การผลิตถ่านจากชานอ้อย : กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสาน หมู่บ้านโพธิ์เงิน ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย

การผลิตถ่านจากชานอ้อย : กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสาน หมู่บ้านโพธิ์เงิน ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย

ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ การผลิตถ่านจากชานอ้อย : กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสาน หมู่บ้านโพธิ์เงิน ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
สถาบันอุดมศึกษาหลัก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
หน่วยงานหลัก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
หน่วยงานร่วม สาขาวิชาการจัดการทั่วไป คณะวิทยาการจัดการ
ชื่อชุมชน วิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสาน หมู่บ้านโพธิ์เงิน ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
ชื่อผู้รับผิดชอบ อ.วฤธรณ์ ตุลย์ณวัฒน์
ที่อยู่ผู้รับผิดชอบ 64 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี
ชื่อผู้ร่วมโครงการ/สาขา นางสาวณัฐกฤตา ผการัตน์
นางสาวนัฐชา พิมานเมฆินทร์
นางสาวนัฐริกา พิมานเมฆินทร์
นายวสันต์ มาลาศรี
นางสาวอัจฉรา นิลพัฒน์
การติดต่อ 0894221212
ปี พ.ศ. 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2562 - 31 พฤษภาคม 2562
งบประมาณ 0.00 บาท

พื้นที่ดำเนินงาน

จังหวัดอำเภอตำบลลักษณะพื้นที่
หนองคาย place directions

รายละเอียดชุมชน

ข้อมูลพื้นฐาน
วิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสาน ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 201 หมู่ 13 หมู่ บ้านโพธิ์เงิน ตำบลค่ายบกหวานอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย มีเนื้อที่ 5 ไร่ วิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสานก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรหมู่บ้านโพธิ์จำนวน 7 ราย โดยมี นางสาวหนูรัก วรโคตร เป็นประธานกลุ่ม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสานได้ทำการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรโดยใช้วัตถุดิบหลักคืออ้อยพันธ์ขอนแก่น 3 มาทำการผลิตสุรากลั่นชุมชน ประเภท 3 มีแรงแอลกอฮอล์ 40 % ดีกรี ภายใต้ชื่อแบรนด์ Issan Rum เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีคุณภาพและเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ และยังเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุรากลั่นที่ใช้น้ำอ้อย 100 % เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเพียงกลุ่มเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ในการผลิตแต่ละวันมีเศษชานอ้อยเหลือและไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไร ซึ่งเกิดปัญหาคือเศษชานอ้อยกองทับถมกันเป็นจำนวนมากและยังส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงอีกด้วย
ข้อมูลศักยภาพ/ทรัพยากร
ด้านการผลิต ผู้ประกอบการมีวิธีการผลิตโดยใช้เครื่องกลั่นแบบหม้อต้ม (หม้อกลั่นทองแดง) และในการผลิตสุรามีปริมาณน้ำสุราที่ผลิตได้อยู่ในเกณฑ์ดีคือปริมาณน้ำสุราระหว่าง 201-300 ลิตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการผลิต อีกทั้งยังรักษามาตรฐานคุณภาพของน้ำสุราเป็นอย่างดีและยังได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติที่ดีขึ้นอีกด้วย มีการจัดตารางการผลิตโดยผลิตอย่างสม่ำเสมอภายใน 7 เดือนที่ทำการผลิต
ด้านการตลาด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสานจะใช้วิธีการขายส่ง การขายผ่านตัวแทนจำหน่าย และมีการขายปลีกบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นการขายโดยการส่งออกยังประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะมีบริษัทที่ทำการกระจายสินค้าไปยังประเทศใกล้เคียง เช่น เบลเยี่ยม อิตาลี และขายภายในประเทศจะส่งออกไปยังต่างจังหวัด เช่น จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย โดยจะขายเป็นเงินสดประมาณ 80% แต่ก็มีบางรายที่มีการขายเป็นเงินเชื่อประมาณ 20% ซึ่งกิจการยังมีโอกาสที่จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายได้มากยิ่งขึ้น โดยการขยายตลาดไปสู่พื้นที่ใกล้เคียงให้มากขึ้น ด้านการจัดการ การบริหารจัดการของผู้ประกอบการมีการจัดการที่ดีทั้งทางด้านการเงินที่มี สภาพคล่อง มีเงินหมุนเวียนอยู่ตลอด มีการจัดสรรไว้ใช้ในการซื้อวัตถุดิบ อุปกรณ์แสตมป์และใช้จ่าย อื่น ๆ ในการประกอบธุรกิจ มีเงินทุนของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ในการลงทุนและใช้จ่ายในกิจการ ทั้งการจัดการทางด้านวัตถุดิบ ก็มีการวางแผนการไว้สำหรับราคาที่มีแนวโน้มที่สูงขึ้น โดยจะมีการซื้อกักตุนไว้บ้าง อีกทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ก็มีการดูแลรักษาเป็นอย่างดีหากชำรุด ส่วนทางด้านแรงงานก็มีการกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยสรรหาแรงงานจากคนในชุมชนและจากญาติโดยมีการการแบ่งหน้าที่ตามความ ถนัดของตนเอง
ด้านการเงิน ผู้ประกอบการใช้เงินลงทุนของตัวเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายและรายได้ของกิจการที่เกิดขึ้นบริษัทยังคงมีกำไรที่อยู่ในช่วงที่พอสามารถดำเนินกิจการได้ในสภาพคล่องทางการเงินได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านปัญหาอุปสรรคของการประกอบธุรกิจสุรากลั่นชุมชนยังประสบปัญหากับต้นทุนที่สูง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวัตถุดิบที่มีราคาแพง และแสตมป์สุราที่มีราคาที่สูง และยังมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นอีก อีกทั้งยังมีการลักลอบขายสุราเถื่อนอีกส่งผลทำให้ยอดขายลดลง
ข้อมูลประเด็นปัญหา
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสานใช้อ้อยวันละ 1,200 กิโลกรัม คิดเป็น 420 กิโลกรัมต่อวัน และยังไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์และยังส่งกลิ่นเหม็น
ข้อมูลความต้องการเชิงพื้นที่
การนำเอาชานอ้อยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาผลิตเป็นถ่านอัดแท่งจากชานอ้อย

