนวทางการดำเนินงาน และสร้างเครื่องมือและขั้นตอนการ 4. ประชุมทำความร่วมมือกับจังหวัดเป้าหมาย NCDs Ecosystem เพื่อพัฒนาและออกแบบนโยบายสาธารณะ 5. พัฒนาศักยภาพคณะทำงาน แกนนำจังหวัดในการพัฒนาเครื่องมือการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ 6. คณะทำงานระดับจังหวัดเก็บรวบรวมข้อมูลตามเครื่องมือและวิเคราะห์ข้อมูลสการณ์ปัญหากิจกรรมทางกาย ขนาด/ความรุนแรง / ปัจจัยส่งเสริมสาเหตุปัจจัยเอื้อ 7. จัดประชุมกลุ่ม ภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่นกลไกสมัชชาจังหวัด ตัวแทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในระดับจังหวัดเพื่อจัดแผนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ 8. สนับสนุนการปฏิบัติการตามกิจกรรมสำคัญในการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง 9. ประเมินผลการขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายตามกิจกรรมริเริ่มสำคัญของจังหวัดนำร่อง 10. โครงการประเมินผลการขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายตามแผน และถอดบทเรียน |
|
| ประชุมชี้แจงโครงการร่วมกับทีมคณะทำงาน NCDs ทั้ง 4 จังหวัด | 23 ก.ย. 2568 | 23 ก.ย. 2568 |
|
ประชุมชี้แจงโครงการร่วมกับทีมคณะทำงาน NCDs ทั้ง 4 จังหวัด |
|
ดร.เพ็ญ สุขมาก ผอ.สถาบันนโยบายสาธารณะ ม.อ. นายญัตติพงศ์ แก้วทอง น.ส.ฐิติชญา หนูสอน และ น.ส.มนชนก แก้วชูเชิด คณะทำงานโครงการ สนส.ประชุมชี้แจงคณะทำงาน จ.น่าน กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี ยะลา แลกเปลี่ยนแผนกิจกรรมการดำเนินงานในพื้นที่ โดยทางคณะทำงานโครงการได้กำหนดวัน MOU ทำแผนและโครงการในลำดับต่อไป |
|
| การวางแผนกิจกรรมขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย: งาน MOU, SEAPAC2025 และอื่นๆ | 29 ก.ย. 2568 | 29 ก.ย. 2568 |
|
การวางแผนกิจกรรมขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย: งาน MOU, SEAPAC2025 และอื่นๆ |
|
สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม: การวางแผนกิจกรรมขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผอ.สถาบันนโยบายสาธารณะ ม.อ. นายญัตติพงศ์ แก้วทอง น.ส.ฐิติชญา หนูสอน และ น.ส.มนชนก แก้วชูเชิด
- บทความวิชาการประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ผลกระทบในภาพรวมและข้อเสนอเชิงนโยบายโดยใช้กรอบการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และ 2) การสังเคราะห์โมเดลการขับเคลื่อน PA ในระดับ อปท. จำนวน 6 รูปแบบ ที่ได้จากการดำเนินงานในพื้นที่ 30-40 แห่ง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) และข้อมูลเปรียบเทียบก่อน-หลัง (Pre-post Test) เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของ PA
สรุปและกำหนดการส่งมอบงาน ภารกิจ กำหนดส่ง / วันที่ 1. จัดทำร่างรายงานผลบทคัดย่อการวิจัย (2 ส่วน) นำเสนอความคืบหน้าใน วันศุกร์ที่ 3 ต.ค.68 2. จัดทำเอกสารเสนอโครงการ Workshop (วัตถุประสงค์, กำหนดการ) นำเสนอความคืบหน้าใน วันศุกร์ที่ 3 ต.ค.68 3. ประสานงานนัดหมายนายก อบจ. ยะลา ดำเนินการโดยเร็วที่สุด (ประชุมวันที่ 10 ต.ค.) 4. จัดทำหนังสือเชิญ MOU ประชุมที่ยะลา หลังจากได้วัน-เวลาที่แน่นอน 5. สรุป Concept Proposal (10 หน้า) เพื่อส่งให้อาจารย์อัจฉรา ส่งร่างเพื่อตรวจสอบก่อน วันศุกร์ที่ 3 ต.ค.68 6. นัดหมายประชุมทีมประเมิน HIA เรื่องการประเมินมติสมัชชา ดำเนินการนัดหมาย 7. นัดหมายทีมภูเก็ตเพื่อหารือการออกแบบกิจกรรมในสวนสาธารณะ ดำเนินการนัดหมาย 8. เตรียมการสำหรับ Workshop กับทีมพี่เลี้ยง วันที่ 5-7 พฤศจิกายน 9. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน PA South East Asia งานจัดขึ้นวันที่ 5-7 พฤศจิกายน |
|
| ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA | 3 ต.ค. 2568 | 3 ต.ค. 2568 |
|
ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA |
|
วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ประชุมคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ PA |
|
| การประชุมวางแผนงานขับเคลื่อนลด NCDs เพิ่ม PA ลดเนือยนิ่ง ร่วมกับ สช. ผ่านระบบ zoom | 4 ต.ค. 2568 | 4 ต.ค. 2568 |
|
การประชุมวางแผนงานขับเคลื่อนลด NCDs เพิ่ม PA ลดเนือยนิ่ง ร่วมกับ สช. ผ่านระบบ zoom |
|
|
|
| ประชุมความร่วมมือหน่วยงาน MOU จ.ยะลา | 10 ต.ค. 2568 | 10 ต.ค. 2568 |
|
การประชุมทำความร่วมมือเพื่อพัฒนาและออกแบบนโยบายสาธารณะ ร่วมกับกลไกการพัฒนานโยบายสาธารณะจังหวัดยะลา วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 08.30 – 13.00 น. ณ ห้องประชุมระเบียงฟ้า ชั้น 2 อาคารศรีฟ้า 2 (สสจ.ยะลา) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
|
การประชุมทำความร่วมมือเพื่อพัฒนาและออกแบบนโยบายสาธารณะ ร่วมกับกลไกการพัฒนานโยบายสาธารณะจังหวัดยะลา วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 08.30 – 13.00 น. ณ ห้องประชุมระเบียงฟ้า วัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะ
เนือยนิ่งในจังหวัดยะลา
เวลา กิจกรรม
08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมประชุม
09.00 – 09.15 น. กล่าวต้อนรับ กลุ่มเป้าหมาย
|
|
| ประชุมเตรียมงาน Workshop งาน SEAPAC 2025 | 17 ต.ค. 2568 | 17 ต.ค. 2568 |
|
ประชุมเตรียมงาน Workshop งาน SEAPAC 2025 |
|
ประชุมเตรียมงาน Workshop งาน SEAPAC 2025 วันที่ 17 ตุลาคม 2568 สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (PSU PPI) นำโดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมกับทีมศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการจัด Workshop เรื่อง “การพัฒนาและขับเคลื่อนแผนงานการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับท้องถิ่น” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของเวทีประชุมระดับนานาชาติ SOUTH-EAST ASIA PHYSICAL ACTIVITY CONFERENCE 2025 (SEAPAC 2025) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร การประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือแนวทางการดำเนินกิจกรรม เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และกระบวนการ Workshop เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านกิจกรรมทางกายในระดับพื้นที่ โดยมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือระหว่างภาคนโยบาย วิชาการ และท้องถิ่น |
|
| ร่วมออกแบบหลักสูตรและจะจัดหลักสูตร “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง สำหรับเครือข่ายสถาปนิกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” | 18 ต.ค. 2568 | 18 ต.ค. 2568 |
|
ร่วมออกแบบหลักสูตรและจะจัดหลักสูตร “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง สำหรับเครือข่ายสถาปนิกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” |
|
วันที่ 18 ตุลาคม 2568 สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตตรัง และศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน ม.มหาสารคาม ร่วมออกแบบหลักสูตรและจะจัดหลักสูตร “การออกแบบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง สำหรับเครือข่ายสถาปนิกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”
หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาความเข้าใจด้านการออกแบบพื้นที่สุขภาวะเชิงชุมชน ผ่านการเรียนรู้ทั้งออนไลน์ ภาคสนาม และการลงพื้นที่จริง โดยผู้เรียนจะได้รับคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่
- ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ ม.อ.
- อาจารย์ภวัต รอดเข็ม รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตตรัง
- ผศ.อัศนัย เล่งอี้ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.อ.
- อาจารย์ชุนันท์ วามะขัน ศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน ม.มหาสารคาม (MSU UDC)
และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายศาสตร์ที่นำไปสู่การปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะองค์รวมของชุมชนต่อไป |
|
| การประชุมเพื่อหารือแนวทางการประเมินผลกระทบของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติว่าด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกาย | 20 ต.ค. 2568 | 20 ต.ค. 2568 |
|
การประชุมเพื่อหารือแนวทางการประเมินผลกระทบของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติว่าด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกาย กิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรม ทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง วันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00-16.00 น. ผู้เข้าร่วมประชุม ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) รศ.ดร.พัชนา ใจดี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ดร.สัญชัย สูติพันธ์วิหาร คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นายญัตติพงศ์ แก้วทอง สนส.ม.อ. น.ส.ฐิติชญา หนูสอน สนส.ม.อ. น.ส.มนชนก แก้วชูเชิด สนส.ม.อ. |
|
คณะทำงานได้หารือแลกเปลี่ยนการประเมินผลของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพ
แห่งชาติว่าด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกาย 9 มติ ผลผลิตและผลลัพธ์ของโครงการ 1. มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติว่าด้วย “การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น” ได้รับการยกระดับและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานหลักและภาคีที่เกี่ยวข้องในทุกมิติของมติ 2. เกิดแผนงาน โครงการ และกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการยกระดับและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติว่าด้วยการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทั้ง 9 มติหลัก ให้เกิดผลในเชิงระบบและพื้นที่ 3. เกิดผลกระทบเชิงนโยบายและสุขภาวะ จากการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย การบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในประเด็นกิจกรรมทางกาย 4. ประชาชนในกลุ่มเป้าหมายมีระดับกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายและโครงการตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาความรอบรู้ ค่านิยมเชิงบวก และพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกายที่ยั่งยืนมากขึ้น |
|
| ทีม PA ประชุมเตรียมงานกับสมัชชาสุขภาพยะลา เตรียมงาน MOU NCDs | 22 ต.ค. 2568 | 22 ต.ค. 2568 |
|
ทีมขับเคลื่อนกิจกรรมทางกาย (PA) ได้ประชุมหารือร่วมกับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลา |
|
สรุปผลการประชุมหารือเตรียมงาน MOU NCDs จังหวัดยะลา ทีมขับเคลื่อนกิจกรรมทางกาย (PA) ได้ประชุมหารือร่วมกับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลา เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระดับพื้นที่ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์สุขภาพของจังหวัดยะลา และหารือแนวทางการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ที่ประชุมเห็นร่วมกันให้ใช้ กลไกสมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลา เป็นพื้นที่กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการลดปัจจัยเสี่ยง NCDs โดยเฉพาะการผลักดันประเด็นการมีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและแผนพัฒนาของจังหวัดและท้องถิ่น นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือการกำหนด บทบาทหน่วยงานภาคีในการร่วมลงนาม MOU การเตรียมข้อมูลเชิงวิชาการและสถานการณ์สุขภาพประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย รวมถึงแนวทางการจัดกิจกรรมและมาตรการขับเคลื่อนในพื้นที่ เช่น การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ การรณรงค์ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในชุมชน และการสร้างความตระหนักในการลดปัจจัยเสี่ยงต่อ NCDs ผลจากการประชุมครั้งนี้ทำให้เกิด ความเข้าใจร่วมและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ในการเตรียมจัดทำ MOU การขับเคลื่อน NCDs ของจังหวัดยะลา พร้อมทั้งกำหนดกรอบการดำเนินงานและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อผลักดันมาตรการด้านสุขภาพสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป |
|
| ประชุมชี้แจงการประชุมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายNCDs 4 จังหวัด ประชุมเตรียม MOU ยะลา กับ สช.และ สสส. | 29 ต.ค. 2568 | 29 ต.ค. 2568 |
|
ประชุมชี้แจงการประชุมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายNCDs 4 จังหวัด ประชุมเตรียม MOU ยะลา กับ สช.และ สสส. |
|
สรุปผลการประชุมเตรียมการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย NCDs และการจัดทำ MOU จังหวัดยะลา วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ทีมงานโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อชี้แจงแนวทางการจัด การประชุมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย NCDs ใน 4 จังหวัด และเตรียมความพร้อมในการจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จังหวัดยะลา ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดกรอบและเนื้อหาการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “เสริมศักยภาพทีมจังหวัดในการพัฒนาและใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์สุขภาพเพื่อการลด NCDs” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 พฤศจิกายน 2568 ณ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมจังหวัดในการใช้ข้อมูลสถานการณ์สุขภาพ การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง และการออกแบบมาตรการลด NCDs ในระดับพื้นที่ การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวจะประกอบด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และการจัดการอาหารเพื่อสุขภาวะ รวมถึงการนำเสนอข้อมูลสถานการณ์สุขภาพระดับพื้นที่ และกิจกรรม Workshop เพื่อวิเคราะห์เครือข่ายระดับจังหวัด (Mapping เครือข่าย คน งาน และช่องว่างการดำเนินงาน) เพื่อออกแบบกลไกความร่วมมือในการขับเคลื่อนงาน NCDs ในแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมแนะนำ เครื่องมือการเก็บข้อมูลสถานการณ์สุขภาพเพื่อการลด NCDs และการฝึกปฏิบัติการใช้ระบบเก็บข้อมูล เพื่อสนับสนุนการติดตามประเมินผลและการวิเคราะห์ข้อมูลในระดับพื้นที่ ผลจากการประชุมครั้งนี้ทำให้เกิด ความชัดเจนในการจัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย NCDs ระดับจังหวัด การเตรียมข้อมูลสถานการณ์สุขภาพ และแนวทางการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายลด NCDs และการจัดทำ MOU จังหวัดยะลาให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป |
|
| WS การทำแผน PA กับพี่เลี้ยง และร่วมงาน SEAPAC 2025 ณ เซ็นทาราแกรนด์ บางกอก | 5 พ.ย. 2568 | 5 พ.ย. 2568 |
|
