โครงการพัฒนาและบูรณาการกลไกสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อการจัดการระบบสุขภาพชุมชน เขตสุขภาพที่ 10
สรุปกิจกรรม กองทุนสมัครใจ 08-09-69.pdf
สรุปกิจกรรม กองทุนสมัครใจ 08-09-69.docx
LINE_ALBUM_อบรมนักสื่อสารสุขภาวะ ครั้งที่ 2 80969_260924_23.jpg
LINE_ALBUM_อบรมนักสื่อสารสุขภาวะ ครั้งที่ 2 80969_260924_18.jpg
LINE_ALBUM_อบรมนักสื่อสารสุขภาวะ ครั้งที่ 2 80969_260924_11.jpg
LINE_ALBUM_อบรมนักสื่อสารสุขภาวะ ครั้งที่ 2 80969_260924_8.jpg
LINE_ALBUM_อบรมนักสื่อสารสุขภาวะ ครั้งที่ 2 80969_260924_5.jpg
LINE_ALBUM_อบรมนักสื่อสารสุขภาวะ ครั้งที่ 2 80969_260924_1.jpg
E5B7B9A1-2703-4D1E-81F4-5A84600922BC.jpg
47DA998C-4440-480C-B41E-30608B35B803.jpg
- กล่าวต้อนรับและเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน โดย นายกองค์องค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก
- กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ของการอบรมเชิงปฏิบัติการนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน โดย นายศรีไพร ปัญญาวิชัย พี่เลี้ยงระดับอำเภอ
- “ทำความเข้าใจนักข่าวพลเมืองและการสื่อสารสาธารณะ” โดย คุณวลัยลักษณ์ ชมโนนสูง เจ้าหน้าที่พัฒนาเครือข่ายชำนาญการ Thai PBS Locals และคุณนพพล ช่วยตั้ว โปรดิวเซอร์และช่างภาพสารคดี
• สื่อคือเครื่องมือสร้างความเข้าใจ: “การสื่อสารทำให้เกิดความเข้าใจสถานการณ์ ทำให้เห็นประเด็นวาระที่สำคัญ” นักข่าวพลเมืองไม่ใช่แค่คนรายงานข่าว แต่เป็นผู้ที่ใช้การสื่อสารเพื่อทำให้สังคมเห็นภาพรวมและปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
• พลังสื่อโดยสมัครใจ (Voluntary Media Power): กลไกสำคัญของการสื่อสารสาธารณะในระดับรากหญ้า ไม่ว่าจะเป็น หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน, Facebook, หรือ LINE ล้วนขับเคลื่อนด้วยความสมัครใจของคนในชุมชนที่ลุกขึ้นมาเป็นนักสื่อสารสาธารณะเพื่อปกป้องหรือพัฒนาพื้นที่ของตนเอง • บทบาท "สะพานเชื่อม" (Bridging): สื่อสาธารณะและนักข่าวพลเมืองทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชาวบ้าน งานวิจัย นวัตกรรม และระดับนโยบาย เพื่อสะท้อนบริบทของชุมชน (โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน) ให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาคุณภาพชีวิต
• การปรับตัวของพลเมืองสู่โลกดิจิทัล: ในการบรรยายหรือลงพื้นที่ Workshop คุณวลัยลักษณ์มักเป็นผู้ถ่ายทอด "เทคนิคการนำเสนอการผลิตสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media)" เพื่อให้ชาวบ้านในท้องถิ่น (รวมถึงกลุ่มผู้สูงวัยที่เพิ่งเข้าถึงเทคโนโลยี หรือ Digital Migrant) สามารถใช้สมาร์ตโฟนเล่าเรื่องราวของชุมชนตัวเองสู่สายตาสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ - แลกเปลี่ยนผลสำรวจความคาดหวัง/กังวลใจ ทบทวนเครื่องมือ APP C-sit โดย คุณสาวิตรี บุญเติม Locals Project Leader Thai PBS Locals และคุณกาญจนา มัชเรศ Future Journalist Thai PBS Locals ซึ่งจัดทำแบบสำรวจความกังวลที่มีในการอบรมของผู้เข้าร่วมประชุม โดยไม่ระบุชื่อว่ามีอะไรบ้าง คำไหนสูงสุด