ประเด็นปัญหาหลัก

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

องค์ความรู้หรือนวัตกรรมที่ใช้ในการดำเนินโครงงาน

1. แนวคิดถ่านอัดแท่งจากชานอ้อย
การอัดถ่านแท่งจากชานอ้อยมี 2 วิธีคือ
1. การอัดร้อน เป็นการอัดวัสดุโดยที่วัสดุไม่จำเป็นต้องเป็นถ่านมาก่อน เมื่ออัดเป็นแท่งเสร็จแล้ว ค่อยนำเข้าเตาให้เป็นถ่านอีกครั้งหนึ่ง วัสดุที่สามารถผลิตโดยวิธีการอัดร้อน ขณะนี้มี 2 ชนิด คือ แกลบ และขี้เลื้อย เพราะวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้เมื่อโดนอัดด้วยความร้อน จะมีสารในเนื้อของวัสดุยึดตัวมันเอง จึงทำให้สามารถยึดเกาะเป็นแท่งได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ตัวประสาน โดยที่เครื่องอัดต้องเป็นเครื่องอัดชนิดอัดร้อน ซึ่งราคาค่อนข้างสูง
2. การอัดเย็น เป็นการอัดวัสดุที่เผาถ่านมาแล้ว แล้วนำมาผสมกับแป้งมันหรือวัสดุประสานอื่นๆ โดยทั่วไปจะเป็นแป้งมัน ถ้าวัสดุใดมีขนาดใหญ่ เช่น กะลามะพร้าว เมื่อผ่านการเผาแล้ว ต้องมีเครื่องบดให้ละเอียดก่อน แล้วค่อยนำมาผสมกับแป้งมันและนำในอัตราส่วนตามที่ต้องการ
ประโยชน์ของถ่านอัดแท่งจากชานอ้อย
1. การใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม
ถ่านบริสุทธิ์เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตสารเคมีต่าง ๆ เช่น คาร์บอนไดซัลไฟด์ (Carbondisulpide), โซเดียมไซยาไนด์ (Sodium Cyanide) ซิลิคอนคาร์ไบด์ (Silicon Carbide) เป็นต้น
2. การใช้ประโยชน์ในครัวเรือน
คุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นและความชื้นของถ่าน เป็นที่รับรู้กันดีแล้วสำหรับผู้อ่าน แต่ในต่างประเทศ อุตสาหกรรมผลิตเครื่องประดับจากถ่านเพื่อใช้ประโยชน์ในบ้านเรือนได้รับความนิยมมาก คนญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างของผู้ที่มองเห็นคุณประโยชน์ของถ่านอย่างชัดเจน การใช้ถ่านเพื่อทำหน้าที่ลดกลิ่นในห้องปรับอากาศ มีประสิทธิภาพที่ดีมาก ในห้องแอร์ ที่ทำงานหรือในรถ โดยเฉพาะที่ที่มีผู้สูบบุหรี่ หรืออาจจะมีเชื่อจุลินทรีย์ ควรนำถ่านไม้ไปวางดักไว้ที่ช่องดูดอากาศกลับของเครื่องดูดอากาศ รูพรุนและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในถ่านไม้จะดูดซับกลิ่นและเชื้อโรคต่างๆเอาไว้ ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างดี หรือจะใช้ถ่านเพื่อการบำบัดน้ำเสียจากครัวเรือน ก่อนปล่อยสู่ท่อระบายสาธารณะก็ยังเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
3. การใช้ประโยชน์ในการเกษตร
ในภาคการผลิตเชิงเกษตร การนำถ่านไม้มาใช้ประโยชน์นับว่ามีคุณค่าที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องว่าถ่านมีคุณสมบัติที่ไม่เป็นพิษภัยต่อพืชและสัตว์จึงสามารถใช้ทดแทนสารเคมีราคาแพงได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพไม่แพ้กันทีเดียว
2.3.3 วิธีการทำถ่านอัดแท่งจากชานอ้อย
ถ่านอัดแท่งจากชานอ้อย คือ ถ่านที่ได้มาจากชานอ้อยที่ถูกรีดน้ำอ้อยออกหมดเรียบร้อยแล้ว นำมาตากแดด 2-3 แดด เพื่อนำชานอ้อยมาเผา หลังจากนั้นจะได้เนื้อถ่านของเศษชานอ้อย และนำเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น กะลามะพร้าว และ แกลบ นำมาเผาให้เป็นถ่านเช่นเดียวกัน แล้วนำมารวมกันด้วยปริมาณที่พอเหมาะ แล้วใช้แป้งมันสำปะหลังและน้ำเพื่อเป็นตัวประสาน จากนั้นนำมาอัดให้เป็นแท่งด้วยแท่งเหล็กอัดถ่าน จะได้ถ่านที่เป็นแท่งขนาดที่พอเหมาะ ขั้นตอนสุดท้ายนำไปจากแดดให้แห้ง จะได้ถ่านอัดแท่งจากชานอ้อยเพื่อนำมาให้ประโยชน์ได้ต่อไป