กำหนดการ 5 – 7 พฤศจิกายน 2568 สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กับพี่เลี้ยง 4 จังหวัด NCDs Ecosystem หัวข้อ: ประชุมกับพี่เลี้ยง วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา กิจกรรม หัวข้อ: การพัฒนาและขับเคลื่อนแผนงานโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับท้องถิ่น
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 หัวข้อ: ประชุมกับพี่เลี้ยง |
|
สรุปผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การจัดทำแผนกิจกรรมทางกาย (PA) ระหว่างวันที่ 5 – 7 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การจัดการสัมมนา SOUTH-EAST ASIA PHYSICAL ACTIVITY CONFERENCE 2025 (SEAPAC 2025) ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จัดขึ้นโดยสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับพี่เลี้ยงโครงการจาก 4 จังหวัดในระบบ NCDs Ecosystem เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมจังหวัดในการจัดทำแผนงานและโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับท้องถิ่น ผลจากการประชุม ทำให้ทีมจังหวัดและพี่เลี้ยงได้ร่วมกัน ทบทวนกรอบการขับเคลื่อนโครงการและนำเสนอแผนการดำเนินงานระดับจังหวัด พร้อมทั้งหารือแนวทางการพัฒนาเครื่องมือในการเก็บข้อมูลสถานการณ์การมีกิจกรรมทางกายและภาวะเนือยนิ่ง รวมถึงการกำหนดเป้าหมายกลุ่มตัวอย่างและ setting ในการเก็บข้อมูล เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพในพื้นที่ นอกจากนี้ ได้มีการเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับ แนวคิดและหลักการสำคัญในการจัดทำแผนกิจกรรมทางกายระดับท้องถิ่น รวมถึงแนวทางการพัฒนาโครงการจากกรณีศึกษาความสำเร็จของพื้นที่ และการใช้คู่มือการจัดทำแผนเพื่อสนับสนุนการออกแบบโครงการในระดับท้องถิ่นให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ในช่วงท้ายของการประชุม ได้มีการดำเนินกิจกรรม AAR (After Action Review) เพื่อถอดบทเรียนจากการเข้าร่วมการประชุม SEAPAC 2025 และการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับพี่เลี้ยง ซึ่งช่วยให้ทีมจังหวัดได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางการพัฒนาแผนงาน และข้อเสนอเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานในระยะต่อไป การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ส่งผลให้ทีมจังหวัดมีความพร้อมในการพัฒนา แผนงานและโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับท้องถิ่น และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการขับเคลื่อนการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป |
|
| ประชุมกับทีม HIA PA | 7 พ.ย. 2568 | 7 พ.ย. 2568 |
|
ทีมงานได้ประชุมร่วมกับทีมประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment: HIA) เพื่อกำหนดแนวทางการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการ NCDs Ecosystem ในพื้นที่นำร่อง |
|
ทีมงานได้ประชุมร่วมกับทีมประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment: HIA) เพื่อกำหนดแนวทางการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (PA) ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการ NCDs Ecosystem ในพื้นที่นำร่อง ที่ประชุมได้ทบทวนการใช้เครื่องมือ HIA เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพจากมาตรการหรือกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พร้อมทั้งกำหนด กรอบการประเมินผลเบื้องต้น โดยเน้นการประเมิน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การผลักดันนโยบายและมาตรการที่สนับสนุนการมีกิจกรรมทางกาย 2. การพัฒนาสภาพแวดล้อมและกลไกการทำงานของเครือข่ายในพื้นที่ 3. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกายและการลดภาวะเนือยนิ่งของประชาชน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางการใช้ข้อมูลสถานการณ์กิจกรรมทางกายและภาวะเนือยนิ่งในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนานโยบายและมาตรการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระดับพื้นที่ต่อไป |
|
| ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ลด NCDs จ.ยะลา | 12 พ.ย. 2568 | 12 พ.ย. 2568 |
|
กำหนดการจัดเวที KickOff หมายเหตุ กิจกรรมครั้งนี้ส่งเสริมการประชุมแบบ Healthy Meeting รายนามองค์กรร่วมลงนาม MOU
1. องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา |
|
การบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อ กิจกรรม kickoff ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์ข้อ 2 เรื่องเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะการส่งเสริมกิจกรรมทางกายลดภาวะเนือยนิ่งในระดับจังหวัดนำร่อง 4 จังหวัด (น่าน กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี ยะลา) โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ดังต่อไปนี้ |
|
| พัฒนาศักยภาพเครือข่ายการขับเคลื่อนลด NCDs เพิ่ม PA ลดเนือยนิ่ง/ IHPP สถานการณ์พฤติกรรมสุขภาพและสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมระดับพื้นที่ | 14 พ.ย. 2568 | 14 พ.ย. 2568 |
|
พัฒนาศักยภาพเครือข่ายการขับเคลื่อนลด NCDs เพิ่ม PA ลดเนือยนิ่ง |
|
สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เสริมศักยภาพทีมจังหวัดในการพัฒนาและใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์สุขภาพเพื่อการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)” วันที่ 14–15 พฤศจิกายน 2568 ณ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากเครือข่าย NCDs Ecosystem จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี และยะลา รวมทั้งสิ้น 35 คน ประกอบด้วยหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคีภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมจังหวัดในการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์สุขภาพและออกแบบมาตรการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระดับพื้นที่ ผลจากการประชุม ผู้เข้าร่วมได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับ การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และอาหารเพื่อสุขภาวะ รวมทั้งแนวคิดการสร้างสภาพแวดล้อมสุขภาวะตามกรอบ 3:5:5 และตัวอย่างรูปธรรมความสำเร็จจากพื้นที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลสถานการณ์พฤติกรรมสุขภาพและสภาวะแวดล้อมระดับพื้นที่ เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของจังหวัด ในช่วง Workshop ทีมจังหวัดได้ร่วมกันทำ Mapping เครือข่ายระดับจังหวัด เพื่อวิเคราะห์กลไกการทำงาน นโยบาย และระบบติดตามประเมินผล รวมถึงการกำหนดประเด็นจุดเน้นและมาตรการสำคัญในการขับเคลื่อนงาน NCDs ของแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้รับการฝึกปฏิบัติ การใช้เครื่องมือและโปรแกรมเก็บข้อมูลสถานการณ์สุขภาพ เช่น ข้อมูลกิจกรรมทางกายและอาหารสุขภาวะ เพื่อให้ทีมจังหวัดสามารถนำเครื่องมือไปใช้ในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ และสนับสนุนการออกแบบนโยบายหรือมาตรการลด NCDs บนฐานข้อมูลจริง จากการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เกิด ทีมทำงานระดับจังหวัดที่มีความพร้อมในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ และออกแบบมาตรการลด NCDs รวมทั้งได้แนวทางในการพัฒนาแผนงาน โครงการ และระบบติดตามประเมินผลในระดับพื้นที่ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็น Roadmap การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านการส่งเสริมสุขภาพและการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระดับจังหวัด |
|
| ประชุมแผนงาน PA ภูเก็ต | 9 ธ.ค. 2568 | 9 ธ.ค. 2568 |
|
แผนการดำเนินงานกิจกรรมการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน |
|
วาระที่ 1 แจ้งเพื่อทราบ
1.1 ชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุมและนำเสนอรายละเอียดโครงการยกระดับและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และลดภาวะเนือยนิ่ง
ดร.เพ็ญ สุขมาก ได้นำเรียนแก่ที่ประชุมถึงวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการดังนี้
1) เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติว่าด้วยการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน วาระที่ 2 เรื่องพิจารณา
2.1 ระดมความเห็นในแผนการบูรณาการความร่วมมือเพื่อลดโรค NCDs และส่งเสริมสุขภาพ เสนอแนะโดยตัวแทนผู้นำภาคเอกชน จังหวัดภูเก็ต และแผนการบูรณาการประเด็นสุขภาพอื่นๆ อ้างอิงข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนข้างต้น ดร.เพ็ญ สุขมาก จึงได้กล่าวสรุปแก่ที่ประชุม ถึงแนวทางการพัฒนาขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและลดภาวะเนือยนิ่ง” เพื่อการสร้างความร่วมมือลดโรค NCDs และส่งเสริมสุขภาพ ร่วมกับเครือข่ายภาคเอกชน จังหวัดภูเก็ต โดยสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความสอดคล้องกับเป้าหมายของผู้ประกอบการภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ที่มีความประสงค์ต้องการพัฒนาจังหวัดภูเก็ต หนึ่งในมิติสำคัญจากทั้งหมด 7 มิติ กล่าวคือ ด้านการส่งเสริมสุขภาพตามแนวคิดการมี "อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ" (Longevity) ที่จะมีการประชุมระดมความคิดความเห็นใน Phuket Foresight 2030 รอบที่ 2 ซึ่ง สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ แสดงถึงความพร้อมในการสนับสนุนงบประมาณโดยหน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำหรับ Non-Health Sector ตลอดถึงการสนับนุนการดำเนินกิจกรรมนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ (Healthy Public Policy: HPP) ได้แก่ กระบวนดำเนินการสมัชชาสุขภาพ กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ที่ให้ประชาชนและหน่วยงานรัฐได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และหาทางออกร่วมกัน เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ปฏิบัติได้จริง และ เครื่องมือเชิงนโยบายกลไกกลางในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วนของสังคม (รัฐ เอกชน ประชาชน) ให้มาร่วมกันกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ เพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะที่ครอบคลุมมิติสุขภาพรอบด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา ผ่านกระบวนการหลักคือ ธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ, สมัชชาสุขภาพ, การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ สิทธิหน้าที่ด้านสุขภาพ และคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กระทั่งเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายแก่รัฐบาลกลาง โดยมุ่งเป้าการสร้างความร่วมมือแก่กลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
1) กลุ่มโรงเรียนรัฐและเอกชน การสร้างความรู้เข้าใจ Health Literacy และการจัดทำกระบวนการเรียนร่วมเล่น Active Learning สร้างความรอบรู้ผ่านการปฏิบัติการ ปรับเมนูอาหารสู่โหมดสุขภาพเพิ่มมากขึ้น
2) กลุ่มผู้อาศัยในจังหวัดภูเก็ต ให้ประชากรภูเก็ตและผู้อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ตปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลร่างกายเชิงป้องกัน ตลอดถึงการสื่อสารเชิงนโยบายกับหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการพัฒนากลยุทธการพัฒนาเมืองภูเก็ตที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืนห
3) กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเอกชน และองค์กรหน่วยงานขนาดใหญ่ของรัฐ / รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มนักส่งเสริมกิจกรรม การส่งเสริมการจัดทำ Wellness Sandbox Well-Being หรือการจัดกิจกรรมสุขภาพขับเคลื่อนเมืองสุขภาพ อาทิ การเดินเมือง การเดินวิ่งเทรล หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี |
|
| ประชุมเตรียมงานกับทีมกาญจนบุรี คุยกิจกรรม PA และเวที MOU | 11 ธ.ค. 2568 | 11 ธ.ค. 2568 |
|
ประชุมกับทีมกาญจนบุรี คุยกิจกรรม PA และเวที MOU |
|
วันที่ 11 ธันวาคม 2568 การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือร่วมกับทีมงานจังหวัดกาญจนบุรีเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อน กิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) ในระดับพื้นที่ โดยเน้นการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันของประชาชน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวเพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกายในพื้นที่ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัด เวทีความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดแนวทางการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมจัดเวทีความร่วมมือและผลักดันการดำเนินงานในระดับพื้นที่ต่อไป |
|
| ประชุม PA พหุวัฒนธรรม | 12 ธ.ค. 2568 | 12 ธ.ค. 2568 |
|
ประชุมกิจกรรมทางกายในบริบทพหุวัฒนธรรม (PA พหุวัฒนธรรม) |
|
ประชุมกิจกรรมทางกายในบริบทพหุวัฒนธรรม (PA พหุวัฒนธรรม) วันที่ 12 ธันวาคม 2568 การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือแนวทางการส่งเสริม กิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) ในบริบทของพื้นที่พหุวัฒนธรรม โดยเน้นการออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความหลากหลายของชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกายได้อย่างเหมาะสม ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถนำมาปรับใช้ในพื้นที่ เช่น กิจกรรมทางกายผ่านกิจกรรมชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมทางศาสนา รวมถึงการสร้างพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายในชุมชน ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องให้พัฒนาแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในบริบทพหุวัฒนธรรม โดยอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับบริบทของชุมชนและสามารถขยายผลได้ในระยะต่อไป |
|
| ประชุมระดมสมอง Phuket Foresight 2030 workshop กับภาคเอกชนภูเก็ต | 15 ธ.ค. 2568 | 15 ธ.ค. 2568 |
|
เข้าร่วมการประชุมระดมสมอง Phuket Foresight 2030 รอบที่ 2 วันที่ 15–16 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุมจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน จังหวัดภูเก็ต |
|
สรุปสาระสำคัญ รายงานการเข้าร่วมการประชุมระดมสมอง Phuket Foresight 2030 รอบที่ 2 วันที่ 15–16 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุมจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน จังหวัดภูเก็ต 1. ที่มาและเป้าหมายของโครงการ Phuket Foresight 2030 การจัดประชุม Phuket Foresight 2030 มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนด ทิศทางการพัฒนาเมืองภูเก็ตในระยะยาวถึงปี 2030 โดยเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสถาบันการศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน แนวคิดสำคัญคือการปรับเปลี่ยนเป้าหมายจาก “การเติบโตอย่างรวดเร็ว” → สู่ “ความพอดีและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว” โดยใช้กลไก Public – Private Partnership (PPP) ในการร่วมกันพัฒนาเมือง