“การถ่ายภาพเล่าเรื่อง” โดย (โปรดิวเซอร์ และช่างภาพสารคดี) นพพล ช่วยตั้ว เทคนิคการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายวิดีโอแบบมืออาชีพ สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดสำหรับนักข่าวพลเมือง หากรู้จักดึงศักยภาพออกมาใช้ • เรียนรู้แสง: แสงคือหัวใจของภาพวิดีโอ ควรให้แสงหลักส่องเข้าหน้าตัวแบบ หลีกเลี่ยงการถ่ายย้อนแสง (ยกเว้นต้องการสื่อความหมายพิเศษ) และพึ่งพาแสงธรรมชาติให้มากที่สุด • เสียงสำคัญไม่แพ้ภาพ: ผู้ชมมักทนดูภาพที่สั่นหรือมืดได้มากกว่าการทนฟังเสียงที่อู้อี้หรือมีเสียงรบกวน ควรเข้าใกล้แหล่งกำเนิดเสียง หรือใช้ไมโครโฟนเสริมเสมอ • เลือกรูปแบบแนวตั้งหรือแนวนอน: กำหนดตั้งแต่ก่อนถ่ายว่าคลิปนี้จะไปฉายที่ไหน (TikTok/Reels/Shorts ควรเป็นแนวตั้ง ส่วน YouTube/Facebook/TV ควรเป็นแนวนอน) • ยิ่งนิ่งยิ่งดี: เวลาถ่ายให้จับมือถือด้วยสองมือ หนีบศอกแนบชิดลำตัว กลั้นหายใจเล็กน้อยขณะถ่าย หรือใช้ขาตั้งกล้อง (Tripod) เพื่อไม่ให้ภาพสั่นไหวจนผู้ชมเวียนหัว • รักษาระยะให้พอเหมาะ: หลีกเลี่ยงการใช้การซูมด้วยนิ้ว (Digital Zoom) เพราะภาพจะแตกและสูญเสียความคมชัด ให้ใช้การ "เดินเข้าหา" วัตถุแทน • เตรียมตัวก่อนถ่าย: เช็ดเลนส์ให้สะอาด เช็กแบตเตอรี่ เคลียร์พื้นที่ความจำเครื่อง และเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) เพื่อป้องกันสายเรียกเข้าขณะกำลังบันทึกภาพ เทคนิคการถ่ายสัมภาษณ์และการเก็บภาพเล่าเรื่อง (B-Roll) • การจัดองค์ประกอบด้วยจุดตัด 9 ช่อง (Rule of Thirds): ในการสัมภาษณ์ ไม่ควรวางผู้ถูกสัมภาษณ์ไว้ตรงกลางเป๊ะ แต่ควรวางตำแหน่งดวงตาหรือใบหน้าไว้ตรง "จุดตัด 4 จุด" ด้านใดด้านหนึ่ง และเหลือพื้นที่ว่าง (Lead Room) ในทิศทางที่ผู้ถูกสัมภาษณ์หันหน้าไป • ภาพถ่ายอินเสิร์ต (Insert / B-Roll): คือภาพบรรยากาศ ภาพสิ่งของ หรือภาพการกระทำต่างๆ ที่นำมาแทรกทับระหว่างเสียงสัมภาษณ์ เพื่ออธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น และช่วยแก้ปัญหาภาพกระตุกเวลาตัดต่อ • กฎ 5 วินาที: ในการถ่ายภาพบรรยากาศแต่ละมุม ควรตั้งกล้องให้นิ่งและบันทึกภาพไว้อย่างน้อย 5-10 วินาที เพื่อให้มีเนื้อที่ภาพเพียงพอสำหรับนำไปใช้ในขั้นตอนการตัดต่อ การค้นหาและออกแบบเรื่องเล่า (Story Design) ก่อนลงมือถ่ายทำ ต้องมีกระบวนการคิด (Pre-production) ที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้หลงประเด็น • เรื่องที่จะเล่าคืออะไร: กำหนดหัวใจของเรื่องให้ชัดเจนเพียง 1 ประเด็น เช่น นวัตกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ, การจัดการขยะในชุมชน หรือวิถีชีวิตคนเก็บเห็ด • เรื่องนี้จะบอกกับใคร (Target Audience): การรู้ว่าใครคือคนดู จะช่วยให้เรากำหนด "น้ำเสียง" และสไตล์การเล่าเรื่องได้ถูกจุด เช่น เล่าให้วัยรุ่นฟัง เล่าให้ผู้บริหารระดับประเทศฟัง • ทำไมคนอื่นต้องรู้เรื่องนี้ (Core Message): หาคุณค่าของข่าวให้เจอ ข่าวนี้สร้างแรงบันดาลใจไหม? ข่าวนี้ช่วยแก้ปัญหาให้สังคมไหม? หรือข่าวนี้เป็นกระบอกเสียงให้คนตัวเล็กตัวน้อย? • มีใครเกี่ยวข้องบ้าง (Stakeholders): ลิสต์รายชื่อตัวละคร (ผู้ถูกสัมภาษณ์) ที่จะทำให้เรื่องเล่ามีมิติรอบด้าน เช่น มีทั้งมุมมองของชาวบ้าน (ผู้ได้รับผลกระทบ), เจ้าหน้าที่รัฐ (ผู้ดูแลนโยบาย) หรือแพทย์ (ผู้เชี่ยวชาญ)
แบ่งกลุ่ม ออกแบบเรื่องเล่า หรือ เก็บภาพบรรยากาศเพิ่มเติม โดย นพพล ช่วยตั้ว / วลัยลักษณ์ ชมโนนสูง / สาวิตรี บุญเติม และ กาญจนา มัชเรศ
- สรุปผลและปิดการประชุมพร้อมมอบหมายงาน โดย นางสาวจงกลนี ศิริรัตน์ ผู้ประสานงานโครงการเขต 10