รายละเอียดโครงการ/หลักการและเหตุผล

ธุรกิจชุมชนเป็นแนวทางหนึ่งในการยกระดับรายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของชาวบ้านหรือเกษตรกรในชนบทที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่เป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดของประเทศ หากกลุ่มชาวบ้านหรือกลุ่มเกษตรกรเหล่านี้มีรายได้สูงขึ้นจะส่งผลกระทบด้านบวกต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยในการประกอบธุรกิจชุมชนควรมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจชุมชนแบบพึ่งตนเอง ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัตถุดิบในชุมชน โดยคนในชุมชน เพื่อคนในชุมชนธุรกิจชุมชน เป็นหนึ่งในกิจกรรมการพัฒนาชุมชนที่มีหลากหลายแนวทาง แต่ภายหลังภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทย กิจกรรมนี้ดูจะกลายเป็นความหวังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนของทางราชการ จนถึงกับมีประกาศเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองของกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2541 และไม่เพียงแต่ทางราชการเท่านั้น นักวิชาการและองค์กรพัฒนาเอกชนก็ได้คาดหวังให้ธุรกิจชุมชนเป็นตัวนำในการทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น ด้วยการดึงดูดรายได้จากภาคเมืองคืนสู่ชนบทบ้างและช่วยป้องกันต่อรองมิให้เกิดการแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรมมากเกินไป ความหวังนี้จะเป็นไปได้เพียงใด คงต้องทบทวนสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเริ่มจากความเป็นมา เป้าหมายและการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจชุมชนที่มีอยู่ ซึ่งสุรากลั่นชุมชนเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่หลายชุมชนใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้และสร้างงานให้กับชุมชนวิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสาน บ้านหนองสองห้อง เลขที่ 201 หมู่ 13 ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการการผลิตสุรากลั่นชุมชนภายใต้ ชื่อ “อิสานรัม” เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของตำบลค่ายบกหวาน ทำการผลิตแล้ว 5 ปี วิสาหกิจชุมชนครอบครัว อิสาน เป็นผู้ริเริ่มการผลิตสุรากลั่นที่ใช้วัตถุดิบจากน้ำอ้อยสดเป็นรายแรกในจังหวัดหนองคายการจัดจำหน่ายสุราจะส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ แต่ก็มีการจัดจำหน่ายให้กับคนในชุมชน ซึ่งสินค้าได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของคน
ในปัจจุบัน จึงทำให้วิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสาน มีการผลิตสุรากลั่นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในการผลิตสุรากลั่นของวิสาหกิจชุมชนครอบครัวอิสาน จะใช้อ้อยวันละ 1,200 กิโลกรัม คิดเป็น 420 กิโลกรัมต่อวัน และยังไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์และยังส่งกลิ่นเหม็น ผู้ศึกษาจึงได้เล็งเห็นถึงปัญหาของวิสาหกิจชุมชุน ครอบครัวอิสาน ที่มีชานอ้อยเหลือจากการหีบน้ำอ้อย ซึ่งเป็นต้นทุนความสูญเสีย จึงมีแนวคิดที่จะนำเอาชานอ้อยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาผลิตเป็นถ่านอัดแท่งจากชานอ้อย

คำสำคัญเพื่อการค้นหา

  • ผลิตถ่านจากชานอ้อย

ประเมินคุณค่าโครงการ

คุณค่าที่เกิดขึ้นผลที่เกิดขึ้น
1 เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน find_in_page
2 เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ
3 การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)
4 การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ
5 เกิดกระบวนการชุมชน
6 มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

ภาพถ่าย

วีดิโอ

ไฟล์เอกสาร

โครงการขยายผล

นำเข้าสู่ระบบโดย udonthani_ru udonthani_ru เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 15:05 น.