สรุปภาพรวม Phuket Foresight 2030 เป็นกระบวนการกำหนดอนาคตเมืองภูเก็ต โดยมุ่งสู่การพัฒนาเมืองที่มีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และการสร้างเมืองที่มีความยืดหยุ่น ฟื้นตัวได้ และยั่งยืนสำหรับคนทุกกลุ่ม |
|
| ประชุมหน่วยงานเตรียม MOU ที่ จ.น่าน | 19 ธ.ค. 2568 | 19 ธ.ค. 2568 |
|
ประชุมหน่วยงานเตรียม MOU จ.น่าน |
|
สรุปการประชุม การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อน การลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการส่งเสริม กิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) ในจังหวัดน่าน โดยใช้กลไก สมัชชาสุขภาพจังหวัด เป็นพื้นที่กลางในการสร้างความร่วมมือและกำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกัน
1. สถานการณ์สุขภาพจังหวัดน่าน
จังหวัดน่านเผชิญปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรค NCDs โดยข้อมูลระดับประเทศพบว่า การเสียชีวิตกว่า 81% เกิดจากโรค NCDs และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจำนวนมาก
2. แนวคิดการขับเคลื่อนการลด NCDs ที่ประชุมเสนอให้ใช้แนวคิด การสร้างระบบนิเวศสุขภาพ (NCDs |
|
| MOU PA kick off สุราษฎร์ธานี | 24 ธ.ค. 2568 | 24 ธ.ค. 2568 |
|
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
การขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพเชิงระบบในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDs)
อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลบ้านนาสาร ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จัดโดย ศูนย์ประสานงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี |
|
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
การขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพเชิงระบบในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDs)
อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลบ้านนาสาร ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จัดโดย ศูนย์ประสานงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) หน่วยงานร่วมลงนาม ได้แก่ • ที่ว่าการอำเภอบ้านนาสาร • สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ • สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) • สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี–ชุมพร • องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี • สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี • หน่วยจัดการระดับจังหวัดสุราษฎร์ธานี (สสส. สำนัก ๖) • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๓ • โรงพยาบาลบ้านนาสาร • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านนาสาร • ท้องถิ่นอำเภอบ้านนาสาร • สภาเด็กและเยาวชนอำเภอบ้านนาสาร • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอบ้านนาสาร จำนวน ๑๑ แห่ง • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งในพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร • โรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร เวลา ๑๑.๔๕ – ๑๒.๐๐ น. ถ่ายภาพร่วมกัน และปิดการประชุม เวลา ๑๒.๐๐ น. เป็นต้นไป รับประทานอาหารกลางวัน พิธีกรดำเนินรายการ นายเอกชัย บุญเพ็ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านช่องช้าง ตำบลพรุพี บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
การขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพเชิงระบบในโรงเรียน
เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และป้องกันโรคไม่ติดต่อ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ระหว่าง อำเภอบ้านนาสาร กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บันทึกข้อตกลงนี้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ โรงพยาบาลบ้านนาสาร ระหว่าง อำเภอบ้านนาสาร กับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องข้างต้นเห็นพ้องร่วมกันว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน มะเร็ง และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทย และสร้างภาระทางเศรษฐกิจสูง ความสูญเสียเกิดจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและการทำงานไม่เต็มศักยภาพ พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญ คือ การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอและมีภาวะเนือยนิ่ง ปัจจุบันพบมากขึ้นในเด็กและเยาวชน หากไม่ป้องกันตั้งแต่วัยเรียน จะนำไปสู่การสะสมความเสี่ยงและเกิดโรค NCDs ในวัยผู้ใหญ่ การสร้างระบบนิเวศสุขภาพในโรงเรียนจึงเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและลดภาระโรค |
|
| ประชุมหารือความคืบหน้าเวที kick off จังหวัดกาญจนบุรี | 9 ม.ค. 2569 | 9 ม.ค. 2569 |
|
ประชุมหารือความคืบหน้าเวที kick off จังหวัดกาญจนบุรี |
|
ประชุมหารือความคืบหน้าเวที kick off จังหวัดกาญจนบุรี
วัน ศุกร์ 9 มกราคม 2569 |
|
| ประชุมการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ | 9 ม.ค. 2569 | 9 ม.ค. 2569 |
|
ประชุมการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ |
|
ประชุมการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ
วันที่ 9 มกราคม 2569
3.3 โมเดลการอบรม (เสนอโดย อ.อัศนัย) โมดูล หัวข้อ กิจกรรม 1 ทำความเข้าใจผู้ใช้และบริบท (User & Context) บรรยายเรื่อง PA, ภาวะเนือยนิ่ง และกลุ่มเป้าหมาย (เช่น ผู้สูงอายุ) 2 การสำรวจและวิเคราะห์พื้นที่ (Site Analysis) เรียนรู้เทคนิคการวิเคราะห์พื้นที่ที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ 3 การมีส่วนร่วม (Participation) Workshop แลกเปลี่ยนกลยุทธ์และปัญหาของแต่ละพื้นที่ 4 หลักการออกแบบ (Design Principles) บรรยายหลักการออกแบบพื้นฐาน (Safety, Universal Design) 5 การศึกษาจากพื้นที่จริง (Case Study Visit) ลงพื้นที่สวนสาธารณะตัวอย่าง (เช่น ยะลา, หาดใหญ่) 6 การปฏิบัติการออกแบบ (Design Workshop) ทำงานกลุ่มเพื่อพัฒนาแนวคิดการออกแบบเบื้องต้น 7 การนำไปปฏิบัติ (Implementation) บรรยายเรื่องการประมาณราคา, การจัดซื้อจัดจ้างโดย จนท.ท้องถิ่น 8 การนำเสนอและสรุปผล (Presentation & Wrap-up) นำเสนอผลงานกลุ่มและสรุปภาพรวม
|
|
| Kick off MOU กาญจนบุรี | 13 ม.ค. 2569 | 13 ม.ค. 2569 |
|
“การบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะ การลดโรค (NCDs) |
|
“การบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะ การลดโรค (NCDs) • นางมานิดา ทักษิณ สรุปการบูรณาการกลไกความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
(NCDs Ecosystem) จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กับ จังหวัดกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี |
|
| ประชุมกับ สช. เช้าที่ สช. วาง Road map มติ PA และ Policy Forum อาคารรัฐสภา | 15 ม.ค. 2569 | 15 ม.ค. 2569 |
|
ประชุมกับ สช. เช้าที่ สช. วาง Road map มติ PA และ Policy Forum อาคารรัฐสภา |
|
การประชุมหารือการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกาย เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประเด็นสำคัญจากการประชุม 1. การลดพฤติกรรมเนือยนิ่งของประชาชน ที่ประชุมเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเน้นการสร้างความรู้ ความตระหนัก และการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน โรงเรียน และสถานที่ทำงาน2. การพัฒนาสภาพแวดล้อมและกลไกสนับสนุนการมีกิจกรรมทางกาย ที่ประชุมเสนอให้พัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย เช่น การออกแบบพื้นที่เมืองและชุมชนให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย ทางเดิน และทางจักรยาน รวมทั้งสนับสนุนการใช้เครื่องมือการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment: HIA) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบายหรือโครงการพัฒนาในพื้นที่ มติสำคัญ เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกาย (PA) เพื่อป้องกันและลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระดับพื้นที่ และสนับสนุนการใช้เครื่องมือ HIA และกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนานโยบายสุขภาพ ส่งเสริมการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย แนวทางดำเนินการต่อไป จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดการประชุมเพื่อวางแผนการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระดับพื้นที่ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และพัฒนากลไกการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพระดับจังหวัดต่อไป |
|
| ประชุม PA ภูเก็ต กับ สช. | 19 ม.ค. 2569 | 19 ม.ค. 2569 |
|
การประชุมหารือการขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองสุขภาวะ |
|
การประชุมหารือการขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองสุขภาวะ วันที่ 19 มกราคม 2569 ณ จังหวัดภูเก็ต การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือแนวทางการผลักดัน ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติด้านการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน เพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่งของประชาชน และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยใช้ ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน พร้อมเชื่อมโยงการดำเนินงานกับกลไกระดับจังหวัด ประเด็นสำคัญจากการหารือ 1. การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในระดับท้องถิ่น มีการหารือร่วมกับเทศบาลเมืองกะทู้เกี่ยวกับแนวทางพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในเขตเทศบาล เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันได้สะดวกและปลอดภัย เช่น การพัฒนาพื้นที่สาธารณะสำหรับการออกกำลังกาย การออกแบบพื้นที่เมืองที่เอื้อต่อการเดินและการใช้จักรยาน รวมถึงการเชื่อมโยงแผนการดำเนินงานของเทศบาลกับแผนพัฒนาระดับจังหวัด 2. การขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายในระดับจังหวัด ในการหารือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้มีการพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายในพื้นที่สุขภาวะระดับจังหวัด โดยเน้นการออกแบบนโยบายที่ครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัย ได้แก่ • วัยเด็ก : ส่งเสริมโรงเรียนสุขภาวะ เช่น ธรรมนูญโรงเรียน และแนวคิด Active School • วัยทำงาน : สนับสนุนสถานประกอบการสุขภาวะ (Healthy Workplace) และลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในสถานที่ทำงาน • ผู้สูงอายุ : ส่งเสริมแนวคิด Active Aging และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ (Living Well) 3. การบูรณาการกลไกระดับจังหวัดด้านสุขภาพ การหารือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตเน้นการพัฒนากลไกบูรณาการระดับจังหวัด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์สุขภาพ โดยเฉพาะข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กับการวางแผนเชิงนโยบาย รวมถึงการพัฒนาระบบสนับสนุน (Active System) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของประชาชนอย่างยั่งยืน แนวทางดำเนินการต่อไป ที่ประชุมเห็นพ้องในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายในจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่ เมืองสุขภาวะ (Healthy City / Active City) โดยเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย และการลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในทุกช่วงวัยของประชาชน |
|
| การประชุมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “พื้นที่สุขภาวะเมืองยืดหยุ่นกับภัยพิบัติ ” (WePark / Policy Watch Connect) | 22 ม.ค. 2569 | 22 ม.ค. 2569 |
|
การประชุมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “พื้นที่สุขภาวะเมือง” (WePark / Policy Watch Connect) การประชุมและนิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้าน การพัฒนาเมืองสุขภาวะ (Healthy City / Active City) ผ่านการออกแบบพื้นที่สาธารณะและระบบเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ โดยมีภาคีจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมเข้าร่วม |
|
สรุปการประชุมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “พื้นที่สุขภาวะเมือง” (WePark / Policy Watch Connect) การประชุมและนิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้าน การพัฒนาเมืองสุขภาวะ (Healthy City / Active City) ผ่านการออกแบบพื้นที่สาธารณะและระบบเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ โดยมีภาคีจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมเข้าร่วม ประเด็นสำคัญจากการประชุม 1. แนวคิดเมืองยืดหยุ่นและพื้นที่สุขภาวะที่ประชุมได้นำเสนอแนวคิด “เมืองยืดหยุ่นกับภัยพิบัติ (Resilient City)” ซึ่งเน้นการออกแบบเมืองให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติ และวิกฤตทางสังคม โดยใช้พื้นที่สาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสุขภาวะของประชาชน การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะควรคำนึงถึง • การเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะ • การออกแบบเมืองที่เอื้อต่อการเดินและการมีกิจกรรมทางกาย • การสร้างพื้นที่ชุมชนสำหรับการพบปะและกิจกรรมทางสังคม ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 2. ความมั่นคงทางอาหารของเมือง การพัฒนาเมืองสุขภาวะต้องเชื่อมโยงกับ ระบบอาหารของเมือง (Urban Food System) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และยั่งยืน โดยมีการนำเสนอแนวคิดการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เช่น • การส่งเสริมเกษตรเมือง (Urban Farming) • การพัฒนาตลาดอาหารปลอดภัยในชุมชน • การจัดการระบบอาหารในภาวะวิกฤตหรือภัยพิบัติ แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและเศรษฐกิจของเมือง 3. การใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ตัวอย่างการดำเนินงานที่นำเสนอ ได้แก่ • โครงการ WePark ที่มุ่งพัฒนาพื้นที่ว่างในเมืองให้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการออกกำลังกายและกิจกรรมชุมชน • การพัฒนา City Lab และพื้นที่ทดลองนโยบายเมือง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบพื้นที่ • การสร้างพื้นที่เรียนรู้และกิจกรรมสำหรับเด็ก ครอบครัว และผู้สูงอายุ แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสในการมีกิจกรรมทางกายของประชาชน และสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเมือง 4. แนวทางเชิงนโยบาย ที่ประชุมเสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาเมืองสุขภาวะ ได้แก่ 1. พัฒนาระบบข้อมูลเมืองเพื่อใช้ในการวางแผนพื้นที่สุขภาวะ 2. ส่งเสริมการออกแบบเมืองที่เป็นมิตรต่อการเดินและการใช้จักรยาน 3. สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการออกแบบพื้นที่สาธารณะ 4. เชื่อมโยงนโยบายเมืองกับความมั่นคงทางอาหารและสิ่งแวดล้อม 5. บูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ข้อสรุปสำคัญ การพัฒนา พื้นที่สุขภาวะในเมือง เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และสร้างเมืองที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยการดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ แนวคิดดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อน เมืองสุขภาวะและนโยบายส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน |
|
| ประชุมกับ ท.คอหงส์ พื้นที่สุขภาวะ | 23 ม.ค. 2569 | 23 ม.ค. 2569 |
|
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือแนวทางการพัฒนา พื้นที่สุขภาวะ (Healthy Space / Active Space) ในเขตเทศบาลเมืองคอหงส์ โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน การพักผ่อน และการทำกิจกรรมของชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) |
|
ประเด็นสำคัญจากการหารือ 1. การพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของประชาชน ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่สาธารณะในเขตเทศบาล เช่น สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม ทางเดิน และพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถใช้พื้นที่ในการออกกำลังกาย พักผ่อน และทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง 2. การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับชุมชน เทศบาลเมืองคอหงส์มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมทางกายในชุมชน เช่น การจัดกิจกรรมออกกำลังกาย การส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยาน รวมถึงการสร้างเครือข่ายชุมชนสุขภาวะ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีและลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในชีวิตประจำวัน 3. การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและเครือข่ายท้องถิ่น ที่ประชุมได้หารือถึงการเชื่อมโยงการดำเนินงานระหว่างเทศบาล หน่วยงานด้านสาธารณสุข ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับ เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ • องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งลาน • เทศบาลนครหาดใหญ่ • เทศบาลเมืองบ้านพรุ • เทศบาลตำบลพะตง เพื่อร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนแนวคิดพื้นที่สุขภาวะในระดับพื้นที่ และขยายผลการดำเนินงานสู่เครือข่ายท้องถิ่นในระดับอำเภอและจังหวัด 4. แนวทางการออกแบบพื้นที่สุขภาวะในพื้นที่ตลาดสายเตาะ ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการพัฒนา พื้นที่ตลาดสายเตาะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในช่วงที่ผ่านมา ให้ปรับเปลี่ยนเป็น พื้นที่สุขภาวะของชุมชน โดยมีแนวคิดในการออกแบบพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่รองรับกิจกรรมหลากหลาย เช่น พื้นที่พักผ่อน พื้นที่กิจกรรมทางกาย พื้นที่กิจกรรมของชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวจะคำนึงถึงการฟื้นฟูพื้นที่ให้มีความปลอดภัย มีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
|
|
| ประชุมคณะทำงาน NCDs ระดับชาติ | 27 ม.ค. 2569 | 27 ม.ค. 2569 |
|
การประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.30 – 13.30 น. ณ ห้องประชุมสานใจ 1/2 ชั้น 6 อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ของประเทศไทย รวมทั้งหารือแนวทางการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน |
|
สรุปการประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.30 – 13.30 น. ณ ห้องประชุมสานใจ 1/2 ชั้น 6 อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ของประเทศไทย รวมทั้งหารือแนวทางการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน ประเด็นสำคัญจากการประชุม 1. ความก้าวหน้าการขับเคลื่อน NCDs Ecosystem มีการรายงานผลการจัดกิจกรรม NCDs Ecosystem ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศด้านสุขภาพที่เอื้อต่อการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 2. การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานในปี 2569 โดยเน้นการพัฒนา Policy Option สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ 3. การส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนผ่านแนวคิด Healthy Workplace มีการนำเสนอแนวทางการส่งเสริมสถานประกอบการให้เป็น Healthy Workplace เพื่อสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพของพนักงาน ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในกลุ่มวัยทำงาน 4. กลไกส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) มีการนำเสนอแนวคิด Health Point ซึ่งเป็นกลไกจูงใจทางภาษีและมาตรการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีการเคลื่อนไหวทางกายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน 5. ตัวอย่างการดำเนินงานในระดับเมือง มีการนำเสนอแนวทาง “Bangkok: City for Better Health” ซึ่งเป็นแนวคิดการพัฒนาเมืองเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของประชาชน โดยเน้นการรับมือกับปัญหาโรคอ้วนและการปรับสภาพแวดล้อมของเมืองให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี 6. การพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาวะในระดับภูมิภาค มีการเสนอแผนงานและแนวทางการบูรณาการการทำงานเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ ผ่านการพัฒนาสภาพแวดล้อมและพื้นที่สาธารณะใน 4 ภูมิภาคของประเทศ เพื่อสร้างต้นแบบพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของประชาชน ประเด็นเพื่อพิจารณา 1. แนวทางการดำเนินงาน NCDs Ecosystem เชิงกลยุทธ์ สำหรับกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ เด็กและวัยทำงาน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว 2. แนวทาง การสื่อสารเชิงรุก (Strategic Communication) เพื่อสร้างการรับรู้และกระแสสังคมเกี่ยวกับ NCDs Ecosystem และการส่งเสริมสุขภาพในสังคมไทย ข้อสรุปสำคัญ ที่ประชุมเห็นความสำคัญของการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (Health-Promoting Environment) ทั้งในระดับชุมชน เมือง และสถานประกอบการ โดยเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน แนวทางดำเนินการต่อไป • พัฒนากลไกการขับเคลื่อน NCDs Ecosystem ในระดับพื้นที่ โดยเชื่อมโยงการทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น • สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและสภาพแวดล้อมเมืองที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย • เสริมสร้างการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในสังคมไทย • นัดหมายการประชุมครั้งถัดไปเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการต่อไป |
|
| ประชุมวางแผนงานประชุมเวที kick off จังหวัดน่าน | 30 ม.ค. 2569 | 30 ม.ค. 2569 |
|
เตรียมงานเวที“น่านเมืองสุขภาวะ ขยับกาย ขยับสังคม ลด NCDs ไปด้วยกัน” เวทีความร่วมมือของภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชน และสถาบันวิชาการ เพื่อสร้าง สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง ปลอดภัย และเกื้อกูลกัน |
|
สรุปการประชุม ได้เตรียมงานเวที“น่านเมืองสุขภาวะ ขยับกาย ขยับสังคม ลด NCDs ไปด้วยกัน” เวทีความร่วมมือของภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชน และสถาบันวิชาการ
เพื่อสร้าง สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง ปลอดภัย และเกื้อกูลกัน
วัตถุประสงค์เวที
1. ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือระดับจังหวัดในการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
2. บันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคม
3. สร้างการรับรู้และความเป็นเจ้าของร่วมของทุกภาคส่วน
4. เชื่อมแผนงาน ปี 2569 กับการปฏิบัติจริงในพื้นที่
กลุ่มเป้าหมาย / ภาคีร่วมลงนาม
• ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน / รองผู้ว่าฯ
• สสจ.น่าน / รพ. / อปท.
• องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ./เทศบาล/อบต.)
• หน่วยงานด้านผังเมือง คมนาคม การศึกษา
• เครือข่ายประชาชน / เยาวชน / ผู้สูงอายุ
• ภาคเอกชน / สื่อท้องถิ่น
• สช. สสส. มอ.
• สปสช.
• ชมรมวิ่ง
• YEC น่าน
• หอการค้า ภาคบ่าย : กลไกกำกับและขับเคลื่อนระดับจังหวัด 13.00 – 15.00 น. ประชุมคณะกรรมการ NCDs จังหวัดน่าน • ทบทวนทิศทางการขับเคลื่อนงาน NCDs จังหวัดน่าน ปี 2569 • พิจารณามาตรการและแผนปฏิบัติการร่วมของภาคี • กำหนดบทบาท หน้าที่ และกลไกการติดตามประเมินผล 16.00 – 18.00 น.: ประกาศเจตนารมณ์และความร่วมมือสาธารณะ พิธีบันทึกความร่วมมือ (MOU Signing Ceremony)การสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จังหวัดน่าน ณ สวนศรีเมือง อำเภอเมืองน่าน • พิธีเปิดและกล่าวถึงเจตนารมณ์ความร่วมมือ • นำเสนอสาระสำคัญของบันทึกความร่วมมือ • พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือของภาคีเครือข่าย • ประกาศเจตนารมณ์ “น่านเมืองสุขภาวะ ลด NCDs” • ถ่ายภาพร่วมกันและสื่อสารสาธารณะ รายละเอียดช่วงเย็น บันทึกความร่วมมือ 16.00 – 16.15 น. | Warm-up พื้นที่ • ดนตรีพื้นเมืองเบา ๆ / เสียงธรรมชาติ • ผู้เข้าร่วมเดินชมบอร์ดนิทรรศการ • ฉาย Visual Loop: “เมืองน่านขยับได้ ลด NCDs” Mood: เป็นมิตร ไม่เป็นพิธีเกินไป 16.15 – 16.25 น. | เปิดเวที • พิธีกรกล่าวต้อนรับ • เชื่อมโยงสวนศรีเมือง = ตัวอย่างพื้นที่สุขภาวะจริง • กล่าวรายงานสั้น (ไม่เกิน 3 นาที) 16.25 – 16.40 น. | Key Message จังหวัด • ผู้ว่าราชการจังหวัด / ผู้แทน “สภาพแวดล้อมที่ดี คือรากฐานการลด NCDs ของน่าน” เทคนิคเวที: • ผู้พูดยืนหน้าเวที ไม่ใช้โพเดียมสูง • ใช้จอภาพประกอบ 1 สไลด์หลัก 16.40 – 16.55 น. | นำเสนอสาระ MOU • ภาพรวมสถานการณ์ NCDs น่าน • เป้าหมายความร่วมมือ ปี 2569 • บทบาทภาคี (รัฐ–ท้องถิ่น–ประชาชน) รูปแบบ: เล่าเรื่อง + Infographic ไม่อ่านเอกสาร 16.55 – 17.15 น. | พิธีบันทึกความร่วมมือ 1. เชิญผู้แทนภาคีขึ้นเวที 2. อ่านสาระสำคัญ MOU (ไม่เกิน 2 นาที) 3. ลงนามพร้อมกัน 4. ชูเอกสาร / สัญลักษณ์ความร่วมมือ 5. ถ่ายภาพร่วม 17.15 – 17.30 น. | เสียงจากพื้นที่ (Mini Talk) • ตัวแทน อปท. / ชุมชน / เยาวชน • คนละ 2–3 นาที “เราจะขยับอะไรทันทีหลังจากวันนี้” 17.30 – 17.45 น. | ประกาศเจตนารมณ์ร่วม • พิธีกรเชิญผู้ร่วมงานยืน • อ่าน “ปฏิญญาน่าน เมืองสุขภาวะ ลด NCDs” • ชูริบบิ้น / สัญลักษณ์พร้อมกัน 17.45 – 18.00 น. | ปิดเวทีอย่างมีชีวิต • ดนตรีเบา ๆ • ถ่ายภาพกลุ่ม / สื่อสัมภาษณ์ • ผู้ร่วมงานเดิน พูดคุย ใช้พื้นที่สวน Output ที่ควรเห็นในสื่อ • ภาพ “สวนศรีเมือง = พื้นที่สุขภาวะจริง” • น่านเมืองสุขภาพดี • ภาพประชาชนทุกกลุ่มมามีส่วนร่วม ไม่ใช่เฉพาะผู้บริหาร • ภาพลงนามแบบยืนร่วม |
|
| การประเมินผลสัมฤทธิ์และขับเคลื่อนพื้นที่สถาปัตยกรรมสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น จังหวัดภูเก็ต | 2 ก.พ. 2569 | 2 ก.พ. 2569 |
|
การประชุมเชิงปฏิบัติการ “การประเมินผลสัมฤทธิ์และขับเคลื่อนพื้นที่สถาปัตยกรรมสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น จังหวัดภูเก็ต” วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องประชุม skyline ชั้นที่ 12 โรงแรมเพิร์ล ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. วัตถุประสงค์ : เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติว่าด้วยการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกิจกรรม ทางกายในชีวิตประจำวัน และการผลักดันนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง ผ่านการมีส่วนร่วมของ สมาคมสันนิบาต เทศบาล จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยใช้ชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานในพื้นที่เป้าหมายสู่การปฏิบัติ 12.30 – 13.00 น. ลงทะเบียน 13.00 – 13.30 น. ชี้แจงกรอบแนวคิดและเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนพื้นที่สถาปัตยกรรมเพื่อสุขภาวะ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ในปัจจุบัน โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 13.30 – 14.30 น. การจัดทำแผนปฏิบัติการและแนวทางการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ โดย ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 14.30 – 15.30 น. การหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางและจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในการขับเคลื่อนพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 15.30 – 16.30 น. การประชุมเชิงปฏิบัติการ • การพัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ: ร่วมกันออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานพื้นที่สถาปัตยกรรม • การกำหนดกลไกรับผิดชอบ: พิจารณามอบหมายบทบาทภารกิจระหว่างหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง • การจัดทำแผนปฏิบัติการนำร่อง: กำหนดปฏิทินการดำเนินงานและกรอบเวลาการทดสอบกิจกรรมในพื้นที่นำร่อง 16.30 – 17.00 น. บทสรุปและแนวทางการประสานความร่วมมือในอนาคต |
|
- |
|
| ประชุมพี่เลี้ยงเขต 10 อุบลราชธานีฯ พื้นที่สุขภาวะ (Zoom) | 4 ก.พ. 2569 | 4 ก.พ. 2569 |
|
ประชุมพี่เลี้ยง อุบลราชธานีฯ ผลักดันพื้นที่สุขภาวะเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกาย |
|
|
|
| ประชุมกับนักประเมินทีมประเมินจาก สสส.(Zoom) | 4 ก.พ. 2569 | 4 ก.พ. 2569 |
|
นักประเมินทีมประเมินจาก สสส.สัมภาษณ์การดำเนินโครงการกิจกรรมทางกาย |
|
นักประเมินทีมประเมินจาก สสส.สัมภาษณ์การดำเนินโครงการกิจกรรมทางกาย 1. ได้แลกเปลี่ยนความยั่งยืนการดำเนินโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 2. วางแผนเก็บข้อมูลภาคสนาม 270 กลุ่มตัวอย่าง โดยมีภาคใต้ 3 จังหวัด จังหวัดละ 90 ชุด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เลือกจังหวัดอุบลราชธานีในการสัมภาษณ์พื้นที่ภาคสนามต่อไป |
|
| การประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนแนวทางประเมินผลโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย | 5 ก.พ. 2569 | 5 ก.พ. 2569 |
|
การประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนแนวทางประเมินผลโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย |
|
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ประเด็นการดำเนินการต่อไป 1. แผนการดำเนินงานรายจังหวัด ระบุวัน เวลา และช่วงการดำเนินกิจกรรมของแต่ละจังหวัด 2. โปรเจกต์โครงการรายจังหวัด สรุปกิจกรรมหลัก เป้าหมาย และความคืบหน้า 3. การนัดทีมประเมิน นัดประชุมทีมประเมินที่กรุงเทพฯ ขอรายชื่อทีมประเมินของแต่ละจังหวัด กำหนดการกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพนักประเมิน 4. การขอจริยธรรมการประเมิน เตรียมเอกสารและกระบวนการขอจริยธรรม |