ผลผลิตหลักจากการเรียนรู้ (Outputs) การอบรมได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะสำคัญที่สามารถนำไปผลิตเป็นชิ้นงานสื่อสารชุมชนได้จริง ดังนี้: 1. การเป็นนักข่าวพลเมือง (Citizen Journalism) • บทบาทสะพานเชื่อม: นักสื่อสารทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างชาวบ้าน งานวิจัย นวัตกรรม และระดับนโยบาย เพื่อสะท้อนบริบทพื้นที่ (โดยเฉพาะภาคอีสาน) ไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต • การสื่อสารแบบสมัครใจ: การใช้เครื่องมือใกล้ตัว เช่น หอกระจายข่าว, Facebook และ LINE เพื่อปกป้องและพัฒนาพื้นที่ตนเอง • การใช้งานแอปพลิเคชัน C-site: เพื่อเป็นช่องทางในการรายงานข่าวและสื่อสารสาธารณะ 2. การประยุกต์ใช้ AI ในงานสื่อสาร • ด้านเนื้อหา: ใช้ AI เป็น "ผู้ช่วย" (Co-pilot) ในการจับประเด็น สรุปข้อมูลดิบ และวางโครงสร้างเรื่องเล่า (Story Outline) ให้กระชับและน่าสนใจ • ด้านการออกแบบ: ใช้ AI ช่วยสร้างรูปภาพจำลอง (Draft Ideas) กำหนดโทนสี และจัดสรรพื้นที่การวางโลโก้หน่วยงานในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อความรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ 3. ทักษะเทคนิคการผลิตสื่อด้วยมือถือ • การวางโครงเรื่อง (Story Design): การตอบคำถามพื้นฐาน 5W1H (What, Where, When, Why, How) และการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ที่ชัดเจน • เทคนิคภาพและเสียง: การจัดองค์ประกอบภาพด้วยกฎจุดตัด 9 ช่อง (Rule of Thirds), การรักษาความนิ่งของภาพ (Stability), และความสำคัญของเสียงที่ต้องชัดเจนกว่าภาพ
ผลลัพธ์เชิงทักษะและแนวปฏิบัติ (Outcomes)
ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับแนวทางปฏิบัติที่สามารถยกระดับการทำงานสื่อสารในพื้นที่ให้มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล :
1. การออกแบบเรื่องเล่าให้มีมิติ
1. ประเด็นเดียว : เลือกเรื่องที่จะเล่าให้ชัดเจนเพียงประเด็นเดียว เช่น นวัตกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ หรือการจัดการขยะ
2. คุณค่าของข่าว : ต้องหาให้เจอว่าข่าวนั้นสร้างแรงบันดาลใจ แก้ปัญหา หรือเป็นกระบอกเสียงให้ใคร
3. ความหลากหลายของตัวละคร : การดึงมุมมองจากทั้งชาวบ้าน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ
2. การรู้เท่าทันสื่อในยุค AI
ผลลัพธ์สำคัญคือการสร้างทักษะการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) เพื่อป้องกันปัญหาข่าวลวง (Deep Fake) โดยตระหนักว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมทักษะ แต่ "คน" ยังคงเป็นผู้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลท้องถิ่น
ประกอบด้วย
1.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโพนทอง
- นางวิไลพร นิยมญาติ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน
- นางสาวปุญญาพร ฑีฆะสุข
2.องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทย
- นายเกรียงไกร จันทป รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทย
- นางสาววัชราภรณ์ ประกอบศรี นักวิชาการตรวจสอบภายใน
3.องค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก
- นางสาวกิตติยาภรณ์ สิทธิธรรม หัวหน้าฝ่านอำนวยการ
- นางกรรณิกา โนนใหญ่ นักวิชาการตรวจสอบภายใน
- นายเอกราช ชาญชัย เจ้าพนักงานธุรการ
- นางสาวจิราภรณ์ วงษ์ศิริ พนักงานจ้างเหมากองการศึกษา
- นางสาวดวงเดือน กิ่งพุ่ม
- นางสาวจารุวรรณ ไชยานุกุล
- นางสาวราตรี บุญอารีย์ ผู้ช่วยงานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน
4.ผู้เข้าร่วมประชุม
- นางสาวกิตติยาภรณ์ สิทธิธรรม
- นางสาวศิริพร ธงศรี
- นางสาวสุณัฐิกา เคนประคอง
- นางลำพูน ฉลวยแสง
- นางพิสมัย ธงศรี
4.คณะทำงานเขต 4 คน
จำนวนผู้เข้าร่วม รวม 19 คน