|
| ประชุมเตรียมงานภูเก็ต ออนไลน์ผ่าน Zoom | 7 ก.พ. 2569 | 7 ก.พ. 2569 |
|
ประชุมเตรียมงานภูเก็ต (ออนไลน์ผ่าน Zoom) |
|
สรุปประชุมเตรียมงานภูเก็ต (ออนไลน์ผ่าน Zoom) วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 การประชุมจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อน ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life) โดยมีการหารือการจัดทำวาระการประชุมระดับจังหวัด การเตรียมข้อมูลและเอกสารประกอบการประชุม รวมถึงการกำหนดผู้รับผิดชอบในการนำเสนอประเด็นสำคัญ เช่น สถานการณ์สุขภาวะจังหวัดภูเก็ต การขับเคลื่อน NCDs Ecosystem และแนวทางพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในจังหวัด ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมข้อมูลและนำเสนอในที่ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดต่อไป |
|
| ประชุมร่วมกับนักประเมิน (อ.วิสาช์) เรื่องการประเมินจังหวัดน่าน ผ่าน zoom | 7 ก.พ. 2569 | 7 ก.พ. 2569 |
|
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือร่วมกับคณะนักประเมินจังหวัดน่านเกี่ยวกับ แนวทางการประเมินผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) และการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในระดับจังหวัด โดยเป็นการประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการประเมินในพื้นที่ |
|
สรุปประชุมหารือร่วมกับนักประเมินจังหวัดน่าน (ผ่านระบบ Zoom) วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือร่วมกับคณะนักประเมินจังหวัดน่านเกี่ยวกับ แนวทางการประเมินผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) และการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในระดับจังหวัด โดยเป็นการประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการประเมินในพื้นที่ ประเด็นสำคัญจากการประชุม 1. การชี้แจงกรอบการประเมินในระดับจังหวัด ที่ประชุมได้หารือกรอบแนวคิดและแนวทางการประเมินการดำเนินงานของจังหวัดน่าน โดยเน้นการประเมินผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนนโยบายและกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของประชาชน รวมถึงการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในระดับท้องถิ่น 2. การแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานในพื้นที่ คณะทำงานจังหวัดน่านได้นำเสนอข้อมูลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาวะ การดำเนินโครงการผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ 3. แนวทางการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินผล ที่ประชุมได้หารือแนวทางการรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการประเมินผล ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น ข้อมูลสถานการณ์สุขภาพ ข้อมูลกิจกรรมของพื้นที่ และข้อมูลการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เพื่อให้การประเมินสามารถสะท้อนผลลัพธ์ของการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน แนวทางดำเนินการต่อไป คณะนักประเมินและทีมจังหวัดน่านจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงจัดทำรายงานผลการประเมินในระดับจังหวัด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการพัฒนานโยบายและการขยายผลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับพื้นที่ต่อไป |
|
| ประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาหลักสูตรสถาปัตยกรรมสู่เมืองสุขภาวะ | 8 ก.พ. 2569 | 8 ก.พ. 2569 |
|
ประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาหลักสูตร “สถาปัตยกรรมสู่เมืองสุขภาวะ” |
|
สรุปการประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาหลักสูตร “สถาปัตยกรรมสู่เมืองสุขภาวะ” วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนา หลักสูตรสถาปัตยกรรมสู่เมืองสุขภาวะ ซึ่งมุ่งเน้นการออกแบบพื้นที่และสภาพแวดล้อมเมืองให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพและการมีกิจกรรมทางกายของประชาชน ที่ประชุมได้หารือแนวทางการพัฒนาหลักสูตร โดยเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน การออกแบบเมือง การสร้างพื้นที่สุขภาวะ และการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและชุมชนในบริบทของท้องถิ่นได้ นอกจากนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเนื้อหาหลักสูตร รูปแบบการเรียนรู้ และการนำกรณีศึกษาจากพื้นที่จริงมาใช้ในการเรียนรู้ เพื่อให้หลักสูตรมีความสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองสุขภาวะในระดับพื้นที่ต่อไป |
|
| ประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการจัดทำแผนสุขภาพและโครงการด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จ.ยะลา | 10 ก.พ. 2569 | 10 ก.พ. 2569 |
|
การประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการจัดทำแผนสุขภาพและโครงการด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลด NCDs โดยกองทุนสุขภาพตำบล วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา |
|
สรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการจัดทำแผนสุขภาพและโครงการด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดภาวะเนือยนิ่ง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลด NCDs โดยกองทุนสุขภาพตำบล วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพคณะทำงานจังหวัด แกนนำพื้นที่ และภาคีเครือข่าย ในการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำแผนสุขภาพและโครงการผ่าน กองทุนสุขภาพตำบล เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในช่วงเช้า มีการนำเสนอแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับ NCDs Ecosystem และแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพ โดยเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี รวมถึงการนำเสนอเครื่องมือส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น Calories Credit Challenge (CCC) และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อจูงใจให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการอธิบายกระบวนการสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านสุขภาพ และแนวทางการจัดทำโครงการผ่านระบบ กองทุนสุขภาพตำบล ในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมประชุมได้แบ่งกลุ่มปฏิบัติการเพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพในพื้นที่ และจัดทำ แผนสุขภาพและโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ผ่านระบบกองทุนสุขภาพตำบล พร้อมทั้งนำเสนอแผนงานของแต่ละกลุ่ม และแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแผนให้มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ที่ประชุมได้สรุปแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป โดยเน้นการนำแผนงานและโครงการที่พัฒนาขึ้นไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ ผ่านความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs อย่างเป็นรูปธรรมในระดับชุมชน |
|
| ประชุมเตรียมวาระภูเก็ต Phuket: the future of life / ออนไลน์ Zoom | 15 ก.พ. 2569 | 15 ก.พ. 2569 |
|
ประชุมเตรียมวาระภูเก็ต Phuket: the future of life / ออนไลน์ Zoom |
|
สรุปประชุมการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เป้าหมาย “ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life)” ครั้งที่ 1/2569 กำหนดประชุมวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ต เพื่อผลักดันเป้าหมาย “ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life)” โดยได้ดำเนินการจัดทำ ร่างระเบียบวาระการประชุม และเตรียมเอกสารประกอบการประชุม เพื่อสนับสนุนการหารือเชิงนโยบายและการตัดสินใจของคณะทำงานระดับจังหวัด ประเด็นสำคัญในการเตรียมการประชุม 1. การจัดทำร่างระเบียบวาระการประชุม ได้จัดทำร่างระเบียบวาระการประชุมเพื่อกำหนดกรอบการหารือของคณะทำงาน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ • การแจ้งคำสั่งจังหวัดภูเก็ตในการแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือ • การรายงานสถานการณ์สุขภาวะของจังหวัดภูเก็ต • การสรุปผลการดำเนินงาน “ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต” ที่ผ่านมา และแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป • การนำเสนอนโยบายและแผนพัฒนาสุขภาพขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต • ความก้าวหน้าการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัดภูเก็ตตามกรอบ 7 เสาหลัก (Phuket Foresight) • แผนการขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตเป็นต้นแบบในการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs Ecosystem) 2. การเตรียมข้อมูลและเอกสารประกอบการประชุม มีการรวบรวมและจัดเตรียมเอกสารสำคัญสำหรับใช้ประกอบการประชุม ได้แก่ • ข้อมูลสถานการณ์สุขภาวะและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของจังหวัดภูเก็ต • เอกสารสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และทิศทางการพัฒนาในอนาคต • ข้อมูลแผนพัฒนาสุขภาพขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยเน้นการสร้างเสริมสุขภาวะใน 3 กลุ่มวัย ได้แก่ วัยเด็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุ • แนวทางการพัฒนา NCDs Ecosystem ในจังหวัดภูเก็ต ผ่านการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกิจกรรมทางกาย • แผนการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง เช่น เขตชุมชนเมือง และพื้นที่สวนสาธารณะเทศบาลกะทู้ 3. การเตรียมประเด็นเพื่อพิจารณาเชิงนโยบาย ได้จัดเตรียมประเด็นสำคัญเพื่อให้คณะทำงานพิจารณา ได้แก่ • แนวทางการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย • การจัดตั้งคณะอนุกรรมการย่อยเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น o คณะทำงานโรงเรียนธรรมนูญสุขภาพ o คณะทำงานภาคเอกชนในการขับเคลื่อน NCDs Ecosystem ในโรงแรม o คณะทำงานขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยวในเขตเมืองภูเก็ตและอำเภอกะทู้ ข้อสรุปสำคัญ การจัดเตรียมร่างระเบียบวาระและเอกสารประกอบการประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดอย่างเป็นระบบ และสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคเอกชน ในการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตสู่ เมืองต้นแบบด้านสุขภาวะของประเทศ ในอนาคต |
|
| ประชุมกระบวนการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ ตลาดสายเตราะ ร่วมกับ we!park และภาคีเครือข่าย | 17 ก.พ. 2569 | 17 ก.พ. 2569 |
|
กำหนดการประชุมเวทียกระดับพื้นที่ภัยพิบัติ สู่พื้นที่สุขภาวะ
ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
ณ หลาดสายเตราะ - อ่างเก็บน้ำแก้มลิง & ห้องประชุมเทศบาลเมืองคอหงส์ 16.30 – 17.00 น. สรุปการลงพื้นที่ และนัดหมายประเด็นสำคัญที่จะนำไปออกแบบต่อไป โดย ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วัน / เวลา กิจกรรม
วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 09.00 – 09.15 น. - กล่าวรายงาน
โดย นายนฤทธิ์ ศิริรัตน์ ประธานสภาเทศบาลเมืองคอหงส์
- กล่าวต้อนรับ
โดย นายธันยพงศ์ คงเจริญ รองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ 10.30 – 12.00 น. กระบวนการจัดทำ (ร่าง) Road map แผนและโครงการเพื่อทดลองสร้างปฏิบัติการตามโครงการนำร่องพื้นที่สุขภาวะในท้องถิ่นเครือข่าย |
|
สรุปประชุมหารือการพัฒนาพื้นที่ภัยพิบัติสู่พื้นที่สุขภาวะในระดับท้องถิ่น การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อน การพัฒนาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติให้เป็นพื้นที่สุขภาวะ (Healthy Space) โดยอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การมีกิจกรรมทางกาย และการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะของชุมชนอย่างยั่งยืน แนวทางการดำเนินงานสำคัญ 1. การสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่าย มีการประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ และกำหนดบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับพื้นที่ 2. การจัดตั้งกลไกการดำเนินงานร่วม มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาชน โดยจัดตั้งเป็น คณะทำงานหลัก (Core Working Group) เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงาน วางแผน และประสานความร่วมมือในพื้นที่ 3. กระบวนการพัฒนาพื้นที่ภัยพิบัติสู่พื้นที่สุขภาวะ กำหนดกระบวนการพัฒนาพื้นที่นำร่อง โดยใช้แนวคิดการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาวะของชุมชน เช่น พื้นที่กิจกรรมทางกาย พื้นที่สีเขียว และพื้นที่กิจกรรมชุมชน 4. การพัฒนาศักยภาพคณะทำงานในพื้นที่ มีการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคณะทำงานหลัก ทีมพี่เลี้ยง และคณะทำงานชุมชน ในการจัดทำ แผนพัฒนาพื้นที่ภัยพิบัติสู่พื้นที่สุขภาวะ ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ 5. การติดตามและสังเคราะห์บทเรียน มีการกำหนดแนวทางการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน รวมถึงการถอดบทเรียน สังเคราะห์รูปแบบการดำเนินงาน และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต พื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน การประชุมได้กำหนดพื้นที่นำร่องในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาลเมืองคอหงส์ • ตลาดสายเตาะ และอ่างเก็บน้ำหลัง ม.อ. • ตลาดริมคลอง ร.6 • ริมคลอง ร.5 และบริเวณงานป้องกันสาธารณภัยเดิม • บริเวณสำนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์โดยรอบ เทศบาลนครหาดใหญ่ • บริเวณสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ • พื้นที่บริเวณคลองพะตง • พื้นที่คลองอู่ตะเภาและพื้นที่สำคัญในชุมชน เทศบาลตำบลทุ่งลาน • ถนนสายริมคลองชลประทาน หมู่ที่ 8 บ้านแม่คำ–พรุคา • ชุมชนยั่งยืน หมู่ที่ 2 บ้านทุ่งแม่เม้า (ยอดแคมป์) • ศูนย์กีฬาและนันทนาการเทศบาลตำบลทุ่งลาน • ชุมชนอนุรักษ์นาข้าว เทศบาลตำบลพะตง • บริเวณตลาดรถไฟหลังป้อมสถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง และสวนหย่อมริมรางรถไฟ เทศบาลเมืองบ้านพรุ • ตลาดบ้านพรุค้างคาว ข้อสรุปสำคัญ การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการวางรากฐานการพัฒนา พื้นที่ภัยพิบัติให้เป็นพื้นที่สุขภาวะของชุมชน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและเครือข่ายภาคีเป็นกลไกสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชาชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาว |
|
| ประชุมคณะกรรมการนโยบายสาธารณะ จ.ภูเก็ต | 20 ก.พ. 2569 | 20 ก.พ. 2569 |
|
วาระการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เป้าหมาย ภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙
วันศุกร์ที่ ๒o กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓o – ๑๖.๓o น.
สถานที่ ห้องประชุมพระแทว ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต
วาระที่ ๑ ประธานแจ้งที่ประชุม วาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา |
|
วาระการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เป้าหมาย วาระที่ 1 ประธานแจ้งที่ประชุม วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม (ไม่มี) วาระที่ 3 เรื่องเพื่อทราบ จังหวัดภูเก็ตมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ประมาณ 400,000 คน มีประชากรแฝงชาวต่างชาติประมาณ 170,000 คน และมีจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีประมาณ 6.8–7.5 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 500,000 คนต่อเดือน ส่งผลให้จำนวนประชากรที่ใช้ทรัพยากรด้านสาธารณสุขจริงมีมากกว่า 1 ล้านคน หากแยกประเภทตามช่วงวัย พบว่า อันดับ 1 วัยทำงาน มีจำนวนสูงที่สุด คิดเป็นอัตรา 54.62 อันดับ 2 วัยผู้สูงอายุ คิดเป็นอัตรา 14.59
อันดับ 3 วัยรุ่น คิดเป็นอัตรา 12.97 อย่างไรก็ตาม การจัดสรรทรัพยากรด้านสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขยังคงอ้างอิงจากฐานประชากรตามทะเบียนราษฎร์จำนวน 400,000 คน จึงก่อให้เกิดภาระด้านบริการที่สูงกว่าศักยภาพตามกรอบแผนที่กำหนดไว้ สาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในจังหวัด เมื่อพิจารณาตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง ปอดบวม การติดเชื้อ โรคหัวใจขาดเลือด ไตวาย และอุบัติเหตุ ทั้งนี้ พบว่าอย่างน้อย 3 ใน 7 สาเหตุการเสียชีวิตหลักมีปัจจัยพื้นฐานมาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคไตวาย นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าประมาณร้อยละ 75 ของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีสาเหตุจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือด เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างภาระต่อระบบบริการสาธารณสุขในระยะยาว ผลการดำเนินงานด้านการควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข พบว่ายังไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนด โดยภาพรวมสามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ได้เฉลี่ยประมาณร้อยละ 57 ทั้งนี้ ในบางพื้นที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนามาตรการและกลไกสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหา คือ การป้องกันและลดผู้ป่วยรายใหม่ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ การส่งเสริมการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการลดการบริโภคโซเดียม โดยดำเนินงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงแรม สถานศึกษา และเรือนจำ รวมทั้งขยายความร่วมมือกับภาคประชาชนในการรณรงค์อาหารสุขภาพและโครงการ “ลดพุง ลดโรค” เพื่อควบคุมและลดภาระโรค NCDs ในระยะยาว
3.2 นโยบายทิศทางและแผนพัฒนาสุขภาพขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
นายแพทย์บัญชา ค้าของ ที่ปรึกษาพิเศษนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานด้านสาธารณสุขขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภูเก็ต ภายหลังการถ่ายโอน โรงพยาบาลส่งเสริมตำบล (รพ.สต.) ซึ่งนับเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญและเป็นโอกาสในการพัฒนาระบบสุขภาพของจังหวัดให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่มากยิ่งขึ้น นโยบายของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย การรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน และการผลักดันแนวคิด “Healthy City” โดยมีการพัฒนาสวนสาธารณะเพื่อสุขภาพครบทั้ง 3 อำเภอ ภายใต้โครงการ “3 อ่าง 3 เภอ” ได้แก่ พื้นที่โรงเหล้าเก่ากะทู้ (แล้วเสร็จ) พื้นที่เรือนจำ (คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน) และพื้นที่ทุ่งถลาง–ชนะศึก (อยู่ระหว่างดำเนินการ) ด้านการป้องกันและควบคุมโรค รพ.สต. ทั้ง 21 แห่งในจังหวัดเป็นกลไกหลักในการให้บริการปฐมภูมิและขับเคลื่อนกิจกรรมสุขภาพในชุมชน โดยกำหนดการบริหารจัดการในลักษณะ “โซน” เพื่อเสริมความเข้มแข็งเชิงพื้นที่ ทั้งนี้ อบจ. มีการสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณสุขในสัดส่วนสูงสุดขององค์กร โดยจัดสรรงบประมาณให้โรงพยาบาลปีละกว่า 300 ล้านบาท รวมทั้งมีกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งเดิมมุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และปัจจุบันขยายขอบเขตสู่การสร้างเสริมสุขภาพ ในส่วนของการรักษาพยาบาล อบจ. สนับสนุนการดำเนินงานของ รพ.สต. และศูนย์ไตเทียม โดยมีแผนขยายให้ครอบคลุมทุกอำเภอ พร้อมทั้งพัฒนาระบบบริการฟื้นฟู อาทิ การดูแลผู้ป่วยประคับประคอง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ อบจ. ได้พัฒนาระบบบริการสุขภาพออนไลน์ อาทิ แพลตฟอร์ม Line Official สำหรับลงทะเบียนรับบริการ การขอกายอุปกรณ์ การนัดหมายตรวจคัดกรอง รวมถึงโครงการ “สถานีสุขภาพ” เป้าหมาย 157 จุด ให้บริการตรวจสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง และพบแพทย์ออนไลน์ (ปัจจุบันนำร่อง 3 แห่ง) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการและลดความแออัดในโรงพยาบาล ทั้งนี้ มีฐานข้อมูลประชาชนในระบบประมาณ 30,000 ราย ในระยะต่อไป มีแนวคิดพัฒนา รพ.สต. ให้เป็น “ห้องปฏิบัติการสุขภาพชุมชน” ครอบคลุมการดูแลกลุ่มแม่และเด็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุ รวมทั้งการพัฒนาคลินิกสุขภาพระดับพรีเมียมที่สอดคล้องกับบริบทจังหวัดท่องเที่ยว เช่น คลินิกประเมินการนอนหลับ คลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง ศูนย์ Health Tech และศูนย์บริการคุณภาพชีวิตชุมชนสำหรับดูแลผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ การขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขของจังหวัดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ข้าราชการ นักวิชาการ และฝ่ายการเมือง เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะภาคใต้ กล่าวให้ข้อมูลแก่ที่ประชุมเกี่ยวกับโครงสร้างคณะทำงานของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประกอบด้วยการบูรณาการ 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคสังคม (ภาคเอกชนและภาคประชาชน) โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และมีภารกิจหลักในการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพของประเทศ สช. มีบทบาทในการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ การจัดทำรายงานสถานการณ์ระบบสุขภาพ ตลอดจนการพัฒนาและผลักดันนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพแบบมีส่วนร่วม โดยยึดหลัก “สุขภาพ 4 มิติ” ได้แก่ มิติทางกาย จิต ปัญญา และสังคม ซึ่งครอบคลุมปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ มิได้จำกัดเฉพาะการเจ็บป่วยทางร่างกายเท่านั้น ทั้งนี้ การพัฒนานโยบายอาศัยเครื่องมือหลากหลาย อาทิ สมัชชาสุขภาพ การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และการส่งเสริมสิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ เช่น การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับการยื้อชีวิต (Living Will) สิทธิในการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ภายหลังการประชุมหารือร่วมกับ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ประเด็นการดำเนินงานด้านสุขภาพของประชาชนจังหวัดภูเก็ต มีความสอดคล้องกับสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของประชากรไทยร้อยละ 75–80 และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 9.7 ของ GDP รวมถึงความสูญเสียด้านผลิตภาพแรงงานคิดเป็นมูลค่าประมาณ 91,500 ล้านบาท (ร้อยละ 0.5 ของ GDP) นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ยังอธิบายแก่ที่ประชุมเพิ่มเติม เกี่ยวกับปัจจัยกำหนดสุขภาพประกอบด้วย ระบบบริการสุขภาพร้อยละ 10 พันธุกรรมร้อยละ 20 และพฤติกรรมรวมถึงสภาพแวดล้อมร้อยละ 70 (พฤติกรรมร้อยละ 50 และสภาพแวดล้อมร้อยละ 20) ดังนั้น การลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่จำเป็นต้องมุ่งดำเนินการในส่วนของปัจจัยร้อยละ 70 ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เนื่องจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพียงลำพังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนได้โดยตรง และมีแนวทางการดำเนินงานแบ่งตามกลุ่มวัย ดังนี้ 1) เห็นควรส่งเสริมการจัดทำ “ธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา” เพื่อสร้างข้อตกลงและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของนักเรียน โดยเริ่มดำเนินการในโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวน 5 แห่ง และประสานความร่วมมือกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทั้งนี้ มีแนวโน้มขยายผลสู่โรงเรียนอื่นและชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างความร่วมมือในการดูแลสุขภาวะเด็กอย่างเป็นระบบ 2) กลุ่มวัยทำงาน จากข้อมูลพบว่าอายุของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรค NCDs มีแนวโน้มลดลง ส่งผลกระทบต่อศักยภาพแรงงานและผลิตภาพขององค์กร จึงเสนอแนวคิด “Healthy Workplace” โดยส่งเสริมให้องค์กรพัฒนาสภาพแวดล้อมทั้งทางกายภาพ สังคม และวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี พร้อมทั้งพัฒนา “NCDs Ecosystem” เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การเข้าถึงพื้นที่ออกกำลังกาย อาหารสุขภาพราคาที่เหมาะสม การประยุกต์ใช้หลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และกลไกจูงใจทางการคลัง 3) กลุ่มผู้สูงอายุ
เสนอให้ส่งเสริมความรู้เรื่องการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับการยื้อชีวิต (Living Will) ควบคู่กับการพัฒนาระบบดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) และการสนับสนุนผู้ดูแล (Care Giver) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง
ตัวแทน ดร.จตุรงค์ คงแก้ว ตำแหน่ง อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ภูเก็ต คณะทำงานภูเก็ตเมืองเพื่อสุขภาวะแห่งอนาคต (Phuket: The Future of Life) กล่าวให้ข้อมูลแก่ที่ประชุมถึงความก้าวหน้าการขับเคลื่อนกลไกกองทุนเพื่อสุขภาวะจังหวัดภูเก็ต ในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมจำนวน 16 หน่วยงาน ส่งผลให้เกิดความร่วมมือเชิงระบบ ลดการดำเนินงานแบบแยกส่วน และสร้างกรอบความร่วมมือระยะยาวระหว่างภาคีเครือข่าย ที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินแคมเปญส่งเสริมโครงการ Triple P (Positive Parenting Program) และโครงการพัฒนาเครือข่ายพี่เลี้ยงเพื่อสนับสนุนการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทางวิชาการและภาคบริการสุขภาพ อาทิ กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก ปัญหาพัฒนาการเด็กเล็ก โดยเฉพาะกรณีภาวะออทิสติกเทียม ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญต่อคุณภาพทุนมนุษย์ของจังหวัด ทั้งนี้ จากประสบการณ์การอบรมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ผ่านมา พบว่าผู้ปกครองบางส่วนยังไม่ยอมรับว่าเด็กมีความเสี่ยงด้านพัฒนาการ ส่งผลต่อการเข้าถึงกระบวนการดูแลและแก้ไขปัญหา ดังนั้น โครงการดังกล่าวจึงออกแบบให้เป็นความร่วมมือระหว่าง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ปกครอง เด็ก และครู เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ให้ผู้ปกครองเห็นความแตกต่างด้านพัฒนาการของเด็กอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การยอมรับและแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเหมาะสม แนวทางการดำเนินงานมิได้แยกเด็กที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนออกจากเด็กทั่วไป แต่จัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมร่วมกันทั้งหมด ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจและยอมรับมากขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 4 ครั้งต่อภาคการศึกษา ผลการดำเนินงานเบื้องต้น พบว่า เทศบาลตำบลวิชิตได้ให้การยอมรับและบรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลอยู่ระหว่างจัดทำแผนเพื่อรองรับการดำเนินงานในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นควรสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพเด็กและครอบครัวในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ผู้แทนคณะทำงาน นายรังสิมันตุ์ กิ่งแก้ว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงบทเรียนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตพึ่งพาภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวในสัดส่วนประมาณร้อยละ 70–80 ส่งผลให้จังหวัดมีความเปราะบางต่อความผันผวนภายนอก ดังนั้น จังหวัดจึงได้จัดทำกระบวนการกำหนดอนาคตจังหวัด (Phuket Foresight 2030) และกำหนดกรอบการพัฒนา 10 เสาหลัก ภายหลังการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 5 ปี ได้มีการทบทวนและปรับทิศทางการพัฒนา โดยกำหนดแนวคิดใหม่ “Sustainable Wellness” ควบคู่กับการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวของเมือง (Resilient City) เพื่อให้จังหวัดสามารถปรับตัวและฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็งเมื่อเผชิญวิกฤต
ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนเมืองภูเก็ตทั้ง 7 มิติหลัก พบมีความเกี่ยวเนื่องกับการบูรณาการประเด็นสำคัญจาก 4 กลุ่ม คือ สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น SME, ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณค่า (High - Value Based Tourism), Smart Economy ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอัจฉริยะด้วยดิจิทัลและข้อมูล (Data Driven), และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพพร้อมการพัฒนาที่ยั่งยืน (Biodiversity & Sustainability) ซึ่งหนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับการลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต Longevity การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี ในช่วงท้ายการประชุม ที่ประชุมเห็นควรบูรณาการแนวคิด Sustainable Wellness เข้ากับการพัฒนาเมืองในทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดในระยะยาว โดยมีการเชื่อมโยงกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary lifestyle) และวิถีชีวิตเมือง จึงเสนอให้ภาคเอกชนเป็นหน่วยงานนำร่องในการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ 1. การจัดการคุณภาพอาหารในสถานประกอบการ: ส่งเสริมให้องค์กรจัดบริการอาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมแก่พนักงาน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อ NCDs 2. การส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อการเดิน (Walkable City): พัฒนาเมืองให้เอื้อต่อการเดินและการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง ลดการพึ่งพายานยนต์ส่วนบุคคล โดยเฉพารถจักรยานยนต์ รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ภายในระยะเวลา 15 นาที 3.6 แผนการดำเนินงานขับเคลื่อนภูเก็ตเมืองต้นแบบในการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดภาวะเนือยนิ่ง (NCDs Ecosystem) เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในจังหวัดภูเก็ต อ้างอิงจากโครงการที่ได้มีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 – 2568 ที่ผ่านมา และการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาวะประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2569 เนื่องจากข้อมูลชี้ว่าประชาชนมากกว่าร้อยละ 40 มีกิจกรรมทางกายต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้ ภายใต้ทรัพยากรและต้นทุนที่มีอยู่จึงมีความจำเป็นต้องต่อยอดและบูรณาการการดำเนินงานเพื่อเพิ่มระดับกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) ของประชาชนจังหวัดภูเก็ต สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงมีการส่งเสริมกิจกรรมทางกายควรดำเนินควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาวะอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
3.6.1 แนวทางการขับเคลื่อนในเขตชุมชนเมือง 2) โครงการส่งเสริมความสามารถในการเดิน (Walkability and Walk Path)
- เสนอการขอคืนพื้นที่ทางเท้าให้เป็นพื้นที่สาธารณะอย่างแท้จริง โดยประสานความร่วมมือกับเทศบาลและเจ้าหน้าที่เทศกิจ เพื่อจัดระเบียบและปรับปรุงทางเท้าให้ปลอดภัยและเอื้อต่อการสัญจรของประชาชน
- เสนอให้มีการปรับปรุงแสงสว่าง เพิ่มที่นั่งพัก (Street Furniture) และจัดทำร่มเงา เพื่อลดความร้อน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการออกแบบ เช่น TCDC ในการพัฒนาแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงการขีดสีตีเส้น กำหนดขอบเขตและขยายขนาดทางเท้าให้สอดคล้องกับปริมาณคนเดิน
- พื้นที่ทดลองครอบคลุมทุกชุมชนในย่านเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายประมาณ 1,500 คน โดยมีกลุ่มตัวอย่างศึกษา 300 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ คาดว่าจะสามารถเพิ่มการใช้ทางเท้าได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และลดการใช้รถจักรยานยนต์ในระยะทางสั้น
- ขั้นตอนดำเนินงาน ประกอบด้วย 1) การสำรวจสภาพทางเท้า 2) บันทึกจุดเสี่ยง และ 3) ประเมินผลการเปลี่ยนแปลงภายหลังดำเนินการ 3 เดือน
3) โครงการเชื่อมโยงเมือง (Urban Connectivity)
- พัฒนาระบบป้ายสัญลักษณ์และเส้นทางเดินเชื่อมโยงแต่ละย่าน 5) โครงการ Active Program จัดกิจกรรมเดินชมบ้านและเมือง โดยชุมชนชาเตอร์เป็นผู้ริเริ่ม เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมและเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนออกมาใช้พื้นที่สาธารณะมากขึ้น
วาระที่ 4 เรื่องเพื่อพิจารณา
|
|
| ประชุมเวที Kickoff จ.น่าน | 23 ก.พ. 2569 | 23 ก.พ. 2569 |
|
เวที “สานพลังความร่วมมือการสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพ
และสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จังหวัดน่าน”
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 |
|
เวที “สานพลังความร่วมมือการสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพ
และสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จังหวัดน่าน”
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงเช้า ณ ห้องประชุมโรงแรมเทวราช อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน รับเอกสาร
09.00 – 09.30 น. ทบทวนข้อมูล เป้าหมาย แนวคิดการจัดการ NCDs ผ่านสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมและ PA.
09.30 – 10.30 น. ต้นทุน ศักยภาพและความก้าวหน้าในการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ ช่วงบ่าย ณ ห้องประชุมโรงแรมเทวราช อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
13.00 – 14.30 น. การจัดทำแผนงาน โครงการเพื่อรับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพพื้นที่ และการเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาต่างๆ
14.30 – 15.00 น. นำเสนอ แลกเปลี่ยน ช่วงบ่าย (15.00 – 18.00 น.) ณ สวนสาธารณะสวนศรีเมือง 15.00 – 18.00 น. พิธีบันทึกความร่วมมือการสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จังหวัดน่าน ณ สวนศรีเมือง อำเภอเมืองน่าน • การแสดงและการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (ดนตรี ศิลปะ กีฬา) • พิธีเปิดและกล่าวถึงเจตนารมณ์ความร่วมมือ • พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือของภาคีเครือข่าย • ประกาศเจตนารมณ์ “น่านเมืองสุขภาวะดี ลด NCDs” • ถ่ายภาพร่วมกันและสื่อสารสาธารณะ กลุ่มเป้าหมาย • กลุ่มเป้าหมายในช่วงกระบวนการพัฒนาศักยภาพ ประกอบด้วย 1. แกนนำในระดับพื้นที่ 30 คน 2. คณะกรรมการฯ พี่เลี้ยงและทีมสนับสนุนจังหวัด 20 คน • กลุ่มเป้าหมายในช่วงนทึกความร่วมมือฯ ประกอบด้วย 1. แกนนำในระดับพื้นที่ 30 คน 2. คณะกรรมการฯ พี่เลี้ยงและทีมสนับสนุนจังหวัด 30 คน 3. หน่วยงานภาคียุทธศาตร์และหน่วยงานในจังหวัด 50 คน 4. คณะกรรมการฯ พี่เลี้ยงและทีมสนับสนุนจังหวัด 30 คน 5. ผู้สนใจและสาธารณะ 100 คน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสานพลังกลไกความร่วมมือในการสร้างสภาพแวดล้อมทางสุขภาวะและสังคม ในการพัฒนานโยบายสาธารณะลด NCDs และส่งเสริมกิจกรรมทางกายลดภาวะเนือยนิ่ง จังหวัดน่าน 2. เพื่อร่วมกันจัดทำแผนงานและมาตรการในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมลด NCDs แต่ละพื้นที่ 3. เพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และลงนามบันทึกความร่วมมือระดับจังหวัดในการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 4. เพื่อสร้างการรับรู้และความเป็นเจ้าของร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัดน่าน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
เรื่อง การบูรณาการกลไกความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ NCD Ecosystem โดยการสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมให้เอื้อต่อการลดโรคไม่ติดต่อจังหวัดน่าน ระหว่าง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) บันทึกข้อตกลงนี้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ณ สวนสาธารณะศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.ม.อ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กับ จังหวัดน่าน และภาคี เครือข่ายที่เกี่ยวข้องข้างต้น เห็นพ้องร่วมกันว่าจังหวัดน่านกำลังเผชิญกับปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทางสุขภาพและภาระทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล การลดภาระโรคดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยมาตรการทางสังคม การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ และการส่งเสริมให้มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในชีวิตประจำวัน ลดภาวะเนือยนิ่ง และบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคท้องถิ่น ภาคประชาชนและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเชิงระบบและขยายผลเชิงนโยบาย อีกทั้งสอดคล้องกับธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ให้ความสำคัญกับ “การสร้างเสริมสุขภาพ และการจัดการปัจจัยสังคมที่กำหนดสุขภาพ ด้วยการทำสภาพแวดล้อมสนับสนุนที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างสมดุล มีการพัฒนาศักยภาพบุคคลและชุมชน” เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย “ระบบสุขภาพและสังคมที่เป็นธรรม” การลงนามบันทึกความร่วมมือนี้ จึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เน้นการมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสูงสุด คือ “น่านน่าอยู่ เมืองสุขภาพดี” โดยหน่วยงานที่ร่วมลงนามความร่วมมือในวันนี้ จะร่วมกันดำเนินงานดังต่อไปนี้ ๑. ร่วมกันจัดทำพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ เพื่อบูรณาการกลไกความร่วมมือในการผลักดันแผนสู่การปฏิบัติ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนอื่นๆ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและลดอัตราป่วยด้วยโรค NCDs ๒. ร่วมกันพัฒนาศักยภาพของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเช่น กลไกสมัชชาสุขภาพจังหวัดน่าน กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ถ่ายโอนภารกิจสังกัด อบจ.น่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สภาเด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา อาจารย์และประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ๓. ร่วมกันพัฒนาสภาพแวดล้อมและนโยบายระดับพื้นที่ ให้เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่กระฉับกระเฉงและลดความเสี่ยงจากโรค NCDs ภายใต้กรอบมาตรการ ๓:๕:๕ เพื่อลดโรค NCDs ประกอบด้วย • การสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคม เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และกำหนดให้การลด NCDs เป็นวาระร่วมของจังหวัดน่าน • การส่งเสริมมาตรการการปรับสภาพแวดล้อม และการมีกิจกรรมทางกาย ในทุกๆ ด้าน ภายในองค์กรและหน่วยงาน • การสร้างพื้นที่ต้นแบบ เสริมพลังและขยายพื้นที่ใหม่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนกลไกกลางในการสานพลังระดับจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่าย ๔. ร่วมกันสนับสนุนองค์ความรู้ ข้อมูล งบประมาณและทรัพยากรตามบทบาทหน้าที่ |
|
| ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ ขับเคลื่อน NCDs Ecosystem แบบบูรณาการ | 27 ก.พ. 2569 | 27 ก.พ. 2569 |
|
ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ ขับเคลื่อน NCDs Ecosystem แบบบูรณาการ |
|
27 กุมภาพันธ์ 2569 ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ ขับเคลื่อน NCDs Ecosystem แบบบูรณาการ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่ายจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการทำงานแบบบูรณาการ มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและส่งเสริมกิจกรรมทางกายในทุกกลุ่มวัย
ในการประชุมครั้งนี้ ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมประชุมและให้ข้อเสนอแนะ โดยวัตถุประสงค์การประชุมครั้งนี้ ได้แก่ |
|
| ประชุมนักประเมินทั้ง 4 จังหวัด เพื่อหารือและวางกรอบการประเมิน HIA ของในแต่ละพื้นที่ | 3 มี.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมวางแผนงาน PA | 3 มี.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมเครือข่าย พื้นที่สุขภาวะ โรงแรมเซาเทิร์นหาดใหญ่ | 6 มี.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมทำความเข้าใจการเก็บข้อมูลสถานการณ์ กับคณะทำงานจ.ยะลา | 7 มี.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมหารือเรื่อง พื้นที่สุขภาวะ ร่วมกับเทศบาลเมืองคอหงส์ | 9 มี.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมหารือในการยกระดับพื้นที่ภัยพิบัติสู่พื้นที่สุขภาวะ ร่วมกับ ทต.ยะหริ่ง อบต.แว้ง อบต.ยุโป อบต.ท่าธง | 10 มี.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมปรึกษาหารือเรื่องการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะร่วมกับอบต.คลองหรัง จ.สงขลา | 17 มี.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| Healthy Workplace Strategy: ปรับสภาพแวดล้อม พลิกโฉมองค์กรปลอด NCDs | 19 มี.ค. 2569 | 19 มี.ค. 2569 |
|
"Healthy Workplace Strategy: ปรับสภาพแวดล้อม พลิกโฉมองค์กรปลอด NCDs" |
|
แนวทางการดำเนินงานเพื่อยกระดับสถานที่ทำงานสู่การเป็นองค์กรปลอด NCDs และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง 1. การเตรียมความพร้อมและยกระดับสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน ดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในสถานประกอบการให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) และลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งจะนำไปสู่การลดภาระทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร โดยกำหนดพื้นที่นำร่องจำนวน 7 แห่ง ครอบคลุมสถานประกอบการด้านโรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา และสปา ได้แก่ 1. โรงแรมซีเบด แกรนด์ ภูเก็ต 2. โรงแรม C&N ภูเก็ต 3. โรงแรมเจซี พลู ภูเก็ต 4. โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต 5. ธารธาราสปา ภูเก็ต 6. โรงเรียนขจรเกียรติศึกษา 7. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต 2. การจัดทำ Checklist เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐานสถานที่ทำงาน พัฒนาเครื่องมือ Checklist ในรูปแบบไฟล์ Excel สำหรับให้สถานประกอบการใช้ประเมินตนเองและเตรียมความพร้อมในการสมัครเข้ารับการรับรองมาตรฐาน ได้แก่ • “สถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าทำงาน” • “สถานที่ทำงานปลอดโรค ปลอดภัย” โดย Checklist ดังกล่าวจะครอบคลุมด้านเอกสาร ระบบการจัดการ มาตรการด้านสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมในองค์กร 3. การจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อยกระดับสุขภาพในสถานที่ทำงาน จัดทำแผนปฏิบัติการเบื้องต้นสำหรับสถานประกอบการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านสุขภาพอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย • การตรวจสุขภาพเบื้องต้นของพนักงาน และกำหนดเกณฑ์การตรวจสุขภาพ • การคัดเลือกและพัฒนาอาสาสมัครหรือแกนนำด้านสุขภาพในองค์กร • การกำหนดมาตรการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง • การออกแบบกิจกรรมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ • การติดตาม ประเมินผล และตรวจสอบผลสัมฤทธิ์หลังการดำเนินงาน พร้อมจัดทำ Checklist ประกอบ เพื่อให้สถานประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมและดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม 4. การจัดกิจกรรม Workshop เพื่อทดลองปฏิบัติจริง จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) สำหรับสถานประกอบการนำร่อง ในช่วงต้นเดือนเมษายน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ ทดลองออกแบบ และลงมือดำเนินกิจกรรมจริงในบริบทขององค์กรตนเอง โดยเน้นการสร้างความเข้าใจเชิงระบบ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการพัฒนาต้นแบบ (Prototype) สำหรับขยายผลในระยะต่อไป |
|
| "ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" | 20 มี.ค. 2569 | 20 มี.ค. 2569 |
|
"ย่าง-ย่าน-สุข: ร่วมปลุกพื้นที่สุขภาวะ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต" วันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 – 14.30 น. ณ โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต วัตถุประสงค์ : เพื่อสร้างปฏิบัติการในการผลักดันข้อเสนอนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่นำร่อง กลุ่มเป้าหมาย : เทศบาลนครภูเก็ต เจ้าของพื้นที่/แกนนำชุมชน ผู้ประกอบการ/ร้านค้า สถาปนิก/ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบภูเก็ต (TCDC ภูเก็ต) กิจกรรม
นำเสนอ "แบบ/ไอเดีย" ของทั้ง 5 โครงการ
1) Active Space – ปิดถนนซอยรมณีย์ (Car-free Sunday)
2) Walkability & Comfort – ปรับปรุงทางเท้า
3) Urban Connectivity – ระบบป้ายและการเชื่อมย่าน
4) Community Pocket Green – พื้นที่สีเขียวขนาดย่อม
5) Active Program – เดินดูบ้านแลเมือง
ช่วงระดมสมอง (Workshop 1: วางเป้าหมาย สถานการณ์ กระบวนการและตัวชี้วัด):
• ร่วมกันวางเป้าหมายและตัวชี้วัด เช่น บริบทสถานการณ์พื้นที่ ทุนพื้นที่ กระบวนการ และผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ ตัวชี้วัดโครงการ |
|
การพัฒนาพื้นที่เมืองเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและเศรษฐกิจชุมชน
การพัฒนาพื้นที่เมืองในปัจจุบันมิได้มุ่งเน้นเพียงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ที่สามารถตอบสนองต่อวิถีชีวิตของประชาชนในมิติต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว โดยแนวคิดสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้คือ “การเชื่อมโยงพื้นที่ผ่านระบบป้ายและข้อมูล” เพื่อสร้างเมืองที่มีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน (Universal Design) ควบคู่ไปกับความยั่งยืน (Sustainable Development)
องค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาประกอบด้วย การจัดทำแผนที่ (Map) ที่ครอบคลุมการใช้งานของพื้นที่ ทั้งในด้านการเดินทาง การเข้าถึงจุดสำคัญ และการเชื่อมโยงเส้นทางสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การจัดทำคู่มือหรือ Guide Book เพื่อแนะนำสถานที่สำคัญ เช่น แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และจุดพักผ่อน โดยเน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจ รวมถึงการออกแบบป้ายและสัญลักษณ์ที่มีความชัดเจน ทนทาน และสามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาระบบข้อมูล เช่น QR Code หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน
ในด้านการออกแบบพื้นที่ ได้มีการกำหนดเส้นทางการใช้งานตามวัตถุประสงค์ (Zoning) เช่น เส้นทางเพื่อสุขภาพ เส้นทางท่องเที่ยว และเส้นทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการใช้งานที่หลากหลายและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา “โปรแกรมกิจกรรม” ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน (Day & Night Economy) เพื่อให้พื้นที่มีชีวิตชีวาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงกลางวันเน้นกิจกรรมเชิงท่องเที่ยว การเรียนรู้ และวัฒนธรรม ส่วนช่วงกลางคืนเน้นกิจกรรมตลาด ถนนคนเดิน และการแสดง ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) เช่น ห้องน้ำ จุดปฐมพยาบาล ที่จอดรถ และพื้นที่พักผ่อน เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย เช่น ระบบไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด (CCTV) และการออกแบบทางเดินและทางจักรยานที่ปลอดภัย
ในด้านการขับเคลื่อนการพัฒนา ได้เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก ร่วมกับภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ผ่านการสร้างความร่วมมือในรูปแบบ MOU เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการพัฒนารูปแบบดังกล่าว คือ การเพิ่มระดับกิจกรรมทางกายของประชาชน ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ส่งเสริมให้เกิดเมืองที่มีชีวิตชีวาและปลอดภัย ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวและกิจกรรมในชุมชน จากเวทีประชุมได้ workshop นำเสนอแนวทางการพัฒนา 3 เรื่อง สรุปได้ดังนี้ 1. ป้าย และเชื่อมโยงพื้นที่ “สะดวก สะอาด ปลอดภัย” แนวคิด • มีความเป็นสากล • ติดตั้งไม่เกะกะ • มีความเป็นอัตลักษณ์ • Sustainable • Universal Design เครื่องมือ 1. MAP • มีการออกแบบที่ครอบคลุมการใช้งาน • จุดจอดรถ / รถโดยสาร • สำรวจกลุ่มผู้ใช้งาน o นักท่องเที่ยว o คนในพื้นที่ • เพิ่มมุมมองด้านการท่องเที่ยว 2. GUIDE BOOK • สำหรับการท่องเที่ยว • ร้านอาหาร / คาเฟ่ 3. ป้าย สัญลักษณ์ • การใช้สี epoxy • เทอร์โมพลาสติก (ทนทาน) • ใช้ในทางแยก 4. ระบบโดยสารสาธารณะ • บอกข้อมูลครบถ้วน ชัดเจน • แสดงระยะทาง และเส้นทางที่ชัดเจน ROLLER MAP • แบ่งตามจุดประสงค์ • ความเหมาะสมร้านค้า • ระบบออนไลน์ • QR Code • Experience Design Support • การประชาสัมพันธ์ • ท้องถิ่น / สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว กิจกรรม (DAY & NIGHT) ดูบ้านเก่าเมือง (4 จุดหลัก) 1. ถนนสายหลัก – เดินตลาดเช้า / ตลาดกลางคืน 2. ถนนรอง – กิจกรรมศิลปะ / จุด check-in / วัฒนธรรม 3. ชุมชน/ตลาด – วิถีชีวิต / ของพื้นถิ่น / อาหาร 4. ย่านเมืองเก่า – ย่านการค้า / วัฒนธรรม มี storytelling Facility • ห้องน้ำ • จุดปฐมพยาบาล • จุดจอดรถ • จุดขยะ ขับเคลื่อนโดย • เทศบาลเป็นแกนหลัก • MOU ร่วม 4 ภาคส่วน o รัฐ o เอกชน o ภาคประชาสังคม • คนในชุมชนมีส่วนร่วม 2. ปรับปรุงโครงสร้างเมือง (ผังทางแยก + การจัดโซนพื้นที่) แนวคิดหลัก • ปรับปรุงทางแยก • จัดพื้นที่การใช้งาน • เชื่อมโยงเส้นทาง องค์ประกอบ • ถนนหลัก • ถนนรอง • วงเวียน • พื้นที่พาณิชย์ สิ่งที่ต้องพัฒนา 1. ทางเดินเท้า 2. ทางจักรยาน 3. จุดพัก / พื้นที่กิจกรรม 4. พื้นที่สีเขียว ACTIVE PROGRAM แนวคิด • โซนดู ปั่น เดิน • ใช้การเดินเป็นหลัก • นับ STEP + CALORIES BURN กิจกรรม 1. เส้นทางกิจกรรมทางกาย o ใช้เส้นทางเดินหลัก o ประชาสัมพันธ์ให้รับรู้ 2. กิจกรรมกลางคืน o ถนนคนเดิน / ตลาด o ดึงคนเข้าพื้นที่ 3. Parking Hub o มีจุดจอดรถหลัก o เชื่อมการเดิน 4. ตลาดชุมชน 24 ชม. (บางจุด)
โครงสร้างเมือง 1. พื้นที่สีเขียว / สวน o มีไฟ + CCTV 2. พื้นที่ริมน้ำ o พัฒนาเป็นจุดกิจกรรม 3. พื้นที่สาธารณะขนาดเล็ก o Pocket Park 4. การจัดการสายไฟ o เก็บสายลงดิน |
|
| ลงพื้นที่ประชุมชี้แจงเก็บข้อมูล กับคณะทำงานจ.ยะลา ณ มูลนิธิ | 24 มี.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมปรึกษาหารือเรื่องพื้นที่ภัยพิบัติสู่พื้นที่สุขภาวะ ร่วมกับเทศบาลตำบลยะหริ่ง จ.ปัตตานี | 7 เม.ย. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมปรึกษาหารือเรื่องพื้นที่ภัยพิบัติสู่พื้นที่สุขภาวะ ร่วมกับ อบต.แว้ง จ.นราธิวาส | 8 เม.ย. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ลงพื้นที่ จ.ยะลา /อบจ.นัดดูพื้นที่ออกแบบสถาปัตย์ /kick off กิจกรรม | 9 เม.ย. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุมถอดบทเรียนพื้นที่อบต.คลองหรัง | 20 เม.ย. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| ประชุม PA ภูเก็ตกับภาคเอกชน | 15 พ.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| workshop หลักสูตรผสานพลังสถาปัตยกรรมและนโยบายสู่เมืองสุขภาวะ | 18 พ.ค. 2569 |
|
|
|
|
|
|
| workshop ติดตามพื้นที่ หลักสูตรผสานพลังสถาปัตยกรรมและนโยบายสู่เมืองสุขภาวะ | 4 มิ.ย. 2569 |
|
|
|
|
|
|
สำนักงานเกษตรและสกรณ์ จังหวัดยะลา 9) สำนักงานเกษตร จังหวัดยะลา 10) สมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลา 11) สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา 12) ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดยะลา (พอช) 13) Node Flage ship จังหวัดยะลา 14) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา 15) กรมการพัฒนาชุมชน จังหวัดยะลา 16) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดยะลา 17) สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์